Current Record: ดำรงค์ ซื่อสัตย์

ดำรงค์ ซื่อสัตย์

1. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารสถานประกอบการเกี่ยวกับการจัดการอาชีว ศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษากับสถานประกอบการ ในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านคุณภาพและมาตรฐานมีค่าเฉลี่ยสูงสุด และด้านการบริหารจัดการมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด
2. การเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารสาถนศึกษาและผู้บริหารสถานประกอบการจำแนกตาม หน่วยงานพบว่าในภาพรวม และรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 6646
ชื่อผลงานวิจัย การจัดการอาชีวศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษา กับสถานประกอบการในภาคตะวันออก
หัวข้อ(Eng) Vocational Education Management on Cooperation between Vocational Education Institute and Enterprises in the Eastern Region
คำสำคัญ(keyword) การจัดการอาชีวศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษากับสถานประกอบการ การบริหารจัดการ หลักสูตรและการเรียนการสอน คุณภาพและมาตรฐาน ปี2546
ชื่อผู้วิจัย ดำรงค์ ซื่อสัตย์
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Damrong Suresat
ตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
การศึกษา ครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
สถานที่ติดต่อ 1112 ซ.10 ถ.ปราจีนอนุสรณ์ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 25000
สถานศึกษา วิทยาลัยเทคนิคบูรพาปราจีน จ.ปราจีนบุรี
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2546
ประเภท วิทยานิพนธ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
สถานที่จัดเก็บผลงาน ห้องสมุด สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ 99/20 ถนนสุโขทัย เขตดุสิต ก.ท.ม. 10300 โทร. 0 2668 7123
ประวัติความเป็นมา(history) ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง อย่างรวดเร็ว ทำให้ระบบบริหารจัดการที่มีอยู่ ปรับตัวไม่ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 ได้ตระหนักถึงความสำคัญของระบบบริหารจัดการที่ดี โดยมีการปรับปรุงกลไกภาครัฐและเป็นโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาประเทศมากขึ้น แต่การดำเนินงานส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นไม่เพียงพอและไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น การเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากระบบเศรษฐกิจใหม่ อันประกอบด้วยกระแสโลกาภิวัตน์ จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตค่านิยมและวัฒนธรรม (สำนักนายกรัฐมนตรี. 2544. 25)

จากสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การศึกษาที่เน้นให้ความสำคัญเกี่ยวกับการให้ผู้เรียนเกิดทักษะนั้น ถือได้ว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง การจัดการอาชีวศึกษาเป็นการจัดการศึกษา เพื่อให้มีการพัฒนาคนไทย เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และได้มีการกำหนดหลักในการจัดการศึกษา ให้เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน สำหรับในการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการอาชีวศึกษาที่มุ่งเน้นให้เป็นรูปธรรม ถือได้ว่า กระบวนการที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้บุคคลเกิดการเรียนรู้จริง ซึ่งจะเห็นผลในทางปฏิบัติที่ชัดเจน (สุทธนู ศรีไสย์. 2539:1) การพัฒนาการเรียนการสอนที่เกิดจากการให้ความร่วมมือประสานงานระหว่างหน่วยงานและสถานประกอบการ ในการจัดอาชีวศึกษา นับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงในด้านการอาชีวศึกษา ซึ่งองค์กรภาคเอกชน องค์กรวิชาชีพ และสถานประกอบการได้เพิ่มความสนใจ และตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการให้ความร่วมมือ ร่วมผนึกกำลังและสนับสนุนการอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาการผลิตกำลังคนระดับกลางให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ซึ่งสถานประกอบการเห็นว่า คุณภาพขององค์กร คือ การสร้างคนให้มีคุณภาพ โดยเฉพาะการพัฒนาความรู้ความสามารถ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มแรก และเป็นผู้มีจิตสำนึกแห่งคุณภาพในหน้าที่ของงานที่รับผิดชอบ (วิฑูรย์ สิมะโชคดี. 2543:27) การจัดการศึกษาในสาขาวิชาชีพต่างๆ ที่กรมอาชีวศึกษารับผิดชอบการดำเนินการเป็นการบริการของภาครัฐให้กับสังคม โดยที่รัฐต้องมีบทบาทนำเป็นหลัก และจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรของรัฐ เพื่อดำเนินกิจกรรมขั้นพื้นฐานเหล่านั้นในการให้บริการแก่สังคม นอกจากนั้น การจัดการศึกษาในปัจจุบัน จำเป็นที่จะต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาตามศักยภาพทั้งในด้านความรู้คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสม โดยเฉพาะการจัดการอาชีวศึกษา คือ การผลิตกำลังคนด้านวิชาชีพให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน (กรมอาชีวศึกษา. 2544:~2.1) การจัดการศึกษาดังกล่าว นับว่าเป็นผลดีของผู้เรียนและสถานประกอบการ โดยถือแนวปฏิบัติที่สถานศึกษาและสถานประกอบการต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กัน สร้างความเข้าใจให้ตรงกัน แต่ลักษณะของการบริหารงานทางการศึกษาและการบริหารงานด้านธุรกิจ จะมีกระบวนการที่แตกต่างกัน นอกเหนือจากการจัดการอาชีวศึกษาและฝึกอาชีพแล้วนั้น การประสานความเข้าใจอย่างมีระบบ เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษาและสถานประกอบการ เพื่อความร่วมมือในการทำงาน (นรินทร์ แก้วทอง. 2544:32) นับได้ว่ามีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับการจัดการศึกษาของสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก ส่วนใหญ่เป็นสถาบันการอาชีวศึกษาที่มีการจัดการอาชีวศึกษาโดยร่วมมือกับสถานประกอบการ เนื่องจากทำเลที่ตั้งของสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกอยู่ใกล้เคียงกับสถานประกอบการหรือนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งเอื้ออำนวยในการประสานความร่วมมือจากสถานประกอบการต่างๆ ดังนั้นปัญหาและความสำคัญของความร่วมมือของสถาบันการอาชีวศึกษาและสถานประกอบการ จึงนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการที่จะนำมาปรับปรุงวางแผนเกี่ยวกับ การจัดการอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการต่อไป

ดังนั้นเพื่อให้การจัดการอาชีวศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษากับสถานประกอบการ ได้บรรลุถึงเป้าหมาย ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารสถานประกอบการในการจัดการอาชีวศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสถานบันการอาชีวศึกษากับสถานประกอบการ ซึ่งการจัดการอาชีวศึกษาต้องอยู่บนพื้นฐานของการอาศัยซึ่งกันและกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนและความสมานฉันท็ของบุคคลหลายๆ ฝ่ายที่ตระหนักยอมรับถึงความสำคัญของการศึกษา เพื่อจุดหมายที่จะพัฒนาคนให้เป็นศูนย์กลางแห่งการพัฒนาพร้อมๆ ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) นอกจากนั้น สามารถที่จะนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แนวคิด(concept) ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ยึดหลักการปฏิรูปการอาชีวศึกษาและแผนพัฒนาอาชีวศึกษาระยะที่ 9 ( พ.ศ.2545-2549 ) ใน 3 ด้าน คือ ด้านการบริหารจัดการ ด้านหลักสูตรและการเรียนการสอนและด้านคุณภาพและมาตรฐาน
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารสถานประกอบการเกี่ยวกับการจัด การอาชีวศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสถานบันการอาชีวศึกษากับสถานประกอบการ ในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก 3 ด้าน คือ ด้านการบริหารจัดการ ด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน และด้านคุณภาพและมาตรฐาน
2. เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารสถานประกอบการเกี่ยวกับ การจัดการอาชีวศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษากับสถานประกอบการ ในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก จำแนกตามหน่วยงาน
สมมุติฐาน(assumption) ผู้บริหารในสถานศึกษาและสถานประกอบการ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับ การจัดการอาชีวศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษาและสถานประกอบการ ในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก แตกต่างกัน ในภาพรวมและรายด้าน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงสำรวจ
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้บริหารสถานศึกษาในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก 24 แห่ง จำนวน 112 คน และผู้บริหารสถานประกอบการในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก 172 แห่ง จำนวน 344 คน รวมทั้งสิ้น 456 คน
กลุ่มตัวอย่าที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้บริหารสถานศึกษาในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก จำนวน 48 คน และผู้บริหารสถานประกอบการในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก จำนวน 161 คน รวมทั้งสิ้น 209 คน ได้มาจากการกำหนดโดยใช้ตารางของ Krejcie and Morgan (อ้างในบุญชม ศรีสะอาด. 2535 : 40 – 43) แล้วนำมาสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi & Stage Sampling) จากนั้นจึงนำมาสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling)
ตัวแปร(variable) ตัวแปรต้น คือ หน่วยงาน จำแนกเป็น
1. สถานศึกษา
2. สถานประกอบการ
ตัวแปรตาม คือ ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารสถานประกอบการในการจัดการอาชีวศึกษา โดยความร่วมมือระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษากับสถานประกอบการในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก 3 ด้าน คือ ด้านการบริหารจัดการ ด้านหลักสูตรและการเรียนการสอนและด้านคุณภาพและมาตรฐาน
คำนิยาม(defination) การจัดการอาชีวศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสถานบันการอาชีวศึกษากับสถานประกอบการ หมายถึง การจัดการอาชีวศึกษาโดยความร่วมมือกับสถานประกอบการใน 3 ด้าน คือ
1. ด้านการบริหารจัดการ หมายถึง การดำเนินงาน ที่จะต้องเป็นอย่างมีเอกภาพด้านนโยบาย มีองค์ กรระดับชาติรองรับ มีการกระจายอำนาจสู่ระดับปฏิบัติ เร่งรัดผลักดันการรวมกลุ่มสถานศึกษาเพื่อร่วมกันบริหารจัดการในรูปแบบสถาบันการอาชีวศึกษา และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชน รวมถึงการจัดทำหลักสูตรของแต่ละสถาบันการอาชีวศึกษาโดยความร่วมมือกับสถานประกอบการ การจัดสรรทรัพยากรและการใช้ทรัพยากรร่วมกันของสถาบันการอาชีวศึกษา การดำเนินงานในรูปของคณะกรรมการสถาบันการอาชีวศึกษา การสำรวจความต้องการกำลังคนของตลาดแรงงานและการจัดการเพื่อผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน
2. ด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน หมายถึง การจัดการเรียนการสอนตามสาขา และรายวิชาที่ กรมอาชีวศึกษากำหนดและหลักสูตรอาชีวศึกษาต้องเป็นหลักสูตรที่เชื่อมต่อผู้เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริงมีลักษระเป็นสหวิทยาการ (Multi – Disciplinary) เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะ (Competency) ตามมาตรฐานอาชีพที่ตลาดแรงงานต้องการโดยจัดให้กระบวนการเรียนรู้เชื่อมโยงกันในองค์กรรวม โดยให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมเพื่อเป็นการบูรณาการ ซึ่งจะส่งผลให้ได้คนไทยเป็นคนดี คนเก่งและมีความสุข และเป็นนักวิชาชีพที่มีคุณภาพ
3. ด้านคุณภาพและมาตรฐาน หมายถึง การจัดการอาชีวศึกษาต้องทำให้ผู้สำเร็จการศึกษา มีความ สมบูรณ์พร้อมด้วยทักษะพื้นฐาน คือ ภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ทักษะวิชาชีพ และทักษะความเป็นมนุษย์ จำเป็นต้องมีระบบการควบคุมประเมิน และเสริมสร้างคุณภาพมาตรฐานการอาชีวศึกษา ในระดับชาติ ระดับสถาบันการอาชีวศึกษา และระดับสถานศึกษา
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารสถานประกอบการ ในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง โดยแบ่งแบบสอบถามออกเป็น 2 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารสถานประกอบการ ในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก เป็นแบบเลือกตอบ (Check List) จำนวน 3 ข้อ
ตอนที่ 2 แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารสถานประกอบการเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษากับสถานประกอบการ ในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก ทั้งนี้ แบบสอบถามมีลักษณะเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scales) จำนวน 30 ข้อ โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 3 ด้าน คือ ด้านบริหารการจัดการ ด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน และด้านคุณภาพและมาตรฐาน มีค่าความเชื่อมั่นด้วยวิธีของ Cronbach เท่ากับ 0.96
การรวบรวมข้อมูล(gathering) การส่งแบบสอบถามให้กลุ่มตัวอย่างผู้วิจัยส่งด้วยตนเองในวิทยาลัยและสถานประกอบการที่อยู่ใกล้และเก็บด้วยตนเอง ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่อยู่ไกลผู้วิจัยนำส่งทางไปรษณีย์ พร้อมใส่ซองติดแสตมป์ถึงผู้วิจัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ตอบแบบสอบถามในการส่งคืนผู้วิจัยทางไปรษณีย์ภายใน 6 สัปดาห์ หลังจากไม่ได้รับคืนผู้วิจัยได้ติดตามโดยการโทรศัพท์ไปยังสถานศึกษาติดต่อกับหัวหน้างานวิจัยและพัฒนา ส่วนสถานประกอบการติดต่อกับหัวหน้างานบุคคล ผู้วิจัยไปรับแบบสอบถามด้วยตนเองอีกครั้ง ผู้วิจัยตรวจแบบสอบถามพบว่าอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ จำนวนทั้งสิ้น 209 ชุด คิดเป็นร้อยละ 100
การวิเคราะห์(analysis) 1. แบบสอบถามที่เกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าร้อยละ
2. แบบสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารสถานประกอบการใน การจัดการอาชีวศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษากับสถานประกอบการ ในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก วิเคราะห์ ข้อมูล ในภาพรวมและรายด้าน โดยนำเสนอในรูปตารางพร้อมคำบรรยายประกอบโดยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
3. วิเคราะห์โดยเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษากับผู้บริหารสถานประกอบการ เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาความร่วมมือระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษากับสถานประกอบการ ในสถาบันการอาชีวศึกษาตะวันออก จำแนกตามหน่วยงาน ในภาพรวมและรายด้าน โดยใช้สถิติ t – test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ข้อสรุป(summary) 1. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารสถานประกอบการเกี่ยวกับการจัดการอาชีว ศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษากับสถานประกอบการ ในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านคุณภาพและมาตรฐานมีค่าเฉลี่ยสูงสุด และด้านการบริหารจัดการมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด
2. การเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารสาถนศึกษาและผู้บริหารสถานประกอบการจำแนกตาม หน่วยงานพบว่าในภาพรวม และรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะสำหรับกรมอาชีวศึกษา
1. ควรมีการจัดสรรงบประมาณสำหรับการบริหารจัดการให้มากขึ้น เพื่อที่จะนำไปใช้ในการจัดการ อาชีวศึกษา
2. ควรมีการประชาสัมพันธ์ด้านการบริหารจัดการ เพื่อทำความเข้าใจเรื่องการจัดการอาชีวศึกษา
3. ควรมีการพัฒนาสื่อแห่งการเรียนรู้ เพื่อสนองตอบความต้องการของชุมชน
ข้อเสนอแนะสำหรับสถานศึกษาในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก
1. ควรมีการจัดสรรทรัพยากรในการจัดการอาชีวศึกษาไปยังสถาบันการอาชีวศึกษาและสถานศึกษา เครือข่าย
2. ควรจัดอาจารย์ที่ปรึกษาหรือผู้ควบคุมการฝึกให้คำแนะนำการจัดการอาชีวศึกษา โดยความร่วม มือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ
3. ควรจัดให้มีคณะอนุกรรมการมาตรฐานอาชีวศึกษาในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกทุกๆ สถาบัน
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1. การศึกษาวิจัยในเรื่อง การจัดการอาชีวศึกษา โดยความร่วมมือระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษา และสถานประกอบการ ในสถาบันการอาชีวศึกษา ภาคอื่นๆ
2. การศึกษาวิจัยในเรื่อง ความต้องการในการพัฒนาสื่อแห่งการเรียนรู้สำหรับการจัดการอาชีวศึกษา โดยความร่วมมือระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษาและสถานประกอบการ ในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก
ปี 2546
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved