รูปแบบการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2
A Model for Promoting Academic Administration toward Development of Student Quality in Schools under the Phayao Primary Educational Service Area Office 2

: ชื่อผู้วิจัย นาย สำเนียง อัตไพบูลย์
: ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2
: ปี 2569
: 1147

logo onec

บทคัดย่อ (Abstract)

การวิจัยเรื่อง รูปแบบการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ ความต้องการจำเป็น และแนวทางการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 2) สร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 3) ทดลองใช้รูปแบบการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และ 4) ประเมินรูปแบบการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2 การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ดำเนินการ 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ ความต้องการจำเป็น และแนวทางการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการ โดยใช้แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับกับประชากร ซึ่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 112 คน และสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารการศึกษา จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 3 คน ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบ โดยการสนทนากลุ่มกับผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ประเมิน ร่างรูปแบบที่ปรับปรุงแล้วโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ประเมินความเหมาะสมของคู่มือ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบกับโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 112 โรงเรียน ปีการศึกษา 2568 โดยประเมินคุณภาพ 3 ด้าน ได้แก่ คุณภาพ การบริหารงานวิชาการ คุณภาพการจัดการเรียนรู้ และคุณภาพผู้เรียน ใน 3 ระยะ ได้แก่ ก่อนการใช้รูปแบบ ระหว่างการใช้รูปแบบ และหลังการใช้รูปแบบ ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลการใช้รูปแบบ โดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษาและครูวิชาการ จำนวน 16 คน และสอบถามความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษาและครูวิชาการ จำนวน 224 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบประเมินคุณภาพ และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น (PNImodified) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เนื้อหา และการวิเคราะห์อุปนัย

ผลการวิจัย มีดังนี้ 1) สภาพปัจจุบันของการบริหารงานวิชาการในภาพรวม อยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด ความต้องการจำเป็นเรียงลำดับ 3 อันดับแรก ได้แก่ ด้านการจัดการเรียนรู้ (PNImodified = 0.33) ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (PNImodified = 0.32) และ ด้านการพัฒนาและใช้สื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา (PNImodified = 0.31) คุณภาพผู้เรียน มีความต้องการจำเป็นด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ (PNImodified = 0.52) สูงกว่าด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ (PNImodified = 0.50) แนวทางการส่งเสริมที่ได้จากการสัมภาษณ์ครอบคลุม การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาหลักสูตร ระบบการนิเทศการศึกษา การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการพัฒนาและใช้สื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา 2) รูปแบบการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการที่พัฒนาขึ้น ใช้ชื่อว่า ECPK Model ประกอบด้วย การเสริมสร้าง พลังอำนาจ (Empowerment: E) การชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring: C) ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: P) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing: K) และบริหารด้วยวงจรคุณภาพ PDCA ผลการตรวจสอบคุณภาพ จากผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่ารูปแบบมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด และความเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด คู่มือการใช้รูปแบบจัดทำเป็น 5 บท มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า คุณภาพการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษามีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้ง 3 ระยะ จากก่อนการใช้รูปแบบ 4.07เป็น 4.43 และ 4.77 ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 0.70 เช่นเดียวกับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครูที่เพิ่มขึ้นจาก 3.97 เป็น 4.56 และ 4.73 ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 0.76 สูงขึ้นในทุกขอบข่ายการบริหารงานวิชาการ คุณภาพผู้เรียนระดับประถมศึกษาเพิ่มขึ้นในทุกตัวชี้วัด โดยด้านสมรรถนะสำคัญ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 4.81 และด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ การมีคุณลักษณะและค่านิยม ที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนดเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.27 จากร้อยละ 98.30 ในปีการศึกษา 2567 เป็นร้อยละ 98.57 ในปีการศึกษา 2568 ผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 รวม 2 ด้าน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 53.65 สูงกว่าระดับประเทศ 1.33 และผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ 4) ผลการประเมินการใช้รูปแบบ พบว่า รูปแบบเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุดในทุกมิติ ความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดและความพึงพอใจของครูวิชาการในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

`

รูปแบบการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2A Model for Promoting Academic Administration toward Development of Student Quality in Schools under the Phayao Primary Educational Service Area Office 2 is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 3.0 License.