Current Record: นายพิสิฐ เทพไกรวัล

นายพิสิฐ เทพไกรวัล

1. สรุปผลวิจัยด้านต่างๆ ด้านการจัดบุคลากร โรงเรียนส่วนใหญ่จัดให้ครูผู้สอนเป็นครูประจำชั้นและสอนทุกวิชา ไม่มีงบประมาณในการจัดส่งครูเข้ารับการอบรมก่อนปฏิบัติการสอน ปัญหาที่พบมาก คือ ครูสอนหลายกลุ่มประสบการณ์ รองลงมาคือ ครูได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่อื่นๆ นอกเหนือจากการสอนมากเกินไป
ด้านหลักสูตร เนื้อหาสาระ โรงเรียนส่วนใหญ่มีเอกสารหลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ. 2521(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533) แต่ขาดคู่มือครูสอนวิชาลูกเสือ ปัญหาที่พบมากคือ หลักสูตรไม่กำหนดรายละเอียดต่างๆ ไว้ให้ ครูจึงสอนไม่ได้ตามที่กำหนด และคาบเวลาที่กำหนดให้ไม่เพียงพอกับการสอน
ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน วิธีสอนที่นำมาใช้ในระดับมาก คือ วิธีสอนแบบปฏิบัติจริงเน้นกระบวนการปฏิบัติ เพื่อให้นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ โดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ไปพร้อมกัน บรรยากาศมีความสนุกสนานเป็นกันเอง ใช้คำชมเชยเป็นการเสริมแรงแก่นักเรียนบ่อยๆ ครั้ง ปัญหาที่พบคือ กิจกรรมการเรียนการสอนไม่เป็นไปตามที่หลักสูตรกำหนด ด้านสื่อการเรียนการสอน สื่อที่เป็นของจริงครูผู้สอนนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในระดับปานกลาง ส่วนมากครูเป็นผู้จัดหามา โรงเรียนได้รับงบประมาณสนับสนุนน้อย และผู้ปกครองนักเรียนให้ความร่วมมือในการจัดหาสื่อน้อย ปัญหาที่พบมากคือ ขาดแคลนสื่อการสอน รองลงมาคือ การผลิตและการใช้สื่อการสอน
ด้านการวัดและประเมิน วิธีการวัดผลที่นำมาใช้ในระดับมากคือ การสังเกต ส่วนเครื่องมือวัดผลที่นำมาใช้ในระดับมากคือ แบบทดสอบวัดการปฏิบัติ รองลงมาคือ แบบสังเกตพฤติกรรม ปัญหาที่พบมากคือ ขาดเครื่องมือและเอกสารการวัดผล รองลงมาคือ ครูมีความเข้าใจในการวัดผลในระดับน้อย
ด้านการนิเทศการสอน วิธีการนิเทศการสอนที่ผู้บริหารโรงเรียนนำมาใช้ในระดับมาก คือ การเยี่ยมชั้นเรียนและให้ศึกษาเอกสาร โดยแนะนำเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ เนื้อหาและผู้เรียน รองลงมาคือ กำชับให้ปฏิบัติตามระเบียบการวัดและสร้างเครื่องมือวัดผลตามจุดประสงค์ ปัญหาที่พบมากคือ ขาดเครื่องมือนิเทศ และรองลงมาคือ ผู้บริหารโรงเรียนมีความรู้เกี่ยวกับการนิเทศวิชาลูกเสือในระดับน้อย
2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียนเกี่ยวกับสภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือในโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ด้านการจัดบุคลากรและด้านการนิเทศการสอน โดยภาพรวมแล้วไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูผู้สอนเกี่ยวกับสภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ ในโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ด้านหลักสูตรเนื้อหาสาระ ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านสื่อการเรียนการสอน และด้านการวัดและประเมินผล โดยภาพรวมแล้วมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยที่โรงเรียนขนาดเล็กมีระดับการปฏิบัติแตกต่างจากโรงเรียนขนาดกลาง และขนาดใหญ่

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 820
ชื่อผลงานวิจัย การศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
หัวข้อ(Eng) A Study of the Situation and Problems of Organizing Teaching - Learning Activities for Boy Scout Subject in the Primary Schools under the Jurisdiction of the Muang District Office of Primary Education, Khon Kaen Province
คำสำคัญ(keyword) การศึกษา สภาพปัจจุบันและปัญหา การเรียนการสอนวิชาลูกเสือ ปี2542
ชื่อผู้วิจัย นายพิสิฐ เทพไกรวัล
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr. Pisit Thepkraiwun
ตำแหน่ง าจารย์ 2 ระดับ 6
การศึกษา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สถานที่ติดต่อ (ที่ทำงาน)โรงเรียนเขื่อนกระพีศึกษา สปอ.บ้านฝาง จ. ขอนแก่น (ที่บ้าน) บ้านแดงน้อย ต. บ้านทุ่ม อ. เมือง จ.ขอนแก่น
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2542
ประเภท วิทยานิพนธ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สถานที่จัดเก็บผลงาน ห้องสมุด คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
ประวัติความเป็นมา(history) ลูกเสือเป็นวิชาหนึ่งของกิจกรรมสร้างนิสัยซึ่งอยู่ในกลุ่มสร้างเสริมลักษณะนิสัย กิจกรรมลูกเสือเป็นกระบวนการที่มุ่งฝึกอบรมคนให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม รู้จักการเป็นประชาธิปไตย มีความเข้าใจอันดีต่อกันและกัน ส่งเสริมมนุษยสัมพันธ์อันดีระหว่างชนทุกชาติอยู่ร่วมโลกกันได้อย่างมีความสุข การลูกเสือสอนให้นักเรียนมีความจงภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รู้จักบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของคณะลูกเสือแห่งชาติที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า การลูกเสือมุ่งพัฒนาทางกาย จิตใจ สติปัญญาและศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดีที่มีความรับผิดชอบ ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้มีความเจริญก้าวหน้า เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศชาติ ตามแนวทางดังต่อไปนี้ คือ ให้มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟังและพึ่งตนเอง ให้ซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัยและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักบำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือ และมีการพัฒนาทางกายจิตใจและศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิการเมือง (กระทรวงศึกษาธิการ, 2528)
โรงเรียนประถมศึกษาเป็นหน่วยงานหนึ่งที่รับผิดชอบจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยเฉพาะวิชาลูกเสือ ซึ่งตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ วก 552/2527 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2527 กำหนดให้หลักสูตรลูกเสือเป็นวิชาบังคับในหลักสูตรประถมศึกษา ซึ่งจะมีคาบเวลาในแต่ละระดับ โดยใช้คาบเวลาเรียนของกิจกรรมสร้างนิสัยในกลุ่มสร้างเสริมลักษณะนิสัย มีคาบเวลาเรียนร้อยละ 50 ของกิจกรรมสร้างนิสัย (กระทรวงศึกษาธิการ, 2533) การสอนวิชาลูกเสือเป็นลักษณะบูรณาการเข้ากับวิชาอื่นๆ โรงเรียนจะต้องทำให้จุดมุ่งหมายต่างๆ ของวิชาลูกเสือบรรลุผล ซึ่งต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะปัจจัยด้านครูผู้สอน เพราะครูเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับนักเรียน เป็นผู้นำเอาแนวความคิด หลักการวิธีสอนไปถ่ายทอดความรู้ ฝึกฝนความสามารถและปลูกฝังคุณลักษณะให้กับผู้เรียน (ปัญญา พิมพ์กุล, 2527) องค์ประกอบที่จะช่วยให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้มากที่สุดคือ ความรู้ของครุ ความสนใจความเข้าใจในเรื่องที่สอน การเตรียมการสอน วิธีสอนที่เลือกสรรให้เหมาะสม ลักษณะประจำตัวของครู การใช้สื่อการสอน วิธีการวัดและประเมินผล ตลอดจนการได้รับการนิเทศการสอน (ธีรยุทธ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา, 2528)


จากการศึกษาเอกสาร รายงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับคุณค่าความสำคัญของวิชาลูกเสือ และการเรียนการสอนวิชาลูกเสือสรุปได้ว่าวิชาลูกเสือเป็นวิชาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคมให้แก่เด็ก แต่สภาพการเรียนการสอนวิชาลูกเสือยังคงมีปัญหาอยู่มาก ซึ่งส่วนใหญ่เนื่องมาจากครูผู้สอนขาดความรู้ในวิชาลูกเสือ ไม่นำเทคนิคการสอนใหม่ๆ มาใช้ให้เหมาะสมกับบทเรียน ไม่สามารถสร้างสื่อการสอน การวัดและประเมินผลไม่ตรงกับจุดประสงค์ของหลักสูตร และขาดการนิเทศภายใน จึงเป็นเหตุให้การเรียนการสอนวิชาลูกเสือไม่ประสบผลสำเร็จ


สำหรับการจัดการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ยังมีปัญหาอยู่มากในระดับโรงเรียน อำเภอ และจังหวัด ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากครูผู้สอนไม่มีวุฒิทางลูกเสือ ขาดความรู้ขาดทักษะเฉพาะด้าน ไม่ได้รับการฝึกอบรมทำให้ขาดเทคนิคการสอน ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นผลทำให้การสอนวิชาลูกเสือไม่ประสบผลสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงเกิดแรงจูงใจที่จะศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ในด้านการจัดบุคลากร หลักสูตรเนื้อหาสาระการจัดการเรียนการสอน สื่อการสอน การวัดและประเมินผล และการนิเทศการสอน ว่ามีการดำเนินการอย่างไร สอดคล้องหรือเอื้อต่อปัญหาที่เกิดหรือไม่ และมีปัญหาเกี่ยวกับด้านต่างๆ ดังกล่าวอย่างไร


แนวคิด(concept) 1. ความเป็นมาของการลูกเสือ

2. ความหมายของลูกเสือ

3. หลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ.2521(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533)

4. หลักสูตรวิชาลูกเสือ ประมวลความคิดเห็นต่อการจัดกิจกรรมลูกเสือในโรงเรียน

5. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ

5.1. ลักษณะทั่วไปของการสอน

5.2. หลักการสอนวิชาลูกเสือ

5.3. กลยุทธในการฝึกอบรมลูกเสือ

6. สื่อการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ

7. การวัดและประเมินผลวิชาลูกเสือ

8. ลักษณะและบทบาทของครูสอนวิชาลูกเสือ

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
2.เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูผู้สอนวิชาลูกเสือโรงเรียนประถมศึกษาเกี่ยวกับสภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือในโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่
สมมุติฐาน(assumption) สภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่แตกต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research)
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร ประชากรในการวิจัยครั้งนี้เป็นผู้บริหารและครูผู้สอนโรงเรียน สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2541 จากโรงเรียนทั้งหมด 119 โรง เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก 43 โรง ขนาดกลาง 50 โรง และขนาดใหญ่ 26 โรง บุคลากรทั้งหมด 1,623 คน เป็นผู้บริหาร 119 คน และเป็นครูสายผู้สอน 1,504 คน
กลุ่มตัวอย่าง กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ตาราง R.V. Krejecie และ Morgan ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริหาร 32 คน ครูสายผู้สอน 315 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามสัดส่วนของจำนวนผู้บริหารและครูสายผู้สอนในโรงเรียนขนาดต่างๆ โดยสุ่มจากทุกกลุ่มโรงเรียน จากนั้นสุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่สนใจศึกษา ได้แก่
1. สภาพทั่วไปของผู้บริหารและครูผู้สอนวิชาลูกเสือระดับประถมศึกษา ได้แก่ เพศ สถานภาพ อายุ อายุราชการ วุฒิทางการศึกษา วุฒิทางลูกเสือ ประสบการณ์ในการสอนลูกเสือ ประสบการณ์และความต้องการเข้ารับการอบรมลูกเสือและขนาดของโรงเรียน
2. สภาพการจัดการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ ตามหลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ. 2521(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533) ด้านต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาการเรียนการสอนให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตร 6 ด้าน คือ

2.1. ด้านการจัดบุคลากร 2.2. ด้านหลักสูตร เนื้อหาสาระ
2.3. ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน
2.4. ด้านสื่อการเรียนการสอน
2.5. ด้านการวัดและประเมินผล
2.6. ด้านการนิเทศการสอน
คำนิยาม(defination) สภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ หมายถึง เหตุการณ์ เรื่องราว การกระทำ พฤติกรรม ระดับการปฏิบัติที่เป็นสภาพปกติในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้จากการสัมภาษณ์และตอบแบบสอบถามของผู้บริหารและครูผู้สอน 6 ด้าน คือ ด้านการจัดบุคลากร ด้านหลักสูตร เนื้อหาสาระ ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านสื่อการสอน ด้านการวัดและประเมินผล และด้านการนิเทศการสอน ปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ หมายถึง สภาพการณ์ที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอนไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งได้จากการตอบสัมภาษณ์และแบบสอบถามของผู้บริหารและครูผู้สอนทั้ง 6 ด้าน คือ ด้านการจัดบุคลากร ด้านหลักสูตร เนื้อหาสาระ ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านสื่อการสอน ด้านการวัดและประเมินผล และด้านการนิเทศ ของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
วิชาลูกเสือ หมายถึง เนื้อหาวิชาลูกเสือในระดับประถมศึกษาที่จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ. 2521(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2533)
การจัดบุคลากร หมายถึง การมอบหมายงานหน้าที่ปฏิบัติการสอน การพัฒนา ครูผู้สอนวิชาลูกเสือระดับประถมศึกษา ที่ได้ดำเนินการในโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น กิจกรรมการเรียนการสอน หมายถึง การจัดสถานการณ์หรือกิจกรรมต่างๆ ให้ผู้เรียน เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เกิดความรู้ทักษะ และมีการพัฒนาที่ดีทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา เกิดกระบวนการในการทำงาน และพัฒนาตนเองตามจุดประสงค์ของวิชาลูกเสือ ได้แก่ การเตรียมการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การใช้สื่อ การวัดและประเมินผล ซึ่งได้จากการสัมภาษณ์และตอบแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
สื่อการเรียนการสอน หมายถึง วัสดุ อุปกรณ์ วิธีการที่นำมาใช้เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ได้แก่ ประเภทของสื่อ การจัดหาสื่อ การผลิตสื่อ และการเก็บรักษาสื่อ การวัดและประเมินผล หมายถึง วิธีการ กระบวนการที่จะให้ได้มา หรือเกณฑ์ที่ตั้งกระบวนการตัดสิน โดยใช้เครื่องมือเป็นเกณฑ์การตัดสิน ได้แก่ วิธีการประเมินผลการเรียน การเขียนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ประเภทหรือเครื่องมือที่ใช้ในการวัดผลทางการศึกษา การนิเทศการสอน หมายถึง รูปแบบ กิจกรรม วิธีการ ที่ผู้บริหารโรงเรียนได้ดำเนินการช่วยเหลือ แนะนำให้ครูผู้สอนวิชาลูกเสือ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เป็นไปตามแนวทางของหลักสูตร
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง จำนวน 2 ชุด ดังนี้
ชุดที่ 1 แบบสอบถามผู้บริหารโรงเรียน มี 2 ตอน คือ
ตอนที่ 1 ข้อมูลและสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นข้อคำถามปลายปิด(Closed Form Questionaire) แบบให้เลือกตอบที่ตรงกับความเป็นจริงและเติมคำสั้นๆ ลงในช่องว่าง เกี่ยวกับ เพศ อายุ วุฒิทางการศึกษา วุฒิทางลูกเสือ อายุราชการ ประสบการณ์ในการบริหารโรงเรียน
ตอนที่ 2 สภาพการจัดการเรียนการสอน มีลักษณะเป็นข้อคำถามแบบปลายปิด ให้เลือกตอบที่ตรงกับความเป็นจริงหรือความคิดเห็นของตน แบบปลายเปิด (Open Endea) ให้เติมคำสั้นๆ ลงในช่องว่าง และแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการจัดบุคลากรและด้านการนิเทศการสอน
ชุดที่ 2 แบบสอบถามสำหรับครูผู้สอนวิชาลูกเสือระดับประถมศึกษา มี 2 ตอน คือ
ตอนที่ 1 ข้อมูลและสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นข้อคำถามปลายปิด(Closed Form Questionaire) แบบให้เลือกตอบที่ตรงกับความเป็นจริงและเติมคำสั้นๆ ลงในช่องว่าง เกี่ยวกับ เพศ อายุ วุฒิทางการศึกษา วิชาเอก วุฒิทางลูกเสือ อายุราชการ ประสบการณ์การสอนวิชาลูกเสือ การฝึกอบรม
ตอนที่ 2 สภาพการจัดการเรียนการสอน มีลักษณะเป็นข้อคำถามแบบปลายปิด ให้เลือกตอบที่ตรงกับความเป็นจริงหรือความคิดเห็นของตน แบบปลายเปิด (Open Endea) ให้เติมคำสั้นๆ ลงในช่องว่าง และแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) เกี่ยวกับสภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านหลักสูตรเนื้อหาสาระ ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านสื่อการเรียนการสอน และด้านการวัดและประเมินผล
การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือทั้ง 2 ชุด ให้อาจารย์ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) รูปแบบของแบบสอบถาม และความเหมาะสมของภาษา นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้ (Try out) ปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะและให้อาจารย์ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้งก่อนนำไปใช้จริง
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยตามลำดับดังนี้
1. นำหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัย ถึงสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น และขอหนังสือจากสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมือง ถึงโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
2. ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลในโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างด้วยตนเอง โดยส่งแบบสอบถามให้ผู้บริหาร จำนวน 32 ชุด ได้รับคืน 32 ชุด แบบสอบถามสำหรับครูผู้สอน จำนวน 315 ชุด ได้รับคืน 300 ชุด คิดเป็นร้อยละ 95.68
การวิเคราะห์(analysis) การวิจัยครั้งนี้วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรม SPSS/PC+ดังนี้
1. สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ
2. สภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความถี่ และค่าร้อยละตามความเหมาะสม
3. ข้อมูลปลายเปิดให้ตอบสั้นๆ ผู้วิจัยตรวจสอบความถี่ แล้วสรุปเป็นความเรียง แล้วจัดลำดับความสำคัญจากข้อมูล
4. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง 3 กลุ่ม โดยใช้ F-test และ X2-test
ข้อสรุป(summary) 1. สรุปผลวิจัยด้านต่างๆ ด้านการจัดบุคลากร โรงเรียนส่วนใหญ่จัดให้ครูผู้สอนเป็นครูประจำชั้นและสอนทุกวิชา ไม่มีงบประมาณในการจัดส่งครูเข้ารับการอบรมก่อนปฏิบัติการสอน ปัญหาที่พบมาก คือ ครูสอนหลายกลุ่มประสบการณ์ รองลงมาคือ ครูได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่อื่นๆ นอกเหนือจากการสอนมากเกินไป
ด้านหลักสูตร เนื้อหาสาระ โรงเรียนส่วนใหญ่มีเอกสารหลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ. 2521(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533) แต่ขาดคู่มือครูสอนวิชาลูกเสือ ปัญหาที่พบมากคือ หลักสูตรไม่กำหนดรายละเอียดต่างๆ ไว้ให้ ครูจึงสอนไม่ได้ตามที่กำหนด และคาบเวลาที่กำหนดให้ไม่เพียงพอกับการสอน
ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน วิธีสอนที่นำมาใช้ในระดับมาก คือ วิธีสอนแบบปฏิบัติจริงเน้นกระบวนการปฏิบัติ เพื่อให้นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ โดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ไปพร้อมกัน บรรยากาศมีความสนุกสนานเป็นกันเอง ใช้คำชมเชยเป็นการเสริมแรงแก่นักเรียนบ่อยๆ ครั้ง ปัญหาที่พบคือ กิจกรรมการเรียนการสอนไม่เป็นไปตามที่หลักสูตรกำหนด ด้านสื่อการเรียนการสอน สื่อที่เป็นของจริงครูผู้สอนนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในระดับปานกลาง ส่วนมากครูเป็นผู้จัดหามา โรงเรียนได้รับงบประมาณสนับสนุนน้อย และผู้ปกครองนักเรียนให้ความร่วมมือในการจัดหาสื่อน้อย ปัญหาที่พบมากคือ ขาดแคลนสื่อการสอน รองลงมาคือ การผลิตและการใช้สื่อการสอน
ด้านการวัดและประเมิน วิธีการวัดผลที่นำมาใช้ในระดับมากคือ การสังเกต ส่วนเครื่องมือวัดผลที่นำมาใช้ในระดับมากคือ แบบทดสอบวัดการปฏิบัติ รองลงมาคือ แบบสังเกตพฤติกรรม ปัญหาที่พบมากคือ ขาดเครื่องมือและเอกสารการวัดผล รองลงมาคือ ครูมีความเข้าใจในการวัดผลในระดับน้อย
ด้านการนิเทศการสอน วิธีการนิเทศการสอนที่ผู้บริหารโรงเรียนนำมาใช้ในระดับมาก คือ การเยี่ยมชั้นเรียนและให้ศึกษาเอกสาร โดยแนะนำเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ เนื้อหาและผู้เรียน รองลงมาคือ กำชับให้ปฏิบัติตามระเบียบการวัดและสร้างเครื่องมือวัดผลตามจุดประสงค์ ปัญหาที่พบมากคือ ขาดเครื่องมือนิเทศ และรองลงมาคือ ผู้บริหารโรงเรียนมีความรู้เกี่ยวกับการนิเทศวิชาลูกเสือในระดับน้อย
2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียนเกี่ยวกับสภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือในโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ด้านการจัดบุคลากรและด้านการนิเทศการสอน โดยภาพรวมแล้วไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูผู้สอนเกี่ยวกับสภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ ในโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ด้านหลักสูตรเนื้อหาสาระ ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านสื่อการเรียนการสอน และด้านการวัดและประเมินผล โดยภาพรวมแล้วมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยที่โรงเรียนขนาดเล็กมีระดับการปฏิบัติแตกต่างจากโรงเรียนขนาดกลาง และขนาดใหญ่
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1. จากผลการวิจัยที่พบว่า ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนส่วนใหญ่ขาดทักษะ ความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนการสอน มีปัญหาการผลิตและการใช้สื่อ การวัดและประเมินผล และการนิเทศการสอน ทำให้การจัดการเรียนการสอนไม่เป็นไปตามที่หลักสูตรกำหนด ฉะนั้นสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ ควรให้ความสำคัญกับโครงการฝึกอบรมครูผู้สอนวิชาลูกเสือ
2. เนื่องจากสื่อ วัสดุอุปกรณ์วิชาลูกเสือบางชนิดเป็นวัสดุสิ้นเปลือง บางท้องถิ่นหายาก สื่อส่วนใหญ่ได้มาจากครูและนักเรียนช่วยกันหามา ครูมีปัญหาด้านการผลิตและการใช้สื่อ ผู้ปกครองนักเรียนให้ความร่วมมือในการจัดหาวัสดุน้อย โรงเรียนได้รับงบประมาณสนับสนุนไม่เพียงพอ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอน สำนักงานคระกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนเพียงพอกับความต้องการ
3. จากผลการวิจัยพบว่า เอกสารเกี่ยวกับวิชาลูกเสือ เช่น คู่มือครู แบบเรียน เครื่องมือวัดจุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือวัดและประเมินผล เครื่องมือนิเทศและอื่นๆ ซึ่งเอกสารดังกล่าวโรงเรียนส่วนใหญ่ขาดและมีความต้องการ ประกอบผลการวิจัยที่พบว่า ผู้บริหารใช้วิธีพัฒนาครูผู้สอนโดยการให้ศึกษาเอกสาร และครูส่วนใหญ่ได้รับความรู้จากการศึกษาเอกสารด้วยตนเอง สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมจัดทำเอกสารด้านลูกเสือมาสนับสนุนให้ครูและนักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าต่อไป
ข้อเสนอแนะสำหรับโรงเรียน
1. ส่งเสริมสนับสนุนครูผู้สอนวิชาลูกเสือให้เข้ารับการฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือตามดอกาสอันควร เพื่อให้ครุได้พัฒนาตนเอง นำความรู้ใหม่ๆ มาใช้ในการเรียนการสอน
2. จากผลการวิจัยพบว่า หลักสูตรกำหนดจุดประสงค์ เนื้อหา กิจกรรม ไว้อย่างกว้างๆ ไม่มีรายละเอียดให้ ทำให้ครูสอนไม่ได้ตามหลักสูตรกำหนด ฉะนั้นครูผู้สอนในระดับกลุ่มโรงเรียน โรงเรียน ควรร่วมกันสัมมนา ประชุมปฏิบัติการเพื่อปรับปรุงจุดประสงค์ เนื้อหา กิจกรรมใหม่ ให้ได้รายละเอียดที่สามารถปฏิบัติได้อย่างชัดเจน เหมาะสมกับสภาพของท้องถิ่นนั้นๆ และเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วย
3. โรงเรียนควรให้ความสำคัญของวิชาทุกวิชาเท่าเทียมกัน เพราะว่าเป้าหมายของการจัดการศึกษาคือ การพัฒนาผู้เรียนในทุกๆ ด้าน การจัดการเรียนการสอนจึงต้องสอดคล้องกับที่หลักสูตรกำหนด ไม่เน้นเฉพาะกลุ่มทักษะ กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต หรือวิชาใดวิชาหนึ่ง
4. ในด้านสื่อการเรียนการสอน วัสดุอุปกรณ์วิชาลูกเสือ โรงเรียนควรจัดสรรให้เพียงพอกับความต้องการและทั่วถึงกัน ควรประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองนักเรียนและชุมชนเห็นความสำคัญของกิจกรรมลูกเสือ และช่วยจัดหาวัสดุอุปกรณ์ให้กับนักเรียนของตนเอง การจัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดควรพิจารณาคัดเลือกหนังสือเกี่ยวกับวิชาลูกเสือเพิ่มขึ้นด้วย เพราะจากผลการวิจัยพบว่า โรงเรียนขาดเอกสารทางด้านเนื้อหาอยู่มาก
ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการศึกษาความคิดเห็นของผู้ปกครองและนักเรียนเกี่ยวกับวิชาลูกเสือในโรงเรียนด้านต่างๆ เพื่อหาแนวทางการปลูกฝังและพัฒนาเจตคติที่ดีต่อวิชาลูกเสือต่อไป
2. ควรมีการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาลูกเสือในโรงเรียนประถมศึกษา เพื่อศึกษาผลการจัดการศึกษาตามหลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ. 2521(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533)
3. ควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับหลักสูตร เทคนิค กระบวนการ การฝึกอบรม ในรูปแบบต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถทางวิชาลูกเสือของครูผู้สอนวิชาลูกเสือ
4. ควรศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาในด้านสื่อเอกสารประกอบการเรียนการสอนวิชาลูกเสือตามเนื้อหาของหลักสูตร เอกสารประกอบการวัดและประเมินผลและอื่นๆ เพื่อให้สามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสนองต่อความต้องการของครูผู้สอน
ปี 2542
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved