Details
| ลำดับที่ | 6918 |
|---|---|
| ชื่อผลงานวิจัย | การศึกษาทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 |
| หัวข้อ(Eng) | Administrational Skills of School Administrators Study under Jurisdictation of General Education Department in Educational Region 6. |
| คำสำคัญ(keyword) | ทักษะทางการบริหาร ผู้บริหารสถานศึกษา ปี2545 |
| ชื่อผู้วิจัย | นายจราพร พุฒคำ |
| ชื่อผู้วิจัย(Eng) | Mr. Jaraporn Putkam |
| ตำแหน่ง | ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองม่วงวิทยา อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี |
| การศึกษา | ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏเทพสตรี |
| สถานที่ติดต่อ | 15/1 หมู่ 4 ตำบลตะลุง อำเภอเมืองลพบรี จังหวัดลพบุรี |
| ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) | ทำวิจัยเสร็จปี 2545 |
| ประเภท | วิทยานิพนธ์ สถาบันราชภัฏเทพสตรี |
| สถานที่จัดเก็บผลงาน | สำนักวิทยบริการ สถาบันราชภัฏเทพสตรี |
| ประวัติความเป็นมา(history) | ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในการบริหารและจัดการศึกษาให้บรรลุวัตถุประสงค์เป้าหมายของชาติ ตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภารวมทั้งนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและกรมสามัญศึกษา ซึ่งได้มีนโยบายด้านการบริหารการศึกษามุ่งพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา โดยจัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามหลักการและจุดหมายของหลักสูตรในระดับการศึกษาที่รับผิดชอบโดยให้สนองตอบต่อความต้องการของบุคคลท้องถิ่น ขุมชน และประเทศชาติ ลักษณะดังกล่าวจะส่งผลให้งานของผู้บริหารสถานศึกษาเป็นภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง นพพงษ์ บุญจิตราดุลย์ (2538 : 3) ได้กล่าวว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในการบริหารงานการศึกษาภายในโรงเรียนมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนมากมาย และสอดคล้องกับปรียาพร วงศ์อนุดรโรจน์ (2540 : 33) ได้กล่าวถึง ความสำคัญของผู้บริหารสถานศึกษาว่า “สมรรถภาพของผู้บริหารเป็นดัชนีชี้ความสำเร็จของการบริหาร การที่ผู้บริหารมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของการบริหารสถานศึกษาจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้การจัดการศึกษาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพราะผู้บริหารเป็นเสาหลักที่สำคัญอย่างยิ่งของหน่วยงาน และผู้ใต้บังคับบัญชาตลอดจนผลงานโดยส่วนรวม ดังนั้นคุณภาพและบทบาทของผู้บริหารจึงมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับคุณภาพของสถานศึกษารวมทั้งส่งผลสะท้อนต่อผลงานและวิธีปฏิบัติงานของสถานศึกษา แต่ละแห่งเป็นอันมาก” พระราบบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ยังกำหนดให้มีองค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษามีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ สามารถออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้และกำหนดให้ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (2542 : 27) ดังนั้นผู้บริหารสถานศึกษาที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพผู้บริหารและมีคุณภาพในการบริหารและจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องมีทักษะทางการบริหาร จากการค้นคว้าศึกษาเกี่ยวกับทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา จากเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องของนักการศึกษา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พบว่า ทักษะทางการบริหารตามแนวความคิดของ เดรค และโรว์ (Drake and Roe 1986 : 30) ซึ่งเพิ่มเติมจากแนวความคิดของ แคทซ์ (Kalz 1974 : 90 – 102) ซึ่งประกอบด้วย ทักษะ 5 ทักษะ ได้แก่ ทักษะทางความคิดรวบยอด (Conceptual Skill) ทักษะทางด้านมนุษย์ (Human Skill) ทักษะทางการศึกษาและการสอน (Educational and Instructional Skill) ทักษะทางด้านเทคนิค (Technical Skill) และทักษะทางด้านความรู้ความคิด (Cognitive Skill) ซึ่งเป็นทักษะที่เกี่ยวกับทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษามากที่สุด ผู้วิจัยจึงนำแนวคิดดังกล่าวมาเป็นกรอบในการศึกษาวิจัย ปัจจุบันคุณภาพการศึกษาอันเนื่องมาจากการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา บางส่วนยังมีคุณภาพไม่เป็นที่พอใจ ดังการวิจัยของกองวิจัยทางการศึกษา (กรมวิชาการ 2539 : 83 – 88) ได้ตรวจสอบคุณภาพการศึกษาจากโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติทั่วประเทศ 75 จังหวัด สังกัดกรมสามัญศึกษา 63 จังหวัด และเทศบาลใน 12 จังหวัด พบว่าการประเมินความสามารถด้านความรู้ความคิด และวิชาวิทยาศาสตร์โรงเรียนในเขตการศึกษา 6 มีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ และผลการวิจัยดังกล่าว พบว่า ด้านความรู้ความคิดด้านการพัฒนาอาชีพมีคะแนนต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยทุกวิชา ยกเว้นวิชาภาษาไทยของนักเรียนในเขตการศึกษา 6 ด้านการคิดและการแก้ปัญหานักเรียน ความสามารถ คุณลักษณะ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม นักเรียนในโรงเรียนเขตการศึกษา 6 มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ กองวิจัยทางการศึกษา (กรมวิชาการ 2539 : 87) สรุปปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของนักเรียนและคุณภาพการศึกษา ได้แก่ ตัวผู้บริหาร โดยสรุปว่า ผู้บริหารมีความสามารถในการบริหารไม่เหมาะสม ให้ความสนใจด้านการสอนน้อยกว่างานอื่น ๆ ขาดความเข้าใจหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอน ขาดกระบวนการนิเทศการติดตามประเมินผล ไม่สนใจงานพัฒนาด้านวิชาการและไม่เห็นความสำคัญของการเรียนการสอน จากการประเมินดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าคุณภาพการศึกษาระดับมัธยมศึกษาของเขตการศึกษา 6 อยู่ในระดับต่ำกว่าเขตการศึกษาอื่น ๆ ทั้งนี้อาจสืบเนื่องมาจากการบริหารงานที่ขาดทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาทักษะทางการบริหารของผู้บริหารดังกล่าว เพื่อนำข้อมูลไปแก้ปัญหาพัฒนาทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้น |
| แนวคิด(concept) | 1. การบริหารงานโรงเรียนมัธยมศึกษา 2. แนวคิดเกี่ยวกับทักษะทางการบริหารงานโรงเรียนมัธยมศึกษา 3. ปัจจัยที่คาดว่าส่งผลต่อทักษะทางการบริหาร |
| วัตถุประสงค์(objective) | 1. เพื่อศึกษาทักษะการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาเขตการศึกษา 6 2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 จำแนกตามขนาดของสถานศึกษา ประสบกาณ์ทางการบริหารและการฝึกอบรมทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา |
| สมมุติฐาน(assumption) | 1. ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่มีประสบการณ์ในการบริหารต่างกัน มีทักษะทางการบริหารแตกต่างกัน 2. ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ผ่านการฝึกอบรมทางการบริหารสถานศึกษาต่างกัน มีทักษะทางการบริหารแตกต่างกัน 3. ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาที่มีขนาดต่างกัน มีทักษะทางการบริหารแตกต่างกัน |
| แนวทางการปฏิบัติ(regulation) | วิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) |
| กลุ่มตัวอย่าง(sample) | ประชากร ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกกรมสามัญศึกษาเขตการศึกษา 6 ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ อาจารย์ใหญ่ ครูใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ในปีการศึกษา 2544 จำนวน 139 คน จากโรงเรียน 139 แห่ง กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกกรมสามัญศึกษาเขตการศึกษา 6 ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ อาจารย์ใหญ่ ครูใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ในปีการศึกษา 2544 จำนวน 127 คน |
| ตัวแปร(variable) | ตัวแปรอิสระ แบ่งได้ดังนี้ 1. ขนาดของสถานศึกษา 1) ขนาดเล็ก 2) ขนาดกลาง 3) ขนาดใหญ่ 2. ประสบการณ์ในการบริหาร 3. การฝึกอบรมทางการบริหาร ตัวแปรตาม ได้แก่ ทักษะทางการบริหารของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 |
| คำนิยาม(defination) | ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องแล้วนำมาสรุปเป็นนิยามคำศัพท์เฉพาะดังต่อไปนี้ 1. ผู้บริหารสถานศึกษา หมายถึง ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 8 2. สถานศึกษา หมายถึง โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาเขตการศึกษา 6 3. ทักษะทางการบริหาร หมายถึง ความชำนาญการและความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานร่วมกับบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย โดยใช้หลักการ ทฤษฎี และศิลปะต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ ทักษะด้านความรู้และความคิด ทักษะด้านเทคนิคทักษะการศึกษาและการสอน ทักษะด้านมนุษย์ และทักษะด้านความคิดรวบยอด โดยมีองค์ประกอบ 4. ประสบการณ์ในการบริหารงาน หมายถึง ระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดกรมสามัญศึกษาถึงปีการศึกษา 2544 5. การฝึกอบรมด้านการบริหารสถานศึกษา หมายถึง การได้ผ่านการฝึกอบรมทางวิชาการด้านการบริหารการศึกษาจากหน่วยงานของกรมสามัญศึกษา หน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐบาลหรือเอกชน โดยงานวิจัยครั้งนี้ได้จำแนกการอบรมออกเป็นจำนวนครั้ง |
| เครื่องมือ(tool) | เป็นแบบสอบถาม แบ่งเป็น 2 ตอนดังนี้ ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยใช้คำถามแบบเติมคำลงในช่องว่าง ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามทักษะทางการบริหาร 5 ทักษะ เป็นแบบสอบถามมาตรวัดประมาณค่า 5 ระดับ |
| การรวบรวมข้อมูล(gathering) | 1. ขอหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัย ถึงผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 เพื่อขอความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม 2. ผู้วิจัยได้ส่งแบบสอบถามพร้อมหนังสือนำและคำชี้แจงการตอบแบบสอบถามให้ผู้บริหารโรงเรียนกลุ่มตัวอย่างด้วยตนเองและทางไปรษณีย์ 3. ผู้วิจัยไปขอรับแบบสอบถามคืนด้วยตนเองจำนวนหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้รวบรวมแบสอบถามส่งคืนอีกจำนวนหนึ่งส่งแบบสอบถามจำนวน 127 ฉบับ 4. กรณีที่ไม่ได้รับแบบสอบถามทางไปรษณีย์ หรือแบบสอบถามที่ได้รับทางไปรษณีย์ไม่สมบูรณ์ ผู้วิจัยติดตามไปเก็บรวบรวม และนำแบบสอบถามที่ตอบไม่ครบทุกข้อไปให้ผู้ตอบทำการตอบจนครบทุกข้อ 5. ผู้วิจัยได้รับแบบสอบถามที่กลับคืนมาเป็นจำนวน 122 ฉบับและนำมาวิเคราะห์ข้อมูล |
| การวิเคราะห์(analysis) | สถิติที่ใช้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน |
| ข้อสรุป(summary) | ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 มีทักษะทางการบริหาอยู่ในระดับมากทั้ง 5 ทักษะ 2) ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาที่มีขนาดต่างกัน มีทักษะทางการบริหารทั้ง 5 ทักษะไม่แตกต่างกัน 3) ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่มีประสบการณ์ทางการบริหารต่างกัน มีทักษะทางการบริหารทั้ง 5 ทักษะไม่แตกต่างกัน 4) ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ผ่านการฝึกอบรม ทางการบริหารต่างกัน มีทักษะทางการบริหารแตกต่างกันดังนี้ 4.1 ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ผ่านการฝึกอบรมทางการบริหาร 1 – 5 ครั้ง กับผู้บริหารที่ผ่านการฝึกอบรมทางการบริหาร 10 ครั้งขึ้นไป มีทักษะทางการบริหารทางด้านความรู้ความคิด (Cognitive Skills) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4.2 ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 ที่ผ่านการฝึกอบรมทางการบริหาร 1 – 5 ครั้ง กับผู้บริหารที่ผ่านการฝึกอบรมทางการบริหาร 6 – 10 ครั้ง และ 10 ครั้งขึ้นไป มีทักษะทางการบริหารทางด้านมนุษย์ (Human Skills) และทางด้านความคิดรอบยอด (Conceptual Skills) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 |
| ข้อเสนอแนะ(suggestion) | 1. ควรจะศึกษารูปแบบที่เหมาะสม ในการฝึกอบรมเกี่ยวกับทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา 2. ควรศึกษาความสัมพันธ์ของทักษะทางการบริหาร ของผู้บริหารสถานศึกษากับตัวแปรอิสระอื่นๆ เพื่อให้ทราบตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กับทักษะทางการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา |
| ปี | 2546 |