Current Record: นายจราพร พุฒคำ

นายจราพร พุฒคำ

ผลการวิจัยพบว่า
1) ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 มีทักษะทางการบริหาอยู่ในระดับมากทั้ง 5 ทักษะ
2) ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาที่มีขนาดต่างกัน มีทักษะทางการบริหารทั้ง 5 ทักษะไม่แตกต่างกัน
3) ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่มีประสบการณ์ทางการบริหารต่างกัน มีทักษะทางการบริหารทั้ง 5 ทักษะไม่แตกต่างกัน
4) ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ผ่านการฝึกอบรม ทางการบริหารต่างกัน มีทักษะทางการบริหารแตกต่างกันดังนี้
4.1 ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ผ่านการฝึกอบรมทางการบริหาร 1 – 5 ครั้ง กับผู้บริหารที่ผ่านการฝึกอบรมทางการบริหาร 10 ครั้งขึ้นไป มีทักษะทางการบริหารทางด้านความรู้ความคิด (Cognitive Skills) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4.2 ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ผ่านการฝึกอบรมทางการบริหาร 1 – 5 ครั้ง กับผู้บริหารที่ผ่านการฝึกอบรมทางการบริหาร 6 – 10 ครั้ง และ 10 ครั้งขึ้นไป มีทักษะทางการบริหารทางด้านมนุษย์ (Human Skills) และทางด้านความคิดรอบยอด (Conceptual Skills) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 6918
ชื่อผลงานวิจัย การศึกษาทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6
หัวข้อ(Eng) Administrational Skills of School Administrators Study under Jurisdictation of General Education Department in Educational Region 6.
คำสำคัญ(keyword) ทักษะทางการบริหาร ผู้บริหารสถานศึกษา ปี2545
ชื่อผู้วิจัย นายจราพร พุฒคำ
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr. Jaraporn Putkam
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองม่วงวิทยา อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี
การศึกษา ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏเทพสตรี
สถานที่ติดต่อ 15/1 หมู่ 4 ตำบลตะลุง อำเภอเมืองลพบรี จังหวัดลพบุรี
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2545
ประเภท วิทยานิพนธ์ สถาบันราชภัฏเทพสตรี
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักวิทยบริการ สถาบันราชภัฏเทพสตรี
ประวัติความเป็นมา(history) ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในการบริหารและจัดการศึกษาให้บรรลุวัตถุประสงค์เป้าหมายของชาติ ตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภารวมทั้งนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและกรมสามัญศึกษา ซึ่งได้มีนโยบายด้านการบริหารการศึกษามุ่งพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา โดยจัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามหลักการและจุดหมายของหลักสูตรในระดับการศึกษาที่รับผิดชอบโดยให้สนองตอบต่อความต้องการของบุคคลท้องถิ่น ขุมชน และประเทศชาติ ลักษณะดังกล่าวจะส่งผลให้งานของผู้บริหารสถานศึกษาเป็นภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง นพพงษ์ บุญจิตราดุลย์ (2538 : 3) ได้กล่าวว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในการบริหารงานการศึกษาภายในโรงเรียนมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนมากมาย และสอดคล้องกับปรียาพร วงศ์อนุดรโรจน์ (2540 : 33) ได้กล่าวถึง ความสำคัญของผู้บริหารสถานศึกษาว่า “สมรรถภาพของผู้บริหารเป็นดัชนีชี้ความสำเร็จของการบริหาร การที่ผู้บริหารมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของการบริหารสถานศึกษาจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้การจัดการศึกษาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพราะผู้บริหารเป็นเสาหลักที่สำคัญอย่างยิ่งของหน่วยงาน และผู้ใต้บังคับบัญชาตลอดจนผลงานโดยส่วนรวม ดังนั้นคุณภาพและบทบาทของผู้บริหารจึงมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับคุณภาพของสถานศึกษารวมทั้งส่งผลสะท้อนต่อผลงานและวิธีปฏิบัติงานของสถานศึกษา แต่ละแห่งเป็นอันมาก”

พระราบบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ยังกำหนดให้มีองค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษามีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ สามารถออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้และกำหนดให้ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (2542 : 27) ดังนั้นผู้บริหารสถานศึกษาที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพผู้บริหารและมีคุณภาพในการบริหารและจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องมีทักษะทางการบริหาร

จากการค้นคว้าศึกษาเกี่ยวกับทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา จากเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องของนักการศึกษา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พบว่า ทักษะทางการบริหารตามแนวความคิดของ เดรค และโรว์ (Drake and Roe 1986 : 30) ซึ่งเพิ่มเติมจากแนวความคิดของ แคทซ์ (Kalz 1974 : 90 – 102) ซึ่งประกอบด้วย ทักษะ 5 ทักษะ ได้แก่ ทักษะทางความคิดรวบยอด (Conceptual Skill) ทักษะทางด้านมนุษย์ (Human Skill) ทักษะทางการศึกษาและการสอน (Educational and Instructional Skill) ทักษะทางด้านเทคนิค (Technical Skill) และทักษะทางด้านความรู้ความคิด (Cognitive Skill) ซึ่งเป็นทักษะที่เกี่ยวกับทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษามากที่สุด ผู้วิจัยจึงนำแนวคิดดังกล่าวมาเป็นกรอบในการศึกษาวิจัย

ปัจจุบันคุณภาพการศึกษาอันเนื่องมาจากการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา บางส่วนยังมีคุณภาพไม่เป็นที่พอใจ ดังการวิจัยของกองวิจัยทางการศึกษา (กรมวิชาการ 2539 : 83 – 88) ได้ตรวจสอบคุณภาพการศึกษาจากโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติทั่วประเทศ 75 จังหวัด สังกัดกรมสามัญศึกษา 63 จังหวัด และเทศบาลใน 12 จังหวัด พบว่าการประเมินความสามารถด้านความรู้ความคิด และวิชาวิทยาศาสตร์โรงเรียนในเขตการศึกษา 6 มีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ และผลการวิจัยดังกล่าว พบว่า ด้านความรู้ความคิดด้านการพัฒนาอาชีพมีคะแนนต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยทุกวิชา ยกเว้นวิชาภาษาไทยของนักเรียนในเขตการศึกษา 6

ด้านการคิดและการแก้ปัญหานักเรียน ความสามารถ คุณลักษณะ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม นักเรียนในโรงเรียนเขตการศึกษา 6 มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ กองวิจัยทางการศึกษา (กรมวิชาการ 2539 : 87) สรุปปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของนักเรียนและคุณภาพการศึกษา ได้แก่ ตัวผู้บริหาร โดยสรุปว่า ผู้บริหารมีความสามารถในการบริหารไม่เหมาะสม ให้ความสนใจด้านการสอนน้อยกว่างานอื่น ๆ ขาดความเข้าใจหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอน ขาดกระบวนการนิเทศการติดตามประเมินผล ไม่สนใจงานพัฒนาด้านวิชาการและไม่เห็นความสำคัญของการเรียนการสอน

จากการประเมินดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าคุณภาพการศึกษาระดับมัธยมศึกษาของเขตการศึกษา 6 อยู่ในระดับต่ำกว่าเขตการศึกษาอื่น ๆ ทั้งนี้อาจสืบเนื่องมาจากการบริหารงานที่ขาดทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาทักษะทางการบริหารของผู้บริหารดังกล่าว เพื่อนำข้อมูลไปแก้ปัญหาพัฒนาทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้น

แนวคิด(concept) 1. การบริหารงานโรงเรียนมัธยมศึกษา

2. แนวคิดเกี่ยวกับทักษะทางการบริหารงานโรงเรียนมัธยมศึกษา

3. ปัจจัยที่คาดว่าส่งผลต่อทักษะทางการบริหาร


วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาทักษะการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาเขตการศึกษา 6
2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 จำแนกตามขนาดของสถานศึกษา ประสบกาณ์ทางการบริหารและการฝึกอบรมทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา
สมมุติฐาน(assumption) 1. ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่มีประสบการณ์ในการบริหารต่างกัน มีทักษะทางการบริหารแตกต่างกัน
2. ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ผ่านการฝึกอบรมทางการบริหารสถานศึกษาต่างกัน มีทักษะทางการบริหารแตกต่างกัน
3. ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาที่มีขนาดต่างกัน มีทักษะทางการบริหารแตกต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) วิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research)
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกกรมสามัญศึกษาเขตการศึกษา 6 ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ อาจารย์ใหญ่ ครูใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ในปีการศึกษา 2544 จำนวน 139 คน จากโรงเรียน 139 แห่ง
กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกกรมสามัญศึกษาเขตการศึกษา 6 ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ อาจารย์ใหญ่ ครูใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ในปีการศึกษา 2544 จำนวน 127 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ แบ่งได้ดังนี้
1. ขนาดของสถานศึกษา 1) ขนาดเล็ก 2) ขนาดกลาง 3) ขนาดใหญ่
2. ประสบการณ์ในการบริหาร
3. การฝึกอบรมทางการบริหาร
ตัวแปรตาม ได้แก่ ทักษะทางการบริหารของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6
คำนิยาม(defination) ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องแล้วนำมาสรุปเป็นนิยามคำศัพท์เฉพาะดังต่อไปนี้
1. ผู้บริหารสถานศึกษา หมายถึง ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 8
2. สถานศึกษา หมายถึง โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาเขตการศึกษา 6
3. ทักษะทางการบริหาร หมายถึง ความชำนาญการและความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานร่วมกับบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย โดยใช้หลักการ ทฤษฎี และศิลปะต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ ทักษะด้านความรู้และความคิด ทักษะด้านเทคนิคทักษะการศึกษาและการสอน ทักษะด้านมนุษย์ และทักษะด้านความคิดรวบยอด โดยมีองค์ประกอบ
4. ประสบการณ์ในการบริหารงาน หมายถึง ระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดกรมสามัญศึกษาถึงปีการศึกษา 2544
5. การฝึกอบรมด้านการบริหารสถานศึกษา หมายถึง การได้ผ่านการฝึกอบรมทางวิชาการด้านการบริหารการศึกษาจากหน่วยงานของกรมสามัญศึกษา หน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐบาลหรือเอกชน โดยงานวิจัยครั้งนี้ได้จำแนกการอบรมออกเป็นจำนวนครั้ง
เครื่องมือ(tool) เป็นแบบสอบถาม แบ่งเป็น 2 ตอนดังนี้
ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยใช้คำถามแบบเติมคำลงในช่องว่าง
ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามทักษะทางการบริหาร 5 ทักษะ เป็นแบบสอบถามมาตรวัดประมาณค่า 5 ระดับ
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ขอหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัย ถึงผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 เพื่อขอความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม
2. ผู้วิจัยได้ส่งแบบสอบถามพร้อมหนังสือนำและคำชี้แจงการตอบแบบสอบถามให้ผู้บริหารโรงเรียนกลุ่มตัวอย่างด้วยตนเองและทางไปรษณีย์
3. ผู้วิจัยไปขอรับแบบสอบถามคืนด้วยตนเองจำนวนหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้รวบรวมแบสอบถามส่งคืนอีกจำนวนหนึ่งส่งแบบสอบถามจำนวน 127 ฉบับ
4. กรณีที่ไม่ได้รับแบบสอบถามทางไปรษณีย์ หรือแบบสอบถามที่ได้รับทางไปรษณีย์ไม่สมบูรณ์ ผู้วิจัยติดตามไปเก็บรวบรวม และนำแบบสอบถามที่ตอบไม่ครบทุกข้อไปให้ผู้ตอบทำการตอบจนครบทุกข้อ
5. ผู้วิจัยได้รับแบบสอบถามที่กลับคืนมาเป็นจำนวน 122 ฉบับและนำมาวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์(analysis) สถิติที่ใช้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ข้อสรุป(summary) ผลการวิจัยพบว่า
1) ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 มีทักษะทางการบริหาอยู่ในระดับมากทั้ง 5 ทักษะ
2) ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาที่มีขนาดต่างกัน มีทักษะทางการบริหารทั้ง 5 ทักษะไม่แตกต่างกัน
3) ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่มีประสบการณ์ทางการบริหารต่างกัน มีทักษะทางการบริหารทั้ง 5 ทักษะไม่แตกต่างกัน
4) ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ผ่านการฝึกอบรม ทางการบริหารต่างกัน มีทักษะทางการบริหารแตกต่างกันดังนี้
4.1 ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ผ่านการฝึกอบรมทางการบริหาร 1 – 5 ครั้ง กับผู้บริหารที่ผ่านการฝึกอบรมทางการบริหาร 10 ครั้งขึ้นไป มีทักษะทางการบริหารทางด้านความรู้ความคิด (Cognitive Skills) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4.2 ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ผ่านการฝึกอบรมทางการบริหาร 1 – 5 ครั้ง กับผู้บริหารที่ผ่านการฝึกอบรมทางการบริหาร 6 – 10 ครั้ง และ 10 ครั้งขึ้นไป มีทักษะทางการบริหารทางด้านมนุษย์ (Human Skills) และทางด้านความคิดรอบยอด (Conceptual Skills) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. ควรจะศึกษารูปแบบที่เหมาะสม ในการฝึกอบรมเกี่ยวกับทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา
2. ควรศึกษาความสัมพันธ์ของทักษะทางการบริหาร ของผู้บริหารสถานศึกษากับตัวแปรอิสระอื่นๆ เพื่อให้ทราบตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กับทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา
ปี 2546
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved