Current Record: นางสาวพยอม ชาติเกษมชัย

นางสาวพยอม ชาติเกษมชัย

ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 อยู่ในระดับน้อย
ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 อยู่ในระดับปานกลาง
ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ค่าจ้างและสวัสดิการ วิธีการปกครองบังคับบัญชา ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ และความสำเร็จในการทำงาน โดยค่าสัมประสิทธิ์สหพันธ์พหุคูณ เท่ากับ 0.763 ตัวแปรอิสระทั้งหมดสามารถอธิบายการผันแปรของตัวแปรตาม ได้ร้อยละ 58.20
ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 ได้แก่ ระบบการคัดเลือกเพื่อเลื่อนตำแหน่งในปัจจุบันควรให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับสามารถสอบคัดเลือกได้ ควรจัดให้มีการฝึกอบรมก่อนการได้รับเลื่อนตำแหน่ง ควรมีการศึกษาดูงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง การได้ทราบข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ภายในองค์กรควรรวดเร็วมากกว่านี้ ควรมอบหมายงานให้ปฏิบัติให้ตรงกับความรู้ ความสามารถของบุคลากร ควรมีการวางแผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและมีการประเมินผลการปฏิบัติงาน วิธีการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการควรลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ควรให้ข้าราชการระดับ 7, 8 ได้รับเงินประจำตำแหน่งเช่นเดียวกับข้าราชการครู ควรให้ผู้บริหารระดับล่างมีอำนาจในการตัดสินใจเพื่อให้เกิดความคล่องตัวดีกว่าการรวมศูนย์อำนาจการบริหารและควรให้ข้าราชการที่บรรจุใหม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 6201
ชื่อผลงานวิจัย ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10
หัวข้อ(Eng) Factors Affecting Satisfaction with Work Performance of Government Officials under the Offices of Provincial Primary Education, Educational Division 10
คำสำคัญ(keyword) ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน ปี2545
ชื่อผู้วิจัย นางสาวพยอม ชาติเกษมชัย
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Miss Phayom Chatkasemchai
ตำแหน่ง นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล 4
การศึกษา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา สถาบันราชภัฎมหาสารคาม
สถานศึกษา สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม ถ. ศรีสวัสดิ์ดำเนิน อ. เมือง จ.มหาสารคาม
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2545
ประเภท วิทยานิพนธ์ สถาบันราชภัฎมหาสารคาม
สถานที่จัดเก็บผลงาน บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฎมหาสารคาม
ประวัติความเป็นมา(history) ในสภาพปัจจุบัน การปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด ตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนที่กำหนดไว้ ยังไม่มีความคล้องตัวเท่าที่ควรเพราะมีข้อจำกัดในด้านความรู้ ความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์ เกิดความยุ่งยากซับซ้อน ต้องรับผิดชอบงานหลายอย่าง มีอัตรากำลังจำกัด มีทรัพยากรไม่เพียงพอและไม่ทันสมัย ขาดงบประมาณ ขาดการพัฒนาบุคลากรและยังต้องรับผิดชอบงานอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้นอกเหนือจากงานในหน้าที่ประจำมากเกินไป (สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. 2533 : 51 ) ซึ่งปัญหาเหล่านี้ เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ข้าราชการขาดความเชื่อมั่นในตนเอง เกิดความเบื่อหน่าย ท้อถอยเฉื่อยชา รู้สึกว่าตนเองยังไม่เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงาน ประกอบกับการเลื่อนระดับตำแหน่งในสายงานยังมีข้อจำกัดในด้านหลักเกณณ์ กฎระเบียบต่างๆ มากมาย ไม่เป็นที่น่าพึงพอใจดังนั้นความรับผิดชอบต่องานที่ทำจึงไม่มีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย ( จริยะ วิโรจน์. 2531 : 143-144 )

จากการศึกษางานวิจัยปรากฏว่ายังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดเขตการศึกษา 10 มาก่อน รวมทั้งปริมาณจังหวัดในเขตการศึกษา 10 มีจำนวนจังหวัดมากกว่าเขตการศึกษาอื่นในภาคอีสาน และจังหวัดในเขตการศึกษา 10 คือ จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นจังหวัดนำร่องในการบริหารจัดการเป็นเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดกรอบอัตรากำลังและปรับปรุงภารกิจทางการศึกษา หากมีการวิจัยในพื้นที่นี้จะทำให้ทราบถึงปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในอดีตและจะเชื่อมโยงไปสู่การปฎิรูปบุคลากรและการศึกษา

จากสภาพปัญหาและเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาสภาพการทำงานและปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 เพื่อนำผลการวิจัยที่ได้ในครั้งนี้ไปเป็นข้อสนเทศแก่ผู้เกี่ยวข้องในการพิจารณาเพื่อหาแนวทางปรับปรุง แก้ไข และส่งเสริมองค์ประกอบด้านต่างๆ ที่จะทำให้เกิดความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 ให้มีประสิทธิยิ่งขึ้นต่อไป

แนวคิด(concept) 1. แนวคิดที่เกี่ยวข้อง

1.1 แนวคิดเกี่ยวกับการปฏิรูประบบข้าราชการ

1.2 แนวคิดเกี่ยวกับการเสริมสร้างขวัญในการปฏิบัติงาน

1.3 แนวคิดเกี่ยวกับศักยภาพขององค์กรที่มีประสิทธิภาพการบริหารจัดการ

2. ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

2.1 ทฤษฎีเอ็กซ์ (X) ทฤษฎีวาย (Y) ของแมคเกรเกอร์ (McGregor)

2.2 ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow’s Need Hierarchy)

2.3 ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม (Vroom)

2.4 ทฤษฎีการจูงใจของเฮอร์ซเบอร์ก (Herzberg)

2.5 ทฤษฎีการจัดองค์การ

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาระดับปัญหาในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10
2. เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10
3. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10
4. เพื่อศึกษาความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10
สมมุติฐาน(assumption) 1. ระดับปัญหาในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 อยู่ในระดับปานกลาง
2. ระดับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 อยู่ในระดับปานกลาง
3. ปัจจัยที่น่าจะมีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 มี 13 ด้าน คือ ตำแหน่ง ประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน การได้รับสวัสดิการค่าเช่าบ้าน ด้านความสำเร็จในการทำงาน ด้านการได้รับการยอมรับนับถือ ด้านความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ ด้านความรับผิดชอบ ด้านลักษณะของงานที่ปฏิบัติ ด้านค่าจ้างและสวัสดิการ ด้านนโยบายและการบริหาร ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน และด้านวิธีการปกครองบังคับบัญชา
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ ( Correlation Research)
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ คือ ข้าราชการพลเรือนสามัญที่ปฏิบัติงานในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 จำนวน 516 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของ Yamane และสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling)ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 232 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ ได้แก่ ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน ซึ่งประกอบด้วย 13 ด้าน ดังนี้ คือ
1. ตำแหน่ง
2. ประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน
3. การได้รับสวัสดิการค่าเช่าบ้าน
4. ด้านความสำเร็จในการทำงาน
5. ด้านการได้รับการยอมรับนับถือ
6. ด้านความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่
7. ด้านความรับผิดชอบ
8. ด้านลักษณะของงานที่ปฏิบัติ
9. ด้านค่าจ้างและสวัสดิการ
10. ด้านนโยบายและการบริหาร
11. ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
12. ด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน
13. ด้านวิธีการปกครองบังคับบัญชา
ตัวแปรตาม คือ ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10
คำนิยาม(defination) ปัญหาในการปฏิบัติงาน หมายถึง ข้อสงสัย คำถาม ข้อที่ต้องพิจารณาแก้ไขต่อสิ่งหรือเรื่องที่ทำของข้าราชการพลเรือนสามัญในการปฏิบัติงานเพื่อให้ดำเนินการเป็นไปตามระเบียบแบบแผนและเกิดความชำนาญ
ความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน หมายถึง การที่ปัจจัยต่าง ๆ เช่น ตำแหน่ง ประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน การได้รับสวัสดิการค่าเช่าบ้าน ความสำเร็จในการทำงาน การยอมรับนับถือ ความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ ความรับผิดชอบ ลักษณะของงานที่ปฏิบัติ ค่าจ้างและสวัสดิการ นโยบายและการบริหาร ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล สภาพแวดล้อมในการทำงาน และการปกครองบังคับบัญชา ได้ตอบสนองความต้องการทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้ปฏิบัติงาน จนเกิดทัศนะคติที่ดีต่อการทำงาน
ข้าราชการพลเรือนสามัญ หมายถึง ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 ซึ่งได้แก่ นักวิชาการ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป เจ้าหน้าที่บริหารงานธุรการ เจ้าหน้าที่ธุรการ เจ้าพนักงานธุรการ นักประชาสัมพันธ์ บุคลากร นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล นิติกร เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล เจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชี เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี นักวิชาการการเงินและบัญชี เจ้าหน้าที่บริหารงานพัสดุ เจ้าพนักงานพัสดุ และเจ้าหน้าที่พัสดุ
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถามซึ่งประกอบด้วยคำถามทั้งหมด 5 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบเลือกตอบ (Check list) ซึ่งถามเกี่ยวกับ เพศ อายุ สถานภาพการสมรส ตำแหน่งประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน และการได้รับสวัสดิการค่าเช่าบ้าน
ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับระดับปัญหาในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ
ตอนที่ 3 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับระดับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ
ตอนที่ 4 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 50 ข้อ ซึ่งสร้างขึ้นจากทฤษฎีการจูงใจในการปฏิบัติงานภายใต้ 10 องค์ประกอบ คือ ด้านความสำเร็จในการทำงาน ด้านการได้รับการยอมรับนับถือ ด้านความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ ด้านความรับผิดชอบ ด้านลักษณะของงานที่ปฏิบัติ ด้านค่าจ้างและสวัสดิการ ด้านนโยบายและการบริหาร ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน และด้านวิธีการปกครองบังคับบัญชา
ตอนที่ 5 เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 มี ลักษณะเป็นคำถามปลายเปิด (Open-Question)
การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ แบบสอบถามได้ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ทำการปรับปรุงและนำไปทดลองใช้แล้วนำส่วนที่เป็นมาตราส่วนประมาณค่ามาหาค่าความเชื่อมั่นโดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) พบว่า ค่าความเชื่อมั่นด้านปัญหาในการปฏิบัติงาน มีค่าเท่ากับ 0.79 ด้านความพึงใจในการปฏิบัติงาน มีค่าเท่ากับ 0.90 ด้านความสำเร็จในการทำงาน มีค่าเท่ากับ 0.81 ด้านการได้รับการยอมรับนับถือ มีค่าเท่ากับ 0.78 ด้านความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ มีค่าเท่ากับ 0.78 ด้านความรับผิดชอบ มีค่าเท่ากับ 0.87 ด้านลักษณะของงานที่ปฏิบัติ มีค่าเท่ากับ0.74 ด้านค่าจ้างและสวัสดิการ มีค่าเท่ากับ 0.92 ด้านนโยบายและการบริหาร มีค่าเท่ากับ 0.82 ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล มีค่าเท่ากับ 0.81 ด้านสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน มีค่าเท่ากับ 0.91 ด้านวิธีการปกครองบังคับบัญชา มีค่าเท่ากับ 0.85 หาค่าอำนาจจำแนกรายข้อ โดยใช้ t-test พบว่า ทุกข้อมีค่าเกิน 1.75
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ขอหนังสือรับรองและแนะนำตัวผู้วิจัยจากบัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฎมหาสารคาม ไปถึงสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 เพื่อขอความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามจากข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษา เขตการศึกษา 10
2. ส่งหนังสือแนะนำตัวของผู้วิจัย จากบัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฎมหาสารคามพร้อมแบบสอบถามและซองสำหรับใส่แบบสอบถามคืนผู้วิจัย ไปยังสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10
3. ในการตอบแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่างที่เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 ประกอบด้วยแบบสอบถามแยกตามกลุ่มข้าราชการ 3 กลุ่ม คือ หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน และเจ้าหน้าที่ โดยขอความร่วมมือหัวหน้าฝ่ายการเจ้าหน้าที่แจกจ่ายแบบสอบถามให้ครบตามจำนวนที่ระบุของสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดแต่ละจังหวัด
4. รวบรวมแบบสอบถามทั้งหมดที่ได้รับคืนจากกลุ่มตัวอย่าง ตรวจความสมบูรณ์แล้วนำไปดำเนินการตามขั้นตอนการวิจัยต่อไป ภายในระยะเวลา 60 วัน
การวิเคราะห์(analysis) ทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for windows ดังนี้
1. การวิเคราะห์เชิงพรรณนา (Descriptive Method) เพื่ออธิบายข้อมูลพื้นฐานทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง สถิติที่ใช้คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
2. การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบปัญหาการวิจัยข้อ 1 ( ทดสอบสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 1 )ใช้ค่าเฉลี่ยเปรียบเทียบกับเกณฑ์
3. การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบปัญหาการวิจัยข้อ 2 (ทดสอบสมมติฐานข้อที่ 2 )ใช้ค่าเฉลี่ยเปรียบเทียบกับเกณฑ์
3. การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบปัญหาการวิจัยข้อ 3 (ทดสอบสมมติฐานข้อที่ 3 ) ใช้การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณเชิงเส้นตรง (Multiple Linear Regression) เพื่ออธิบายปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจ ในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 โดยใช้การวิเคราะห์แบบกำหนดตัวแปรเข้าไปในสมการทั้งหมด (Enter Method) เพื่ออธิบายปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชพลเรือนสามัญ ในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10
4. การวิเคราะห์ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 ใช้การบรรยายวิเคราะห์เนื้อหา
ข้อสรุป(summary) ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 อยู่ในระดับน้อย
ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 อยู่ในระดับปานกลาง
ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ค่าจ้างและสวัสดิการ วิธีการปกครองบังคับบัญชา ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ และความสำเร็จในการทำงาน โดยค่าสัมประสิทธิ์สหพันธ์พหุคูณ เท่ากับ 0.763 ตัวแปรอิสระทั้งหมดสามารถอธิบายการผันแปรของตัวแปรตาม ได้ร้อยละ 58.20
ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 ได้แก่ ระบบการคัดเลือกเพื่อเลื่อนตำแหน่งในปัจจุบันควรให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับสามารถสอบคัดเลือกได้ ควรจัดให้มีการฝึกอบรมก่อนการได้รับเลื่อนตำแหน่ง ควรมีการศึกษาดูงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง การได้ทราบข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ภายในองค์กรควรรวดเร็วมากกว่านี้ ควรมอบหมายงานให้ปฏิบัติให้ตรงกับความรู้ ความสามารถของบุคลากร ควรมีการวางแผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและมีการประเมินผลการปฏิบัติงาน วิธีการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการควรลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ควรให้ข้าราชการระดับ 7, 8 ได้รับเงินประจำตำแหน่งเช่นเดียวกับข้าราชการครู ควรให้ผู้บริหารระดับล่างมีอำนาจในการตัดสินใจเพื่อให้เกิดความคล่องตัวดีกว่าการรวมศูนย์อำนาจการบริหารและควรให้ข้าราชการที่บรรจุใหม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้
1.1 สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ได้กำหนดแผนอัตรากำลัง 5 ปี (2540-2544) ซึ่งมุ่งเน้นปรับปรุงระบบการบริหารงานทั้งบทบาท ภารกิจ โครงสร้าง ส่วนราชการ ระบบการทำงาน กฎระเบียบการเงิน งบประมาณ การพัสดุ การบริหารทรัพยากรบุคคล ระบบการวางแผนและติดตามประเมินผล หากทางสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับระดับความพึงพอใจ และปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญดังกล่าว จำเป็นที่จะต้องหารูปแบบ กระบวนการและเทคนิคต่าง ในการสร้างแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นในข้าราชการพลเรือนสามัญมีความพึงพอใจในการปฏิบิติงาน มีความสุขในการทำงาน อันจะเป็นผลให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
1.2 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชกรพลเรือน (ก.พ.) เป็นหน่วยงานที่เริ่มโครงการส่งเสริมการบริหารจัดการที่ดี ฉะนั้นหน่วยงานดังกล่าวควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ข้าราชการพลเรือนสามัญในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษา 10 มีการพัฒนางาน พัฒนาอาชีพ เพื่อเป็นการเสริมสร้างให้ข้าราชการพลเรือนสามัญทุกตำแหน่งทุกสายงานได้มีโอกาสก้าวหน้าและเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น
1.3 ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา ซึ่งจะต้องปฏิบัติงานร่วมกับข้าราชการพลเรือนสามัญ จะต้องสร้างความพึงพอใจให้กับบุคลากรในองค์กร ซึ่งการสร้างความพึงพอใจและการจูงใจในการปฏิบัติงานมีหลายแนวทาง ผู้บังคับบัญชาจะต้องเลือกนำมาใช้ให้เหมาะสมจึงจะเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยจะต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อม ความต้องการขององค์กรเป็นสำคัญ
2. ข้อเสนอแนะประเด็นที่เกี่ยวกับระเบียบวิธีวิจัย
2.1 ควรมีการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด โดยดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเฉพาะการวิจัยติดตามประเมินผล 2.2 ควรมีการวิจัยเชิงคุณภาพเน้นในเรื่องการศึกษาทัศนคติ ความคิดเห็น ค่านิยม ของข้าราชการพลเรือนในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด
3. ข้อเสนอแนะประเด็นเกี่ยวกับการทำวิจัยครั้งต่อไป
3.1 ควรมีการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษาอื่น
3.2 ควรมีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เขตการศึกษาอื่น
ปี 2545
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved