Current Record: นายฉลุวิทย์ ดีวงศ์

นายฉลุวิทย์ ดีวงศ์

1. กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 41 – 50 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพรับราชการ มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท อาศัยอยู่ในชุมชน 31 – 45 ปี เป็นคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานส่วนใหญ่เป็นสมาชิกกลุ่มทางสังคม เช่น กลุ่มสหกรณ์การเกษตร กลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์และกรรมการวัด เป็นต้น
2. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง
3. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความเชื่อถือศรัทธาในคุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษาในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
4. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการบริหารงานทั่วไป ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านวิชาการและด้านงบประมาณ
5. ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ระดับการศึกษา การประกอบอาชีพ ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในชุมชน ตำแหน่งในคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและความเชื่อถือศรัทธาในคุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษา ส่วนปัจจัยที่ไม่มีผลต่อการมีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ อายุ รายได้และการเป็นหรือไม่เป็นสมาชิกกลุ่มทางสังคม

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 4550
ชื่อผลงานวิจัย การมีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดมุกดาหาร
หัวข้อ(Eng) Participatory in School – based Management of Basic Education Committee in the Secondary Schools under the Jurisdiction of the Department of General Education in Mukdahan Province
คำสำคัญ(keyword) การมีส่วนร่วม การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี2545
ชื่อผู้วิจัย นายฉลุวิทย์ ดีวงศ์
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr. Chaluwit Deewong
การศึกษา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
สถานศึกษา โรงเรียนเทคโนโลยีมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2545
ประเภท ภาคนิพนธ์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
สถานที่จัดเก็บผลงาน ห้องสมุด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ถนนสุโขทัย เขตดุสิต ก.ท.ม. 10300
ประวัติความเป็นมา(history) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวดที่ 5 มาตรา 39 และ 40 ว่าด้วยเรื่องการบริหารและจัดการศึกษา กำหนดให้กระจายอำนาจการบริหารและจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคลและการบริหารงานทั่วไปไปยังสถานศึกษาโดยตรง โดยมีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาแต่ละแห่งทำหน้าที่กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของสถานศึกษา ฉะนั้นรูปแบบการบริหารงานจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยนำการบริหารแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School – Based Management) มาดำเนินการบนพื้นฐานความเชื่อว่าการปรับเปลี่ยนจะมีพลังผลักดันเพียงพอที่จะทำให้ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนสูงขึ้นบรรลุผลตามมาตรฐานการศึกษาชาติ ที่มีความท้าทายและก้าวทันในระดับอารยะประเทศ สถานศึกษาจะต้องมีโอกาสในการตัดสินใจ การใช้ทรัพยากรเพื่อการแก้ปัญหาและการจัดกิจกรรมทางการศึกษาให้เป็นไปตามความจำเป็นของสถานศึกษาเอง การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปรับปรุงคุณภาพการดำเนินงานของสถานศึกษา โดยอยู่บนพื้นฐานการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วมของบุคลากรภายในสถานศึกษาอย่างทั่วถึง รวมทั้งบิดา มารดา ผู้ปกครอง และชุมชนในการบริหารกสถานศึกษา

จากเจตนารมย์ของพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ. 2542 ดังกล่าว ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2544 กรมสามัญศึกษาจึงได้ประกาศยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษา 10 ยุทธศาสตร์และมี 3 ยุทธศาสตร์ โรงเรียนในสังกัดกรมสามัญศึกาาต้องดำเนินการจัดการการศึกษาในลักาณะองค์รวม (Holistic) คือยุทธศาสตร์ที่ 2 การปฏิรูปการเรียนรู้ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การประกันคุณภาพการศึกษาและยุทธศาสตร์ที่ 5 การสร้างเสริมความแข็งแกร่งเพื่อรองรับการกระจายอำนาจ ซึ่งในการสร้างเสริมความแข็งแกร่งเพื่อรองรับการกระจายอำนาจนี้มุ่งเน้นที่สหวิทยาเขตและสถานศึกษา โดยกรมสามัญศึกษาจะจัดทำแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้โรงเรียนในการรองรับการกระจายอำนาจทางการศึกษาและในการดำเนินการทั้ง 3 ยุทธศาสตร์นี้ กรมสามัญศึกษาได้สนับสนุนด้านงบประมาณผ่านหน่วยศึกษานิเทศก์ไปยังสหวิทยาเขตเพื่อให้ทุกโรงเรียนในสหวิทยาเขตได้พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน เพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยการพัฒนามาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษาและพัฒนาระบบการบริหารและการจัดการที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน โดยการบูรณาการทั้ง 3 ยุทธศาสตร์ โดยใช้หลักการกระจายอำนาจ (Power) ความรู้และทักษะ (Knowledge and Skill) สารสนเทศ (Information) และการสร้างแรงจูงใจ (Reward) ที่เปิดโอกาสให้เขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง ชุมชน และนักเรียนเข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจ (Decision – Making) ความร่วมมือ (Collaboration) และความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ (Responsibility and Accountability)

อย่างไรก็ตามปัญหาสำคัญของโรงเรียนในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ทั้ง 3 ของกรมสามัญศึกษาโดยเฉพาะในเรื่องการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School – Based Management : S B M) คือปัญหาในเรื่องความรู้ ความเข้าใจตลอดจนแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานที่โรงเรียนต้องดำเนินการบริหารจัดการศึกษาด้วยตนเอง ด้วยเหตุผลและความต้องการจำเป็นดังกล่าว กรมสามัญศึกษาจึงมอบหมายให้กองการมัธยมศึกษา ซึ่งดูแลงานสหวิทยาเขตเป็นฝ่ายดำเนินการจัดทำเอกสารแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานร่วมกับกองการเจ้าหน้าที่ ซึ่งกำลังทำเรื่องการมอบอำนาจให้โรงเรียน และหน่วยศึกษานิเทศก์ที่ดูแลเรื่องการเรียนรู้และการประกันคุณภาพการศึกษา จึงเกิดเป็นโครงการนำร่องการบริหารและจัดการศึกษาของสถานศึกษา ในรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานและภาระงานที่สำคัญเร่งด่วนคือการจัดทำเอกสารแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานให้โรงเรียนได้ใช้เป็นแนวทางการบริหาร และการจัดการศึกษาของตนเอง ให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียนเป็นสำคัญ (กองการมัธยมศึกษา กรมสามัญศึกษา , 2544 : 2 – 3)

ในการสร้างความเข้าใจเรื่องการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานนั้น บุคคลที่หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษคือคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากคณะกรรมการจะต้องมีความเข้าใจในบทบาท หน้าที่และการปฏิบัติงานของตนเองเป็นอย่างดี จึงจะทำให้การดำเนินการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานประสบผลสำเร็จ การดำเนินงานในรูปคณะกรรมการสถานศึกษาเท่าที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่ามีปัญหาหลายประการ อาทิเช่น คณะกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนของชุมชนปฏิบัติงานในหน้าที่ตามบทบาทของตนไม่มากเท่าที่ควร ซึ่งเป็นเพราะคณะกรรมการส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจบทบาท หน้าที่ของตน (ประกอบ คุณารักษ์ และคนอื่น ๆ , 2531 : 42) กรรมการก้าวก่ายในหน้าที่ของโรงเรียนมากเกิดไป เกิดความขัดแย้งระหว่างครูกับผู้ปกครองในเรื่องการเรียนการสอนและการปกครองนักเรียน ทำให้เกิดปัญหาการบริหารงานความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ทั้งบ้านและโรงเรียนมองไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องติดต่อเกี่ยวข้องกัน โรงเรียนขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดีทำให้ประชาชนไม่ทราบความเคลื่อนไหวของโรงเรียนและไม่เกิดความรู้สึกว่าเป็นเป็นเจ้าของร่วมกับชุมชน (ประไพ สุนทรมัจฉะ , 2536 : 12 – 13) นอกจากนั้นกรรมการสถานศึกษาบางท่านฐานะยากจนไม่สามารถอุทิศเวลาให้แก่โรงเรียนได้ กรรมการไม่มีเวลาร่วมกิจกรรมของโรงเรียนเพราะมุ่งประกอบอาชีพกรรมการสถานศึกษาคิดว่าการบริหารการศึกษาเป็นหน้าที่ของผู้บริหารโรงเรียนเท่านั้น ไม่ต้องการเข้าไปแทรกแซงการบริหารกิจการภายในโรงเรียน คิดว่าตำแหน่งกรรมการสถานศึกษา ไม่เอื้ออำนวยต่อการแสวงหาผลประโยชน์ได้ เหมือนตำแหน่งทางการเมืองอื่น ๆ จึงไม่ให้ความสนใจ เป็นกรรมการโดยภาวะจำยอมเพราะถูกเชิญหรือโรงเรียนขอร้องให้เป็น (สำราญ หาญประเสริฐ , 2544 : 108) ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานในสถานศึกษาตลอดมา
สำหรับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหารนั้น พบว่า จังหวัดมุกดาหารได้แบ่งโรงเรียนมัธยมศึกษา ซึ่งมี 31 โรงเรียน เป็น 7 สหวิทยาเขต แต่ละโรงเรียนได้แต่งตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเรียบร้อยแล้ว โดยมีสำนักงานสามัญศึกษาจังหวัด ทำหน้าที่ดูแลสนับสนุนและส่งเสริมการปฏิบัติงานของโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัด สร้างความรู้ความเข้าใจแก่โรงเรียนในเรื่องการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน เสริมสร้างความแข็งแร่งของโรงเรียนตามแนวยุทธศาสตร์ที่ 5 ของกรมสามัญศึกษา สำนักงานสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหาร ได้จัดประชุมสัมมนาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหารทุกคน จำนวน 388 คน เพื่อสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ แนวทางในการดำเนินงานและให้แต่ละโรงเรียน แต่ละสหวิทยาเขตนำไปปฏิบัติ
อนึ่ง เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบริหารแบบดั้งเดิมยังคงมีอยู่มาก การที่โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหารได้ปรับเปลี่ยนการบริหารใหม่ มาใช้การบริหารในรูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ซึ่งจะต้องเน้นเรื่องการกระจายอำนาจและให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติการ ร่วมในผลประโยชน์ และร่วมในการประเมินผลในด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไปของโรงเรียน ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาว่าการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหารจะเป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

แนวคิด(concept) 1. การมีส่วนร่วม

2. การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน

3. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหาร
2. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหาร
3. เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหาร
สมมุติฐาน(assumption) 1. กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีอายุแตกต่างกัน มีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานแตกต่างกัน
2. กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานแตกต่างกัน
3. กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีอาชีพแตกต่างกัน มีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานแตกต่างกัน
4. กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีรายได้แตกต่างกัน มีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานแตกต่างกัน
5. กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในชุมชนแตกต่างกัน มีส่วนร่วมบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานแตกต่างกัน
6. กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีตำแหน่งในคณะกรรมการแตกต่างกัน มีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานแตกต่างกัน
7. กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นหรือไม่เป็นสมาชิกกลุ่มทางสังคมแตกต่างกัน มีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานแตกต่างกัน
8. กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานแตกต่างกัน มีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานแตกต่างกัน
9. กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีความเชื่อถือศรัทธาในคุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษา แตกต่างกัน มีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานแตกต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงสำรวจ
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหาร ปีการศึกษา 2544 จำนวน 31 โรงเรียน จำนวนประชากร 388 คน กำหนดเป็นกลุ่มตัวอย่างโดยเปรียบเทียบจากตารางของ Krejcie and Morgan ได้กลุ่มตัวอย่าง 193 คน แล้วทำการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) ตามตัวแปรตำแหน่งกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วสุ่มอย่างง่ายโดยวิธีการจับฉลาก
คำนิยาม(defination) การมีส่วนร่วม หมายถึง การให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีส่วนร่วมกำหนดเป้าหมาย การตัดสินใจ การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตามเป้าหมายตลอดจนการติดตามประเมินผลและปรับปรุง การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน หมายถึง การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษา 4 ด้าน คือ 1. ด้านวิชาการ คือมีส่วนร่วมกำหนดมาตรฐานและแนวทางพัฒนางานวิชาการของสถานศึกษา ตรวจสอบการเตรียมการสอน การเขียนแผนการสอน การวัดผล ประเมินผลของครู การนิเทศและประเมินผลการสอน รวมทั้งจัดทำเอกสารเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารวิชาการของสถานศึกษา
2. ด้านงบประมาณ คือมีส่วนร่วมจัดทำแผนการใช้เงินของสถานศึกษา จัดหาเงิน จัดซื้อ จัดจ้าง วัสดุ ครุภัณฑ์ ติดตามการใช้งบประมาณและจัดทำรายงานผลการใช้เงินของสถานศึกษา 3. ด้านการบริหารงานบุคคล คือมีส่วนร่วมคัดเลือกบุคลากรในการสอนรายวิชาและระดับชั้นที่ เหมาะสม วางแผนพัฒนาและติดตามแก้ไขการปฏิบัติงาน สนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากร จัดสวัสดิการ สร้างขวัญและกำลังใจ รวมทั้งเผยแพร่เกียรติประวัติที่ดีของบุคลากร
4. ด้านบริหารทั่วไป คือมีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย แผนงาน โครงการของสถานศึกษา วางแผน การใช้อาคาร สถานที่ จัดแหล่งการเรียนรู้ จัดกิจกรรมวันสำคัญและกิจกรรมเพื่อพัฒนาอาชีพ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ผลงานของสถานศึกษา
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง บุคคลที่ทางโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหารดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการ โดยมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2543
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น แบ่งออกเป็น 5ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 ปัจจัยด้านบุคคล ประกอบด้วยคำถามจำนวน 8 ข้อ เป็นแบบตรวจสอบรายการ ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในชุมชน ตำแหน่งในคณะกรรมการ และการเป็นสมาชิกกลุ่มทางสังคม
ส่วนที่ 2 ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ลักษณะคำถามเป็นแบบปลายปิดให้เลือกตอบ ประกอบด้วยคำถาม 16 ข้อ
ส่วนที่ 3 ความเชื่อถือศรัทธาในคุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษา ลักษณะคำถามเป็นแบบปลายปิด มาตราส่วนประมาณค่า 4 ระดับ ได้แก่ มาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และน้อย ประกอบด้วยคำถาม 11 ข้อ
ส่วนที่ 4 ระดับการมีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหาร ใน 4 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านบริหารทั่วไป ลักษณะคำถามเป็นแบบปลายปิด มาตราส่วนประมาณค่า 4 ระดับ ได้แก่ ร่วมมาก ร่วมค่อนข้างมาก ร่วมค่อนข้างน้อย และร่วมน้อย ประกอบด้วยคำถาม 20 ข้อ
ส่วนที่ 5 เป็นคำถามเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะของการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหาร เป็นคำถามแบบปลายเปิด
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ผู้วิจัยนำหนังสือขอความร่วมมือจากผู้อำนวยการสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหาร ไปยังผู้บริหารสถานศึกษา ในโรงเรียนมัธยมศึกษา 31 โรงเรียน ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล
2. ผู้วิจัยเก็บรวบรวมแบบสอบถามจากโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างด้วยตัวเอง
3. ส่งแบบสอบถามจำนวน 193 ชุด ได้รับคืน 193 ชุด คิดเป็นร้อยละ 100
การวิเคราะห์(analysis) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป เพื่อหาค่าสถิติดังนี้
1. สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) เป็นการพรรณนาให้เห็นคุณลักษณะของกลุ่มตัวอย่างที่ได้ทำการศึกษาโโยวิธีแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
2. สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) ได้นำมาใช้ในการหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม ทดสอบสมมติฐานโดยใช้สถิติที และสถิติเอฟ (t-test , F-test)
ข้อสรุป(summary) 1. กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 41 – 50 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพรับราชการ มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท อาศัยอยู่ในชุมชน 31 – 45 ปี เป็นคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานส่วนใหญ่เป็นสมาชิกกลุ่มทางสังคม เช่น กลุ่มสหกรณ์การเกษตร กลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์และกรรมการวัด เป็นต้น
2. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง
3. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความเชื่อถือศรัทธาในคุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษาในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
4. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการบริหารงานทั่วไป ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านวิชาการและด้านงบประมาณ
5. ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ระดับการศึกษา การประกอบอาชีพ ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในชุมชน ตำแหน่งในคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและความเชื่อถือศรัทธาในคุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษา ส่วนปัจจัยที่ไม่มีผลต่อการมีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ อายุ รายได้และการเป็นหรือไม่เป็นสมาชิกกลุ่มทางสังคม
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะสำหรับทำวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรศึกษาการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหาร ตามตัวแปรขนาดหรือที่ตั้งของสถานศึกษา
2. ควรศึกษาถึงอุปสรรคและปัญหาในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งที่เป็นปัญหาของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและที่เป็นปัญหาของข้าราชการครูในดรงเรียน
3. ควรศึกษาบทบาทและพฤติกรรมของผู้บริหารโรงเรียนที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานตามความต้องการของกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และความคิดเห็นของชุมชน
4. ควรศึกษาขอบเขตอำนาจหน้าที่จัดการศึกษาของกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ควรจะเป็น เพื่อใช้เป็นแนวทางกำหนดระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนต่อไป
5. ควรศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหาร ตามทัศนะของข้าราชการครูสายผู้สอนและผู้บริหารโรงเรียน
6. ควรศึกษาการมีส่วนร่วมบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีจากตัวแทนชุมชน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดมุกดาหาร
ปี 2545
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved