Current Record: นายณรงค์ฤทธิ์ ดอนศรี

นายณรงค์ฤทธิ์ ดอนศรี

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนประถมศึกษา มีการปฏิบัติ และปัญหาในการปฏิบัติอยู่ในระดับ ปานกลาง ทั้งด้านการเตรียมการ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการกำกับ ติดตาม และประเมินผล
ความต้องการที่สำคัญในการบริหารกิจกรรมการเรียนรู้ตามโครงการได้แก่ การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร สถานที่ และงบประมาณ การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น การบูรณาการโครงการ เศรษฐกิจพอเพียงกับรายวิชาต่าง ๆ และการกำกับติดตาม ประเมินผลอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 993
ชื่อผลงานวิจัย การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการบริหารการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดชัยภูมิ
หัวข้อ(Eng) A Study of the Existing Situations, Problems and Needs for Managing Learning Activities in Sufficient Economic Project under the Jurisdiction of the Office of Primary Education< Chaiyaphum Province
คำสำคัญ(keyword) สภาพปัจจุบัน ปัญหา ความต้อกงาร กิจกรรมการเรียนรู้ เศรษฐกิจพอเพียง ปี2543
ชื่อผู้วิจัย นายณรงค์ฤทธิ์ ดอนศรี

ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr.Narongrit Donsri
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ
การศึกษา ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สถานที่ติดต่อ โรงเรียนบ้านโนนถาวร ตำบลถ้ำวัวแต อำเภอหนองบัวแต จังหวัดชัยภูมิ
บ้านเลขที่ 159 หมู่ที่ 2 ตำบลคูเมือง อำเภอหนองบัวแต จังหวัดชัยภูมิ
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2543
ประเภท วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สถานที่จัดเก็บผลงาน ห้องสมุดคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ประวัติความเป็นมา(history) สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติได้มีโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ปี พ.ศ.2542 เป็นโครงการเฉลิมใพระเกียรติปรพบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบโดยหลักกาเพื่อเผยแพร่หลักการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น เน้นการฝึกปฏิบัติจริงโดยผลผลิตและรายได้จากการปฏิบัติสามารถนำไปสนับสนุนกิจกรรมอาหารกลางวันในโรงเรียนมีเป้าหมายที่สำคัญดังนี้

1. โรงเรียนแกนนำอาสาสมัครการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่อย่างน้อยอำเภอละ 1 โรงเรียน ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงเรียนขยายโอกาส

2. โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา 312 โรง เป็นโรงเรียนแกนนำการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ให้บรรลุได้อย่างน้อยตามข้อที่ 1 ของทฤษฎีใหม่
รูปแบบกิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่สำหรับโรงเรียนแกนนำสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ แบ่งเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

รูปแบบที่ 1 จัดกิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่ตามขั้นตอนที่ 1 อย่างเต็มรูปแบบ เป็นรูปแบบสำหรับโรงเรียนที่มีพื้นที่ และแหล่งน้ำเพียงพอ จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ตามแนวของทฤษฎีใหม่ และมีพื้นที่ในการทำนา

รูปแบบที่ 2 การจัดกิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่แบบผสมผสานตามสภาพท้องถิ่นเป็นรูปแบบสำหรับโรงเรียนที่ไม่มีพื้นที่ในการทำนา กิจกรรมสำคัญคือ การปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ มีการแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วนสำหรับ ปลูกพืชสวนครัว ปลูกพืชสมุนไพร/ไม้ดอกไม้ประดับ ปลูกไม้ยืนต้น และเลี้ยงสัตว์

รูปแบบที่ 3 จัดกิจกรรมแบบเกษตรพื้นบ้าน เน้นความพอเพียงโดยใช้ปราชญ์ขาวบ้านหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นรูปแบบสำหรรับโรงเรียนที่มีปราชญ์ชาวบ้านหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นอยุ่ในชุมชนนั้น มีการจัดพื้นที่ในการจัดกิจกรรมการเกษตรที่เน้นความพอเพียง สิ่งที่แตกต่างจากรูปแบบที่ 1 และ 2 คือการพึ่งพิงแนวคิดจากปราชญ์ชาวบ้านหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น

กระทรวงศึกษาธิการได้วางแนวดำเนินการไว้ เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานที่ชัดเจน ตังแต่ระดับกรม จนถึงระดับปฏิบัติงานคือโรงเรียน โดยสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติได้กำหนดเป็นนโยบายสำคัญเพื่อเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ คัดเลือกโรงเรียนแกนนำ สนับสนุนงบประมาณและสื่อในการดำเนินงาน ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจร่วมกันในระดับผู้บริหาร อบรมวิทยากรแกนนำระดับจังหวัด นิเทศ ติดตาม กำกับ ประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะ เมื่อสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดรับทราบนโยบาย และกำหนดนโยบายสำคัญของจังหวัดดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานอื่นในจังหวัดที่จัดกิจกรรมทฤษฎีใหม่เพื่อเป็นแหล่งข้อมูล แหล่งเครือข่ายการเรียนรู้ คัดเลือกโรงเรียนแกนนำ นำเสนอสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พัฒนาวิทยากรแกนนำ โรงเรียนแกนนำของจังหวัดสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้โรงเรียนสามรถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างยั่งยืน สรุปผลการดำเนินงาน และเตรียมการขยายผลในปีต่อไป จากนั้นสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอประสานงานกับสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด และหน่วยงานอื่นในพื้นที่ เพื่อหาเครือข่ายสนับสนุนการดำเนินงานเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริแก่โรงเรียน นิเทศติดตามผลการดำเนินงานของโรงเรียนอย่างใกล้ชิด


ผู้วิจัยในฐานะเป็นผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานกาประถมศึกษา จังหวัดชัยภูมิมีความสนใจในเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ และสนใจต่อการศึกษาสภาพการดำเนินการบริหารกิจกรรมการเรียนรู้ตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนว่ามีสภาพเป็นเช่นใด มีอุปสรรค ปัญหาอะไรบ้างเพื่อให้ได้ข้อมูลที่จะนำไปสู่การขยายผลเพื่อให้การดำเนินการของทุกโรงเรียนมีประสิทธิภาพต่อไป


แนวคิด(concept) 1. โครงการเศรษฐกิจพอเพียง

2. สภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเศรษฐกิจพอเพียง
3. ปัญาและความต้องการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเศรษฐกิจพอเพียง

วัตถุประสงค์(objective) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้อการในการบริหารการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนประถมศึกษา
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) วิจัยเชิงสำรวจ ( Survey Research )
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ โรงเรียนแกนนำและโรงเรียนแกนนำอาสาสมัครสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 50 โรงเรียน ผู้ให้ข้อมูลโดยวิธีตอบแบบสอบถามในการวิจัยครั้งนี้ เป็นผู้บริหารโรงเรียน ผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้สอน การกำหนดผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้วิจัยได้กำหนดผู้ตอบแบบสอบถาม โดยวิธีเจาะจง ( Purposive sampling ) ผู้บริหารโรงเรียน โรงเรียนละ 1 คน จำนวน 50 คน ผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียน โรงเรียนละ 1 คน จำนวน 50 คน ครูผู้สอนโรงเรียนละ 2 คน จำนวน 100 คน กลุ่มตัวอย่าง รวมทั้งสิ้น 200 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่สนใจศึกษา คือ สภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการบริหารการจัดกิจกรมการเรียนรู้ ตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนประถมศึกษา
คำนิยาม(defination) 1. การบริหารการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หมายถึง การวางแผน การควบคุม กำกับติดตามการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียง
2. โครงการเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริซึ่งเป็นแนวทางการบริหารและจัดแบ่งที่ดินออกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน เพื่อประโยชน์สูงสุดของเกษตรกรซึ่งไม่เคยมีใครคิดมาก่อน มีการคำนวณโดยหลักวิขาการ เกี่ยวกับปริมาณน้ำที่กักเก็บให้พอเพียงต่อการเพาะปลูกได้อย่างเหมาะสมตลอดปีและมีการวางแผนที่สมบูรณ์แบบสำหรับเกษตรกรรายย่อยโดยแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ
ขั้นที่ 1 การผลิต เป็นการผลิตให้พึ่งตนเองได้ ค่อยเป็นค่อยไปตามกำลังให้พอมีกินไม่อดอยาก
ขั้นที่ 2 เกษตรกรรวมพลังในรูปกลุ่มหรือสหกรณ์ ร่วมแรงในการผลิต การตลาด การเป็นอยู่สวัสดิการ การศึกษา สังคมและศาสนา เพื่อให้พอมีกิน มีใช้ ช่วยให้ชุมชนและสังคมดีขึ้นไปพร้อม ๆ กัน
ขั้นที่ 3 ร่วมมือกับแหล่งเงินและแหล่งพลังงาน เช่นตั้งและบริการโรงสี ร้านสหกรณ์ ช่วยกันลงทุน ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบท ซึ่งไม่ใช่ทำอาชีพการเกษตรอย่างเดียว
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 4 ตอนคือ
ตอนที่ 1 สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ ( Checklist )
ตอนที่ 2 สภาพปัจจุบันในการจัดการของสถานศึกษา ที่เข้าร่วมโครงการเศรษฐกิจพอเพียง มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า( Rating Scale ) แบ่งระดับการวัดเป็น 5 ระดับมีการปฏิบัติมากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด
ตอนที่ 3 ปัญหา มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Scale ) แบ่งระดับการวัดเป็น 5 ระดับ มีปัญหามากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด
ตอนที่ 4 ตอบคำถามปลายเปิด แสดงความคิดเห็น ความต้องการและข้อเสนอแนะของผู้ตอบแบบสอบถาม
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยแนะนำชี้แจงวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลให้ผู้บริหารโรงเรียนทราบและช่วยเก็บข้อมูลให้ โดยกำหนดขอเก็บรวบรวมข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน
การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยส่งแบบสอบถามและติดตามขอรับแบบสอบถามคืนด้วยตนเอง และทางไปรษณีย์ จำนวน 200 ฉบับ ได้รับคืน 194 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 97.00 ของแบบสอบถามทั้งหมด
การวิเคราะห์(analysis) ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS/PC ดังนี้
1. ข้อมูลจากแบบสอบถามตอนที่ 1 สถานภาพผู้ตอบแบบสอบถาม วิเคราะห์ด้วยการหาค่าความถี่ และค่าร้อยละ
2. ข้อมูลจากแบบสอบถามตอนที่ 2,3 วิเคราะห์โดยการหาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
3. สรุปผลตอนที่ 4 การสรุปผลความต้องการและข้อเสนอแนะของผู้ตอบแบสอบถาม เป็นหมวดหมู่และนำเสนอ<เป็นความเรียง
ข้อสรุป(summary) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนประถมศึกษา มีการปฏิบัติ และปัญหาในการปฏิบัติอยู่ในระดับ ปานกลาง ทั้งด้านการเตรียมการ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการกำกับ ติดตาม และประเมินผล
ความต้องการที่สำคัญในการบริหารกิจกรรมการเรียนรู้ตามโครงการได้แก่ การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร สถานที่ และงบประมาณ การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น การบูรณาการโครงการ เศรษฐกิจพอเพียงกับรายวิชาต่าง ๆ และการกำกับติดตาม ประเมินผลอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรศึกษาความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งแต่ปีเริ่มดำเนินการถึงปัจจุบัน 2. ควรศึกษาปัจจัยในการดำเนินการตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ที่จะทำให้นักเรียนมีความรู้และนำไปประยุกต์ในชีวิตประจำวันได้
3. ควรศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ในโรงเรียนโดยการทำวิจัยเชิงคุณภาพ
ปี 2543
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved