Current Record: ดร.จำเริญรัตน์ จิตต์จิรจรรย์ (เจือจันทร์)

ดร.จำเริญรัตน์ จิตต์จิรจรรย์ (เจือจันทร์)

 

สรุปผลการวิจัย

            การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกปรัชญา หากพิจารณาแต่ละปรัชญาการศึกษาตะวันตก พบว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมอยู่ในระดับมาก เป็นอันดับแรก ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมอยู่ในระดับมาก เป็นอันดับที่สอง ส่วนปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยม ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน มีการรับรู้การปรับใช้อยู่ในระดับมาก เป็นอันดับสุดท้าย
     ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย โดยภาพรวมพบว่าผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกสูงกว่าผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นครูผู้สอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เกือบทุกปรัชญา ยกเว้นปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าครูผู้สอนและผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมเหมือนกัน  
     ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกทุกปรัชญาในระดับมากที่สุด ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทหรือสูงกว่ามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกอยู่ในระดับมากรองลงมาและผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกทุกปรัชญาระดับอยู่ในระดับมากเป็นลำดับสุดท้าย หากจำแนกตามวุฒิการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  0.05  ในปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมและปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยมจึงนำไปทดสอบค่าเฉลี่ยโดยใช้วิธีการ LSD (Least Significant Different)พบว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทหรือสูงกว่ามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมน้อยกว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญกับผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทหรือสูงกว่า ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทหรือสูงกว่ามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยมสูงกว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาสร้างสรรค์นิยมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโทหรือสูงกว่า
       ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตก จำแนกตามประสบการณ์การทำงานโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากโดยผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งมีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 5 ปี มีการรับรู้การปรับใช้อยู่ในระดับมาก รองลงมาได้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี และประสบการณ์การทำงานระหว่าง 5-10 ปีมีการรับรู้การปรับใช้อยู่ในระดับมากเป็นอันดับสุดท้าย หากพิจารณารายปรัชญาการศึกษาพบว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 5 ปี มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยมอยู่ในระดับมาก ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์การทำงานระหว่าง 5-10 ปี และ และน้อยกว่า 5 ปี มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยม และปรัชญการศึกษาพฤติกรรมนิยมอยู่ในระดับมากตามลำดับ หากจำแนกตามประสบการณ์การทำงาน ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยภาพรวมทุกปรัชญา จึงนำไปทดสอบค่าเฉลี่ยด้วยวิธีการ Least Significant Different,LSD พบว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน ที่มีประสบการณ์การทำงานระหว่าง 5-10 ปีมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกรวมทั้ง 8 ปรัชญาน้อยกว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 5 ปีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 10 ปีมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกทั้ง 8 ปรัชญาสูงกว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์การทำงานระหว่าง 5-10 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นอกนั้นไม่แตกต่างกัน
        ด้านความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกพบว่าการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับปานกลางกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยม ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมและปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยม  ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมกับปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยม ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยม ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยมและปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยมมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำ การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูงกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยม ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยม ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยม ปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยมและปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยม ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยมกับปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมมีอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำกับปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยม ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยม ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยม ปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยมและปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยม การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูงกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยม ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยมและปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยม ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยมกับปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยมมีอยู่ในระดับปานกลาง การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูงกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยมและปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยม ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยมกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยมมีอยู่ในระดับปานกลาง การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูงกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยมและปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยม การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูงกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยม
                                                                                                                                        
อภิปรายผลการวิจัย
 
                การวิจัยเรื่องการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตก ที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สรุปผลการวิจัยพบว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกปรัชญาเป็นไปตามสมมติฐานและสอดคล้องกับผลการวิจัยของพรศักดิ์  ทิพย์วงษ์ทอง (2546) ที่ได้ศึกษาความคิดเห็นของข้าราชการครูผู้สอนโดยมีกรอบการวิจัยการบริหารงานวิชาการครอบคลุมด้านปรัชญาซึ่งแสดงให้เห็นว่าโรงเรียนได้มีการนำปรัชญาการศึกษาตะวันตกมาปรับใช้เพื่อการบริหารจัดการศึกษาไทยในรูปแบบของกระบวนทัศน์ใหม่ทางการบริหารจัดการศึกษา
        ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกโดยไล่เรียงลำดับจากปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสังคมปฎิรูปนิยมเป็นอันดับสุดท้ายนั้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความคิดเห็นว่าแนวคิดปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมที่มีมุมมองว่าโดยธรรมชาติแล้วมนุษย์ไม่ดีคือเกิดมาพร้อมกับข้อบกพร่องต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องมีการปฏิบัติตามข้อตกลงของสังคมอย่างเคร่งครัด เพราะทุกสังคมจะยืนหยัดอยู่ได้ก็ด้วยการที่สมาชิกในสังคมให้ความเคารพต่อกฏระเบียบประเพณีมีการสร้างระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดถือว่าเป็นสาระของสังคม (ศักดา ปรางค์ประทานพร. 2535 : 434-436)จึงมีแนวคิดทางการศึกษาว่าควรถ่ายทอดมรดกทางปัญญาและทางสังคม มีการพัฒนาสติปัญญาและวินัยของนักเรียนให้เป็นผู้มีความเฉลียวฉลาด ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนจึงมีการรับรู้การปรับใช้อยู่ในระดับมากเป็นอันดับแรก ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมอยู่ในระดับมากเป็นอันดับที่สองโดยเฉพาะมีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการทำหรือการเข้าร่วมกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากเป็นอันดับแรก การเน้นให้นักเรียนทำหรือการเข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งให้สร้างเสริมประสบการณ์โดยให้นักเรียนลงมือทำด้วยตนเองตามผลการวิจัยนี้นั้น สอดคล้องกับแนวความคิดการปฎิรูปการเรียนรู้ซึ่งสำนักงานปฏิรูปการศึกษา  (2545 : 36)  ที่ได้มีการปฏิรูปการเรียนรู้โดยการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ใหม่จากการเน้นวิชาเป็นตัวตั้งไปสู่การเน้นคนและสถานการณ์จริงเป็นตัวตั้งและสอดคล้องกับแนวคิดของประทุม อังกูรโรหิต (2551 : 136-138) ที่เห็นว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากเพราะว่าปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมโดยเฉพาะที่พัฒนาการไปสู่การปฏิบัติที่มีประโยชน์ในแง่ว่าได้เสนอคำแนะนำที่ฉลาดสำหรับการดำรงชีวิตประจำวัน ในกรณีที่มีการพัฒนาร่วมกับสาขาวิชาอื่นหรือนำไปประยุกต์ใช้กับสาขาวิชาอื่นเช่นวิชาวาทวิทยา Rhetroric)ซึ่งประเด็นนี้แลนกิ้ (Lange. 1985 : Abstract) ได้วิจัยเกี่ยวกับการสูญสลายของการเรียนการสอนวิชาวาทวิทยากับการเกิดขึ้นของการเรียนการสอนแบบใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงปี 1893-1940 อย่างไรก็ตามปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมที่ได้จากการวิจัยนี้ก็สอดคล้องกับแนวคิดของเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์และคณะเช่นกัน (2548,สิงหาคม. : 202-203) ที่ได้เสนอผลการวิจัยเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมว่าผู้เรียนได้รับการพัฒนาทางวิชาการ ผู้เรียนได้รับการพัฒนาความรู้และความถนัด
       การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน หากอภิปรายตามกรอบแนวคิดการวิจัย จะมีรายละเอียดดังนี้
       ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมในหัวข้อว่ามีกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้นักเรียนคิดอย่างมีเหตุผล มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากประเด็นนี้พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต. 2549,มกราคม. : 138-139) ได้สนับสนุนให้มีการปรับใช้วิธีการคิดอย่างมีเหตุผล โดยกล่าวว่าคนที่มีโยนิโสมนสิการ (Systematic Attention) คือคนที่รู้จักคิด รู้จักมองย่อมมองเห็นและหาแง่ที่เป็นประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาส่งเสริมความเจริญงอกงามของชีวิตได้ตลอดเวลา  อย่างไรก็ตามการคิดอย่างมีเหตุผลที่เป็นแบบพัฒนาปัญญาบริสุทธิ์นี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2545, กรกฎาคม.  : 3-5) ก็เน้นย้ำให้มีการพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาสติปัญญาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่คน เพราะคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาลักษณะการคิดอย่างมีเหตุผลในประเด็นนี้สุวัฒน์ วิวัฒนานนท์ (2551,เมษายน. : 39-40) ได้อธิบายเสริมว่าเป็นการคิดวิเคราะห์ซึ่งเป็นธรรมชาติของคนที่มีความใคร่ครวญ เป็นธรรมชาติของคนที่มีการตรึกตรองอย่างละเอียดเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปในการตัดสินใจซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของโซซ่า (Sousa. 2006 : 251)ที่ได้เสนอแนวคิดที่แฝงด้วยปรัชญาการศึกษาตะวันตกโดยได้อ้างอิงหลักการคิดวิเคราะห์ที่เป็นลำดับขั้นของการแบ่งประเภท (Taxonomy)ของเบนจามิน บลูม (Benjamin Bloom)ที่เรียกว่าการแบ่งประเภทความคิดอย่างมีเหตุผลของบลูม (Bloom’s Taxonomy)ประกอบด้วยความสามารถในการจดจำ (Remember)ความสามารถในการทำความเข้าใจ (Understand) ความสามารถในการประยุกต์ใช้ (Apply) ความสามารถในการวิเคราะห์ (Analyze) ความสามารถในการประเมินผล (Evaluate) รวมทั้งความสามารถในสร้างสรรค์งานขึ้นมาใหม่ (Create)
       ปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยมมีหลักการสำคัญคือการมุ่งการเรียนการสอนให้นักเรียนนักศึกษาเข้าถึงความจริงซึ่งสอดคล้องกับแนวทางขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) โดยมัตซูรา (Matsuura. 2007 : Preface) ที่ได้กล่าวเสริมถึงการจัดการเรียนการสอนซึ่งนอกจากจะสอนให้ผู้เรียนมีสติปัญญา  มีคุณธรรมจริยธรรมแล้ว จะต้องสอนให้มีความรู้หรือการบริหารจัดการความรู้ให้มีลักษณะพหุวัฒนธรรม และสอดคล้องกับแนวความคิดของประเวศ วะสี  (2551, กรกฎาคม. : 59-67) ที่ได้กล่าวถึงการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นให้มนุษยชาติได้เข้าถึงความจริง ความดี ความงามอันเป็นไปเพื่อการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตัวเอง
        ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมอยู่ในระดับมากเป็นลำดับแรก หากพิจารณารายข้อแล้วพบว่ามีการปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม โดยการกำหนดจุดมุ่งหมายเน้นให้นักเรียนมีวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด เป็นอันดับแรกซึ่งประเด็นการค้นพบการวิจัยนี้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2545 (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2545 : 5) โดยเฉพาะมาตรา  7 ที่ได้บัญญัติว่ากระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเป็นต้น จากเจตนารมณ์นี้มีสาระที่สำคัญมากในยุคปัจจุบันก็คือสาระสำคัญด้านการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมอันเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามของสังคม ดังนั้นผลการวิจัยในส่วนที่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมอยู่ในลำดับแรกในบรรดาปรัชญาการศึกษาตะวันตก 8 ปรัชญาอันเป็นกรอบการวิจัยนี้ สอดคล้องกับผลการวิจัยของเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป (2547 ที่ได้ทำการวิจัยพบว่าการจัดกระบวนการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการและการเรียนรู้ มีความสำคัญต่อชีวิตของเด็กปฐมวัยเป็นอย่างมาก ขั้นตอนดังกล่าวนี้เป็นลักษณะของหลักการทางปรัชญาการศึกษาที่อยู่ในขอบเขตของญาณวิทยา (Epistemology)ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่ว่าด้วยบ่อเกิดความรู้ การจัดการเรียนรู้ นอกจากนั้นผลการวิจัยนี้ยังสอดคล้องกับผลการวิจัยของนภาพรรณ คงคาน้อย (2546)ที่ได้ศึกษาวิจัยการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นการนำแก่นสาระสำคัญของสังคมมาสนับสนุนการบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษาซึ่งเป็นลักษณะงานวิจัยที่สอดคล้องกับหลักการของปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม
        ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยมโดยเน้นการจัดระเบียบสังคมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากประเด็นนี้สอดคล้องกับงานวิจัยของจอห์นสัน  (Johnson. 2003 : Abstract) ที่ได้ศึกษาวิจัยเปรียบเทียบทัศนะทางด้านสังคมปฏิรูปนิยมที่ปรากฎในการศึกษาว่าภาษาธรรมดาที่อธิบายความแตกต่างของสังคมดังนั้นปรัชญาการศึกษาสังคมปฎิรูปนิยมอาจจะหมายถึงการปฏิรูปการศึกษาอันเป็นลักษณะการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกด้วย
        ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยมโดยการสอนเน้นที่นักเรียนเป็นสำคัญ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากเป็นอันดับดับแรก ข้อค้นพบจากการวิจัยนี้สอดคล้องกับผลการวิจัยของวนิดา สุริต (2543 : บทคัดย่อ) ซึ่งวิเคราะห์แนวทางการจัดการศึกษาตามปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยมพบว่ามุ่งพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญโดยมุ่งให้ผู้เรียนเป็นตัวของตัวเอง มุ่งให้มีการพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่และมีการกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักค้นพบตนเองให้มากที่สุด
        ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยม โดยมีการเน้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียนในลักษณะที่เอื้อต่อกันมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากอยู่ในอันดับแรก สอดคล้องกับแนวคิดของอาจอง ชุมสาย (2550 : 32-36) ที่ได้กล่าวบรรยายไว้ว่าบรรยากาศของโรงเรียนควรเป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสงบ ความรัก ความเมตตา นอกจากนั้นยังสอดคล้องกับผลการวิจัยของไบนัม (Bynum. 2007 : Abstract)และผลการวิจัยของนฤมล มารคแมน (2544 : บทคัดย่อ)ที่ได้วิจัยพบว่าประสบการณ์เกี่ยวกับมนุษยชน สิทธิของมนุษยชนรวมทั้งศักยภาพของมนุษยชนและสอดคล้องกับแนวคิดเชิงจริยธรรมซึ่งเรียกว่าแบบคำสั่งหรือคำขอร้องที่แฝงด้วยจริยธรรม (Moral Imperative)  ที่ให้ความเคารพในเรื่องความเป็นมนุษย์ไม่ว่าจะต่อตนเองหรือต่อผู้อื่น
(จำเริญรัตน์ เจือจันทร์. 2548 : 88-90)และสอดคล้องกับแนวความคิดของประเวศ  วะสี (2550, กรกฎาคม. : 13-14)
ที่กล่าวว่ามนุษย์ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ล้วนต้องการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขทำให้เกิดกฎกติกาของการอยู่ร่วมกันและสอดรับกับผลการวิจัยของฟาโมทส์และคิสแซกค์ (Phamotse and Kissack. 2008 : 49-65)ที่ได้ศึกษาบทบาทของมนุษยนิยมที่ปรากฏในมหาวิทยาลัยสมัยใหม่โดยศึกษาเชิงประวัติศาสตร์และข้อพิจารณาเชิงปรัชญาซึ่งอธิบายประเด็นปัญหาด้านความหมาย ความสำคัญและความจริง มนุษยนิยมจึงเป็นจุดสนใจของการตระหนักรู้ตนเองของคนสมัยใหม่ที่จำเป็นต้องนำมาปรับใช้ในวงการศึกษาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยมในประเด็นการจัดหลักสูตรที่เน้นพฤติกรรมที่พึงประสงค์อย่างต่อเนื่อง มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เป็นอันดับแรกสอดคล้องกับผลการวิจัยของชรินทร์ หงส์ทอง (2546) ที่ได้วิจัยพบรูปแบบพฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามตัวบ่งชี้มาตรฐานที่ 19 ในทัศนะของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพภายนอกว่าพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของมนุษย์ จะเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบมามากกว่าจะเกิดโดยบังเอิญซึ่งแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมการเรียนการสอนจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เรียนได้
        ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยม โดยมีการกำหนดให้มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อนำมาสร้างสรรค์ปรับปรุงการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากอันดับแรกสอดคล้องกับแนวคิดของอำพน แสนต๊ะ (2546) ที่ได้ให้ความสนใจในการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านและเน้นให้มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นความรู้ความเข้าใจเป็นฐานสำคัญมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากนั้นมีประเด็นที่สัมพันธ์กับผลการวิจัยของครอวฟอร์ด (Crawford. 2008,August. 1706-1736) ที่ได้วิจัยเกี่ยวกับการสร้างรูปแบบทางวัฒนธรรมแห่งการใช้พลังอำนาจ การใช้ความรู้ที่ต้องสร้างความร่วมมือกัน (Shared Authority)ส่วนประเด็นที่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้โดยการเสริมสร้างให้นักเรียนรู้จักคิดสร้างสรรค์ไว้ในหลักสูตร มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง หากพิจารณาถึงการสร้างสรรค์ของนักเรียนแล้วพบว่านักเรียนหญิงใช้เวลาสร้างสรรค์การเรียนรู้มากกว่านักเรียนชายซึ่งเป็นประเด็นข้อค้นพบของแวกเนอร์ สโคเบอร์และสปีล (Wagner, Schober, and Spiel. 2008 : 309-320)ที่ได้วิจัยเกี่ยวกับการใช้เวลาในการทำงานสร้างสรรค์ให้โรงเรียนของนักเรียนที่บ้านพบว่านักเรียนได้ใช้เวลาคิดสร้างสรรค์การทำงานที่บ้านให้กับโรงเรียนของตนสัปดาห์ละ 11.7 ชั่วโมง
       ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย โดยภาพรวมพบว่าผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกสูงกว่าผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นครูผู้สอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เกือบทุกปรัชญา ยกเว้นปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าครูผู้สอนและผู้บริหารสถานศึกษามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมเหมือนกัน การที่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมเหมือนกันนั้น อาจเป็นไปได้ว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความตระหนักว่าการจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเน้นพัฒนาการของผู้เรียนหรือการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ในขณะเดียวกันผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนก็เห็นความสำคัญของระเบียบวินัยอันเป็นสาระหรือแก่นแท้ของปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมอันเป็นองค์ประกอบสำคัญของการจัดการศึกษาไทยที่มุ่งเน้นให้คนเป็นคนเก่ง เป็นคนดี และเป็นคนที่มีความสุข หากจำแนกตามวุฒิการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาแตกต่างกันในปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมและปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยม หากจำแนกตามประสบการณ์การทำงาน ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้แตกต่างกันโดยภาพรวมทุกปรัชญาจึงมีการทดสอบความแตกต่างพบว่ามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาแตกต่างกันซึ่งแสดงให้เห็นว่าการนำปรัชญาการศึกษาตะวันตกมาปรับใช้กับการจัดการศึกษาไทยนั้น มีการนำมาปรับใช้อย่างหลากหลายมิได้เจาะจงว่าจะใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกปรัชญาใดปรัชญาหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งประเด็นนี้ชี้ให้เห็นว่านอกจากจะนำปรัชญาการศึกษาตะวันตกมาปรับใช้แล้ว ยังอาจจะมีการนำปรัชญาการศึกษาอื่น ๆ ที่เป็นแนวความคิดปรัชญาการศึกษาตะวันออกเช่นพุทธปรัชญาการศึกษาเป็นต้น ที่ได้นำมาปรับใช้ในการจัดการศึกษาไทยที่สำคัญอีกด้วย
       ส่วนด้านความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกพบว่าโดยส่วนใหญ่ปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยม ปรัชญาการศึกษษสังคมปฏิรูปนิยม ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยมและปรัชญาการศึกษามนุษยนิยม และปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยมมีความสัมพันธ์ในระดับสูงกับปรัชญาการศึกษาอื่น ๆ ส่วนปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมมีความสัมพันธ์กับปรัชญาอื่น ๆ อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งแสดงให้เห็นเป็นภาพกว้าง ๆ ว่าการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาในส่วนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้แก่ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมซึ่งแสดงให้เห็นว่าทุกปรัชญาการศึกษาตะวันตกมีส่วนสัมพันธ์กันและกันเมื่อมีการนำมาปรับใช้เป็นการนำมาปรับใช้ในลักษณะบูรณาการทางการจัดการศึกษาไทยนั่นเอง     
                                                                                                                                         

Click to minimize this section Details

ยอมรับเงื่อนไข 1
ลำดับที่ 8896
ชื่อผลงานวิจัย การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย
หัวข้อ(Eng) A STUDY OF IMPLEMENTED PERCEPTION OF WESTERN EDUCATIONAL PHILOSOPHIES TOWARDS THAI EDUCATIONAL MANAGEMENT BY EDUCATIONAL INSTITUTION ADMINISTRATORS AND TEACHERS PERFORMING IN SCHOOLS WITHIN THE AREA OF AMPHOE MUEANG CHANGWAT NAKHON RATCHASIMA
คำสำคัญ(keyword) การรับรู้การปรับใช้ปรัชญา, ปรัชญาการศึกษาตะวันตก, การจัดการศึกษาไทย Implemented Philosophical Perception, Western Educational Philosophy, Thai Educational Management
ชื่อผู้วิจัย ดร.จำเริญรัตน์ จิตต์จิรจรรย์ (เจือจันทร์)
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Chamroenrat Chitchirachan (Cheauchan),Ed.D.
ตำแหน่ง รองคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล
การศึกษา การศึกษาดุษฏีบัณฑิต (การอุดมศึกษา) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
สถานที่ติดต่อ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ถนนมิตรภาพ-หนองคาย ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000
โทรศัพท์ 044 203778 โทรศัพท์มือถือ 081-8770260
สถานศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) 2552
ประเภท รายงานการวิจัยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักวิจัย มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล
ประวัติความเป็นมา(history) บทนำ

การแสวงหาความรู้หรือที่เรียกว่าความรักในความรู้เป็นความหมายของปรัชญาซึ่งถือว่าเป็นวิชาที่เป็นต้นกำเนิดของสรรพวิชาการทั้งหลายที่มีการจัดการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาจนกระทั้งได้รับการขนานนามว่าเป็นราชาแห่งศาสตร์ (The King of Sciences) หรือเป็นศาสตร์แห่งศาสตร์ทั้งหลาย (The Science of Sciences) เพราะคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในปรัชญาได้แก่การศึกษาความเป็นจริงในธรรมชาติ การศึกษาสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ การศึกษาเกี่ยวกับจิตวิญญาณที่เรียกว่าอภิปรัชญา การศึกษาวิธีการแสวงหาความรู้หรือหลักการในการแสวงหาความรู้ รวมทั้งการจัดการความรู้เรียกว่าญาณวิทยา การศึกษากฎเกณฑ์การใช้เหตุผลในการแสวงหาความรู้หรือตรรกวิทยา การศึกษาหลักการที่ว่าด้วยความประพฤติปฏิบัติหรือจริยศาสตร์ รวมทั้งหลักการที่ว่าด้วยคุณค่าความดี ความงามหรือสุนทรียศาสตร์ซึ่งผสมผสานอยู่ในศาสตร์สาขาทั้งหลายและแตกแขนงออกไปเป็นสาขาวิชาเอกเทศ เป็นวิชาอิสระต่าง ๆ สรรพวิชาเหล่านี้ล้วนแตกไปจากปรัชญาแทบทั้งสิ้นโดยแตกแขนงออกไปเป็นสายวิทยาศาสตร์และสายมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์รวมทั้งศาสตร์ทางการศึกษาหรือศึกษาศาสตร์ด้วยจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นปรัชญาบริสุทธิ์หรือปรัชญาประยุกต์ โพจแมน (Pojman. 1995 : 3-4) จึงได้กล่าวสนับสนุนว่าประวัติการศึกษาปรัชญาเริ่มต้นด้วยมีบรรพบุรุษที่เป็นเสมือนบิดามารดาคือปรัชญาที่มีการแสวงหาความรู้และภูมิปัญญาและได้แผ่ลูกแผ่หลาน ออกมาหลากหลายสาขาเป็นวิชาคณิตศาสตร์บ้าง วิชาฟิสิกส์บ้าง จริยศาสตร์บ้างเป็นต้น ทุกสาขาวิชาล้วนแล้วแต่สังกัดครอบครัวเดียวกันคือปรัชญา ช่วงเริ่มต้นมีการแสวงหาความรู้อย่างเป็นระบบ ประจักษ์พยานนี้สะท้อนให้เห็นในมหาวิทยาลัยสมัยใหม่ ซึ่งได้มีการประสาทปริญญาบัตรในระดับปริญญาเอก ส่วนใหญ่ใช้ชื่อย่อว่า Ph.D.ซึ่งย่อมาจากคำว่า Doctor of Philosophy ไม่ว่าสาขาปริญญาที่ได้รับนั้นจะเป็นสายวิทยาศาสตร์หรือมนุษยศาสตร์ก็ตาม ซึ่งแสดงให้เห็นความสำคัญของปรัชญาเป็นอย่างยิ่ง (จำเริญรัตน์ เจือจันทร์. 2550 : 42-59) โดยเฉพาะปรัชญาบริสุทธิ์ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้ในการศึกษาเป็นปรัชญาการศึกษาอันเป็นปรัชญาประยุกต์ที่สำคัญอีกสาขาหนึ่ง
รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีการปฏิรูปการศึกษาครั้งสำคัญโดยได้รับแรงกระตุ้นหรือได้รับอิทธิพลสำคัญจากการเสด็จประพาสต่างประเทศของพระองค์ซึ่งได้มีการทอดพระเนตรระบบการศึกษา ได้ทรงศึกษาแบบอย่างของต่างประเทศและได้นำมาพัฒนาปรับปรุงการศึกษาของประเทศสยาม ซึ่งคณะทำงานในการจัดทำหนังสือประวัติทบวงมหาวิทยาลัย (2537 : 3-49) ได้รายงานว่าพระองค์ได้โปรดให้จัดทำเป็นรายงานทูลเกล้าถวาย สาระของรายงานได้อธิบายถึงลักษณะแนวทางการจัดการศึกษาซึ่งก็คือลักษณะการนำปรัชญาการศึกษาตะวันตกมาปรับใช้ในบริบทของการจัดการศึกษาไทยและมีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษาไทยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ลักษณะประเด็นสำคัญของปรัชญาประยุกต์ซึ่งก็คือปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษาไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้น หากผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนได้มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของไทยแล้ว ก็อาจจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ในการจัดการศึกษา เป็นการพัฒนาและก่อให้เกิดองค์แห่งความรู้ใหม่ ผลลัพธ์จากการนำเอาปรัชญาการศึกษาตะวันตกมาเป็นกรอบกำหนดในการจัดการศึกษาดังกล่าว ก็คือการทำให้ผู้เรียนผู้สอนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกิดความสุข ในภาพรวมก็คือประเทศชาติย่อมได้ทรัพยากรมนุษย์ที่ทรงคุณค่า มีความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ มีคุณธรรมจริยธรรมและอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาวิจัยเรื่องการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาซึ่งผู้วิจัยจะศึกษาวิจัยในรายละเอียดต่อไป

แนวคิด(concept) การวิจัยเรื่องการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเอกสารของปาร์เกย์และสแตนฟอร์ด (Parkay and Stanford. 1998 : 131-163) ที่ได้กล่าวถึงปฐมบทของปรัชญาการศึกษา 5 ประการ
วัตถุประสงค์(objective)

 

 วัตถุประสงค์ของการวิจัย                                            

1.      เพื่อศึกษาระดับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
2.       เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมาโดยเปรียบเทียบตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครูผู้สอนซึ่งมีวุฒิการศึกษาและประสบการณ์การทำงานต่างกัน
3.       เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยแต่ละปรัชญา
สมมุติฐาน(assumption)

สมมติฐานในการวิจัย

1.      ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน ซึ่งมีตำแหน่ง วุฒิการศึกษาและประสบการณ์การทำงานที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยอยู่ในระดับมาก
2.       ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมาที่มีตำแหน่งต่างกัน มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยแตกต่างกัน
3.       ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมาที่มีวุฒิการศึกษาต่างกันมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยแตกต่างกัน
4.       ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมาที่มีประสบการณ์การทำงานต่างกันมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยแตกต่างกัน
5.       ความสัมพันธ์ของการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยแต่ละปรัชญามีความสัมพันธ์กันและกันสูง
 
 
 
 
แนวทางการปฏิบัติ(regulation)

 

หน่วยงานที่คาดว่าจะนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์    
                  การวิจัยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ ในด้านการนำผลการวิจัยมาใช้ในการวางแผนการบริหารจัดการศึกษาโดยกำหนดเป็นปรัชญาหรือแนวความคิดหรือทิศทางนำไปสู่การจัดทำหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน การวัดประเมินผล เป็นต้น นอกจากนั้นยังจะเป็นประโยชน์ในด้านการค้นพบใหม่ว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ หรือมีความเชื่อในปรัชญาการศึกษาแบบใด นอกจากนั้น การวิจัยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอนวิชาปรัชญาการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนในระดับบัณฑิตศึกษาทางด้านครุศาสตร์ หรือศึกษาศาสตร์ในอันที่จะนำผลการวิจัยนี้ไปพัฒนาการเรียนการสอนวิชาปรัชญาการศึกษาและจะเป็นการบุกเบิกฐานความรู้หรือพัฒนาฐานความรู้เดิมเชื่อมโยงไปสู่ฐานความรู้ใหม่ในวงการครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการความรู้ที่เป็นความรู้ในตน (Tacit Knowledge) และเป็นความรู้แบบที่ได้จากภายนอกตน (Explicit Knowledge)เป็นการบุกเบิกมิติใหม่ทางด้านปรัชญาการศึกษาต่อไป
                                        
แผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือผลการวิจัยสู่กลุ่มเป้าหมาย  
                    การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่กลุ่มเป้าหมาย ด้วยการเผยแพร่งานวิจัยรูปแบบของการเขียนบทความลงพิมพ์ในวารสารวิชาการที่เห็นความสำคัญของการศึกษาทางด้านปรัชญาและตอบรับให้ลงพิมพ์เผยแพร่นอกจากนั้นสถานศึกษาสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ เพื่อพัฒนาจุดมุ่งหมายในการจัดการศึกษาพัฒนาการเรียนการสอน
กลุ่มตัวอย่าง(sample)

การกำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

การกำหนดประชากร
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้แก่
1. ผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 90 คน จากจำนวน 90 โรงเรียน
2. ครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 4,738 คน จากโรงเรียน 90 แห่ง
รวมจำนวนผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่เป็นประชากร จำนวน 4,828 คน
                                 
การกำหนดกลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 360 คน การได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่างจำนวนดังกล่าว ผู้วิจัยใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางประมาณกลุ่มตัวอย่างของยามาเน่ (Yamane. 1967 : 886-887, อ้างอิงในชูศรี วงศ์รัตนะ. 2549 : 63-64) จึงได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 360 คน โดยแยกเป็น
1. ผู้บริหารสถานศึกษาที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยเลือกแบบเจาะจง จำนวน 90 คน จาก 90 โรงเรียน
2. ครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาซึ่งผู้วิจัยเลือกแบบสุ่มโดยเลือกสุ่มมาแห่งละ 3 คน รวมเป็น 270 คน
ในการวิจัยครั้งนี้ จึงได้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนรวมทั้งสิ้น 360 คน อนึ่งในการเลือกกลุ่มตัวอย่างนี้ ผู้วิจัยจงใจเลือกหรือเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ซึ่งเป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่างที่มีลักษณะสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่จะศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของประชากรที่จะศึกษาที่สามารถให้ข้อมูลตามต้องการตรงประเด็น (เชิดศักดิ์ โฆวาสินธุ์. 2549 : 113)ดังนั้นในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยจึงเลือกเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาด้วยเหตุผลว่าผู้บริหารและครูซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในเขตอำเภอเมืองอาจได้รับรู้การไหลบ่าเข้ามาของวัฒนธรรมตะวันตกซึ่งมีปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่แฝงอยู่ในรูปของสื่อ ข้อมูลข่าวสาร หนังสือตำราต่าง ๆ ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนอาจได้อ่าน ได้ศึกษาได้รับรู้หรือได้รับการศึกษาอบรมมาเป็นต้นผสมผสานอยู่ด้วย ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนทั้งหลายอาจนำแนวคิดปรัชญาตะวันตกเข้ามาบริหารจัดการศึกษา หรือนำมาปฏิบัติใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ของตนในรูปของการกำหนดจุดมุ่งหมาย การจัดทำหลักสูตร การเรียนการสอนเป็นต้น
                                                                                
ตัวแปร(variable)

           ตัวแปรที่ศึกษา                                                                  

การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยกำหนดตัวแปรที่ศึกษาวิจัยดังนี้
                                                
ตัวแปรต้น
ตัวแปรต้นประกอบด้วย 1.ตำแหน่งได้แก่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครูผู้สอน 2.วุฒิการศึกษาได้แก่ คุณวุฒิการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาและคุณวุฒิการศึกษาของครูผู้สอน 3.ประสบการณ์การทำงานได้แก่ประสบการณ์การทำงานของผู้บริหารสถานศึกษาและประสบการณ์ของครูผู้สอน
                                                                             
          ตัวแปรตาม
ตัวแปรตามได้แก่การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาของตะวันตกของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาครอบคลุมประเด็น 8 ด้านได้แก่ (1)ปรัชญาพิพัฒนาการนิยม(Progressivism)(2)ปรัชญานิรันตรนิยม (Perennialism)(3)ปรัชญาสารัตถนิยม(Essentialism)(4)ปรัชญาสังคมปฏิรูปนิยม (Social Reconstructionism)(5)ปรัชญาอัตถิภาวนิยม (Existentialism)(6)ปรัชญามนุษยนิยม (Humanism)(7)ปรัชญาพฤติกรรมนิยม (Behaviorism)และ (8)ปรัชญาสร้างสรรค์นิยม (Constructionism)
คำนิยาม(defination)

 นิยามศัพท์เฉพาะ                                                              

การรับรู้การปรับใช้ หมายถึง กระบวนการที่บุคลากรในสถานศึกษาหรือโรงเรียนได้กระทำหมายรวมถึงกระบวนการที่บุคลากรไดคิดหรือการที่บุคลากรได้สัมผัสผ่านประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งจนเกิดประสบการณ์ในการรู้ความหมายและตีความหมายหรือกระบวนการที่ได้รับประสบการณ์ของผู้บริหารและครูผู้สอนอันเกิดจากการสัมผัสด้วยประสาทสัมผัสของมนุษย์ (Sensory Process)กลายเป็นการรับรู้และการสั่งสมเป็นประสบการณ์ (Organized Experience) เพื่อนำไปปรับใช้หรือการรับรู้อย่างชัดเจนหรือรู้เป็นนัย (Implementation)เกี่ยวกับปรัชญาการศึกษาตะวันตกของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยได้มีการนำแนวคิดปรัชญาการศึกษาตะวันตกไปปรับใช้ นำไปกำหนดไว้เป็นทิศทางหรือกำหนดจุดมุ่งหมายการศึกษาในแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา การจัดทำหลักสูตร สภาพการจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของครูผู้สอนเป็นต้น ซึ่งได้มีการรายงานเพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาได้รับรู้อย่างต่อเนื่อง
ผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา หมายถึง หัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้บริหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 90 โรงเรียนที่รับรู้ว่าได้มีการนำปรัชญาการศึกษาไปสู่การปฏิบัติ โดยเป็นผู้เอื้ออำนวยให้มีการนำแนวคิด และหลักการที่เป็นอิทธิพลของปรัชญาตะวันตก มากำหนดเป็นจุดมุ่งหมายการศึกษาในแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา กำหนดไว้ในการบริหารจัดการหลักสูตร และรับรู้ถึงลักษณะการสะท้อนภาพลักษณ์ของครูผู้สอนที่ได้รายงานการเรียนการสอนรวมทั้งรายงานการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งครูผู้สอนได้รายงานต่อผู้บริหาร จึงเป็นการรับรู้การนำปรัชญาการศึกษาตะวันตกมาใช้ในปรัชญาการศึกษาไทยร่วมกันโดยรวม (Holistic Perception)
ครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาหมายถึง ผู้สอนประจำการหรือครูประจำการที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียน 90 แห่งในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาที่มีหน้าที่หรือรับรู้หน้าที่ในการกำหนดจุดมุ่งหมายการศึกษา ตามแนวความคิดปรัชญาการศึกษาที่ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก โดยได้นำมากำหนดไว้เป็นทิศทางในแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้ปรากฏเป็นรูปธรรม และมีการนำหลักสูตรไปปฏิบัติ มีการรับรู้ถึงผลสะท้อนที่เป็นภาพลักษณ์ของครูเองที่ได้จากการประเมินการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การพัฒนาการเรียนการสอน เป็นต้นและรายงานกิจกรรมอันเป็นภาระหน้าที่ให้ผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อรับรู้รับทราบ
ตำแหน่ง หมายถึง การดำรงตำแหน่งของบุคลากรในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีสองตำแหน่งคือตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครูผู้สอน ทั้งนี้ไม่ได้แยกย่อยออกเป็นผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ หรือผู้บริหารเชี่ยวชาญ ผู้บริหารเชี่ยวชาญพิเศษ รวมทั้งไม่ได้แยกย่อยเป็นครูผู้เชี่ยวชาญ ครูเชี่ยวชาญพิเศษเป็นต้น แต่มุ่งเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 90 โรงเรียนเท่านั้น การดำรงตำแหน่งของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนย่อมมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาตะวันตdที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย
         วุฒิการศึกษาหมายถึง คุณวุฒิการศึกษาหรือปริญญาบัตร หรือประกาศนียบัตรชั้นใดชั้นหนึ่งที่ผู้บริหารสถานศึกษาหรือครูผู้สอน
            ได้รับมาจากการศึกษาอบรม จากสถาบันการศึกษาหรือได้รับมาจากการสอบเทียบคุณวุฒิโดยมีหน่วยงานการศึกษาให้การรับรอง ผู้บริหาร
                 สถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีคุณวุฒิ ย่อมได้รับอิทธิพลปรัชญาการศึกษาตะวันตก โดยได้รับรู้ผ่านกระบวนการเรียนการสอนหรือจากการ
                 ศึกษาค้นคว้าและนำมาปฏิบัติใช้ในสถานศึกษาหรือโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
         ประสบการณ์การทำงาน หมายถึง ระยะเวลาในการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน
 
 
 
 
 
 
 
                 โรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังวหัดนครราชสีมา มีระยะเวลาแบ่งเป็นช่วงได้แก่ น้อยกว่า 1-5 ปี 5-10 ปี และมากกว่า 10 ปีขึ้นไป
     ระยะเวลาเหล่านี้จะเป็นตัวบ่งบอกว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนได้ซึมซับ สั่งสมประสบการณ์ด้วยการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการ
     ศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย ผู้บริหารสถานศึกษาหรือครูผู้สอนที่ได้ผ่านประสบการณ์ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง อาจได้รับการ
     ฝึกอบรม เรียนรู้ รับรู้อิทธิพลของปรัชญาตะวันตกโดยเฉพาะปรัชญาการศึกษาและนำมาสู่การปฏิบัติในสถานศึกษาของตนเอง ก่อให้เกิด
     ผลสัมฤทธิ์สูงสุดทางการศึกษา
ปรัชญาการศึกษาตะวันตก หมายถึง แนวคิดในการแสวงหาความรู้ หลักความเชื่อที่ได้จากการแสวงหาความรู้ซึ่งได้มาจากอิทธิพลของปรัชญาตะวันตก ที่ได้แพร่หลายเข้ามาสู่ระบบการศึกษาไทยในรูปลักษณะเป็นข่าวสารข้อมูลผ่านสื่อการศึกษาต่าง ๆ โดยไทยนำมาเป็นแนวคิดในการบริหารจัดการศึกษาซึ่งครอบคลุมปรัชญาพิพัฒนาการนิยม (Progressivism)ปรัชญานิรันตรนิยม (Perennialism)ปรัชญาสารัตถนิยม (Essentialism) ปรัชญาสังคมปฏิรูปนิยม (Social Reconstructionism) ปรัชญาอัตถิภาวนิยม (Existentialism)ปรัชญามนุษยนิยม (Humanism)ปรัชญาพฤติกรรมนิยม (Behaviorism)และปรัชญาสร้างสรรค์นิยม (Constructionism)
การจัดการศึกษาของไทย  หมายถึง การบริหารจัดการศึกษาของไทยในระบบหรือนอกระบบที่ได้มีการนำหลักการอันเป็นแรงผลักดัน หรือได้รับแนวคิดปรัชญาการศึกษาตะวันตกมาเป็นแนวทางบริหารจัดการศึกษา ซึ่งทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองได้ทั้งในด้านความรู้และคุณธรรม หลักปรัชญาที่ได้นำมาบริหารจัดการศึกษาไทยครอบคลุมปรัชญาพัฒนาการนิยม (Progressivism)ปรัชญานิรันตรนิยม(Perennialism)ปรัชญาสารัตถนิยม (Essentialism)ปรัชญาสังคมปฏิรูปนิยม (Social Reconstructionism)ปรัชญาอัตถิภาวนิยม(Existentialism)ปรัชญามนุษยนิยม(Humanism)ปรัชญาพฤติกรรมนิยม (Behaviorism)และปรัชญาสร้างสรรค์นิยม (Constructionism)
ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม(Progressivism) หมายถึง ความเชื่อในปรัชญาการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนตามแนวความคิดปรัชญาการศึกษาตะวันตกกลุ่มพัฒนาการนิยม ที่เน้นความเชื่อว่าการจัดการศึกษามุ่งที่การพัฒนาตนเองของผู้เรียนให้ค้นพบความจริงในปัจจุบัน เพราะอนาคตความจริงอาจเปลี่ยนแปลงไป หรือเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมากกว่าการเน้นที่ครูผู้สอนและเนื้อหาที่จะสอน ดังนั้นแนวความคิดปรัชญานี้ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนจึงต้องรับรู้เพื่อนำมากำหนดเป็นจุดมุ่งหมายการศึกษา กำหนดไว้ในการจัดหลักสูตร สะท้อนภาพลักษณ์ของผู้สอนและการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนซึ่งครูได้รายงานกิจกรรมการเรียนการสอนต่อผู้บริหาร
ปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยม  (Perennialism)หมายถึง ความเชื่อในปรัชญาการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนแนวความคิดปรัชญาการศึกษาตะวันตกกลุ่มนิรันตรนิยมที่มีมุมมองและเชื่อว่าความจริงเป็นสิ่งเที่ยงแท้ถาวร แนวความคิดทางการศึกษาของปรัชญานี้จึงมุ่งสร้างความมั่นใจให้นักเรียนนักศึกษาแสวงหาความรู้เกี่ยวกับหลักการ ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือแนวความคิดอันยิ่งใหญ่นี้ ปรัชญานี้เชื่อว่าโลกตามธรรมชาติและธรรมชาติของมนุษย์ ยังเป็นยั่งยืน คงที่ไม่เปลี่ยนแปลงมาเป็นศตวรรษ ดังนั้นแนวความคิดนี้สามารถนำมาแก้ปัญหาในปัจจุบันได้ ปรัชญานิรันตรนิยมจึงเน้นศักยภาพในการคิดอย่างมีเหตุผลของมนุษย์โดยปลูกฝังสติปัญญา เพื่อให้มนุษย์สามารถแยกแยะความเป็นมนุษย์ออกจากความเป็นสัตว์อื่น ๆ ดังนั้นลักษณะการจัดหลักสูตรจึงเน้นทั้งศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์
ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม (Essentialism) หมายถึง ความเชื่อในปรัชญาการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนตามแนวความคิดปรัชญาการศึกษาตะวันตกกลุ่มสารัตถนิยม ที่มีความเชื่อในด้านการจัดการศึกษาว่าวัฒนธรรมเป็นแก่นสาระของการแสวงหาความรู้โดยทั่วไปซึ่งโรงเรียนเป็นผู้รับหน้าที่ที่จะต้องปรับเปลี่ยนไปสู่ตัวนักเรียนนักศึกษาโดยปรับให้เป็นระบบ เป็นระเบียบ ดังนั้นสารัตถะหรือแก่นแท้ของความรู้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นต้องเรียนรู้ เพื่อให้เป็นผลผลิตของสังคมที่ดีโดยโรงเรียนต้องฝึกฝนอบรมให้นักเรียนนักศึกษามีเครื่องมือเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินชีวิตและอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
ปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยม (Social Reconstructionism)หมายถึง ความเชื่อในปรัชญาการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนตามแนวความคิดปรัชญาตะวันตกกลุ่มสังคมปฏิรูปนิยม ที่มีความคิดว่าโรงเรียนไม่ควรจะเน้นที่การถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการจัดระเบียบทางสังคมเพี่ยงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องปฏิรูปสังคมด้วย ทั้งนี้เพราะว่ากลุ่มสังคมปฏิรูปนิยมมองว่าสังคมกำลังอยู่ในช่วงวิกฤติ ซึ่งมนุษย์มีศักยภาพสามารถทำลายอารยธรรมในสังคมเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น ดังนั้นมนุษย์มีสติปัญญา มีเทคโนโลยี มีศักยภาพทางด้านศีลธรรมจึงควรที่จะหันมาปฏิรูปสังคม โรงเรียนจึงเป็นแหล่งสำคัญที่จะต้องวางแผน ดำเนินการให้มีการปฏิรูปสังคมเป็นสังคมอุดมปัญญา
ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยม (Existentialism)หมายถึง ความเชื่อในปรัชญาการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนตามแนวความคิดปรัชญากลุ่มอัตถิภาวนิยม ที่มีความคิดว่าการจัดการศึกษาต้องเน้นที่ประสบการณ์ของปัจเจกบุคคล ปรัชญาอัตถิภาวนิยมจึงมุ่งให้ปัจเจกบุคคลคิดถึงชีวิตของตนเองว่าอะไรมีความหมายและมีความเป็นจริงสำหรับตนเอง อัตถิภาวนิยมจึงเน้นแนวทางเลือกที่สร้างสรรค์ เน้นประสบการณ์ของมนุษย์ที่มีเหตุผลเป็นหลัก
          ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยม (Humanism)หมายถึง ความเชื่อในปรัชญาการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน
     ตามแนวปรัชญามนุษยนิยมที่มีความเชื่อว่าปัจเจกบุคคล สามารถควบคุมจุดมุ่งหมายของตนเอง โดยผ่านกระบวนการในการใช้สติปัญญา
 
     และการเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถทำสิ่งทั้งหลายด้วยตนเอง ผู้เรียนมีบุคลิคเป็นผู้มีเหตุผล โดยไม่คำนึงถึงหลักการทางศาสนาและมีความ
     เชื่อว่าเงื่อนไขความเชื่อของมนุษย์มีความสัมพันธ์กับธรรมชาติของมนุษย์และการกระทำของมนุษย์เองไม่ใช่เกิดมาจากการเปิดเผยหรือ
     มีหลักการทางศาสนามาเกี่ยวข้อง
ปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยม (Behaviorism)หมายถึง ความเชื่อในปรัชญาการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนตามแนวความคิดปรัชญากลุ่มพฤติกรรมนิยมที่มีความคิดอันเป็นหลักการว่าพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของมนุษย์ จะเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบมากกว่าจะเกิดโดยบังเอิญ ดังนั้นพฤติกรรมของมนุษย์จึงมีการตัดสินโดยพลังอันเกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวมนุษย์ซึ่งได้จากการจัดการเรียนการสอนเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยม (Constructionism)หมายถึง ความเชื่อในปรัชญาการศึกษาของผู้บริหารและครูผู้สอนตามแนวความคิดปรัชญากลุ่มสร้างสรรค์นิยมที่มีความคิดเน้นที่กระบวนการเรียนรู้มากกว่าพฤติกรรมการเรียนรู้ ปรัชญาสร้างสรรค์นิยมจึงมุ่งเน้นที่กระบวนการเชิงพุทธิปัญญาว่าผู้เรียน จะต้องสร้างสรรค์ความรู้ผ่านการกระทำหรือการปะทะสัมพันธ์กับโลกซึ่งตรงกันข้ามกับสังคมปฏิรูปนิยมที่เน้นกระบวนการทางสังคม ปรัชญาสร้างสรรค์นิยมจะส่งเสริมกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กล่าวคือนักเรียนนักศึกษาจะใช้กระบวนการทางสมองมาใช้ในการเรียนรู้และใช้ในการกำหนดแนวทางสร้างสรรค์ตนเอง
 

 

เครื่องมือ(tool)

 

ลักษณะของเครื่องมือสำหรับการวิจัย 
 
เครื่องมือหรือร่างแบบสอบถามสำหรับการวิจัยที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นนี้ มีลักษณะแบ่งออกเป็น 3 ตอนดังนี้
      ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นของผู้ตอบแบบสอบถามประกอบด้วย (1)สถานภาพความเป็นผู้บริหารสถานศึกษาและความเป็นครูผู้สอน (2)วุฒิการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน (3)ประสบการณ์การทำงานของผู้บริหารสถานศึกษาและของครูผู้สอน
      ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตก
มีลักษณะเป็นแบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีความหมายดังนี้
 
      5 หมายความว่า มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย ในระดับมากที่สุด
      4 หมายความว่า มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย ในระดับมาก
      3 หมายความว่า มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย ในระดับปานกลาง
      2 หมายความว่า มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย ในระดับน้อย      
      1 หมายความว่า มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย ในระดับน้อยที่สุด
      ตอนที่ 3 เป็นแบบสอบถามลักษณะปลายเปิดโดยเปิดโอกาสให้ผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งได้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในประเด็นเกี่ยวกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย
      
การรวบรวมข้อมูล(gathering)

การเก็บรวบรวมข้อมูล

 
การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยประสานกับคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุลเพื่อขอหนังสือและประสานไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 1 เพื่อขออนุญาตเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
การวิเคราะห์(analysis)

 

การจัดกระทำข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล
                                                           
     ผู้วิจัยนำแบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์ที่ได้รับกลับคืนมาโดยนำมาจัดกระทำและวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้
     4.51-5.00 หมายความว่ามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย ในระดับมากที่สุด  
     3.51-4.50 หมายความว่ามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย ในระดับมาก
     2.51-3.50 หมายความว่ามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย ในระดับปานกลาง
     1.51-2.50 หมายความว่า มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย ในระดับน้อย
     1.00-1.50 หมายความว่า มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย ในระดับน้อยที่สุด
 
                 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
     การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยใช้สถิติที่เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับการวิจัยทางมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์สำหรับใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล มีรายละเอียดดังนี้
     วิเคราะห์ความเที่ยงตรง (Validity)ด้วยการใช้ค่าดัชนีความเหมาะสมโดยใช้ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน)วิเคราะห์ความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามทั้งฉบับ ใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบัค (Cronbach’s µ Coefficient) 
       ข้อมูลจากแบบสอบถามตอนที่  1 นำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ (Percentage)
     ข้อมูลจากแบบสอบถามตอนที่ 2 นำมาวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean)ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation, SD)และเปรียบเทียบตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนโดยใช้ค่า t-test รวมทั้งเปรียบเทียบวุฒิการศึกษาและประสบการณ์การทำงานโดยใช้ค่า F- Test หากพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผู้วิจัยทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่โดยวิธีการ LSD-test (Least Significant Different)(เชิดศักดิ์ โฆวาสินธุ์. 2549 : 152) รวมทั้งวิเคราะห์หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างปรัชญาการศึกษาตะวันตกแต่ละปรัชญา
โดยใช้ค่าสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson Product Moment Correlation)
     ข้อมูลจากแบบสอบถามตอนที่ 3 นำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ข้อสรุป(summary)

 

สรุปผลการวิจัย

            การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกปรัชญา หากพิจารณาแต่ละปรัชญาการศึกษาตะวันตก พบว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมอยู่ในระดับมาก เป็นอันดับแรก ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมอยู่ในระดับมาก เป็นอันดับที่สอง ส่วนปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยม ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน มีการรับรู้การปรับใช้อยู่ในระดับมาก เป็นอันดับสุดท้าย
     ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย โดยภาพรวมพบว่าผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกสูงกว่าผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นครูผู้สอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เกือบทุกปรัชญา ยกเว้นปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าครูผู้สอนและผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมเหมือนกัน  
     ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกทุกปรัชญาในระดับมากที่สุด ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทหรือสูงกว่ามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกอยู่ในระดับมากรองลงมาและผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกทุกปรัชญาระดับอยู่ในระดับมากเป็นลำดับสุดท้าย หากจำแนกตามวุฒิการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  0.05  ในปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมและปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยมจึงนำไปทดสอบค่าเฉลี่ยโดยใช้วิธีการ LSD (Least Significant Different)พบว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทหรือสูงกว่ามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมน้อยกว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญกับผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทหรือสูงกว่า ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทหรือสูงกว่ามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยมสูงกว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาสร้างสรรค์นิยมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโทหรือสูงกว่า
       ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตก จำแนกตามประสบการณ์การทำงานโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากโดยผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งมีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 5 ปี มีการรับรู้การปรับใช้อยู่ในระดับมาก รองลงมาได้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี และประสบการณ์การทำงานระหว่าง 5-10 ปีมีการรับรู้การปรับใช้อยู่ในระดับมากเป็นอันดับสุดท้าย หากพิจารณารายปรัชญาการศึกษาพบว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 5 ปี มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยมอยู่ในระดับมาก ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์การทำงานระหว่าง 5-10 ปี และ และน้อยกว่า 5 ปี มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยม และปรัชญการศึกษาพฤติกรรมนิยมอยู่ในระดับมากตามลำดับ หากจำแนกตามประสบการณ์การทำงาน ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยภาพรวมทุกปรัชญา จึงนำไปทดสอบค่าเฉลี่ยด้วยวิธีการ Least Significant Different,LSD พบว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน ที่มีประสบการณ์การทำงานระหว่าง 5-10 ปีมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกรวมทั้ง 8 ปรัชญาน้อยกว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 5 ปีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 10 ปีมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกทั้ง 8 ปรัชญาสูงกว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์การทำงานระหว่าง 5-10 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นอกนั้นไม่แตกต่างกัน
        ด้านความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกพบว่าการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับปานกลางกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยม ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมและปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยม  ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมกับปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยม ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยม ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยมและปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยมมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำ การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูงกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยม ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยม ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยม ปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยมและปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยม ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยมกับปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมมีอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำกับปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยม ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยม ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยม ปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยมและปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยม การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูงกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยม ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยมและปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยม ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยมกับปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยมมีอยู่ในระดับปานกลาง การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูงกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยมและปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยม ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยมกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยมมีอยู่ในระดับปานกลาง การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูงกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยมและปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยม การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูงกับการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยม
                                                                                                                                        
อภิปรายผลการวิจัย
 
                การวิจัยเรื่องการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตก ที่มีต่อการจัดการศึกษาไทยของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สรุปผลการวิจัยพบว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกปรัชญาเป็นไปตามสมมติฐานและสอดคล้องกับผลการวิจัยของพรศักดิ์  ทิพย์วงษ์ทอง (2546) ที่ได้ศึกษาความคิดเห็นของข้าราชการครูผู้สอนโดยมีกรอบการวิจัยการบริหารงานวิชาการครอบคลุมด้านปรัชญาซึ่งแสดงให้เห็นว่าโรงเรียนได้มีการนำปรัชญาการศึกษาตะวันตกมาปรับใช้เพื่อการบริหารจัดการศึกษาไทยในรูปแบบของกระบวนทัศน์ใหม่ทางการบริหารจัดการศึกษา
        ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกโดยไล่เรียงลำดับจากปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสังคมปฎิรูปนิยมเป็นอันดับสุดท้ายนั้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความคิดเห็นว่าแนวคิดปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมที่มีมุมมองว่าโดยธรรมชาติแล้วมนุษย์ไม่ดีคือเกิดมาพร้อมกับข้อบกพร่องต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องมีการปฏิบัติตามข้อตกลงของสังคมอย่างเคร่งครัด เพราะทุกสังคมจะยืนหยัดอยู่ได้ก็ด้วยการที่สมาชิกในสังคมให้ความเคารพต่อกฏระเบียบประเพณีมีการสร้างระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดถือว่าเป็นสาระของสังคม (ศักดา ปรางค์ประทานพร. 2535 : 434-436)จึงมีแนวคิดทางการศึกษาว่าควรถ่ายทอดมรดกทางปัญญาและทางสังคม มีการพัฒนาสติปัญญาและวินัยของนักเรียนให้เป็นผู้มีความเฉลียวฉลาด ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนจึงมีการรับรู้การปรับใช้อยู่ในระดับมากเป็นอันดับแรก ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมอยู่ในระดับมากเป็นอันดับที่สองโดยเฉพาะมีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการทำหรือการเข้าร่วมกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากเป็นอันดับแรก การเน้นให้นักเรียนทำหรือการเข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งให้สร้างเสริมประสบการณ์โดยให้นักเรียนลงมือทำด้วยตนเองตามผลการวิจัยนี้นั้น สอดคล้องกับแนวความคิดการปฎิรูปการเรียนรู้ซึ่งสำนักงานปฏิรูปการศึกษา  (2545 : 36)  ที่ได้มีการปฏิรูปการเรียนรู้โดยการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ใหม่จากการเน้นวิชาเป็นตัวตั้งไปสู่การเน้นคนและสถานการณ์จริงเป็นตัวตั้งและสอดคล้องกับแนวคิดของประทุม อังกูรโรหิต (2551 : 136-138) ที่เห็นว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากเพราะว่าปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมโดยเฉพาะที่พัฒนาการไปสู่การปฏิบัติที่มีประโยชน์ในแง่ว่าได้เสนอคำแนะนำที่ฉลาดสำหรับการดำรงชีวิตประจำวัน ในกรณีที่มีการพัฒนาร่วมกับสาขาวิชาอื่นหรือนำไปประยุกต์ใช้กับสาขาวิชาอื่นเช่นวิชาวาทวิทยา Rhetroric)ซึ่งประเด็นนี้แลนกิ้ (Lange. 1985 : Abstract) ได้วิจัยเกี่ยวกับการสูญสลายของการเรียนการสอนวิชาวาทวิทยากับการเกิดขึ้นของการเรียนการสอนแบบใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงปี 1893-1940 อย่างไรก็ตามปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมที่ได้จากการวิจัยนี้ก็สอดคล้องกับแนวคิดของเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์และคณะเช่นกัน (2548,สิงหาคม. : 202-203) ที่ได้เสนอผลการวิจัยเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมว่าผู้เรียนได้รับการพัฒนาทางวิชาการ ผู้เรียนได้รับการพัฒนาความรู้และความถนัด
       การรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน หากอภิปรายตามกรอบแนวคิดการวิจัย จะมีรายละเอียดดังนี้
       ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมในหัวข้อว่ามีกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้นักเรียนคิดอย่างมีเหตุผล มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากประเด็นนี้พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต. 2549,มกราคม. : 138-139) ได้สนับสนุนให้มีการปรับใช้วิธีการคิดอย่างมีเหตุผล โดยกล่าวว่าคนที่มีโยนิโสมนสิการ (Systematic Attention) คือคนที่รู้จักคิด รู้จักมองย่อมมองเห็นและหาแง่ที่เป็นประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาส่งเสริมความเจริญงอกงามของชีวิตได้ตลอดเวลา  อย่างไรก็ตามการคิดอย่างมีเหตุผลที่เป็นแบบพัฒนาปัญญาบริสุทธิ์นี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2545, กรกฎาคม.  : 3-5) ก็เน้นย้ำให้มีการพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาสติปัญญาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่คน เพราะคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาลักษณะการคิดอย่างมีเหตุผลในประเด็นนี้สุวัฒน์ วิวัฒนานนท์ (2551,เมษายน. : 39-40) ได้อธิบายเสริมว่าเป็นการคิดวิเคราะห์ซึ่งเป็นธรรมชาติของคนที่มีความใคร่ครวญ เป็นธรรมชาติของคนที่มีการตรึกตรองอย่างละเอียดเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปในการตัดสินใจซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของโซซ่า (Sousa. 2006 : 251)ที่ได้เสนอแนวคิดที่แฝงด้วยปรัชญาการศึกษาตะวันตกโดยได้อ้างอิงหลักการคิดวิเคราะห์ที่เป็นลำดับขั้นของการแบ่งประเภท (Taxonomy)ของเบนจามิน บลูม (Benjamin Bloom)ที่เรียกว่าการแบ่งประเภทความคิดอย่างมีเหตุผลของบลูม (Bloom’s Taxonomy)ประกอบด้วยความสามารถในการจดจำ (Remember)ความสามารถในการทำความเข้าใจ (Understand) ความสามารถในการประยุกต์ใช้ (Apply) ความสามารถในการวิเคราะห์ (Analyze) ความสามารถในการประเมินผล (Evaluate) รวมทั้งความสามารถในสร้างสรรค์งานขึ้นมาใหม่ (Create)
       ปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยมมีหลักการสำคัญคือการมุ่งการเรียนการสอนให้นักเรียนนักศึกษาเข้าถึงความจริงซึ่งสอดคล้องกับแนวทางขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) โดยมัตซูรา (Matsuura. 2007 : Preface) ที่ได้กล่าวเสริมถึงการจัดการเรียนการสอนซึ่งนอกจากจะสอนให้ผู้เรียนมีสติปัญญา  มีคุณธรรมจริยธรรมแล้ว จะต้องสอนให้มีความรู้หรือการบริหารจัดการความรู้ให้มีลักษณะพหุวัฒนธรรม และสอดคล้องกับแนวความคิดของประเวศ วะสี  (2551, กรกฎาคม. : 59-67) ที่ได้กล่าวถึงการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นให้มนุษยชาติได้เข้าถึงความจริง ความดี ความงามอันเป็นไปเพื่อการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตัวเอง
        ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมอยู่ในระดับมากเป็นลำดับแรก หากพิจารณารายข้อแล้วพบว่ามีการปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม โดยการกำหนดจุดมุ่งหมายเน้นให้นักเรียนมีวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด เป็นอันดับแรกซึ่งประเด็นการค้นพบการวิจัยนี้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2545 (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2545 : 5) โดยเฉพาะมาตรา  7 ที่ได้บัญญัติว่ากระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเป็นต้น จากเจตนารมณ์นี้มีสาระที่สำคัญมากในยุคปัจจุบันก็คือสาระสำคัญด้านการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมอันเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามของสังคม ดังนั้นผลการวิจัยในส่วนที่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมอยู่ในลำดับแรกในบรรดาปรัชญาการศึกษาตะวันตก 8 ปรัชญาอันเป็นกรอบการวิจัยนี้ สอดคล้องกับผลการวิจัยของเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป (2547 ที่ได้ทำการวิจัยพบว่าการจัดกระบวนการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการและการเรียนรู้ มีความสำคัญต่อชีวิตของเด็กปฐมวัยเป็นอย่างมาก ขั้นตอนดังกล่าวนี้เป็นลักษณะของหลักการทางปรัชญาการศึกษาที่อยู่ในขอบเขตของญาณวิทยา (Epistemology)ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่ว่าด้วยบ่อเกิดความรู้ การจัดการเรียนรู้ นอกจากนั้นผลการวิจัยนี้ยังสอดคล้องกับผลการวิจัยของนภาพรรณ คงคาน้อย (2546)ที่ได้ศึกษาวิจัยการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นการนำแก่นสาระสำคัญของสังคมมาสนับสนุนการบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษาซึ่งเป็นลักษณะงานวิจัยที่สอดคล้องกับหลักการของปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม
        ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสังคมปฏิรูปนิยมโดยเน้นการจัดระเบียบสังคมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากประเด็นนี้สอดคล้องกับงานวิจัยของจอห์นสัน  (Johnson. 2003 : Abstract) ที่ได้ศึกษาวิจัยเปรียบเทียบทัศนะทางด้านสังคมปฏิรูปนิยมที่ปรากฎในการศึกษาว่าภาษาธรรมดาที่อธิบายความแตกต่างของสังคมดังนั้นปรัชญาการศึกษาสังคมปฎิรูปนิยมอาจจะหมายถึงการปฏิรูปการศึกษาอันเป็นลักษณะการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกด้วย
        ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยมโดยการสอนเน้นที่นักเรียนเป็นสำคัญ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากเป็นอันดับดับแรก ข้อค้นพบจากการวิจัยนี้สอดคล้องกับผลการวิจัยของวนิดา สุริต (2543 : บทคัดย่อ) ซึ่งวิเคราะห์แนวทางการจัดการศึกษาตามปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยมพบว่ามุ่งพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญโดยมุ่งให้ผู้เรียนเป็นตัวของตัวเอง มุ่งให้มีการพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่และมีการกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักค้นพบตนเองให้มากที่สุด
        ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษามนุษยนิยม โดยมีการเน้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียนในลักษณะที่เอื้อต่อกันมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากอยู่ในอันดับแรก สอดคล้องกับแนวคิดของอาจอง ชุมสาย (2550 : 32-36) ที่ได้กล่าวบรรยายไว้ว่าบรรยากาศของโรงเรียนควรเป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสงบ ความรัก ความเมตตา นอกจากนั้นยังสอดคล้องกับผลการวิจัยของไบนัม (Bynum. 2007 : Abstract)และผลการวิจัยของนฤมล มารคแมน (2544 : บทคัดย่อ)ที่ได้วิจัยพบว่าประสบการณ์เกี่ยวกับมนุษยชน สิทธิของมนุษยชนรวมทั้งศักยภาพของมนุษยชนและสอดคล้องกับแนวคิดเชิงจริยธรรมซึ่งเรียกว่าแบบคำสั่งหรือคำขอร้องที่แฝงด้วยจริยธรรม (Moral Imperative)  ที่ให้ความเคารพในเรื่องความเป็นมนุษย์ไม่ว่าจะต่อตนเองหรือต่อผู้อื่น
(จำเริญรัตน์ เจือจันทร์. 2548 : 88-90)และสอดคล้องกับแนวความคิดของประเวศ  วะสี (2550, กรกฎาคม. : 13-14)
ที่กล่าวว่ามนุษย์ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ล้วนต้องการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขทำให้เกิดกฎกติกาของการอยู่ร่วมกันและสอดรับกับผลการวิจัยของฟาโมทส์และคิสแซกค์ (Phamotse and Kissack. 2008 : 49-65)ที่ได้ศึกษาบทบาทของมนุษยนิยมที่ปรากฏในมหาวิทยาลัยสมัยใหม่โดยศึกษาเชิงประวัติศาสตร์และข้อพิจารณาเชิงปรัชญาซึ่งอธิบายประเด็นปัญหาด้านความหมาย ความสำคัญและความจริง มนุษยนิยมจึงเป็นจุดสนใจของการตระหนักรู้ตนเองของคนสมัยใหม่ที่จำเป็นต้องนำมาปรับใช้ในวงการศึกษาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยมในประเด็นการจัดหลักสูตรที่เน้นพฤติกรรมที่พึงประสงค์อย่างต่อเนื่อง มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เป็นอันดับแรกสอดคล้องกับผลการวิจัยของชรินทร์ หงส์ทอง (2546) ที่ได้วิจัยพบรูปแบบพฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามตัวบ่งชี้มาตรฐานที่ 19 ในทัศนะของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพภายนอกว่าพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของมนุษย์ จะเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบมามากกว่าจะเกิดโดยบังเอิญซึ่งแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมการเรียนการสอนจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เรียนได้
        ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยม โดยมีการกำหนดให้มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อนำมาสร้างสรรค์ปรับปรุงการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากอันดับแรกสอดคล้องกับแนวคิดของอำพน แสนต๊ะ (2546) ที่ได้ให้ความสนใจในการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านและเน้นให้มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นความรู้ความเข้าใจเป็นฐานสำคัญมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากนั้นมีประเด็นที่สัมพันธ์กับผลการวิจัยของครอวฟอร์ด (Crawford. 2008,August. 1706-1736) ที่ได้วิจัยเกี่ยวกับการสร้างรูปแบบทางวัฒนธรรมแห่งการใช้พลังอำนาจ การใช้ความรู้ที่ต้องสร้างความร่วมมือกัน (Shared Authority)ส่วนประเด็นที่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้โดยการเสริมสร้างให้นักเรียนรู้จักคิดสร้างสรรค์ไว้ในหลักสูตร มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง หากพิจารณาถึงการสร้างสรรค์ของนักเรียนแล้วพบว่านักเรียนหญิงใช้เวลาสร้างสรรค์การเรียนรู้มากกว่านักเรียนชายซึ่งเป็นประเด็นข้อค้นพบของแวกเนอร์ สโคเบอร์และสปีล (Wagner, Schober, and Spiel. 2008 : 309-320)ที่ได้วิจัยเกี่ยวกับการใช้เวลาในการทำงานสร้างสรรค์ให้โรงเรียนของนักเรียนที่บ้านพบว่านักเรียนได้ใช้เวลาคิดสร้างสรรค์การทำงานที่บ้านให้กับโรงเรียนของตนสัปดาห์ละ 11.7 ชั่วโมง
       ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน มีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย โดยภาพรวมพบว่าผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกสูงกว่าผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นครูผู้สอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เกือบทุกปรัชญา ยกเว้นปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าครูผู้สอนและผู้บริหารสถานศึกษามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมเหมือนกัน การที่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมเหมือนกันนั้น อาจเป็นไปได้ว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความตระหนักว่าการจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเน้นพัฒนาการของผู้เรียนหรือการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ในขณะเดียวกันผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนก็เห็นความสำคัญของระเบียบวินัยอันเป็นสาระหรือแก่นแท้ของปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมอันเป็นองค์ประกอบสำคัญของการจัดการศึกษาไทยที่มุ่งเน้นให้คนเป็นคนเก่ง เป็นคนดี และเป็นคนที่มีความสุข หากจำแนกตามวุฒิการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกที่มีต่อการจัดการศึกษาแตกต่างกันในปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมและปรัชญาการศึกษาสร้างสรรค์นิยม หากจำแนกตามประสบการณ์การทำงาน ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีการรับรู้การปรับใช้แตกต่างกันโดยภาพรวมทุกปรัชญาจึงมีการทดสอบความแตกต่างพบว่ามีการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาแตกต่างกันซึ่งแสดงให้เห็นว่าการนำปรัชญาการศึกษาตะวันตกมาปรับใช้กับการจัดการศึกษาไทยนั้น มีการนำมาปรับใช้อย่างหลากหลายมิได้เจาะจงว่าจะใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกปรัชญาใดปรัชญาหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งประเด็นนี้ชี้ให้เห็นว่านอกจากจะนำปรัชญาการศึกษาตะวันตกมาปรับใช้แล้ว ยังอาจจะมีการนำปรัชญาการศึกษาอื่น ๆ ที่เป็นแนวความคิดปรัชญาการศึกษาตะวันออกเช่นพุทธปรัชญาการศึกษาเป็นต้น ที่ได้นำมาปรับใช้ในการจัดการศึกษาไทยที่สำคัญอีกด้วย
       ส่วนด้านความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาตะวันตกพบว่าโดยส่วนใหญ่ปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยม ปรัชญาการศึกษษสังคมปฏิรูปนิยม ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยมและปรัชญาการศึกษามนุษยนิยม และปรัชญาการศึกษาพฤติกรรมนิยมมีความสัมพันธ์ในระดับสูงกับปรัชญาการศึกษาอื่น ๆ ส่วนปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมมีความสัมพันธ์กับปรัชญาอื่น ๆ อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งแสดงให้เห็นเป็นภาพกว้าง ๆ ว่าการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาในส่วนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้แก่ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมและปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมซึ่งแสดงให้เห็นว่าทุกปรัชญาการศึกษาตะวันตกมีส่วนสัมพันธ์กันและกันเมื่อมีการนำมาปรับใช้เป็นการนำมาปรับใช้ในลักษณะบูรณาการทางการจัดการศึกษาไทยนั่นเอง     
                                                                                                                                         
ข้อเสนอแนะ(suggestion)

ข้อเสนอแนะการวิจัย

                ข้อเสนอแนะสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบระดับการรับรู้การปรับใช้และเพื่อเปรียบเทียบระดับการรับรู้การปรับใช้โดยจำแนกตามตำแหน่ง วุฒิการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน เมื่อทราบผลการวิจัยนี้แล้ว หน่วยงานควรศึกษาและนำไปสู่การปฎิบัติ (Implementation)ตามประเด็นข้อเสนอแนะจากการวิจัยดังนี้
            1. ผู้บริหารการศึกษาทุกหน่วยงาน ผู้บริหารสถานศึกษาทุกระดับควรตระหนักถึงทิศทาง
ของการบริหารจัดการศึกษาโดยควรนำผลการรับรู้การปรับใช้ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมและปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยมไปปรับใช้โดยกำหนดเป็นนโยบายสำคัญโดยกำหนดเป็นหลักการสำคัญไว้ในหลักสูตรแกนกลาง
            2. ผู้บริหารสถานศึกษาควรถือเป็นนโยบายสำคัญที่จะชี้แจงให้ครูผู้สอนทุกระดับประยุกต์ใช้ปรัชญาการศึกษาโดยเฉพาะปรัชญาการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยบรรจุแนวคิดสำคัญลงไปในหลักสูตรสถานศึกษา
            3. ผู้บริหารสถานศึกษาควรถือว่าปรัชญาการศึกษาถือเป็นประเด็นสำคัญที่จะนำมาปรับใช้เป็นการบริหารจัดการความรู้อันเป็นของตนเอง (Tacit Knowledge) และการจัดการความรู้ที่ได้รับจากภายนอก (Explicit Knowledge)
            4. ครูผู้สอนควรถือว่าเป็นความรู้พื้นฐานสำคัญในอันที่จะทำความเข้าใจปรัชญาการศึกษาก่อนที่จะนำไปประยุกต์สู่การเรียนการสอน
            ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยในครั้งต่อไป
            1. ควรศึกษาวิจัยในเชิงลึกในประเด็นปรัชญาการศึกษาพิพัฒนาการนิยม รวมทั้งปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมเป็นต้นว่ามีลักษณะสัมพันธ์กันและกันอย่างไร
            2. ควรศึกษาเกี่ยวกับระดับการมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในการปฏิบัติตามปรัชญาสารัตถนิยม
            3. ควรศึกษารูปแบบการนำปรัชญาการศึกษามาปฏิบัติใช้ในสถานศึกษา
            4. ควรมีการศึกษาวิจัยว่าได้มีการนำปรัชญาการศึกษาใดมาปฏิบัติใช้ในการบริหารจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมากที่สุด
            5. ควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับบทบาทของครูในด้านการนำหลักสูตรไปปฏิบัติการในการจัดการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและภาพลักษณ์ของครูในสภาพสังคมปัจจุบัน
            6. ควรมีการศึกษาประเด็นสำคัญที่ปรากฏในปรัชญาการศึกษาตะวันตกได้แก่ประเด็นจุดมุ่งหมายของหลักสูตร ประเด็นการจัดการเรียนการสอนและประเด็นภาพลักษณ์ของครูผู้สอนว่ามีการปฏิบัติอยู่ในระดับใด และควรมีการเปรียบเทียบว่าประเด็นใดที่ได้นำมาปฎิบัติมากที่สุด
            7. ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพด้านประวัติศาสตร์ว่าในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการนำบันทึกรายงานจากเอกอัครราชทูตมาใช้ในการบริหารจัดการศึกษาอย่างไร
            8. ควรศึกษาวิจัยประเด็นปรัชญาการศึกษาทีสัมพันธ์กับหลักการประกันคุณภาพการศึกษาโดยเฉพาะในส่วนที่สัมพันธ์กันระหว่างปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ แผนงานเป็นต้นในลักษณะบูรณาการกัน
ปี 2552
ผู้วิจัยร่วม ไม่มี
ผู้วิจัยร่วม(Eng) ไม่มี
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved