Current Record: นายศักดิ์สิทธิ์ วัชรารัตน์

นายศักดิ์สิทธิ์ วัชรารัตน์

1. ได้นวัตกรรมชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา 23 โปรแกรม ในรูปแฟ้มข้อมูล Microsoft Excel 2003 และ 2007 ประกอบด้วย
1.1 โปรแกรมวิเคราะห์หากลุ่มตัวอย่าง
1.2 โปรแกรมวิเคราะห์ IOC
1.3 โปรแกรมวิเคราะห์ E1/E2
1.4 โปรแกรมวิเคราะห์ข้อสอบ
1.5 โปรแกรมวิเคราะห์ข้อสอบอิงกลุ่ม
1.6 โปรแกรมตรวจข้อสอบ
1.7 โปรแกรมประเมินผลการเรียน
1.8 โปรแกรมวิเคราะห์ความถี่
1.9 โปรแกรมวิเคราะห์ร้อยละ
1.10 โปรแกรมวิเคราะห์แบบสอบถาม 3 ระดับ
1.11 โปรแกรมวิเคราะห์แบบสอบถาม 4 ระดับ
1.12 โปรแกรมวิเคราะห์แบบสอบถาม 5 ระดับ
1.13 โปรแกรม t-test one sample
1.14 โปรแกรม t-test paired
1.15 โปรแกรม t-test independent
1.16 โปรแกรม One-Way ANOVA (Bartlett)
1.17โปรแกรม Two-Way ANOVA (interaction)
1.18 โปรแกรมการทดสอบไคสแควร์ทางเดียวแบบสัดส่วน
1.19 โปรแกรมการทดสอบไคสแควร์ข้อมูลสองทาง
1.20 โปรแกรมวิเคราะห์ความถดถอยอย่างง่าย
1.21 โปรแกรมวิเคราะห์ความถดถอย 2 ตัวแปร (2x)
1.22 โปรแกรมวิเคราะห์ความถดถอย 3 ตัวแปร (3x)
1.23 โปรแกรมวิเคราะห์ความถดถอย 4 ตัวแปร (4x)
2. ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพและประสิทธิภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับเอกสารตำรา ผลลัพธ์ที่ได้จากโปรแกรม SPSS for Windows และ Microsoft Excel 2007 ด้วยชุดข้อมูลเดียวกัน
3. การประเมินคุณภาพของชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาจากการทดลองใช้ทั้งชุดในระยะที่ 1 อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.06 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.353 อยู่ในระดับมาก ในระยะที่ 2 อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.36 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.38
4. ความต้องการใช้ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษากับงานวิจัยทางการศึกษาของครูผู้ทดลองใช้ทั้งสองระยะอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.37 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.140
5. ความพึงพอใจที่มีต่อชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษากับงานวิจัยทางการศึกษา ซึ่งมาจากผลการประเมินคุณภาพและความต้องการใช้ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาของครูผู้ทดลองใช้ทั้งสองระยะอยู่ในระดับมาก และสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยในระยะที่ 1 มีความพึงพอใจเฉลี่ย 4.22 อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 84.40 และในระยะที่ 2 มีความพึงพอใจเฉลี่ย 4.36 อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 87.29
 

Click to minimize this section Details

ยอมรับเงื่อนไข 1
ลำดับที่ 8715
ชื่อผลงานวิจัย การพัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา
หัวข้อ(Eng) Development of Program Group for Educational Research Data Analysis
คำสำคัญ(keyword) ชุดโปรแกรม, วิเคราะห์ข้อมูล, ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูล, งานวิจัยทางการศึกษา, Microsoft Excel 2007
ชื่อผู้วิจัย นายศักดิ์สิทธิ์ วัชรารัตน์
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr.Saksit Watchararat
ตำแหน่ง ครูชำนาญการพิเศษ วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก
การศึกษา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์เกษตร)
สถานที่ติดต่อ วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000 โทร 0-5525-2034
สถานศึกษา วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) พ.ศ. 2551-2552
ประเภท งานวิจัยสถานศึกษา
สถานที่จัดเก็บผลงาน วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก
ประวัติความเป็นมา(history) การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552-2561) ที่มีวิสัยทัศน์ “คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ” มีกรอบแนวทางการปฏิรูปการศึกษา และเรียนรู้อย่างเป็นระบบ คือ พัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่ พัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่ พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ และพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยงานวิจัยทางการศึกษาอย่างกว้างขวางครบถ้วนทุกด้าน
กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญ และส่งเสริมให้มีการวิจัย โดยเฉพาะครูผู้สอนจะต้องมีการค้นคว้าวิจัย เพื่อหาความรู้หรือวิธีการใหม่ ๆ ที่นำไปประยุกต์ใช้กับสภาพการณ์ของการเรียนการสอนและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน รวมทั้งการแก้ปัญหาการเรียนการสอน เช่นเดียวกับการพัฒนาการศึกษาทั่วโลก คือพยายามให้ครูผู้สอนเป็นนักวิจัย และปรับบทบาทของการวิจัยให้เข้ากับการเรียนการสอนให้เป็นไปอย่างอัตโนมัติ (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, 2542: 3)
การวิจัย เป็นกระบวนการที่อาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแสวงหาคำตอบให้แก่ปัญหาหรือคำถามต่าง ๆ เพื่อให้ได้คำตอบที่น่าเชื่อถือ กระบวนการวิจัยเป็นกระบวนการในการแสวงหาความรู้ใหม่ และสร้างความรู้ใหม่ ๆ เพื่อการพัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นไป การวิจัยทางการศึกษาหรือการวิจัยด้านการเรียนการสอน จึงเป็นตัวบ่งชี้ของความก้าวหน้าของศาสตร์ทางการสอน ดังจะเห็นได้จากในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ผลงานวิจัยเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะแรก ๆ มักทำตามความสนใจของผู้วิจัยเอง งานวิจัยจึงกระจัดกระจาย ต่อมาจึงได้มีการรวบรวมข้อมูลงานวิจัยเพื่อให้เห็นภาพรวม ซึ่งสามารถบ่งบอกสถานภาพของการวิจัยของประเทศไทย จากการสังเคราะห์งานวิจัยพบว่า งานวิจัยส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยที่ทำเป็นวิทยานิพนธ์ และงานวิจัยของสถาบันการศึกษา เป็นงานวิจัยประยุกต์ งานวิจัยและพัฒนาและงานวิจัยพื้นฐานมีไม่ถึงร้อยละ 1 ระดับการศึกษาที่วิจัยพบว่า ทำมากที่สุดในระดับมัธยมศึกษา ประถมศึกษา และอุดมศึกษา งานวิจัยในระดับอาชีวศึกษาและก่อนประถมศึกษามีน้อยมาก งานวิจัยส่วนใหญ่ที่พบเป็นงานวิจัยในมิติของกระบวนการจัดการเรียนการสอน รองลงมาเป็นงานวิจัยมิติผู้เรียน งานวิจัยหลายมิติ และงานวิจัยมิติการสอน ส่วนงานวิจัยในมิติสภาพแวดล้อมมีน้อยมาก สำหรับในมิติเกี่ยวกับการเรียนการสอน พบว่ามีงานวิจัยเกี่ยวกับวิธีสอนมากที่สุด รองลงมาคือการใช้สื่อการสอน (ทิศนา, 2550: 451-471)
ครูทุกคน ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญ จึงต้องตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอนอันสำคัญนี้ จะต้องพัฒนาตนเองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งสร้างวัฒนธรรมทางวิชาชีพครูยุคใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อก้าวสู่ความเป็นครูมืออาชีพ ด้วยการจัดกระบวนการเรียนที่เหมาะสมเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนและการศึกษา ดังนั้นการวิจัย จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ใช้ควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนการสอนเพราะจะเป็นการช่วยพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการเรียนการสอนได้ ครูต้องทำวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนควบคู่กันไป
การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ เป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการและวิธีดำเนินการวิจัยที่ผู้วิจัยต้องมีความรู้ความเข้าใจและรู้จักเลือกใช้ตัวสถิติที่ถูกต้องกับงานวิจัยนั้น ๆ และยังต้องวิเคราะห์ข้อมูลตามสูตรสถิติที่ยุ่งยาก เพื่อให้ได้รับคำตอบจากโจทย์วิจัยหรือสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้ ซึ่งเป็นปัญหาและอุปสรรคหนึ่งที่ครูกลัวและไม่กล้าทำวิจัย นอกจากนี้ครูผู้วิจัยส่วนใหญ่ ถ้าไม่วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติจากการคำนวณด้วยมือ หรือใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยคำนวณแทนมือ ก็จะใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ เช่น SPSS เป็นต้น เพราะมีความสะดวกให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ครูผู้วิจัยก็ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานในการใช้งานคอมพิวเตอร์และโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิตินั้น ๆ หากใช้งานไม่เป็นก็จะต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติที่ยุ่งยากเป็นจำนวนมาก รวมทั้งค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการจ้างวิเคราะห์สถิติสำหรับผู้ที่ไม่ได้วิเคราะห์สถิติด้วยตนเอง
ดังนั้น จากความสำคัญของการวิจัยทางการศึกษายุคการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552-2561) และผู้วิจัยได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการวิจัยของครู โดยเฉพาะการใช้โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติวิจัย จึงได้วิจัยการพัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา เพื่อช่วยแบกรับภาระที่หนักของครู ช่วยให้ครูทำงานวิจัยได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ครูสามารถพัฒนาการเรียนรู้และทำงานวิจัยด้วยตนเองได้ นับว่าเป็นงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในรูปแบบซอฟท์แวร์ประยุกต์ใช้กับงาน ที่เสริมสร้างศักยภาพการวิจัยให้กับครู พัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่ให้เป็นครูนักวิจัยมือใหม่ เตรียมตัวก้าวไปสู่ครูมืออาชีพ เป็นวิชาชีพที่มีคุณค่า ที่เป็นผู้เอื้ออำนวยให้ผู้เรียนที่มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ สามารถเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองและแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ช่วยวิจัยส่งเสริมพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ที่มีคุณภาพ และช่วยวิจัยส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่ รวมทั้งการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน ภาคเอกชนและทุกภาคส่วน อันจะนำประโยชน์สุดท้ายไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของไทยโดยรวมในระยะยาว
แนวคิด(concept) กรอบแนวคิดในการวิจัยครั้งนี้ เพื่อพัฒนานวัตกรรมขึ้นมาใช้ในงานวิจัยทางการศึกษา คือ ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา ซึ่งได้เขียนสูตรสถิติวิจัยลงในโปรแกรมสำเร็จรูป Microsoft Excel 2007 โดยเปรียบเทียบคุณภาพประสิทธิภาพจากเอกสาร ผลการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมสถิติวิเคราะห์สำเร็จรูป SPSS for Windows และ Microsoft Excel 2007 เอง จากนั้นจึงนำมาให้กลุ่มตัวอย่างทดลองใช้ และประเมินคุณภาพ ความต้องการ และความพึงพอใจที่มีต่อการใช้นวัตกรรมชุดโปรแกรมนี้
วัตถุประสงค์(objective)

เพื่อพัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา

สมมุติฐาน(assumption)

1. ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาที่พัฒนามีประสิทธิภาพ
2. ผู้ทดลองใช้มีความพึงพอใจในการใช้นวัตกรรมชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาอยู่ในระดับมาก และสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
 

แนวทางการปฏิบัติ(regulation)

การดำเนินการวิจัยมี 2 ระยะเวลา คือ
ระยะที่ 1 การพัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยในชั้นเรียน
ระยะที่ 2 การพัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา
มีขั้นตอน ดังต่อไปนี้
1. ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับงานวิจัยทางการศึกษา จากเอกสาร ตำรา และการสืบค้นจากอินเทอร์เน็ต
2. ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์วิจัย จากเอกสาร ตำรา และการสืบค้นจากอินเทอร์เน็ต
3. ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โปรแกรม Microsoft Excel 2007 และ SPSS for Windows จากเอกสาร ตำรา และการสืบค้นจากอินเทอร์เน็ต
4. พัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา จากการเขียนสูตรสถิติที่ใช้ในงานวิจัยด้วยโปรแกรม Microsoft Excel 2007 โดยเปรียบเทียบกับผลลัพธ์จากเอกสารตำรา, โปรแกรม SPSS for Windows และ Microsoft Excel 2007 ในระยะที่ 1 ได้ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยในชั้นเรียน จำนวน 16 โปรแกรม
5. สังเคราะห์แบบประเมินความพึงพอใจจากวิทยานิพนธ์และงานวิจัยที่ศึกษาในเรื่องใกล้เคียงกัน ซึ่งได้ผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ แล้ว
6. นำชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยที่เขียนสูตรสถิติด้วยโปรแกรม Microsoft Excel 2007 เสร็จแล้ว ให้นักศึกษาแผนกวิชาคอมพิวเตอร์และเพื่อนครูวิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลกทำการตรวจสอบความถูกต้องของการเขียนสูตรสถิติการวิจัย การใช้งาน และผลการวิเคราะห์ข้อมูล
7. แก้ไขและปรับปรุงชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา
8. นำชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาที่ได้แก้ไขและปรับปรุงแล้ว พร้อมทั้งแบบประเมินความพึงพอใจจากการทดลองใช้ที่ได้สังเคราะห์แล้ว ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้อง
9. แก้ไข และปรับปรุง ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาและแบบประเมินความพึงพอใจ ตามข้อคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
10. นำชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาที่ได้แก้ไขและแบบประเมินความพึงพอใจที่ปรับปรุงแล้ว ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง
11. นำชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาที่สมบูรณ์แล้ว มาทดสอบประสิทธิภาพกับผลลัพธ์จากเอกสารตำรา โปรแกรม SPSS for Windows และ Microsoft Excel 2007 อีกครั้งหนึ่ง และให้กลุ่มตัวอย่างทดลองใช้ พร้อมประเมินความพึงพอใจในการทดลองใช้
12. สรุปผล รายงานการวิจัย และเผยแพร่ในระยะที่ 1
13. พัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาในระยะที่ 2 เพิ่มขึ้นอีก 7 โปรแกรม จากการเขียนสูตรสถิติที่ใช้ในงานวิจัยด้วยโปรแกรม Microsoft Excel 2007 โดยเปรียบเทียบกับผลลัพธ์จากเอกสารตำรา โปรแกรม SPSS for Windows และ Microsoft Excel 2007
14. นำข้อคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ และการวิจารณ์ผลงานวิจัยในระยะที่1 มาปรับปรุงและพัฒนาการจัดเก็บและการนำไปใช้ โดยบันทึกแฟ้มข้อมูลเป็น 2 รูปแบบ คือ Microsoft Excel 2003 และ 2007 ทั้งชุด รวมจำนวน 23 โปรแกรมย่อย
15. นำชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา ที่เขียนสูตรสถิติด้วยโปรแกรม Microsoft Excel 2007 ทั้งแฟ้มข้อมูล Microsoft Excel 2003 และ 2007 เสร็จแล้ว ให้นักศึกษาแผนกวิชาคอมพิวเตอร์และเพื่อนครูวิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลกทำการตรวจสอบความถูกต้องของการเขียนสูตรสถิติการวิจัย การใช้งาน และผลการวิเคราะห์ข้อมูล
16. แก้ไขและปรับปรุงชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา
17. นำชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาที่ได้แก้ไขและปรับปรุงแล้ว พร้อมทั้งแบบประเมินความพึงพอใจที่ได้ปรับปรุงใหม่จากการทดลองใช้ครั้งที่แล้ว ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้อง
18. แก้ไข และปรับปรุง ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยในชั้นเรียนและแบบประเมินความพึงพอใจ ตามข้อคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
19. นำชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาที่ได้แก้ไข และแบบประเมินความพึงพอใจที่ปรับปรุงแล้ว ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง
20. นำชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาที่สมบูรณ์แล้ว มาทดสอบประสิทธิภาพกับผลลัพธ์จากเอกสารตำรา โปรแกรม SPSS for Windows และ Microsoft Excel 2007 อีกครั้งหนึ่ง และให้กลุ่มตัวอย่างทดลองใช้ทั้งหมดจำนวน 23 โปรแกรม พร้อมประเมินความพึงพอใจในการทดลองใช้
21. สรุปผล รายงานการวิจัย และเผยแพร่ในระยะที่ 2
 

 

กลุ่มตัวอย่าง(sample)

ประชากร คือ ครูผู้สอน
กลุ่มตัวอย่างที่ทดลองใช้ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 การพัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยในชั้นเรียน
กลุ่มตัวอย่างเป็นครูผู้สอนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดพิษณุโลก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 5 คน และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 5 คน รวมจำนวน 10 คน ด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (specific purpose sampling) จากครูผู้สอนที่เคยใช้โปรแกรม Microsoft Excel 2007 และเคยทำผลงานทางวิชาการ หรือเคยทำงานวิจัยในชั้นเรียน
ระยะที่ 2 การพัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา
กลุ่มตัวอย่างเป็นครูผู้สอนจากสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาแต่ละภูมิภาค จำนวน 52 คน ด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (multistage random sampling) ซึ่งมีสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทั้งหมด จำนวน 415 แห่ง (สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, มปป.สืบค้นจาก http://www.vec.go.th/doc/DirectorStr/college_th.php)
 

ตัวแปร(variable)

1. ตัวแปรต้น (Independent Variables) ได้แก่ การทดลองใช้ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา
2. ตัวแปรตาม (Dependent Variables) ได้แก่ ผลการทดลองใช้ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาซึ่งวัดได้ 4 ทาง คือ
2.1 ประสิทธิภาพหรือความสามารถของชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา
2.2 การประเมินคุณภาพของชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาจากการทดลองใช้
2.3 การประเมินความต้องการใช้ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษากับงานวิจัยทางการศึกษาของครูผู้ทดลองใช้
2.4 ความพึงพอใจของผู้ทดลองใช้ชุดโปรแกรมจากการประเมินคุณภาพและการประเมินความต้องการใช้ชุดโปรแกรม
 

คำนิยาม(defination)

1. ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูล หมายถึง โปรแกรมตารางจัดการหรือตารางคำนวณหรือไมโครซอฟท์เอ็กเซล (Microsoft Excel) ที่ได้มีการพัฒนาเขียนและ/หรือใช้สูตรทางสถิติวิเคราะห์ข้อมูลในงานวิจัยทางการศึกษา โดยการออกแบบและจัดวางรูปแบบ เพื่อให้ได้ตารางการวิเคราะห์ ผลการวิเคราะห์ และการสรุปผลการวิเคราะห์ตรงตามทฤษฎีทางด้านสถิติวิจัย
2. โปรแกรมตารางจัดการหรือตารางคำนวณหรือไมโครซอฟท์เอ็กเซล (Microsoft Excel) หมายถึง โปรแกรมหนึ่งในชุดโปรแกรมสำนักงาน (Microsoft Office) ที่ผลิตและพัฒนาเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทไมโครซอฟท์ ที่แสดงข้อมูลในลักษณะเป็นช่องตาราง อำนวยความสะดวกในการทำงานเกี่ยวกับการคำนวณข้อมูลต่าง ๆ ทั้งอย่างง่าย และขั้นสูง ด้วยเวลาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก
3. การวิจัยทางการศึกษา หมายถึง กระบวนการที่ครูศึกษาค้นคว้า เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ เชื่อถือได้ เช่น การวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติของครู บริบททางการศึกษา กระบวนการในการจัดการศึกษา และผลผลิตของการจัดการศึกษา เป็นต้น
4. ครูผู้สอน หมายถึง ครูหรือบุคลากรทางการศึกษาหรือบุคคลอื่น ๆ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สอน ในระดับการศึกษาต่าง ๆ ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
 

เครื่องมือ(tool)

อุปกรณ์ที่ใช้ในการวิจัย
ชุดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล พร้อมโปรแกรมลิขสิทธิ์ที่ใช้งาน ดังนี้
1. โปรแกรมระบบปฏิบัติการวินโดว์ Microsoft Windows XP Home Edition; Includes Service Pack 2 Version 2002 Part No. X11-33397 Register: Gridsada DEEIN (ดร.กฤษฎา ดีอินทร์ นักวิชาการ 8 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก)
2. โปรแกรมประยุกต์ใช้ในงานสำนักงาน Microsoft Office Home and Student 2007; Language Pack Thai 2007 Part No. X13-43575-02 Register: Gridsada DEEIN
3. โปรแกรมประยุกต์ใช้ทางสถิติ SPSS for Windows V.15 (Demo) ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของสาขาธุรกิจอุตสาหกรรม (MIB) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ชื่อเว็บไซต์ http://www.mibkm.com/spss.exe (ธานินทร์, 2551: 519-520)
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1. นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมา คือ ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาด้วยโปรแกรม Microsoft Excel 2007 บันทึกแฟ้มข้อมูลเป็น 2 รูปแบบ คือ Microsoft Excel 2003 และ 2007 จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วยโปรแกรมย่อย 23 โปรแกรม
2. ตารางการบันทึกผลการใช้นวัตกรรมเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้จากเอกสารตำรา ผลลัพธ์ที่ได้จากโปรแกรม SPSS for Windows และ Microsoft Excel 2007 ด้วยชุดข้อมูลเดียวกัน
3. แบบประเมินความพึงพอใจในการใช้ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยทางการศึกษา แบบ 5 ระดับ แบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ส่วนที่ 2 การประเมินคุณภาพของชุดโปรแกรม ส่วนที่ 3 ความต้องการใช้ชุดโปรแกรมกับงานวิจัยทางการศึกษา และส่วนที่ 4 ข้อเสนอแนะ
 

การรวบรวมข้อมูล(gathering)

การเก็บรวบรวมข้อมูล ได้เก็บข้อมูลเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 การพัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยในชั้นเรียน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2551 – กุมภาพันธ์ 2552 และระยะที่ 2 การพัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยทางการศึกษา ระหว่างเดือนมีนาคม – กันยายน 2552 โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลอยู่ 2 ลักษณะ ดังนี้
1. เก็บรวบรวมข้อมูลจากการบันทึกผลการใช้ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาเปรียบเทียบกับเอกสารตำรา ผลลัพธ์ที่ได้จากการโปรแกรม SPSS for Windows และ Microsoft Excel 2007
2. เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบประเมินความพึงพอใจของผู้ทดลองใช้ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา ที่เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ
 

การวิเคราะห์(analysis)

การวิเคราะห์ข้อมูลทั้ง 2 ระยะเวลา ได้นำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้
1. เปรียบเทียบประสิทธิภาพหรือความสามารถของชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษากับเอกสารตำรา ผลลัพธ์ที่ได้จากการโปรแกรม SPSS for Windows และ Microsoft Excel 2007 ด้วยการใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน วิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะโปรแกรมสถิติอนุมาน นำผลลัพธ์ที่ได้มาเปรียบเทียบกัน
2. ประเมินและเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ทดลองใช้ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา โดยวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจจากการทดลองใช้ ด้วยการหาค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจกับเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ ได้ใช้สถิติทดสอบสมมติฐานค่าเฉลี่ยของประชากร 1 กลุ่ม (one sample t-test)
 

ข้อสรุป(summary)

1. ได้นวัตกรรมชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา 23 โปรแกรม ในรูปแฟ้มข้อมูล Microsoft Excel 2003 และ 2007 ประกอบด้วย
1.1 โปรแกรมวิเคราะห์หากลุ่มตัวอย่าง
1.2 โปรแกรมวิเคราะห์ IOC
1.3 โปรแกรมวิเคราะห์ E1/E2
1.4 โปรแกรมวิเคราะห์ข้อสอบ
1.5 โปรแกรมวิเคราะห์ข้อสอบอิงกลุ่ม
1.6 โปรแกรมตรวจข้อสอบ
1.7 โปรแกรมประเมินผลการเรียน
1.8 โปรแกรมวิเคราะห์ความถี่
1.9 โปรแกรมวิเคราะห์ร้อยละ
1.10 โปรแกรมวิเคราะห์แบบสอบถาม 3 ระดับ
1.11 โปรแกรมวิเคราะห์แบบสอบถาม 4 ระดับ
1.12 โปรแกรมวิเคราะห์แบบสอบถาม 5 ระดับ
1.13 โปรแกรม t-test one sample
1.14 โปรแกรม t-test paired
1.15 โปรแกรม t-test independent
1.16 โปรแกรม One-Way ANOVA (Bartlett)
1.17โปรแกรม Two-Way ANOVA (interaction)
1.18 โปรแกรมการทดสอบไคสแควร์ทางเดียวแบบสัดส่วน
1.19 โปรแกรมการทดสอบไคสแควร์ข้อมูลสองทาง
1.20 โปรแกรมวิเคราะห์ความถดถอยอย่างง่าย
1.21 โปรแกรมวิเคราะห์ความถดถอย 2 ตัวแปร (2x)
1.22 โปรแกรมวิเคราะห์ความถดถอย 3 ตัวแปร (3x)
1.23 โปรแกรมวิเคราะห์ความถดถอย 4 ตัวแปร (4x)
2. ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพและประสิทธิภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับเอกสารตำรา ผลลัพธ์ที่ได้จากโปรแกรม SPSS for Windows และ Microsoft Excel 2007 ด้วยชุดข้อมูลเดียวกัน
3. การประเมินคุณภาพของชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาจากการทดลองใช้ทั้งชุดในระยะที่ 1 อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.06 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.353 อยู่ในระดับมาก ในระยะที่ 2 อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.36 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.38
4. ความต้องการใช้ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษากับงานวิจัยทางการศึกษาของครูผู้ทดลองใช้ทั้งสองระยะอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.37 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.140
5. ความพึงพอใจที่มีต่อชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษากับงานวิจัยทางการศึกษา ซึ่งมาจากผลการประเมินคุณภาพและความต้องการใช้ชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษาของครูผู้ทดลองใช้ทั้งสองระยะอยู่ในระดับมาก และสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยในระยะที่ 1 มีความพึงพอใจเฉลี่ย 4.22 อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 84.40 และในระยะที่ 2 มีความพึงพอใจเฉลี่ย 4.36 อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 87.29
 

ข้อเสนอแนะ(suggestion)

1. ข้อเสนอแนะในการวิจัยและการนำผลไปใช้
จากสภาพความเป็นจริงในทางปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการวิจัยและพัฒนาเครื่องมือและนวัตกรรมต่าง ๆ รวมทั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย จะต้องอาศัยการทดลองหรือทดสอบหลาย ๆ ครั้ง แล้วจึงนำไปใช้ปฏิบัติจริงจนถึงระยะเวลาหนึ่ง เมื่อค้นพบปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยตัวโปรแกรมเองหรือปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อให้เกิดความผิดพลาดจากการใช้หรือผิดพลาดในผลลัพธ์ที่ได้ ก็จะแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาใหม่ให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนมีประสิทธิภาพที่สุด เช่น โปรแกรมวินโดว์ โปรแกรมสำนักงาน ฯลฯ เช่นเดียวกันกับการวิจัยพัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา ได้มีการทดลองและทดสอบการเขียนสูตรสถิติและผลลัพธ์ที่ได้หลายครั้งทั้งด้วยตัวผู้วิจัยเอง นักศึกษา เพื่อนครูในวิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก และผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญทั้งสองระยะ จึงนำมาให้กลุ่มตัวอย่างได้ทดลองใช้ในระยะที่ 1 และปรับปรุงพัฒนาและทดลองใช้ในระยะที่ 2 แต่เนื่องจากการวิจัยพัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษานี้ มีจำนวนโปรแกรมย่อยถึง 23 โปรแกรม จึงอาจจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ รวมทั้งจากการสังเกตข้อมูลการประเมินที่ได้จากการทดลองใช้อาจจะได้ข้อมูลที่ไม่ละเอียดเท่าที่ควร ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้เปิดช่องทางในการรับข้อมูลคำแนะนำหรือปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ชุดโปรแกรมนี้ทางอีเมล โดยอนุญาตให้ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าไปดาวน์โหลดชุดโปรแกรมได้ทางเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่ http://e-learning.vec.go.th/elearning และเว็บไซต์ของวิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลกที่ http://www.plkpoly.ac.th/plkpoly/elearning_sak09/index.htm
2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
2.1 ควรมีการเพิ่มสูตรสถิติวิเคราะห์กับชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษา
2.2 ควรมีการวิจัยพัฒนาชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางสาขาอื่น ๆ ให้กว้างขวางขึ้น
2.3 ควรมีการจัดการนวัตกรรมชุดโปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยทางการศึกษานี้ ให้สามารถนำมาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนวิชาทางด้านสถิติได้อีกด้วย
 

ปี 2552
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved