Current Record: สัมฤทธิ์ ใจดี

สัมฤทธิ์ ใจดี

1. นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงมีะจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมโดยรวมและแต่ละด้านอยู่ในระดับดี
2. นักศึกษาที่มีเพศต่างกันมีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านกิจกรรมวิชาการ ด้านกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ ด้านกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ด้านกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
3. นักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยสะสมต่างกันมีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านกิจกรรมวิชาการ ด้านกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ ด้านกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ด้านกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. นักศึกษาที่อยู่ชั้นปีแตกต่างกันมีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านกิจกรรมวิชาการ ด้านกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ ด้านกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ด้านกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
5. นักศึกษาที่อยู่คณะแตกต่างกันมีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านกิจกรรมวิชาการ ด้านกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ ด้านกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ด้านกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
6. นักศึกษาที่มีค่าใช้จ่ายในการมาเรียนต่างกันมีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านกิจกรรมวิชาการ ด้านกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ ด้านกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ด้านกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 5270
ชื่อผลงานวิจัย การศึกษาเจตคติของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา
หัวข้อ(Eng) A Study of Ramkhamhaeng University Student’s Attitudes Towards Student Activities Participation
คำสำคัญ(keyword) เจตคติต่อกิจกรรมนักศึกษา กิจกรรมนักศึกษา ปี2544
ชื่อผู้วิจัย สัมฤทธิ์ ใจดี
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Sumrit Jaidee
ตำแหน่ง ผู้จัดการโรงงาน
การศึกษา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการวัดและประเมินผลการศึกษา
สถานศึกษา บริษัทรุ่งจรูญแอนด์ซันส์ จำกัด
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2544
ประเภท วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ประวัติความเป็นมา(history) มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้จัดกิจกรรมทั้งในหลักสูตรและนอกหลักสูตรอย่างหลากหลาย เพื่อให้นักศึกษาได้แสดงความสามารถของตนเอง และพัฒนาให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพด้านความรู้ความสามารถทางวิชาชีพ ด้านอารมณ์ สังคม และจิตใจ การส่งเสริมให้นักศึกษาได้เข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาจึงมีความจำเป็นต้องควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาให้เป็นผู้ที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นที่ยอมรับทั่วไปว่ากิจกรรมนักศึกษามีความสำคัญต่อการพัฒนานักศึกษาแต่ก็ยังมีผู้บริหาร อาจารย์และนักศึกษาจำนวนมากไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องกิจกรรมนักศึกษา ดังจะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันนั้นกิจกรรมนักศึกษาค่อนข้างซบเซา นักศึกษาไม่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สาเหตุเนื่องมาจากสภาพสังคมมุ่งเน้นการแข่งขัน การเอาตัวรอด สนใจแต่วิชาการ วิชาชีพเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้นักศึกษายังขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการร่วมกิจกรรม (ทบวงมหาวิทยาลัย 2538 อ้างถึงใน กรกช อัตตวิริยะนุภาพ 2540, 3) ทำให้กลุ่มนักศึกษาที่ทำกิจกรรมมีจำนวนน้อยละ ซึ่งสาเหตุ่าจะเป็นเพราะกิจกรรมนักศึกษานั้นเป็นสิ่งที่ไม่บังคับให้เข้าร่วม นักศึกษาสามารถที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ได้หลายลักษณะ และการเลือกทำกิจกรรมรวมทั้งการอุทิศแรงกาย แรงใจในการทำกิจกรรมแต่ละประเภทนั้นขึ้นอยู่กับความสมัครใจของนิสิตนักศึกษาแต่ละคนเอง

ดังนั้น การส่งเสริมให้นักศึกษาเช้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ นอกหลักสูตรจึงมีความสำคัญยิ่ง เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสเสริมทักษะต่าง ๆ เช่น การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น การเข้าสังคม มีความรู้ในวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม เพื่อปฏิบัติตนในสังคมได้อย่างถูกต้อง รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น มีความรับผิดชอบ มีบุคลิกภาพเหมาะสม รู้บทบาทของการเป็นผู้นำ และรู้จักการเป็นผู้ตามที่ดี (สำเนาว์ ขจรศิลป์ 2527, 12) ซึ่งทักษะเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์ และมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น

จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง และปัจจัยที่เกี่ยวข้องจะเห็นว่าไม่ได้รับความร่วมมือจากนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้น ทำให้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ทั้งที่กิจกรรมนั้นเป็นประโยชน์ต่อตัวนักศึกษาเอง เช่น สามารถช่วยให้นักศึกษาได้มีโอกาสใช้พลังกาย พลังความคิด และช่วยให้นักศึกษาได้ค้นหาอาชีพ งานอดิเรก ทำประโยชน์ต่อสังคม ทำให้นักศึกษาเห็นคุณค่าของตนเอง เกิดความรู้สึกที่ต่อตนเอง และสังคม ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาเจตคติของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา เพื่อนำผลทีได้ไปใช้ปรับปรุงการดำเนินงานกิจกรรมนักศึกษาให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง

แนวคิด(concept) 1. ความหมายของเจตคติ

2. องค์ประกอบของเจตคติ

3. การเกิดเจตคติ

4. มิติของเจตคติ

5. ความหมายของกิจกรรมนักศึกษา

6. ความสำคัญของกิจกรรมนักศึกษา

7. วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนักศึกษา

8. ประเภทและลักษณะของกิจกรรมนักศึกษา

9. ความต้องการเกี่ยวกับการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรามคำแหง
2. เพื่อเปรียบเทียบเจตคติของนักศึกษาในระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา จำแนกตามตัวแปร เพศ เกรดเฉลี่ยสะสม จำนวนปีที่ศึกษา คณะที่ศึกษา ค่าใช้จ่ายในการมาเรียนของนักศึกษา
สมมุติฐาน(assumption) 1. นักศึกษาที่มีเพศต่างกัน มีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาแตกต่างกัน
2. นักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยสะสมต่างกัน มีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาแตกต่างกัน
3. นักศึกษาที่มีจำนวนปีการศึกษาต่างกัน มีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาแตกต่างกัน
4. นักศึกษาที่เข้าศึกษาในคณะต่างกัน มีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาแตกต่างกัน
5. นักศึกษาที่มีค่าใช้จ่ายในการมาเรียนต่างกัน มีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาแตกต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงสำรวจ
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปีการศึกษา 2543 จำนวน 420,195 คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ผู้วิจัยกำหนดกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปีการศึกษา 2543 โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบช่วงชั้น (Stratified Random Sampling) จำแนกตามสัดส่วนของแต่ละคณะ จำนวน 625 คน ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และระดับความคลาดเคลื่อน 4% จากตาราง Yamane
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ คือ เพศ เกรดเฉลี่ยสะสม จำนวนปีที่ศึกษา คณะที่ศึกษา และค่าใช้จ่ายในการมาเรียน
ตัวแปรตาม คือ เจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา4 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านกีฬาและนันทนาการ ด้านบำเพ็ญประโยชน์ และด้านศิลปวัฒนธรรมและศาสนา
คำนิยาม(defination) เจตคติต่อกิจกรรมนักศึกษา หมายถึง ความรู้สึกของนักศึกษาที่มีต่อกิจกรรมนักศึกษา ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้นักศึกษามีความโน้มเอียงที่จะเข้าร่วมหรือหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา ซึ่งสามารถวัดได้โดยแบบวัดเจตคติที่มีต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา
กิจกรรมนักศึกษา หมายถึง กิจกรรมที่นักศึกษาจัดขึ้น มีลักษณะเสริมหลักสูตร ทั้งภายในและภายนอกสถาบัน โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะส่งเสริมและพัฒนานักศึกษา ในด้านสติปัญญา บุคลิกภาพ ทัศนคติ และการมีส่วนร่วมในสังคม ซึ่งกิจกรรมนักศึกษาแบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ
1. กิจกรรมวิชาการ หมายถึง กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมประสบการณ์ด้านวิชาการนอกเหนือจากการเรียนรู้ในชั้นเรียน เช่น การจัดนิทรรศการ การสาธิต การจัดอภิปราย เป็นต้น
2. กิจกรรมกีฬาและนันทนาการ หมายถึง กิจกรรมเพื่อการออกกำลังกาย การแข่งขัน การพักผ่อน และนันทนาการ ซึ่งจัดภายในสถาบันและระหว่างสถาบัน
3. กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ หมายถึง กิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร่วมมือช่วยเหลือ ประสานงานระหว่างนักศึกษาและท้องถิ่นในการพัฒนาท้องถิ่น การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
4. กิจกรรมศิลปวัฒนธรรมและศาสนา หมายถึง กิจกรรมที่แสดงถึงการฟื้นฟู และธำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของชาติ เช่น การไหว้ครู การจัดงานประเพณีเกี่ยวกับวันสำคัญ และอื่น ๆ
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามวัดเจตคติที่มีต่อการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 เป็นคำถามเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัวของนักศึกษา ได้แก่ เพศ เกรดเฉลี่ยสะสม จำนวนปีที่ศึกษา คณะที่ศึกษา ค่าใช้จ่ายในการมาเรียนของนักศึกษา
ตอนที่ 2 เป็นคำถามเกี่ยวกับเจตคติของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา จำนวน 60 ข้อ จำแนกเป็น 4 ด้าน คือ ด้านกิจกรรมวิชาการ ด้านกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ ด้านกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ และด้านกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมและศาสนา มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า 5 ระดับ ได้แก่ เห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็นด้วย ไม่แน่ใจ/เฉย ๆ ไม่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยแจกแบบสอบถามไปยังกลุ่มตัวอย่าง โดยจำแนกตามคณะพร้อมทั้งสอบถามถึงจำนวนปีที่ศึกษาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความครอบคลุม และเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง จำนวนแบบสอบถามที่แจกไปทั้งหมด 750 ฉบับ ได้รับกลับคืนมาจำนวน 700 ฉบับ แล้วนำมาคัดเลือกเฉพาะแบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์ จำนวน 626 ฉบับ
การวิเคราะห์(analysis) การวิเคราะห์ข้อมูลในครั้งนี้ใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS/PC โดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระหว่าง 2 กลุ่มใช้การทดสอบที (t – test) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระหว่าง 3 กลุ่มขึ้นไปใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และเมื่อพบความแตกต่างระหว่างกลุ่มจึงเปรียบเทียบรายคู่ด้วยวิธีการของ Scheffé
ข้อสรุป(summary) 1. นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงมีะจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมโดยรวมและแต่ละด้านอยู่ในระดับดี
2. นักศึกษาที่มีเพศต่างกันมีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านกิจกรรมวิชาการ ด้านกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ ด้านกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ด้านกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
3. นักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยสะสมต่างกันมีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านกิจกรรมวิชาการ ด้านกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ ด้านกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ด้านกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. นักศึกษาที่อยู่ชั้นปีแตกต่างกันมีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านกิจกรรมวิชาการ ด้านกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ ด้านกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ด้านกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
5. นักศึกษาที่อยู่คณะแตกต่างกันมีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านกิจกรรมวิชาการ ด้านกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ ด้านกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ด้านกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
6. นักศึกษาที่มีค่าใช้จ่ายในการมาเรียนต่างกันมีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านกิจกรรมวิชาการ ด้านกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ ด้านกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ด้านกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะทั่วไป
1. มหาวิทยาลัยควรจัดกิจกรรมนักศึกษาที่มีความแปลใหม่ ที่นักศึกษามีความสนใจ
2. จากการวิจัยพบว่านักศึกษามีเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านบำเพ็ญประโยชน์อยู่ในระดับมาก มหาวิทยาลัยจึงควรให้การสนับสนุนกิจกรรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเพิ่มมากขึ้น
ข้อเสนอแนะสำหรับทำวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการเปรียบเทียบเจตคติต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาระหว่างผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรม และไม่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่
2. ควรจะศึกษาประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์กรนักศึกษาว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด
ปี 2544
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved