Current Record: นางสุวณี ตีรถะ

นางสุวณี ตีรถะ

1. ระดับขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในจังหวัดนครปฐมในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และเมื่อแยกพิจารณาในภายองค์ประกอบพบว่าอยู่ในระดับสูง 3 ด้าน คือ ด้านภาวะความกดดันของชุมชน ด้านความพอใจในหน้าที่การงาน และด้านความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนครูตามลำดับ
2. การวิเคราะห์เปรียบเทียบขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครู
2.1 ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูจำแนกตามเพศ พบว่า ไม่แตกต่างกัน ทั้งในภาพรวมและในรายองค์ประกอบ
2.2 ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูจำแนกตามตำแหน่งหน้าที่การงาน พบว่า ในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.05 และในรายองค์ประกอบพบว่าด้านความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้บริหาร และด้านเงินเดือนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.05 ส่วนด้านอื่น ๆ ไม่พบความ แตกต่าง
2.3 ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูจำแนกตามอายุ พบว่าในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.05 และในรายองค์ประกอบพบว่าด้านความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้บริหาร และด้านเงินเดือนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.05 ส่วนด้านอื่น ๆ ไม่พบความแตกต่าง
2.4 ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูจำแนกตามระดับการศึกษา พบว่าในภาพรวมไม่พบความแตกต่าง และในรายองค์ประกอบพบว่าด้านความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้บริหาร และด้านเงินเดือนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.05 ส่วนด้านอื่น ๆ ไม่พบความแตกต่าง
2.5 ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูจำแนกตามประสบการณ์การทำงาน พบว่า ในภาพรวมไม่พบความแตกต่าง และในรายองค์ประกอบพบว่าด้านเงินเดือนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.05 ส่วนด้านอื่น ๆ ไม่พบความแตกต่าง

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 6259
ชื่อผลงานวิจัย ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ในจังหวัดนครปฐม
หัวข้อ(Eng) MORALE OF THEACHERS’ PERFORMANCE IN PRIVATE VOCATIONAL SCHOOL,
คำสำคัญ(keyword) ขวัญและกำลังใจ การปฏิบัติงานของครู ปี2545
ชื่อผู้วิจัย นางสุวณี ตีรถะ
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr. Suwanee Teeratha
ตำแหน่ง อาจารย์ใหญ่ โรงเรียนพัฒนบริหารธุรกิจ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
การศึกษา ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏนครปฐม
สถานศึกษา โรงเรียนพัฒนบริหารธุรกิจ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2545
ประเภท วิทยานิพนธ์ สถาบันราชภัฏนครปฐม
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักวิทยบริการ สถาบันราชภัฏนครปฐม
ประวัติความเป็นมา(history) การบริหารโรงเรียน ผู้บริหารต้องคำนึงถึงขวัญในการปฏิบัติงานของครูให้มาก ทั้งนี้เพราะการสร้างระดับขวัญของครูให้สูง ย่อมส่งผลต่อการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดความเชื่อมั่นศรัทธาในองค์การที่ตนปฏิบัติงานอยู่ ขวัญ เป็นเรื่องของจิตใจ ความรู้สึกเป็นนามธรรม แต่เราก็สามารถจะทราบถึงสภาพขวัญของบุคลากรในหน่วยงานได้จากการ สังเกตพฤติกรรมแสดงออก ผลงาน ความขยันหมั่นเพียร ความทุ่มเท ในการทำงาน ขวัญและกำลังใจของครูจึงมีความสำคัญที่ผู้บริหารจำเป็นต้องให้ความสำคัญและปรับปรุงขวัญกำลังใจของครูอยู่เสมอ การบริหารการศึกษาในปัจจุบัน ผู้บริหารจะต้องประสานกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มเพื่อการบรรลุเป้าหมาย ผู้บริหารมีอิทธิพลต่อโครงสร้างองค์การ กระบวนการจัดการ และวิธีการทำงาน โรงเรียนอาชีวศึษาเรียนเอกชนเป็นหน่วยงานหนึ่งทางการศึกษาที่มีผู้บริหารเป็นตัวจักรสำคัญในการกำกับดูแลการดำเนินงานของโรงเรียนเพื่อให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ผู้บริหารส่วนหนึ่งบริหาร โดยไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึก ความต้องการ ขวัญและกำลังใจของบุคลากรขาดการจูงใจในการทำงาน ไม่มีรูปแบบการบริหารที่แน่นอนหรือเป็นหนึ่งเดียว ผู้บริหารมักมุ่งงานมากกว่ามุ่งคน ยึดกฎเกณฑ์ เคร่งครัดระเบียบ ขาดการยืดหยุ่น ทำให้เกิดความตึงเครียดในบรรยากาศการทำงาน ขาดการดูแลเอาใจใส่ สนับสนุนช่วยเหลือขาดความสัมพันธ์ และความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้บริหารและครูซึ่งเป็นผลให้ขาดความร่วมมือร่วมใจในการทำงานอย่างแท้จริงส่งผลให้การปฏิบัติงานด้วยคุณภาพ ผลที่ตามมาคือการไม่มีประสิทธิภาพด้านการเรียนการสอน นักศึกษาไม่ได้รับความรู้เท่าที่ควร ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของไพบูลย์ วิสัยจร (2538:18) ที่พบว่าในภาพรวมแล้วการจัดการศึกษาเอกชน ยังมีประสิทธิภาพได้ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น ครูขาดขวัญกำลังใจในการทำงาน ขาดความตั้งใจที่จะทำงานให้กับโรงเรียนอย่างเต็มที่ปฏิบัติงานเพื่อให้สำเร็จลุล่วงไปวันหนึ่ง ๆ เท่านั้น

จากการศึกษาสภาพทั่วไปของโรงเรียนเอกชน ปกิต พัฒนบำรุง (2533:2)พบว่ามีปัญหาสืบเนื่องมาจากการทำงานภายในโรงเรียน ครูต้อมีหน้าที่และรับผิดชอบสูง ทำงานหนักทำให้ครูรู้สึกท้อแท้ มีขวัญและกำลังใจต่ำ ครูไม่ค่อยรักโรงเรียน ทำงานไม่เต็มศักยภาพ ทำให้การสอนขาดประสิทธิภาพ ครูจะพยายามหาโอกาสไปสอนบรรจุเข้ารับราชการหรือเปลี่ยนงานอื่น เป็นผลให้อัตราการลาออกสูงและเป็นปัญหาไม่มีที่สิ้นสุด ครูที่รับใหม่ขาดประสบการณ์ในการสอน หรือมีประสบการณ์น้อย อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โรงเรียนเอกชน ไม่สามารถพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียน ได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่

อุทัย หิรัญโต (2531 :163-164) กล่าวว่า ตามหลักการบริหารงานบุคคล การที่บุคลากรในหน่วยงานมีการโอนย้าย เปลี่ยนตำแหน่งหรือลาออกบ่อย ๆ นั้น เป็นการบ่งบอกถึงระดับขวัญของผู้ปฏิบัติงานได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างมีความผิดปกติ

สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ (2543) ได้กล่าวถึงหลักความสำเร็จขององค์กร ซึ่งประกอบด้วยสิ่งสำคัญ 8 ประการ ได้แก่ 1. การเพิ่มผลผลิต (Productivity) 2) คุณภาพ (Quality) 3) การลดค่าใช้จ่ายในการลงทุน (Cost) 4) การส่งมอบสินค้าและบริการแก่ลูกค้า (Deliveries) 5) ความปลอดภัย (Safety) 6) ขวัญและกำลังใจของพนักงาน (Morale) 7) การรักษาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบ (Environment) 8) จริยธรรมทางธุรกิจ (Ethic) หรือที่เรียกย่อว่า PQCDSMEE

นอกจากนี้ปัญหาอาจเกิดจากภาระงานที่ครูได้รับมอบหมาย แพนดี (Pandy 1967)กล่าวว่า ปัญหาอาจเนื่องจากปริมาณงานหรือลักษณะงาน การจัดแบ่งและมอบหมายงานไม่เหมาะสม เกิดการซ้ำซ้อนกันไม่มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนครูเกิดความไม่แน่ใจในภาระหน้าที่และขอบเขตของงาน จึงทำงานเพียงพอเพื่อให้งานนั้นเสร็จพ้นภาระความรับผิดชอบของตนไป โดยไม่คำนึงถึงผลของงานออกมาในลักษณะใดเกิดความขัดแย้งต่อความคาดหวังที่ต่างกันของผู้บริหารและผู้ใต้บังคับบัญชา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ก็ได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่อง “ขวัญ” เป็นพิเศษ โดยกำหนดมาตรการในแผนพัฒนาการศึกษาเอกชน ฉบับที่ 7 เรื่อง นโยบายด้านครูและผู้บริหารไว้ว่าให้โรงเรียนเร่งส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้ครูโรงเรียนเอกชน เพื่อให้เกิดขวัญและกำลังใจที่ดี สามารถทำการสอนอย่างมีคุณภาพ โดยมีการจัดสวัสดิการให้กว้างขวางขึ้น มีการคุ้มครองการทำงานเพื่อให้ครูได้รับความเป้ฯธรรมเกิดความมั่นคงในการประกอบอาชีพ

จากการศึกษาของฮาร์เรล (Harrel1946 :260-262) พบว่าขวัญและกำลังใจ ความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน นอกจากจะเกิดจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมของงานแล้ว ยังเกิดปัจจัยส่วนบุคคลได้อีกคือ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ระยะเวลาการทำงาน บุคลิกภาพส่วนตัว ผุ้วิจัยจึงเห็นว่ามีความสำคัญที่ควรวิจัยศึกษาเปรียบเทียบตัวแปรต้นในเรื่องเหล่านี้ เพื่อจะได้ทราบระดับขวัญตามตัวแปรที่ศึกษา และผู้บริหารจะได้นำไปแก้ไขปัญหาต่อไปได้ถูกต้องยิ่งขึ้น

จากปัญหาดังกล่าวจึงเป็นที่น่าสังเกตได้ว่าครูโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน น่าจะมีบางสิ่งบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน จึงเป็นเหตุให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่ศึกษาเรื่องขวัญและกำลังใจ ในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในจังหวัดนครปฐม เพื่อผู้บริหารสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องได้ทราบและเข้าใจเรื่องขวัญและกำลังใจ ก็จะสามารถนำไปใช้ในแนวในการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้ครู และหาทางแก้ปัญหาหรือเลือกวิธีการบำรุงขวัญในการปฏิบัติงานของครูได้ถูกต้อง เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดขององค์กรต่อไป

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาระดับขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในจังหวัดนครปฐม
2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบระดับขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในจังหวัดนครปฐม โดยจำแนกตามตัวแปรที่ศึกษา คือ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน ตำแหน่งหน้าที่การงาน
สมมุติฐาน(assumption) 1. ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครู โรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในจังหวัดนครปฐมอยู่ใน ระดับปานกลาง
2. ครูโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในจังหวัดนครปฐมที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ใน การทำงาน ตำแหน่งหน้าที่การงาน ที่แตกต่างกันมีขวัญและกำลังใจแตกต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) เชิงบรรยาย
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร ได้แก่ ครู่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในจังหวัดนครปฐมในปีการศึกษา 2544 จำนวน 296 คน จากจำนวน 6 โรงเรียน คือ 1) โรงเรียนเทคโนโลยีนครปฐม 2) โรงเรียนนครปฐมเทคโนโลยี 3) โรงเรียนนาคประสิทธิแผนกพาณิชยการ 4) โรงเรียนช่างสำรวจนครปฐมและเทคโนโลยี 5)โรงเรียนพัฒนาบริหารธุรกิจ และ 6) โรงเรียนอินเตอร์เทคโนโลยี
ตัวแปร(variable) 1. ตัวแปรต้น คือ สถานภาพส่วนบุคคล ประกอบด้วย เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ ทำงาน ตำแหน่งหน้าที่การงาน
2. ตัวแปรตาม คือ ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย
2.1 ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้บริหาร
2.2 ความพอใจในหน้าที่การงาน
2.3 ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนครู
2.4 เงินเดือน
2.5 ปริมาณงาน
2.6 หลักสูตร
2.7 สถานภาพของครู
2.8 การสนับสนุนการศึกษาของชุมชน
2.9 เครื่องอำนวยความสะดวกและการบริการของโรงเรียน
2.10 ภาวะกดดันของชุมชน
คำนิยาม(defination) 1. ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครู หมายถึง พฤติกรรมของผู้ปฏิบัติงานที่แสดงออกในความรู้สึก อารมณ์และจิตใจ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะทำให้ทราบถึงความรู้สึกของผู้ปฏิบัติงานที่มีผลต่อการทำงานนั้น ประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ 10 องค์ประกอบ ดังอธิบายรายละเอียดแต่ละองค์ประกอบได้ดังนี้
1.1 ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้บริหาร หมายถึง ความรู้สึกของครูที่มีต่อผู้บริหารในด้านต่าง ๆ คือ ความสามารถในด้านอาชีพ ความสนใจที่มีต่อครูและหน้าที่การงานของครู ความสามารถในการติดต่อสื่อสารและทักษะในด้านมนุษยสัมพันธ์
1.2 ความพึงพอใจในหน้าที่การงาน หมายถึง ความสัมพันธ์กับนักเรียน และความพึงพอใจในหน้าที่การสอน ครูที่มีขวัญ กำลังใจสูง จะรักการสอน รู้สึกว่าตนเองมีความสามารถในงานที่ทำ สนุกสนาน การทำงานร่วมกับนักเรียน และปรารถนาจะยึดอาชีพครูตลอดไป
1.3 ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนครู หมายถึง ควมสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนครูด้วยกันโดยพิจารณาถึงความร่วมมือในการทำงานต่าง ๆ การเตรียมการสอนร่วมกัน การยอมรับในด้านความมีศีลธรรม อิทธิพล ความสนใจ ตลอดจนความสามารถของเพื่อนครู
1.4 เงินเดือน หมายถึง ความรู้สึกของครูที่มีต่อเงินเดือนที่ตนเองได้รับ และนโยบายเกี่ยวกับเงินเดือนครู ครูมีความรู้สึกว่าได้รับเงินเดือนคุ้มค่ากับการทำงานของตนหรือไม่ และเมื่อเปรียบเทียบกับครูในสังกัดอื่น ๆ แล้ว ตนเองมีความพอใจมากน้อยเพียงใด
1.5 ปริมาณงาน หมายถึง จำนวนชั่วโมงสอน งานที่เกี่ยวข้องกับงาน ธุรการ งานทะเบียน งานด้านสังคม งานกิจกรรมเสริมหลักสูตร และการพัฒนาตนเอง
1.6 หลักสูตร หมายถึง ปฏิกิริยาของครูที่มีต่อหลักสูตรของโรงเรียนในด้านที่เกี่ยวกับการสนองความต้องการของผู้เรียน การคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และการเตรียมให้นักเรียนเป็นพลเมืองดีของประเทศ
1.7 สถานภาพของครู หมายถึง การเสาะแสวงหาเกียรติยศ ชื่อเสียง ความมั่นคง และผลประโยชน์ที่ได้จากการสอน ตลอดจนเป็นที่ยอมรับของสังคม
1.8 ชุมชนกับการสนับสนุนการศึกษา หมายถึง ความเข้าใจและ ความเต็มใจที่ชุมชนจะเข้ามามีบทบาทช่วยเหลือในกิจการต่าง ๆ ของโรงเรียน
1.9 อาคารสถานที่และการบริการ หมายถึง ความเพียงพอเหมาะสมของสถานที่เครื่องใช้ และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ประสิทธิภาพของการให้บริหารและความสะดวกในการเบิกอุปกรณ์
1.10 ภาวะกดดันของสังคม หมายถึง ความสนใจและความคาดหวังของสังคม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวครุ ในด้านความประพฤติ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสังคมความมีเสรีภาพที่ครูจะอภิปรายปัญหาต่าง ๆ ในชั้นเรียน
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในปีการศึกษา 2544 แบ่งออกเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบ เป็นแบบตรวจสอบรายการ ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียน อาชีวศึกษาเอกชน
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. นำหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัยสถาบันราชภัฏนครปฐม เพื่อขอความร่วมมือนำไปยังโรงเรียน อาชีวศึกษาเอกชนในจังหวัดนครปฐม จำนวน 6 แห่ง เพื่อขอความอนุเคราะห์ตอบแบบสอบถาม
2. ผู้วิจัยนำแบบสอบถามพร้อมกับหนังสือขอความร่วมมือ ไปเก็บข้อมูลด้วยตนเองจากประชากร จำนวน 296 ฉบับ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2544 และเก็บรวบรวมแบบสอบถามคืนด้วยตนเองภายใน 30 วัน ได้รับแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์กลับคืนมาจำนวน 242 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 81.75 ของประชากร
การวิเคราะห์(analysis) สถิติที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ข้อสรุป(summary) 1. ระดับขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในจังหวัดนครปฐมในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และเมื่อแยกพิจารณาในภายองค์ประกอบพบว่าอยู่ในระดับสูง 3 ด้าน คือ ด้านภาวะความกดดันของชุมชน ด้านความพอใจในหน้าที่การงาน และด้านความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนครูตามลำดับ
2. การวิเคราะห์เปรียบเทียบขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครู
2.1 ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูจำแนกตามเพศ พบว่า ไม่แตกต่างกัน ทั้งในภาพรวมและในรายองค์ประกอบ
2.2 ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูจำแนกตามตำแหน่งหน้าที่การงาน พบว่า ในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.05 และในรายองค์ประกอบพบว่าด้านความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้บริหาร และด้านเงินเดือนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.05 ส่วนด้านอื่น ๆ ไม่พบความ แตกต่าง
2.3 ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูจำแนกตามอายุ พบว่าในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.05 และในรายองค์ประกอบพบว่าด้านความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้บริหาร และด้านเงินเดือนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.05 ส่วนด้านอื่น ๆ ไม่พบความแตกต่าง
2.4 ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูจำแนกตามระดับการศึกษา พบว่าในภาพรวมไม่พบความแตกต่าง และในรายองค์ประกอบพบว่าด้านความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้บริหาร และด้านเงินเดือนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.05 ส่วนด้านอื่น ๆ ไม่พบความแตกต่าง
2.5 ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูจำแนกตามประสบการณ์การทำงาน พบว่า ในภาพรวมไม่พบความแตกต่าง และในรายองค์ประกอบพบว่าด้านเงินเดือนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.05 ส่วนด้านอื่น ๆ ไม่พบความแตกต่าง
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรทำการศึกษาวิจัย ตัวแปรด้านอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครู
2. ควรทำการศึกษาพฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารโรงเรียนที่ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครู
3. ควรทำการศึกษาวิจัยระดับขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูอยู่สม่ำเสมอเพื่อทราบระดับขวัญและกำลังใจเป็นระยะ นำข้อมูลจากการวิจัยมาใช้ประโยชน์ในการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้ครูตรงกับความต้องการ
ปี 2545
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved