Current Record: ประพรรธน์ พละชีวะ

ประพรรธน์ พละชีวะ

สรุปผลวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ผลการศึกษารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อฝึกการแก้ปัญหาสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 1 ผลการศึกษารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์ ได้รูปแบบที่ประกอบด้วยการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์แบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันจำนวน 8 แผนการสอน ใช้เวลา 10 คาบเรียน ซึ่งแบ่งเป็นการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ 5 คาบเรียน และการเรียนการสอนบนเว็บ 5 คาบเรียน ขั้นตอนการเรียนโครงงานวิทยาศาสตร์ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนคือ การตั้งปัญหา การตั้งสมมติฐาน การออกแบบการทดลอง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูล การสรุปผล รูปแบบเว็บที่ใช้ในการนำเสนอประกอบด้วย บทเรียน กระดานข่าว ห้องสนทนาเสมือนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การได้ยินเสียงบรรยาย และติดต่อผู้สอน 2 การศึกษาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอน จากการวิเคราะห์ความถี่และร้อยละของคะแนนความคิดเห็นที่ได้จากแบบสอบถามความคิดเห็นของผูเชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอน พบว่าแผนการสอนที่ 1, 2.1, 2.2, 2.3, 2.4, 2.5, 2.6 และ 3 ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์เห็นด้วยกับขั้นตอนและกิจกรรมการเรียนการสอนทุกขั้นตอน 3 การศึกษาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บ จากการวิเคราะห์ความถี่และร้อยละของคะแนนความคิดเห็นที่ได้จากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บ โดยใช้เกณฑ์ในการพิจารณาความคิดเห็นคือ ลักษณะการจัดกิจกรรมที่มีค่าความถี่และร้อยละของผู้เชี่ยวชาญที่เห็นด้วยกับลักษณะการจัดกิจกรรมดังกล่าวที่มากที่สุดคือลักษณะการจัดกิจกรรมที่มีความเหมาะสมมากที่สุด พบว่า 3.1 ผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นว่าแผนการสอนที่ 1, 2.4 และ 3 ให้จัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ ส่วนแผนการสอนที่ 2.1, 2.2, 2.3, 2.5 และ 2.6 ให้จัดการเรียนการสอนบนเว็บ 3.2 ในแผนการสอนที่ 2.1, 2.2, 2.3, 2.5 และ 2.6 ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใชในกิจกรรมการเรียนการสอนมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ การประกาศกิจกรรมให้ผู้เรียนทราบโดยปรากฏทันทีที่ผู้เรียนลงชื่อเข้าระบบ(webpage) การสนทนาเสมือน (Chat) การได้ยินเสียงผู้สอนขณะดำเนินกิจกรรมการเรียน (Audio) และกระดานสนทนาเสมือน (webboard) วัตถุประสงค์ข้อที่ 2. ผลการพัฒนารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้ร่วมกันในการเรียนโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการศึกษาทฤษฎีการเรียนการสอนแบบผสมผสาน การเรียนรู้ร่วมกัน และการวิเคราะห์ สังเคราะห์ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บ ผู้วิจัยได้รูปแบบการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้ร่วมกันในการเรียนโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยมีรายละเอียดจํานวน 2 ด้าน ได้แก่ องค์ประกอบของรูปแบบการเรียนการสอน ขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์ 1. องค์ประกอบของรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้ร่วมกันในการเรียนโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หมายถึง องค์ประกอบที่เป็นกรอบแนวคิดหลักของ การสร้างรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้ร่วมกันในการเรียนโครงงานวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย 9 องค์ประกอบคือ - จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อสงเสริมการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตรด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในการ เรียนการสอนแบบผสมผสาน เพื่อใหเกิดการเรียนรูตามเปาหมาย - กิจกรรมการเรียนการสอน วิธีการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ตามกรอบของการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ 5 ขั้นตอน ได้แก่ การตั้งปัญหา การตั้งสมมติฐาน การออกแบบการทดลอง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูล การสรุปผล และการเรียนการสอนแบบผสมผสาน - ลักษณะการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามลักษณะของการเรียนการ สอนแบบผสมผสานประกอบด้วย การเรียนการสอนบนเว็บ และการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ - ระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โรงเรียนที่จะจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบนี้ จะต้องมีการ สนับสนุนในความพร้อมของคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ดีเพื่อที่นักเรียนจะมาเรียนรู้ได้ตลอดเวลา สะดวกและรวดเร็ว - วิธีการปฏิสัมพันธบนเว็บ วิธีการจัดใหมีการปฏิสัมพันธบนเว็บ โดยใหผูเรียนไดอภิปราย ปรึกษารวมกัน ภายในกลุม ซึ่งกําหนดใหมีการปฏิสัมพันธกันในกลุม และการปรึกษากับผูสอนโดยกิจกรรมเหลานี้คือการปฏิสัมพันธโดยใชแหลงทรัพยากรตาง ๆ บนเว็บ เปนเครื่องมือในการปฏิสัมพันธอันไดแก การประกาศกิจกรรมให้ผู้เรียนทราบโดยปรากฏทันทีที่ผู้เรียนลงชื่อเข้าระบบ การสนทนาเสมือน กระดานสนทนาเสมือน และจดหมายอิเล็กทรอนิกส - บทบาทผูเรียน ผูเรียนมีหนาที่เรียนบนเว็บดวยตนเอง และเขาเรียนในชั้นเรียนปกติ อภิปรายเขากลุมกับ เพื่อนรวมกลุม ตามลักษณะการเรียนรู้ร่วมกันในการเรียนการสอนแบบผสมผสาน - บทบาทผู้ดำเนินการสอน : ผู้สอนมีบทบาทหนาที่เป็นผู้จัดการการเรียนการสอนวางแผนในการเตรียมความ พรอมเพื่อการเรียนการสอน อำนวยความสะดวก ติดตามและควบคุมการเรียนการสอน ตรวจสอบและประเมินผลการเรียนการสอน รวมทั้งให้คำแนะนำแนวทาง - การเรียน และคำปรึกษา ตลอดจนคอยจูงใจกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความสนใจในกิจกรรมการเรียน - บทบาทของผู้เชี่ยวชาญและผู้สนับสนุนการเรียนการสอน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาสาระหลักใน วิชาวิทยาศาสตร์ ที่จะนำความรู้มาเป็นฐานการจัดกิจกรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบการเรียนการสอนบนเว็บ เพื่อออกแบบการเรียนการสอน และกิจกรรมบนเว็บที่เหมาะสม - การประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินผลการเรียนรู การประเมินการเรียนการสอนตามรูปแบบการเรียน แบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์ ตามเป้าหมายของการเรียนรูคือ การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของผู้เรียน 2 ขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์แบบผสมผสาน ด้วยการเรียนรู้ร่วมกันสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ขั้นตอนหลักของรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์ประกอบดวย 3 ขั้นตอน คือขั้นตอนก่อนการเรียนการสอน ขั้นตอนระหว่างการเรียนการสอน และขั้นตอนหลังการเรียนการสอน โดยในแต่ละขั้นตอนโดยสรุปดังตอไปนี้ 1. ขั้นตอนก่อนการเรียนการสอน 1.1 ผู้สอนทำการวิเคราะห์เรียน ในด้านของความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ ลักษณะของผู้เรียน พื้นฐานความรูของผูเรียน เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนการจัดการเรียนการต่อไป 1.2 ผูสอนกําหนดวัตถุประสงคและเนื้อหาในการเรียนการสอน 1.3 ผูสอนกําหนดวิธีในการวัดและประเมินผลของผูเรียน 1.4 ผูสอนจัดหาแหลงความรูเพิ่มเติมใหสอดคลองกับวัตถุประสงคและเนื้อหา 1.5 กําหนดกิจกรรมในขั้นกอนการเรียนการสอน โดยเปนการปฐมนิเทศผูเรียนถึงลักษณะ การเรียนการสอนตามรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์ 1.6 กำหนดกิจกรรมในขั้นระหว่างการเรียนการสอน ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมตามลักษณะของ โครงงานวิทยาศาสตร์ การเรียนรู้ร่วมกัน ในการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน (Blended Learning) ระหว่างการเรียนการสอนบนเว็บ (Web-Based Instruction) และการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ (Traditional Classroom) 1.7 กำหนดกิจกรรมในขั้นหลังการเรียนการสอน โดยให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อเป็นการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 1.8 ผู้สอนจัดทำสื่อการเรียนการสอนที่ใช้ในการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ 1.9 สร้างสื่อเว็บ ตามรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น โดยเริ่มด้วยออกแบบกระดาษออกแบบ (story boards) ตามกรอบแนวคิดของรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นและนำไปสร้างเป็นเว็บ 1.10 ผู้สอนเตรียมข้อมูลปฐมนิเทศผู้เรียน ได้แก่ ข้อตกลงเบื้องต้นของการเรียนการสอนใน การเรียนการสอนแบบผสมผสาน มารยาทในการเรียน กิจกรรมที่ผู้เรียนจะต้องปฏิบัติ พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้เรียนทราบว่าคาบเรียนใดเรียนในชั้นเรียนปกติ และคาบเรียนใดเรียนบนเว็บ 1.11 ผู้สอนแบ่งกลุ่มผู้เรียนให้ผู้เรียนในกลุ่มมีความแตกต่างกันทั้งทางเพศและตามความสามารถของผู้เรียน กลุ่มละ 4 คน โดยในแต่ละกลุ่มจะต้องมีทั้งเด็กที่มีความสามารถสูงและต่ำคละกันไป 2. ขั้นตอนระหว่างการเรียนการสอน 2.1 ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหาก่อนเรียนของผู้เรียนโดยให้ผู้เรียน แบบทดสอบก่อนเรียน 2.2 ผู้สอนจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติตามกิจกรรมการเรียนการสอนที่ ได้กำหนดไว้ตามรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์กล่าวคือ แผนการสอนที่ 1 (2 คาบเรียน) - ขั้นปฐมนิเทศ ชี้แจงการเรียน แบ่งกลุ่มอธิบายหน้าที่ของผู้เรียน อธิบายการใช้เครื่องมือต่างๆในการเรียน - ขั้นนำ นำเสนอตัวอย่างโครงงานวิทยาศาสตร์ ถามคำถามและ กระตุ้นให้ผู้เรียนตอบคำถาม - ขั้นสอน ถามคำถามและกระตุ้นให้ผู้เรียนตอบคำถาม - ขั้นสรุป นำอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เรียน ช่วย ผู้เรียนสรุปความคิดเห็น แผนการสอนที่ 2.4 (2 คาบเรียน) - ขั้นนำ ใช้คำถามกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากพิสูจน์สมมติฐานที่ตั้งขึ้นใน คาบเรียนที่แล้ว บรรยายให้ผู้เรียนเข้าใจความหมายและความสำคัญของ “ตัวแปร” - ขั้นสอน มอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาสถานการณ์ในแบบฝึกกิจกรรม ว014 บรรยายสรุปความหมายของตัวแปรประเภทต่างๆ เฉลยแบบฝึกหัดร่วมกับผู้เรียน มอบหมายให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันออกแบบการทดลองปัญหาของกลุ่มตัวเอง - ขั้นสรุป มอบหมายให้ผู้เรียนไปทำการทดลองตามที่ได้ออกแบบและ คอยให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนเมื่อเกิดปัญหา แผนการสอนที่ 3 (1 คาบเรียน) - ขั้นนำ บรรยายสรุปขั้นตอนต่างๆในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ - ขั้นสอน แจกใบความรู้ เรื่อง “วิธีการเขียนรายงานโครงงาน วิทยาศาสตร์ บรรยายหัวข้อต่างๆในใบความรู้ - ขั้นสรุป เปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถามข้อสงสัย 2.3 ผู้สอนจัดการเรียนการสอนบนเว็บตามกิจกรรมการเรียนการสอนที่ ได้กำหนดไว้ตามรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์กล่าวคือ แผนการสอนที่ 2.1 (1 คาบเรียน) - ขั้นนำ มอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่1 - ขั้นสอน ดูแลการอภิปรายในห้องสนทนากลุ่มย่อย - ขั้นสรุป ตรวจผลการอภิปรายของผู้เรียนที่ส่งมาทางจดหมาอิเล็กทรอนิกส์ แผนการสอนที่ 2.2 (1 คาบเรียน) - ขั้นนำ มอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่1.1 - ขั้นสอน เข้าห้องสนทนากลุ่มใหญ่นำผู้เรียนอภิปรายและเฉลย แบบฝึกหัดเรื่องการตั้งปัญหาและกำหนดขอบเขตของปัญหาในแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่ 1.1 - ขั้นสรุป มอบหมายให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มออกไปสำรวจหาปัญหาที่ ตนเองสนใจจากสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนเพื่อที่จะทำเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์แล้วมานำเสนอให้แก้ผู้สอนในชั่วโมงถัดไป แผนการสอนที่ 2.3 (1 คาบเรียน) - ขั้นนำ ดูแลกระดานสนทนาเสมือน ที่ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำปัญหาที่ได้ สำรวจมาเพื่อทำโครงงานมานำเสนอไว้ มอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่ 1.2 - ขั้นสอน เข้าห้องสนทนากลุ่มใหญ่นำผู้เรียนอภิปรายและเฉลย แบบฝึกหัดเรื่องการตั้งสมมติฐานในแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่ 1.2 - ขั้นสรุป ดูแลห้องสนทนากลุ่มย่อย ตรวจดูสมมติฐานที่ผู้เรียนส่งมา แก้ไขให้เหมาะสมและส่งe-mail กลับไปให้ผู้เรียน แผนการสอนที่ 2.5 (1 คาบเรียน) - ขั้นนำ เข้าห้องสนทนากลุ่มใหญ่สอบถามความคืบหน้าในการทำ การทดลองโครงงานวิทยาศาสตร์ของแต่ละกลุ่ม - ขั้นสอน มอบหมายให้ผู้เรียนทำแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่ 1.4 เข้าห้องสนทนากลุ่มใหญ่เฉลยแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่ 1.4 ร่วมกับผู้เรียน - ขั้นสรุป ดูแลห้องสนทนากลุ่มย่อย ตรวจดูตารางการนำเสนอข้อมูล ที่ผู้เรียนได้ออกแบบมาทำการแก้ไขให้เหมาะสมและส่งกลับไปให้ผู้เรียนทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ แผนการสอนที่ 2.6 (1 คาบเรียน) - ขั้นนำ ตรวจดูผลการทดลองที่ผู้เรียนได้นำเสนอไว้บนกระดานสนทนาเสมือน - ขั้นสอน มอบหมายให้ผู้เรียนทำแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่ 1.5 เข้าห้องสนทนากลุ่มใหญ่เฉลยแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่ 1.5 ร่วมกับผู้เรียน - ขั้นสรุป ดูแลห้องสนทนากลุ่มย่อย ตรวจดูการสรุปผลการทดลองที่ ผู้เรียนได้ส่งมามาทำการแก้ไขให้เหมาะสมและส่งส่งกลับไปให้ผู้เรียนทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ 3. ขั้นตอนหลังการเรียนการสอน ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหาของผู้เรียนโดยการทำแบบทดสอบหลังเรียน การศึกษาคุณภาพรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนความคิดเห็นที่ได้จากแบบประเมินรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่านพบว่า - รายการการประเมินแผนการจัดการเรียนรู้การเรียนในชั้นเรียนปกติ ที่อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมมากที่สุด คือ เนื้อหาการสอนตรงกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาการสอนมีความน่าเชื่อถือ กิจกรรมการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหา - รายการประเมินเว็บการเรียนรู้ ที่อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมมาก คือ มีความสะดวกรวดเร็ว ในการใช้เครื่องมือสื่อสารบนเว็บได้แก่ ห้องสนทนา กระดานสนทนา และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เนื้อหาการเรียนบนเว็บตรงกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาการเรียนถูกต้องครบถ้วน การลำดับเนื้อหาเหมาะสม ต่อเนื่อง ง่ายต่อการเรียน และการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ วัตถุประสงค์ข้อ 3. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหาที่ได้ก่อนและหลังการเรียนรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหาสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 37 คน พบว่า คะแนนจากแบบทดสอบระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มตัวอย่างแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ คะแนนจากแบบทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 8424
ชื่อผลงานวิจัย การนำเสนอรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1
หัวข้อ(Eng) A PROPOSED BLENDED LEARNING MODEL WITH COLLABORATIVE LEARNING IN SCIENCE PROJECTS TO PRACTICE SEVENTH GRADE STUDENTS’ PROBLEM SOLVING
ชื่อผู้วิจัย ประพรรธน์ พละชีวะ
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Prapat Pharacheewa
การศึกษา ครุศาสตรมหาบัณฑิต
สถานที่ติดต่อ 678 หอพักจรัสวัฒน์ ซ.พญนาค แขวงอนุเสาวรีย์ เขตราชเทวี กทม. 10400
สถานศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประเภท วิทยานิพนธ์
สถานที่จัดเก็บผลงาน คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประวัติความเป็นมา(history) การจัดการศึกษาในประเทศไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญของความสามารถในการแก้ปัญหามานานแล้ว จะเห็นได้จากหลักสูตรประถมศึกษาพุทธศักราช 2521 (ฉบับปรับปรุง 2533) ได้มีการเน้นเรื่องความสามารถในการแก้ปัญหาไว้ในจุดมุ่งหมายของหลักสูตร ซึ่งมีลักษณะที่เน้นกระบวนการมากกว่าเนื้อหาได้แก่ กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการแก้ปัญหากระบวนการฝึกทักษะปฏิบัติ ฯลฯ มุ่งให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และสามารถพัฒนาตนได้ตามศักยภาพของตน แต่การเรียนการสอนเท่าที่ผ่านมายังคงเน้นความสำคัญของตัวเนื้อหาวิชาและผลสัมฤทธิ์ที่ได้มาจากการทดสอบ ทำให้นักเรียนได้ฝึกแต่ทักษะการท่องจำ โดยครูมีหน้าที่บรรยาย นักเรียนไม่มีโอกาสได้ฝึกการแก้ปัญหาเท่าที่ควร เมื่อพบปัญหานักเรียนมักใช้วิธีแก้ปัญหาที่มีอยู่เดิม ซึ่งบางปัญหาก็ไม่สามารถใช้วิธีเดิมๆเหล่านั้นแก้ปัญหาได้ ส่งผลให้นักเรียนเกิดทัศนคติทางลบต่อการแก้ปัญหา หลีกเลี่ยงปัญหา มองข้ามความสำคัญของปัญหา คิดว่าปัญหาเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้และละทิ้งปัญหาในที่สุด ทำให้ไม่สามารถพัฒนาตนได้เต็มตามศักยภาพตามความมุ่งหวังของหลักสูตร (ศศิรัศม์ สริกขกานนท์, 2540)
การแก้ปัญหา คือ การดำเนินการเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายที่ต้องการโดยอาศัยความรู้ ประสบการณ์ และความคิด มาใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนถ้าจะให้มีคุณภาพและประสบผลสำเร็จจำเป็นต้องเลือกใช้วิธีการหรือกระบวนการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด (กิติพงษ์ พงษ์จำปา, 2543) และวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป คือ การแก้ปัญหาเชิงวิทยาศาสตร์ ซึ่งหมายถึง ความสัมพันธ์ของขั้นตอนต่างๆตามกระบวนการแก้ปัญหา
ขั้นตอนของวิธีการแก้ปัญหาเชิงวิทยาศาสตร์อาจแบ่งได้ต่างๆกัน จำนวนขั้นตอนขึ้นอยู่กับความละเอียดของการแบ่ง แต่กระบวนการทั้งหมดจะไม่แตกต่างกัน นักการศึกษาหลายท่านได้แบ่งขั้นตอนของวิธีการทางวิทยาศาสตร์ออกเป็น 5 ขั้นตอน ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการศึกษาทั่วไป ดังนี้คือ 1) ระบุปัญหา 2) ตั้งสมมติฐาน 3) รวบรวมข้อมูล 4) วิเคราะห์ข้อมูล และ 5) สรุปความรู้ใหม่ (จันทร์เพ็ญ เชื้อพานิช, 2542; Bacon อ้างถึงใน พวงรัตน์ ทวีรัตน์, 2543; ศิริเดช สุชีวะ, 2543 และมนัส สุวรรณ, 2544 อ้างถึงใน พิธุลาวัณย์ ศุภอุทุมพร, 2545) ทักษะการแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะการคิดที่สำคัญประการหนึ่งและมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิต บุคคลจะมีชีวิตที่เป็นสุขหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับตนเอง การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนฝึกแก้ปัญหาต่างๆด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์จะช่วยให้นักเรียนเกิดทักษะการแสวงหาความรู้ ทักษะการคิด ทักษะการแก้ปัญหา และทักษะการตัดสินใจ
โครงงานวิทยาศาสตร์ หมายถึง งานวิจัยเล็กๆของนักเรียนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์หรือการแก้ปัญหา หรือข้อสงสัยของนักเรียนโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และมีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้ควบคุมอย่างใกล้ชิด (สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ, 2543)ในการจัดการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ ควรให้นักเรียนได้เป็นผู้ลงมือสร้างความรู้ ควบคุมการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีบทบาทในการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยเริ่มตั้งแต่ คิดค้นคว้า สำรวจ ทดลอง ทำความเข้าใจ สร้างกระบวนการสำหรับการใช้ความรู้ที่มีอยู่ในสมองของนักเรียนแต่ละคนทำความคิดของตนเองให้ชัดเจนขึ้นและสร้างจากสิ่งที่นักเรียนรับรู้ (สุพิน ดิษฐสกุล, 2543) และรูปแบบการเรียนที่มีลักษณะที่เอื้อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในลักษณะตามที่กล่าวมาคือ การเรียนแบบการเรียนรู้ร่วมกัน (ขวัญเรือน พุทธรัตน์, 2546)
การเรียนรู้ร่วมกัน นักเรียนในแต่ละกลุ่มอาจศึกษาและสร้างความรู้ร่วมกันในเรื่องที่แตกต่างกันและใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และนำเสนอความรู้ เทคโนโลยีที่ใช้มีหลายรูปแบบ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ วิทยุ วีดิทัศน์ เป็นต้น(สุมิตร ถิ่นปัญจา, 2545)
การเรียนแบบผสมผสานเป็นการบูรณาการการเรียนออนไลน์ผ่านระบบเครือข่ายและการเรียนในห้องเรียนแบบดั้งเดิมที่มีการเรียนแบบเชิญหน้าเข้าด้วยกัน โดยใช้สิ่งอำนวยในอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อ และเครื่องมือ ในสภาพแวดล้อมการเรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน โดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์จากการเรียนแบบออนไลน์ และการมีส่วนร่วมในการเรียนแบบดั้งเดิม เพื่อพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้ที่ท้าทายและตอบสนองต่อความต้องการส่วนบุคคลของผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ของตนเองได้ดีขึ้น
จากลักษณะของการเรียนโครงงานวิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกและ
เรียนรู้ถึงกระบวนการแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และการเรียนรู้ร่วมกันที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันนั้น สามารถนำมาใช้ในการส่งเสริมการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ได้ และจากการที่การเรียนรู้ร่วมกันนั้น ช่วยให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์ในการเรียนการสอนบนเว็บ เพื่อทำให้การเรียนการสอนบนเว็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การเรียนการสอนบนเว็บนั้นยังมีข้อจำกัดหลายประการ ทั้งในด้านเทคนิคการนำเสนอและความรู้เดิมทางด้านการเรียนการสอนบนเว็บของผู้เรียนและผู้สอน จึงทำให้เกิดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน โดยเป็นการผสมผสานระหว่างการเรียนการสอนบนเว็บและการเรียนการสอนแบบดั้งเดิมในชั้นเรียน มาพัฒนาให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและได้พัฒนามาเป็นรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1
วัตถุประสงค์(objective) 1) ศึกษารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้ร่วมกันในการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ 2) พัฒนารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการ1. เพื่อศึกษารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้ร่วมกันในการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ 2. เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้ร่วมกันในการเรียนโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโครงงานวิทยาศาสตร์และการแก้ปัญหา ก่อนและหลังการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนโดยใช้วิธีการเรียนรู้ร่วมกันในการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์
สมมุติฐาน(assumption) ผู้เรียนที่ได้เรียนโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันที่ได้พัฒนาขึ้นแล้ว จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหาสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
กลุ่มตัวอย่าง(sample) 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขต กรุงเทพมหานคร 2. กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคปลาย ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา จำนวนทั้งสิ้น 37 คน
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1. แบบสอบถามความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ มีขั้นตอนในการสร้าง ดังนี้ 1.1 ศึกษาและวิเคราะห์เนื้อหา เรื่อง โครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 1.2 ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ จากเอกสาร ตำรา และงานวิจัยต่างๆ 1.3 สังเคราะห์ขั้นตอนการเรียนจากเอกสาร ตำรา และงานวิจัยต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมในการจัดกิจกรรมการเรียนสำหรับผู้เรียนที่อยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งผู้วิจัยทำการสังเคราะห์ขั้นตอนการเรียนรู้ร่วมกันมาจาก แนวคิด หลักการ และทฤษฎีของ Bosworth and Hamilton (1994 อ้างถึงใน สารีพันธุ์ ศุภวรรณ, 2545) มากำหนดเป็นกรอบของขั้นตอนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ผู้วิจัยทำการสังเคราะห์ขั้นตอนกระบวนการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์มาจาก แนวคิด หลักการ และทฤษฎีของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (2543) มากำหนดเป็นกรอบของขั้นตอนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 1.4 ร่างแบบสอบถามความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสม แล้วนำไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้ง สองอย่าง ดังนี้ 1.4.1 เป็นผู้มีหรือเคยมีประสบการณ์ในการสอนวิทยาศาสตร์ ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น ไม่ต่ำกว่า 2 ปี 1.4.2 เป็นนักวิชาการด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ระดับ มัธยมศึกษา 1.5 ปรับปรุง แก้ไขตามที่อาจารย์ที่ปรึกษาให้คำแนะนำ นำแบบสอบถามความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าเห็นด้วยกับกิจกรรมดังกล่าวหรือไม่ มีข้อเสนอแนะอย่างไร โดยผู้วิจัยมีเกณฑ์ในการเลือกคือ ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 4 ท่านขึ้นไปเห็นด้วยกับกิจกรรมดังกล่าวกิจกรรมนั้นจะถูกนำไปใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ 2. แบบสอบถามความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บ เป็นการนำผลที่ได้จากแบบสอบถามความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มาสอบถามความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บว่าคาบเรียนนั้น ๆ ควรจัดในลักษณะของการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติหรือการเรียนการสอนบนเว็บ โดยเกณฑ์ในการเลือกคือผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมในลักษณะใด 3 ท่านขึ้นไป ผู้วิจัยเลือกจัดกิจกรรมตามลักษณะนั้น ๆ และหากผู้เชี่ยวชาญเลือกการเรียนการสอนบนเว็บ จะต้องเลือกเครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอนบนเว็บว่าจะใช้เครื่องมือใดในกิจกรรมนั้น ผู้วิจัยเลือกเครื่องมือที่ได้คะแนนความถี่สูงที่สุดมาเป็นเครื่องมือในกิจกรรมการเรียนการสอนบนเว็บในขั้นนั้น ๆ แบบสอบถามความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บ มีขั้นตอนในการสร้าง ดังนี้ 2.1 ศึกษาเอกสาร ตำรา และงานวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบนเว็บ 2.2 นำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนวิทยาศาสตร์จากแบบสอบถามในข้อ 1 มาสังเคราะห์เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบการเรียนการสอนบนเว็บ มีคุณสมบัติอย่างใดอย่าง หนึ่งหรือทั้งสองอย่าง ดังนี้ 2.2.1 เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนบนเว็บไม่ต่ำกว่า 2 ปี 2.2.2 เป็นผู้ที่ผลงานทางวิชาการเกี่ยวกับการเรียนการสอนบนเว็บ 2.3 นำไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข 2.4 ปรับปรุง แก้ไขตามที่อาจารย์ที่ปรึกษาให้คำแนะนำ 3. รูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้พัฒนาขึ้นจากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ และสรุปความคิดเห็นที่ได้จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บ ซึ่งในรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 นั้นประกอบด้วย 3.1 แผนการสอนเรื่อง โครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาในการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกัน มีขั้นตอนในการสร้าง ดังนี้ 3.1.1 ศึกษาเอกสาร และตำรา ที่เกี่ยวข้องกับการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ 3.1.2 นำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บมาสังเคราะห์เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ 3.2 เว็บการเรียนการสอนแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีขั้นตอนในการ ดังนี้ 3.2.1 เขียนผังโครงสร้างของเว็บ และโครงเรื่อง(Storyboard) จากการสังเคราะห์ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากแบบสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บ 3.2.2 ดำเนินการสร้างเว็บตามโครงเรื่อง (Storyboard) ที่ได้ออกแบบไว้ 4. แบบรับรองรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นแบบประเมินแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ ให้ผู้ทรงคุณวุฒิแสดงความคิดเห็นตามความเหมาะสมของรูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีขั้นตอนในการสร้าง ดังนี้ 4.1 ร่างแบบรับรองรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้ครบในทุก ๆ กรอบแนวคิดดังนี้ โครงสร้างรูปแบบการเรียนการสอน องค์ประกอบ ขั้นตอนการเรียนการสอน เนื้อหาการเรียนรู้ วิธีการเรียนการสอน กิจกรรมการเรียนการสอน และการประเมินผล โดยมีเกณฑ์ในการประเมินดังนี้ 4.50 - 5.00 หมายถึง เหมาะสมมากที่สุด 3.50 – 4.49 หมายถึง เหมาะสมมาก 2.50 – 3.49 หมายถึง เหมาะสมปานกลาง 1.50 – 2.49 หมายถึง เหมาะสมน้อย 1.00 – 1.49 หมายถึง เหมาะสมน้อยที่สุด 4.2 นำไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข 4.3 ปรับปรุง แก้ไขตามที่อาจารย์ที่ปรึกษาให้คำแนะนำ 5. แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหาก่อนและหลังเรียนแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหาก่อนและหลังเรียน เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหาของนักเรียนเมื่อสิ้นสุดการเรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบปรนัยแบบเลือกตอบข้อถูกเพียง 1 ข้อ จำนวนทั้งสิ้น 40 ข้อ มีขั้นตอนในการสร้าง ดังนี้ 5.1 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับวิธีการสร้างแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเอกสารเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลในวิชาวิทยาศาสตร์ 5.2 วิเคราะห์เนื้อหาและพฤติกรรมที่ต้องการวัดให้ครอบคลุมเนื้อหาในวิชา วิทยาศาสตร์ เรื่อง การแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ โดยพิจารณาจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิชา เริ่มต้นกับโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง เรียนรู้กระบวนการทำงานของนักวิทยาศาสตร์ โดยจุดประสงค์การเรียนรู้ เรื่อง เรียนรู้กระบวนการทำงานของนักวิทยาศาสตร์ เพื่อให้นักเรียน 5.2.1 เข้าใจกระบวนการทำงานของนักวิทยาศาสตร์ 5.2.2 ตั้งปัญหาจากสถานการณ์ที่กำหนดให้ พร้อมทั้งตั้งสมมติฐานจากปัญหานั้นๆได้ 5.2.3 ออกแบบการทดลองที่มีการกำหนดและควบคุมตัวแปร พร้อมทั้งนิยามเชิงปฏิบัติการของตัวแปรต่างๆได้ 5.2.4 ลงความคิดเห็นจากข้อมูลที่กำหนดให้ได้ 5.2.5 จัดกระทำข้อมูล ตีความหมายและลงข้อสรุป ข้อมูลที่กำหนดให้ได้ 5.3 สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหา เรื่อง การแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ โดยให้สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่ต้องการวัดโดยสร้างเป็นแบบทดสอบปรนัยแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก มีข้อถูกเพียง 1 ข้อ จำนวนทั้งสิ้น 40 ข้อ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนคือ ตอบถูก ให้ 1 คะแนน และตอบผิด ให้ 0 คะแนน 5.4 นำแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหา เรื่อง การแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนวิทยาศาสตร์ 3 ท่าน พิจารณาตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา หาดัชนีค่าความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้(Index of Item Objective Congruence หรือ IOC) ซึ่งมีเกณฑ์ดังนี้ ถ้า IOC > 0.5 แสดงว่า ข้อสอบข้อนั้นวัดจุดประสงค์ข้อนั้นจริง ถ้า IOC < 0.5 แสดงว่า ข้อสอบข้อนั้นไม่ได้วัดจุดประสงค์ข้อนั้นจริง สำหรับข้อคำถามที่มีค่า IOC น้อยกว่า 0.5 ผู้วิจัยได้ทำการปรับแก้ให้ข้อคำถามนั้น อยู่ในวัตถุประสงค์ที่มีความสอดคล้องกันตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 5.5 นำแบบทดสอบไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 10 คน ซึ่งเป็นนักเรียนที่ได้เรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง การแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว 5.6 นำผลการทดสอบมาวิเคราะห์รายข้อเพื่อหาค่าระดับความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) แล้วนำผลการวิเคราะห์มาใช้ในการเลือกแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการแก้ปัญหาโดยใช้เกณฑ์ในการเลือกข้อสอบที่มีระดับความยากง่ายอยู่ในช่วง 0.2 - 0.8 และมีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.2 ขึ้นไป ส่วนข้อสอบที่มีค่าระดับความยากง่ายและอำนาจจำแนกไม่ตรงตามเกณฑ์ ผู้วิจัยจะตัดออก จากนั้นนำผลการทดสอบมาหาค่าความเที่ยง (Reliability) โดยใช้สูตร KR-20 ของ Kuder Richardson โดยค่าความเที่ยงของแบบสอบฉบับนี้เท่ากับ 0.698 ซึ่งอยู่ในระดับค่อนข้างสูง
การรวบรวมข้อมูล(gathering) การวิเคราะห์ข้อมูล ผลที่ได้จากการทดลองนำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการทางสถิติ ด้วยโปรแกรม SPSS 10.0 for Windows ดังนี้ 1. วิเคราะห์คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้ 1.1 วิเคราะห์ ข้อมูลจากแบบสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ด้วยค่าความถี่ (Frequency) และร้อยละ (Percentage) 1.2 วิเคราะห์ ข้อมูลจากแบบสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบการเรียนการสอนบนเว็บด้วยค่าความถี่ (Frequency) และร้อยละ (Percentage) 2. วิเคราะห์ข้อมูลจากการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอน วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบทดสอบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหาโดยเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มทดลอง ด้วยการทดสอบความแตกต่างของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการทดสอบที (t-test dependent) 3. วิเคราะห์คะแนนความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ วิเคราะห์คะแนนความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอนด้วยค่าเฉลี่ย (x )และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
การวิเคราะห์(analysis) ผลที่ได้จากการทดลองนำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการทางสถิติ ด้วยโปรแกรม SPSS 10.0 for Windows ดังนี้ 1. วิเคราะห์คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้ 1.1 วิเคราะห์ ข้อมูลจากแบบสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ด้วยค่าความถี่ (Frequency) และร้อยละ (Percentage) 1.2 วิเคราะห์ ข้อมูลจากแบบสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบการเรียนการสอนบนเว็บด้วยค่าความถี่ (Frequency) และร้อยละ (Percentage) 2. วิเคราะห์ข้อมูลจากการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอน วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบทดสอบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหาโดยเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มทดลอง ด้วยการทดสอบความแตกต่างของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการทดสอบที (t-test dependent) 3. วิเคราะห์คะแนนความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ วิเคราะห์คะแนนความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอนด้วยค่าเฉลี่ย (x )และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ข้อสรุป(summary) สรุปผลวิจัย วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ผลการศึกษารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อฝึกการแก้ปัญหาสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 1 ผลการศึกษารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์ ได้รูปแบบที่ประกอบด้วยการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์แบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันจำนวน 8 แผนการสอน ใช้เวลา 10 คาบเรียน ซึ่งแบ่งเป็นการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ 5 คาบเรียน และการเรียนการสอนบนเว็บ 5 คาบเรียน ขั้นตอนการเรียนโครงงานวิทยาศาสตร์ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนคือ การตั้งปัญหา การตั้งสมมติฐาน การออกแบบการทดลอง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูล การสรุปผล รูปแบบเว็บที่ใช้ในการนำเสนอประกอบด้วย บทเรียน กระดานข่าว ห้องสนทนาเสมือนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การได้ยินเสียงบรรยาย และติดต่อผู้สอน 2 การศึกษาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอน จากการวิเคราะห์ความถี่และร้อยละของคะแนนความคิดเห็นที่ได้จากแบบสอบถามความคิดเห็นของผูเชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอน พบว่าแผนการสอนที่ 1, 2.1, 2.2, 2.3, 2.4, 2.5, 2.6 และ 3 ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์เห็นด้วยกับขั้นตอนและกิจกรรมการเรียนการสอนทุกขั้นตอน 3 การศึกษาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บ จากการวิเคราะห์ความถี่และร้อยละของคะแนนความคิดเห็นที่ได้จากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บ โดยใช้เกณฑ์ในการพิจารณาความคิดเห็นคือ ลักษณะการจัดกิจกรรมที่มีค่าความถี่และร้อยละของผู้เชี่ยวชาญที่เห็นด้วยกับลักษณะการจัดกิจกรรมดังกล่าวที่มากที่สุดคือลักษณะการจัดกิจกรรมที่มีความเหมาะสมมากที่สุด พบว่า 3.1 ผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นว่าแผนการสอนที่ 1, 2.4 และ 3 ให้จัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ ส่วนแผนการสอนที่ 2.1, 2.2, 2.3, 2.5 และ 2.6 ให้จัดการเรียนการสอนบนเว็บ 3.2 ในแผนการสอนที่ 2.1, 2.2, 2.3, 2.5 และ 2.6 ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใชในกิจกรรมการเรียนการสอนมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ การประกาศกิจกรรมให้ผู้เรียนทราบโดยปรากฏทันทีที่ผู้เรียนลงชื่อเข้าระบบ(webpage) การสนทนาเสมือน (Chat) การได้ยินเสียงผู้สอนขณะดำเนินกิจกรรมการเรียน (Audio) และกระดานสนทนาเสมือน (webboard) วัตถุประสงค์ข้อที่ 2. ผลการพัฒนารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้ร่วมกันในการเรียนโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการศึกษาทฤษฎีการเรียนการสอนแบบผสมผสาน การเรียนรู้ร่วมกัน และการวิเคราะห์ สังเคราะห์ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนบนเว็บ ผู้วิจัยได้รูปแบบการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้ร่วมกันในการเรียนโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยมีรายละเอียดจํานวน 2 ด้าน ได้แก่ องค์ประกอบของรูปแบบการเรียนการสอน ขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์ 1. องค์ประกอบของรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้ร่วมกันในการเรียนโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หมายถึง องค์ประกอบที่เป็นกรอบแนวคิดหลักของ การสร้างรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้ร่วมกันในการเรียนโครงงานวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย 9 องค์ประกอบคือ - จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อสงเสริมการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตรด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในการ เรียนการสอนแบบผสมผสาน เพื่อใหเกิดการเรียนรูตามเปาหมาย - กิจกรรมการเรียนการสอน วิธีการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ตามกรอบของการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์ 5 ขั้นตอน ได้แก่ การตั้งปัญหา การตั้งสมมติฐาน การออกแบบการทดลอง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูล การสรุปผล และการเรียนการสอนแบบผสมผสาน - ลักษณะการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามลักษณะของการเรียนการ สอนแบบผสมผสานประกอบด้วย การเรียนการสอนบนเว็บ และการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ - ระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โรงเรียนที่จะจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบนี้ จะต้องมีการ สนับสนุนในความพร้อมของคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ดีเพื่อที่นักเรียนจะมาเรียนรู้ได้ตลอดเวลา สะดวกและรวดเร็ว - วิธีการปฏิสัมพันธบนเว็บ วิธีการจัดใหมีการปฏิสัมพันธบนเว็บ โดยใหผูเรียนไดอภิปราย ปรึกษารวมกัน ภายในกลุม ซึ่งกําหนดใหมีการปฏิสัมพันธกันในกลุม และการปรึกษากับผูสอนโดยกิจกรรมเหลานี้คือการปฏิสัมพันธโดยใชแหลงทรัพยากรตาง ๆ บนเว็บ เปนเครื่องมือในการปฏิสัมพันธอันไดแก การประกาศกิจกรรมให้ผู้เรียนทราบโดยปรากฏทันทีที่ผู้เรียนลงชื่อเข้าระบบ การสนทนาเสมือน กระดานสนทนาเสมือน และจดหมายอิเล็กทรอนิกส - บทบาทผูเรียน ผูเรียนมีหนาที่เรียนบนเว็บดวยตนเอง และเขาเรียนในชั้นเรียนปกติ อภิปรายเขากลุมกับ เพื่อนรวมกลุม ตามลักษณะการเรียนรู้ร่วมกันในการเรียนการสอนแบบผสมผสาน - บทบาทผู้ดำเนินการสอน : ผู้สอนมีบทบาทหนาที่เป็นผู้จัดการการเรียนการสอนวางแผนในการเตรียมความ พรอมเพื่อการเรียนการสอน อำนวยความสะดวก ติดตามและควบคุมการเรียนการสอน ตรวจสอบและประเมินผลการเรียนการสอน รวมทั้งให้คำแนะนำแนวทาง - การเรียน และคำปรึกษา ตลอดจนคอยจูงใจกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความสนใจในกิจกรรมการเรียน - บทบาทของผู้เชี่ยวชาญและผู้สนับสนุนการเรียนการสอน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาสาระหลักใน วิชาวิทยาศาสตร์ ที่จะนำความรู้มาเป็นฐานการจัดกิจกรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบการเรียนการสอนบนเว็บ เพื่อออกแบบการเรียนการสอน และกิจกรรมบนเว็บที่เหมาะสม - การประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินผลการเรียนรู การประเมินการเรียนการสอนตามรูปแบบการเรียน แบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์ ตามเป้าหมายของการเรียนรูคือ การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของผู้เรียน 2 ขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโครงงานวิทยาศาสตร์แบบผสมผสาน ด้วยการเรียนรู้ร่วมกันสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ขั้นตอนหลักของรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์ประกอบดวย 3 ขั้นตอน คือขั้นตอนก่อนการเรียนการสอน ขั้นตอนระหว่างการเรียนการสอน และขั้นตอนหลังการเรียนการสอน โดยในแต่ละขั้นตอนโดยสรุปดังตอไปนี้ 1. ขั้นตอนก่อนการเรียนการสอน 1.1 ผู้สอนทำการวิเคราะห์เรียน ในด้านของความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ ลักษณะของผู้เรียน พื้นฐานความรูของผูเรียน เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนการจัดการเรียนการต่อไป 1.2 ผูสอนกําหนดวัตถุประสงคและเนื้อหาในการเรียนการสอน 1.3 ผูสอนกําหนดวิธีในการวัดและประเมินผลของผูเรียน 1.4 ผูสอนจัดหาแหลงความรูเพิ่มเติมใหสอดคลองกับวัตถุประสงคและเนื้อหา 1.5 กําหนดกิจกรรมในขั้นกอนการเรียนการสอน โดยเปนการปฐมนิเทศผูเรียนถึงลักษณะ การเรียนการสอนตามรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์ 1.6 กำหนดกิจกรรมในขั้นระหว่างการเรียนการสอน ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมตามลักษณะของ โครงงานวิทยาศาสตร์ การเรียนรู้ร่วมกัน ในการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน (Blended Learning) ระหว่างการเรียนการสอนบนเว็บ (Web-Based Instruction) และการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ (Traditional Classroom) 1.7 กำหนดกิจกรรมในขั้นหลังการเรียนการสอน โดยให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อเป็นการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 1.8 ผู้สอนจัดทำสื่อการเรียนการสอนที่ใช้ในการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ 1.9 สร้างสื่อเว็บ ตามรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น โดยเริ่มด้วยออกแบบกระดาษออกแบบ (story boards) ตามกรอบแนวคิดของรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นและนำไปสร้างเป็นเว็บ 1.10 ผู้สอนเตรียมข้อมูลปฐมนิเทศผู้เรียน ได้แก่ ข้อตกลงเบื้องต้นของการเรียนการสอนใน การเรียนการสอนแบบผสมผสาน มารยาทในการเรียน กิจกรรมที่ผู้เรียนจะต้องปฏิบัติ พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้เรียนทราบว่าคาบเรียนใดเรียนในชั้นเรียนปกติ และคาบเรียนใดเรียนบนเว็บ 1.11 ผู้สอนแบ่งกลุ่มผู้เรียนให้ผู้เรียนในกลุ่มมีความแตกต่างกันทั้งทางเพศและตามความสามารถของผู้เรียน กลุ่มละ 4 คน โดยในแต่ละกลุ่มจะต้องมีทั้งเด็กที่มีความสามารถสูงและต่ำคละกันไป 2. ขั้นตอนระหว่างการเรียนการสอน 2.1 ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหาก่อนเรียนของผู้เรียนโดยให้ผู้เรียน แบบทดสอบก่อนเรียน 2.2 ผู้สอนจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติตามกิจกรรมการเรียนการสอนที่ ได้กำหนดไว้ตามรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์กล่าวคือ แผนการสอนที่ 1 (2 คาบเรียน) - ขั้นปฐมนิเทศ ชี้แจงการเรียน แบ่งกลุ่มอธิบายหน้าที่ของผู้เรียน อธิบายการใช้เครื่องมือต่างๆในการเรียน - ขั้นนำ นำเสนอตัวอย่างโครงงานวิทยาศาสตร์ ถามคำถามและ กระตุ้นให้ผู้เรียนตอบคำถาม - ขั้นสอน ถามคำถามและกระตุ้นให้ผู้เรียนตอบคำถาม - ขั้นสรุป นำอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เรียน ช่วย ผู้เรียนสรุปความคิดเห็น แผนการสอนที่ 2.4 (2 คาบเรียน) - ขั้นนำ ใช้คำถามกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากพิสูจน์สมมติฐานที่ตั้งขึ้นใน คาบเรียนที่แล้ว บรรยายให้ผู้เรียนเข้าใจความหมายและความสำคัญของ “ตัวแปร” - ขั้นสอน มอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาสถานการณ์ในแบบฝึกกิจกรรม ว014 บรรยายสรุปความหมายของตัวแปรประเภทต่างๆ เฉลยแบบฝึกหัดร่วมกับผู้เรียน มอบหมายให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันออกแบบการทดลองปัญหาของกลุ่มตัวเอง - ขั้นสรุป มอบหมายให้ผู้เรียนไปทำการทดลองตามที่ได้ออกแบบและ คอยให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนเมื่อเกิดปัญหา แผนการสอนที่ 3 (1 คาบเรียน) - ขั้นนำ บรรยายสรุปขั้นตอนต่างๆในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ - ขั้นสอน แจกใบความรู้ เรื่อง “วิธีการเขียนรายงานโครงงาน วิทยาศาสตร์ บรรยายหัวข้อต่างๆในใบความรู้ - ขั้นสรุป เปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถามข้อสงสัย 2.3 ผู้สอนจัดการเรียนการสอนบนเว็บตามกิจกรรมการเรียนการสอนที่ ได้กำหนดไว้ตามรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์กล่าวคือ แผนการสอนที่ 2.1 (1 คาบเรียน) - ขั้นนำ มอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่1 - ขั้นสอน ดูแลการอภิปรายในห้องสนทนากลุ่มย่อย - ขั้นสรุป ตรวจผลการอภิปรายของผู้เรียนที่ส่งมาทางจดหมาอิเล็กทรอนิกส์ แผนการสอนที่ 2.2 (1 คาบเรียน) - ขั้นนำ มอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่1.1 - ขั้นสอน เข้าห้องสนทนากลุ่มใหญ่นำผู้เรียนอภิปรายและเฉลย แบบฝึกหัดเรื่องการตั้งปัญหาและกำหนดขอบเขตของปัญหาในแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่ 1.1 - ขั้นสรุป มอบหมายให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มออกไปสำรวจหาปัญหาที่ ตนเองสนใจจากสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนเพื่อที่จะทำเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์แล้วมานำเสนอให้แก้ผู้สอนในชั่วโมงถัดไป แผนการสอนที่ 2.3 (1 คาบเรียน) - ขั้นนำ ดูแลกระดานสนทนาเสมือน ที่ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำปัญหาที่ได้ สำรวจมาเพื่อทำโครงงานมานำเสนอไว้ มอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่ 1.2 - ขั้นสอน เข้าห้องสนทนากลุ่มใหญ่นำผู้เรียนอภิปรายและเฉลย แบบฝึกหัดเรื่องการตั้งสมมติฐานในแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่ 1.2 - ขั้นสรุป ดูแลห้องสนทนากลุ่มย่อย ตรวจดูสมมติฐานที่ผู้เรียนส่งมา แก้ไขให้เหมาะสมและส่งe-mail กลับไปให้ผู้เรียน แผนการสอนที่ 2.5 (1 คาบเรียน) - ขั้นนำ เข้าห้องสนทนากลุ่มใหญ่สอบถามความคืบหน้าในการทำ การทดลองโครงงานวิทยาศาสตร์ของแต่ละกลุ่ม - ขั้นสอน มอบหมายให้ผู้เรียนทำแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่ 1.4 เข้าห้องสนทนากลุ่มใหญ่เฉลยแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่ 1.4 ร่วมกับผู้เรียน - ขั้นสรุป ดูแลห้องสนทนากลุ่มย่อย ตรวจดูตารางการนำเสนอข้อมูล ที่ผู้เรียนได้ออกแบบมาทำการแก้ไขให้เหมาะสมและส่งกลับไปให้ผู้เรียนทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ แผนการสอนที่ 2.6 (1 คาบเรียน) - ขั้นนำ ตรวจดูผลการทดลองที่ผู้เรียนได้นำเสนอไว้บนกระดานสนทนาเสมือน - ขั้นสอน มอบหมายให้ผู้เรียนทำแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่ 1.5 เข้าห้องสนทนากลุ่มใหญ่เฉลยแบบฝึกกิจกรรม ว014 กิจกรรมที่ 1.5 ร่วมกับผู้เรียน - ขั้นสรุป ดูแลห้องสนทนากลุ่มย่อย ตรวจดูการสรุปผลการทดลองที่ ผู้เรียนได้ส่งมามาทำการแก้ไขให้เหมาะสมและส่งส่งกลับไปให้ผู้เรียนทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ 3. ขั้นตอนหลังการเรียนการสอน ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหาของผู้เรียนโดยการทำแบบทดสอบหลังเรียน การศึกษาคุณภาพรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนความคิดเห็นที่ได้จากแบบประเมินรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่านพบว่า - รายการการประเมินแผนการจัดการเรียนรู้การเรียนในชั้นเรียนปกติ ที่อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมมากที่สุด คือ เนื้อหาการสอนตรงกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาการสอนมีความน่าเชื่อถือ กิจกรรมการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหา - รายการประเมินเว็บการเรียนรู้ ที่อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมมาก คือ มีความสะดวกรวดเร็ว ในการใช้เครื่องมือสื่อสารบนเว็บได้แก่ ห้องสนทนา กระดานสนทนา และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เนื้อหาการเรียนบนเว็บตรงกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาการเรียนถูกต้องครบถ้วน การลำดับเนื้อหาเหมาะสม ต่อเนื่อง ง่ายต่อการเรียน และการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ วัตถุประสงค์ข้อ 3. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหาที่ได้ก่อนและหลังการเรียนรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหาสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 37 คน พบว่า คะแนนจากแบบทดสอบระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มตัวอย่างแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ คะแนนจากแบบทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะเพื่อนำผลการวิจัยไปใช้ 1. ผู้สอนควรจัดเตรียมให้ผู้เรียนผู้เรียนมีความรู้พื้นฐานทางการใช้งานคอมพิวเตอร์ในระดับใกล้เคียงกัน จะทำให้เกิดบรรยากาศการเรียนที่ต่อเนื่อง จากการร่วมอภิปราย และระดมสมองโดยใช้เครื่องมือสื่อสารบนเว็บ 2. ผู้สอนควรมีการกระตุ้นสร้างแรงจูงใจ ด้วยข้อความ ผ่านทางเครื่องมือสื่อสารบนเว็บ เช่น ห้องสนทนาเสมือน กระดานสนทนาเสมือน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ต่อไปได้ 3. ผู้สอนควรวิเคราะห์พื้นฐานของผู้เรียน และออกแบบการจัดการเรียนการสอนด้วยตนเอง เนื่องจากผู้สอนเป็นผู้ที่รู้ถึงพื้นฐานของผู้เรียนที่สุด และพื้นฐานของผู้เรียนนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการนำไปออกแบบการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ 4. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้นซึ่งเป็นการเรียนการสอนแบบผสมผสานระหว่างการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติและการเรียนการสอนบนเว็บ ในแต่ละขั้นตอนอาจใช้เวลามาก ผู้เรียนอาจไม่ได้ปฏิบัติกิจกรรมอย่างเต็มที่ในเวลาเรียน จึงอาจต้องมีการนัดหมายเพื่อเสริมกิจกรรมนอกเวลา ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 1. ควรมีการพัฒนารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในรูปแบบเพื่อพัฒนาด้านอื่นๆ เช่น ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ 2. ควรมีการพัฒนารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาสำหรับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางด้านต่างๆเช่น บกพร่องทางการได้ยิน ผู้บกพร่องทางสายตา เพราะการเรียนรู้ร่วมกันผู้เรียนแต่ละคนจะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันและมีหน้าที่ของแต่ละคนในกลุ่มที่จะต้องรับผิดชอบซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางด้านต่างๆมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหามากขึ้น 3. ควรมีการศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 4. ในการวิจัยครั้งนี้ ตัวแปรตามที่ได้ทำการศึกษา คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการแก้ปัญหา หากมีการศึกษาวิจัยต่อไปควรมีการศึกษาวิจัยให้ครอบคลุมในด้านการใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ด้วย
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved