Current Record: นายคัมภีร์ สุดแท้

นายคัมภีร์ สุดแท้

1. การดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาแต่ละขั้นตอน พบว่า มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก 2 ขั้นตอน คือ ขั้นสร้างความเข้าใจให้ตรงกันและชัดเจนแก่บุคลากรในโรงเรียนและผู้เกี่ยวข้อง และขั้นนำธรรมนูญโรงเรียนมาจัดทำแผนปฏิบัติการและนำสู่การปฏิบัติ ขั้นตอนที่มีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลางคือ ขั้นการกำกับ ดูแล ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลให้เป็นระบบ เมื่อจำแนกตามสถานภาพผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ผู้บริหารโรงเรียนโดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ส่วนผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้สอนที่เป็นหัวหน้างานแผนงาน และครู – อาจารย์ โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสามกลุ่ม มีขั้นตอนการปฏิบัติอยู่ในระดับมากเป็นอันดับหนึ่ง คือขั้นสร้างความเข้าใจให้ตรงกันและชัดเจนแก่บุคลากรในโรงเรียน และผู้เกี่ยวข้องเช่นกัน เมื่อพิจารณาตามขนาดของโรงเรียน พบว่า โรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง มีขั้นตอนการปฏิบัติอยู่ในระดับมากเป็นอันดับที่หนึ่ง คือ ขั้นสร้างความเข้าใจให้ตรงกันและชัดเจนแก่บุคลากรในโรงเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้อง จากการสัมภาษณ์ พบว่า การดำเนินงานทุกขั้นตอนมีการประชุมชี้แจง ศึกษานโยบาย ระดมสมองในการกำหนดวิธีดำเนินงาน ปฏิทินการปฏิบัติงาน มอบหมายให้คณะกรรมการปฏิบัติ กำกับ นิเทศ ติดตาม ประเมินผลทุกระยะ แก้ไขข้อบกพร่อง และรายงานผลการดำเนินงานให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ โดยคณะกรรมการโรงเรียนส่วนมากมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ
2. ปัญหาการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน คือ บุคลากรขาดความรู้ความเข้าใจ ไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดทำธรรมนูญโรงเรียน ขาดการมีส่วนร่วมของบุคลากร และผู้เกี่ยวข้องในการจัดทำ การนำไปสู่การปฏิบัติ การกำกับติดตาม ตรวจสอบประเมินผลการปรับปรุงแก้ไข และการรายงานผล ขาดปัจจัยสนับสนุนด้านอื่น ๆ ทั้งงบประมาณ เวลา เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ และขาดการส่งเสริมให้กำลังใจ กำกับ ติดตาม ประเมินผลจากหน่วยเหนือ
3. แนวทางการแก้ปัญหาการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน คือ การประชุมชี้แจงอบรม สัมมนา ระดมสมอง กระตุ้นชี้แจงซ้ำ สร้างจิตสำนึก ความรู้ความเข้าใจ ให้ตระหนักในความสำคัญของการจัดทำธรรมนูญโรงเรียน และนำสู่การปฏิบัติร่วมกันของทุกฝ่าย แล้วจึงมอบหมายงานให้รับผิดชอบตามความรู้ ความสามารถ จัดหางบประมาสนับสนุน ทั้งจากราชการและเอกชน ทั้งแรงกาย และแรงทรัพย์

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 6193
ชื่อผลงานวิจัย การดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม : ศึกษาเฉพาะกรณีโรงเรียนที่ผ่านการอบรมการจัดทำธรรนูญโรงเรียน
หัวข้อ(Eng) The Implementations of School Charters in Primary Schools under the Office of Maha Sarakham Provincial Primary Education : A Case Study of Schools Participating in Training Program.
คำสำคัญ(keyword) การดำเนินงานตามธรรนูญโรงเรียน ปี2544
ชื่อผู้วิจัย นายคัมภีร์ สุดแท้
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr. Khumpee Suttae
ตำแหน่ง อาจารย์ใหญ่ ระดับ 7
การศึกษา ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏมหาสารคาม
สถานที่ติดต่อ 129 หมู่ 11 ต.แวงน่าง อ.เมือง จ.มหาสารคาม 44000
สถานศึกษา โรงเรียนวันครู 2502 อ.เมือง จ.มหาสารคาม 4400
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2544
ประเภท วิทยานิพนธ์ สถาบันราชภัฏมหาสารคาม
สถานที่จัดเก็บผลงาน บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏมหาสารคาม
ประวัติความเป็นมา(history) สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดหนึ่งในเขตการศึกษา 10 ที่ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ปีเริ่มแรกของการปฏิรูปการศึกษาและมีโรงเรียนนำร่องจำนวน 135 โรงเรียน โรงเรียนนำร่องการปฏิรูปการศึกษาได้ดำเนินการนำร่องการปฏิรูปการศึกษาในด้านต่าง ๆ ทั้ง 4 ด้าน คือ การปฏิรูปโรงเรียน การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา การปฏิรูปหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน และการปฏิรูประบบบริหารการศึกษา สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคามตระหนักถึงภารกิจสำคัญของโรงเรียนประถมศึกษาในอันที่จะพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายการปฏิรูปการศึกษา จึงได้จัดการอบรมการจัดทำธรรนูญโรงเรียนให้กับโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนปฏิรูปการศึกษา และเป็นโรงเรียนที่ผู้บริหารโรงเรียนเป็นประธานกลุ่มโรงเรียน และมอบหมายให้โรงเรียนเหล่านี้จัดทำธรรมนูญโรงเรียน ในปีการศึกษา 2542 ด้วยการวิเคราะห์เป้าหมายการจัดการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ และสภาพความต้องการของโรงเรียน ชุมชน สังคม โดยจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์กำหนดกิจกรรมในแต่ละปีการศึกษาต่อเนื่องกันไปเป็นระยะยาว 3 ปี ครอบคลุมแนวทางปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง 4 ด้าน และกำหนดให้ทุกโรงเรียนส่งธรรมนูญโรงเรียนให้สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ และส่งสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคามด้วย ให้โรงเรียนยึดถือเป็นแนวปฏิบัติต่อไป และยังให้ขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ในกลุ่มโรงเรียนเดียวกัน ให้สามารถดำเนินการจัดทำธรรนูญโรงเรียน และใช้แนวปฏิบัติในการปฏิรูปโรงเรียนในปีการศึกษา 2542 ต่อไป

จากการดำเนินการจัดทำธรรมนูญโรงเรียนที่ผู้บริหารโรงเรียนเป็นประธานกลุ่มโรงเรียที่ผ่านการอบรมและสามารถขยายผลไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ในกลุ่มโรงเรียนประกอบกับการจัดทำธรรนูญโรงเรียนเป็นส่วนประกอบแรกของระบบประกันคุณภาพการศึกษา เป็นระบบที่สถานศึกษาในปัจจุบันต้องนำเข้ามาใช้ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และปัจจุบันมีกระแสเรียกร้องที่รุนแรงต้องการการศึกษาที่มีคุณภาพสูง ต้องการมีการตรวจสอบมากขึ้น ผู้ปกครองต้องการรู้ว่าบุตรหลานของตน เมื่ออยู่ในโรงเรียนทำอะไรได้ดีเพียงใด และชุมชนต้องการที่จะมั่นใจว่าโรงเรียนปฏิบัติหน้าที่ได้ตามมาตรฐานหรือไม่ โรงเรียนมีระบบประกันคุณภาพการศึกษาที่มุ่งมั่นจะสร้างระบบคุณภาพนักเรียน (ผลผลิต) สอดคล้องกับความต้องการของผู้ปกครองและชุมชน (ลูกค้า) ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพของการจัดการศึกษา โดยแสดงภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Accountability) ต่อนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน มากน้อยเพียงใด เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองชุมชน ได้มีส่วนรับผิดชอบ ร่วมตัดสินใจในรูปขอคณะกรรมการโรงเรียนอยู่ในระดับใด จึงทำให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาว่าโรงเรียนที่ผู้บริหารโรงเรียนผ่านการอบรมการจัดทำธรรมนูญโรงเรียนนั้น ได้ดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนที่เป็นหลักประกันคุณภาพการศึกษามากน้อยเพียงใด มีปัญหาและแนวทางแก้ปัญหาการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนอย่างไร ผู้วิจัยจึงมุ่งศึกษาถึงการดำเนินงาน ปัญหา และแนวทางแก้ปัญหาการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน ของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม โดยศึกษาเฉพาะกรณีที่ผู้บริหารโรงเรียนผ่านการอบรมการจัดทำธรรมนูญโรงเรียนเพื่อให้ทราบผลของการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประกันคุณภาพการศึกษาว่าอยู่ในระดับใด เพื่อจะนำผลการวิจัยไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงการปฏิบัติงานตามธรรมนูญโรงเรียน ในโรงเรียนประถมศึกษาให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลไปสู่การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป

แนวคิด(concept) 1. การประกันคุณภาพการศึกษา

2. การประกันคุณภาพการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ

3. ธรรนูญโรงเรียน

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม
2. เพื่อศึกษาปัญหาการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม
3. เพื่อศึกษาแนวางการแก้ปัญหาการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 77 คน ผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้สอนที่เป็นหัวหน้างานแผนงาน จำนวน 77 คน ครู – อาจารย์ จำนวน 1,084 คน และกรรมการโรงเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา ที่เป็นโรงเรียนปฏิรูปการศึกษาซึ่งผู้บริหารโรงเรียนเป็นประธานกลุ่มโรงเรียนและผ่านการอบรมการจัดทำธรรมนูญโรงเรียน สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 693 คน
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ได้ ทั้งหมด 313 คน จำแนกได้ดังนี้
1. ผู้บริหารโรงเรียน ช่วยผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้สอนที่เป็นหัวหน้างานแผนงานศึกษาจากประชากรทั้งหมด คือกลุ่มละ 77 คน
2. ครู – อาจารย์ สุ่มแบบง่ายโดยใช้สัดส่วนประชากร 1,000 คน ต่อกลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 10 (รัตนา ศิรินาม 2538 : 96) กำหนดให้ทุกโรงเรียนมีกลุ่มตัวอย่างอย่างน้อย 1 คนและถ้ามีทศนิยมเกิน .5 ปัดเศษเป็น 1 เป็นกลุ่มตัวอย่าง 123 คน
3. ส่วนกรรมการโรงเรียนสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน คือ สุ่มจากอำเภอ 50% ได้ 6 อำเภอ แล้วสุ่มจากโรงเรียนใน 6 อำเภอ 50 % ได้ 18 โรงเรียน โรงเรียนละ 2 คน ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 36 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ ได้แก่
1. สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
1.1 ผู้บริหารโรงเรียน
1.2 ผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้สอนที่เป็นหัวหน้างานแผน
1.3 ครู – อาจารย์
1.4 กรรมการโรงเรียน
2. ขนาดของโรงเรียน ซึ่งแบ่งเป็น 3 ขนาด ดังนี้
2.1 โรงเรียนขนาดใหญ่
2.2 โรงเรียนขนาดกลาง
2.3 โรงเรียนขนาดเล็ก
ตัวแปรตาม ได้แก่
1. การดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน
2. ปัญหาการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน
3. แนวทางแก้ปัญหาการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน
คำนิยาม(defination) ธรรมนูญโรงเรียน หมายถึง แผนแม่บทในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเป็นเอกสารที่แสดงเป้าหมายความสำเร็จ ศักยภาพ และความสามารถในการจัดการศึกษาของโรงเรียนซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และคณะกรรมการโรงเรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย สำเร็จตามระยะเวลาที่กำหนด
การดำเนินงาน หมายถึง การปฏิบัติงานตามขั้นตอนการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน 3 ขั้นตอน คือ
ขั้นตอนที่ 1 สร้างความเข้าใจให้ตรงกันและชัดเจนแก่ผู้ร่วมงานบุคลากรในโรงเรียนและผู้เกี่ยวข้อง หมายถึง การพัฒนาบุคลากรของโรงเรียน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานตามแผนงาน / โครงการ ที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถปฏิบัติงานแทนกันได้หากเปลี่ยนผู้รับผิดชอบ รวมถึงการประชุมชี้แจง ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับความสำคัญของธรรมนูญโรงเรียน เป้าหมายของโรงเรียน จุดเน้นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน แผนการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร ยุทธศาตร์การดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน แนวทางและรายละเอียดการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติจริง บทบาทหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษา การกำกับตรวจสอบรายงานผล และแผนงบประมาณ
ขั้นตอนที่ 2 นำธรรมนูญโรงเรียนมาจัดทำแผนปฏิบัติการ และนำสู่การปฏิบัติ หมายถึง การนำขั้นตอนในธรรมนูญโรงเรียนมาจัดทำแผนปฏิบัติการของโรงเรียน โดยนำความคาดหวัง พันธกิจ เป้าหมาย จุดเน้นในการพัฒนา ยุทธศาสตร์ซึ่งกำหนดไว้กว้างๆ ในธรรมนูญโรงเรียน มากำหนดเป็นแผนงาน/โครงการ เพื่อให้มีรายละเอียดที่สามารถปฏิบัติได้ ซึ่งมี 4 ขั้นตอน คือ
2.1 การวางแผน หมายถึง การศึกษาวิเคราะห์ สภาพปัจจุบัน ปัญหา ความต้องการ ความจำเป็นของโรงเรียน นโยบายระดับสูง และธรรมนูญโรงเรียนแล้วกำหนดแนวปฏิบัติเป็นแผนปฏิบัติงานประจำปี และปฏิทินการปฏิบัติงานให้สอดคล้องธรรมนูญโรงเรียนอย่างชัดเจน โดยให้ผู้บริหาร ครู–อาจารย์ และกรรมการโรงเรียนมีส่วนร่วมในการจัดทำ
2.2 ปฏิบัติตามแผน หมายถึง การให้ผู้รับผิดชอบแต่ละแผนงานและโครงการไปดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการและปฏิทินการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้โดยคำนึงถึงความสำคัญความจำเป็นก่อนหลังใช้ทรัพยากรและเทคนิควิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสมให้ดำเนินงานมีประสิทธิภาพ
2.3 ตรวจสอบ หมายถึง การกำหนดแผนและปฏิทิน ในการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนงานและโครงการเป็นระยะ ๆ ตามสภาพการปฏิบัติจริง
2.4 ปรับปรุงแก้ไข หมายถึง การนำข้อมูลสารสนเทศที่ได้จากการตรวจสอบรายงานผลการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการ มาใช้ประกอบตัดสินใจปรับปรุงและพัฒนา/โครงการ
ขั้นตอนที่ 3 การกำกับ ดูแล ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลให้เป็นระบบ หมายถึง กำกับ ดูแล ติดตาม ประเมินผล การดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนเป็นระยะๆ ตรวจสอบความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนจากโรงเรียน สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด โรงเรียนวิเคราะห์สรุปผลการดำเนินงานแล้วรายงานผลด้วยวิธีการทีเหมาะสมแก่บุคลากร ผู้บังคับบัญชาผู้เกี่ยวข้องและสาธารณชน
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มี 2 ประเภท คือ
1. แบบสอบถาม แบ่งเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับ สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นแบบสำรวจรายการ (Check List) ตอนที่ 2 มี 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นตามกรอบแนวคิดในการวิจัย มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 สร้างความเข้าใจให้ตรงกันชัดเจนแก่ผู้ร่วมงานบุคลากรในโรงเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนที่ 2 นำธรรมนูญโรงเรียนมาจัดทำแผนปฏิบัติการและนำสู่การปฏิบัติ คือ 2.1 การวางแผน 2.2 ปฏิบัติตามแผน 2.3 ตรวจสอบ 2.4 ปรับปรุงแก้ไข และขั้นตอนที่ 3 การกำกับ ดูแล ติดตาม ประเมินผลและรายงานผลให้เป็นระบบ ส่วนที่ 2 เป็นแบบสอบถามปลายเปิดแทรกอยู่ท้ายแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่าในทุกขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา และแนวทางการแก้ปัญหาการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนในแต่ละขั้นตอน
2. แบบสัมภาษณ์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เป็นแบบสัมภาษณ์ข้อมูลเบื้องต้นของผู้ให้สัมภาษณ์ ส่วนที่ 2 เป็นแบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงาน ปัญหา และแนวทางแก้ปัญหา ในการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม 3 ขั้นตอน คือ 1. สร้างความเข้าใจให้ตรงกันชัดเจนแก่ผู้ร่วมงาน บุคลากรในโรงเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้อง 2. นำหลักการในธรรมนูญโรงเรียนมาจัดทำแผนปฏิบัติการ และนำสู่การปฏิบัติคือ 2.1 การวางแผน 2.2 ปฏิบัติตามแผน 2.3 ตรวจสอบ 2.4 ปรับปรุงแก้ไข และ 3. การกำกับ ดูแล ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลให้เป็นระบบ
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ผู้วิจัยดำเนินการขอหนังสือรับรองจากบัณฑิตวิทยาลัยสถาบันราชภัฏมหาสารคาม ถึงผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม เพื่อขอความอนุเคราะห์ไปยังหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอทุกอำเภอ และหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอทุกอำเภอ ขอความอนุเคราะห์ไปยังผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม ที่เป็นประชากรตอบแบบสอบถามเพื่อการวิจัย และสัมภาษณ์
2. ผู้วิจัยนำหนังสือขอความอนุเคราะห์เก็บรวบรวมข้อมูลของหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอพร้อมแบบสอบถามแนบซองเปล่าปิดแสตมป์ จ่าหน้าซอง ที่อยู่ผู้วิจัย บรรจุใส่ซองปิดผนึกส่งไปยังโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม ทั้ง 77 โรงเรียน ด้วยตนเอง โดยส่งให้ผู้บริหารโรงเรียน หัวหน้างานแผนงาน ครู – อาจารย์ ตอบแบบสอบถาม
3. ผู้วิจัยเก็บรวบรวมแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์คืน ตามวันเวลาที่นัดหมายโดยขอความอนุเคราะห์ให้ส่งกลับมายังสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ ผู้วิจัยไปรับที่สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ หากได้รับแบบสอบถามไม่ครบจำนวน ผู้วิจัยโทรศัพท์ติดตามการตอบแบบสอบถาม จากโรงเรียนที่เหลือด้วยตนเองอีกครั้ง
4. ผู้วิจัยดำเนินการสัมภาษณ์ โดยประชุมอาสาสมัครที่ช่วยเหลือในการสัมภาษณ์ เพื่อทำความเข้าใจให้สามารถสัมภาษณ์ได้อย่างถูกต้องตามหลักการสัมภาษณ์ที่ดี และให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตามความเป็นจริงมากที่สุด แล้วให้อาสาสมัครไปสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างที่กำหนดให้ในเขตอำเภอที่ผู้สัมภาษณ์อยู่ แล้วส่งแบบสัมภาษณ์รวบรวมไว้ ที่สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอพร้อมกับแบบสอบถาม
การวิเคราะห์(analysis) 1. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ที่ได้รับคืนมา ทุกฉบับ พบว่า แบบสอบถามจำนวน 277 ฉบับ และแบบสัมภาษณ์จำนวน 36 ฉบับ มีความสมบูรณ์ทั้งหมด
2. ส่วนของแบบสอบถามดำเนินการให้คะแนนตามเกณฑ์
3. นำคะแนนที่ได้ไปวิเคราะห์ข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรม SPSS 7.5 for Windows เพื่อวิเคราะห์ระดับการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม จะนำเสนอโดยภาพรวม รายขั้นตอน โดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียน หัวหน้างานแผนงาน และครู – อาจารย์ เพื่อหาระดับการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม นำค่าที่ได้ไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์การแปลความหมายค่าเฉลี่ย
4. การวิเคราะห์ปัญหา และแนวทางการแก้ปัญหาการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม ดำเนินการจำแนกประเด็นตามความคิดเห็นในแต่ละขั้นตอนแล้ววิเคราะห์ค่าความถี่ของแต่ละประเด็นปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาการดำเนินงานโดยใช้ค่าร้อยละ (Percentage) ในแต่ละประเด็นปัญหาและแนวทางแก้ปัญหาที่ตอบในแบบสอบถามปลายเปิด
5. ส่วนการวิเคราะห์การดำเนินงาน ปัญหา และแนวทางการแก้ปัญหาจากการสัมภาษณ์ ตรวจสอบความคลาดเคลื่อนของข้อมูล ดำเนินการจำแนกประเด็นตามความคิดเห็นในแต่ละขั้นตอนแล้ววิเคราะห์ค่าความถี่ของแต่ละประเด็นที่ตอบในแบบสัมภาษณ์ แล้วนำเสนอเป็นความเรียงในรูปแบบพรรณาวิเคราะห์ (Descriptive Analysis)
ข้อสรุป(summary) 1. การดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาแต่ละขั้นตอน พบว่า มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก 2 ขั้นตอน คือ ขั้นสร้างความเข้าใจให้ตรงกันและชัดเจนแก่บุคลากรในโรงเรียนและผู้เกี่ยวข้อง และขั้นนำธรรมนูญโรงเรียนมาจัดทำแผนปฏิบัติการและนำสู่การปฏิบัติ ขั้นตอนที่มีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลางคือ ขั้นการกำกับ ดูแล ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลให้เป็นระบบ เมื่อจำแนกตามสถานภาพผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ผู้บริหารโรงเรียนโดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ส่วนผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้สอนที่เป็นหัวหน้างานแผนงาน และครู – อาจารย์ โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสามกลุ่ม มีขั้นตอนการปฏิบัติอยู่ในระดับมากเป็นอันดับหนึ่ง คือขั้นสร้างความเข้าใจให้ตรงกันและชัดเจนแก่บุคลากรในโรงเรียน และผู้เกี่ยวข้องเช่นกัน เมื่อพิจารณาตามขนาดของโรงเรียน พบว่า โรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง มีขั้นตอนการปฏิบัติอยู่ในระดับมากเป็นอันดับที่หนึ่ง คือ ขั้นสร้างความเข้าใจให้ตรงกันและชัดเจนแก่บุคลากรในโรงเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้อง จากการสัมภาษณ์ พบว่า การดำเนินงานทุกขั้นตอนมีการประชุมชี้แจง ศึกษานโยบาย ระดมสมองในการกำหนดวิธีดำเนินงาน ปฏิทินการปฏิบัติงาน มอบหมายให้คณะกรรมการปฏิบัติ กำกับ นิเทศ ติดตาม ประเมินผลทุกระยะ แก้ไขข้อบกพร่อง และรายงานผลการดำเนินงานให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ โดยคณะกรรมการโรงเรียนส่วนมากมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ
2. ปัญหาการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน คือ บุคลากรขาดความรู้ความเข้าใจ ไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดทำธรรมนูญโรงเรียน ขาดการมีส่วนร่วมของบุคลากร และผู้เกี่ยวข้องในการจัดทำ การนำไปสู่การปฏิบัติ การกำกับติดตาม ตรวจสอบประเมินผลการปรับปรุงแก้ไข และการรายงานผล ขาดปัจจัยสนับสนุนด้านอื่น ๆ ทั้งงบประมาณ เวลา เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ และขาดการส่งเสริมให้กำลังใจ กำกับ ติดตาม ประเมินผลจากหน่วยเหนือ
3. แนวทางการแก้ปัญหาการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน คือ การประชุมชี้แจงอบรม สัมมนา ระดมสมอง กระตุ้นชี้แจงซ้ำ สร้างจิตสำนึก ความรู้ความเข้าใจ ให้ตระหนักในความสำคัญของการจัดทำธรรมนูญโรงเรียน และนำสู่การปฏิบัติร่วมกันของทุกฝ่าย แล้วจึงมอบหมายงานให้รับผิดชอบตามความรู้ ความสามารถ จัดหางบประมาสนับสนุน ทั้งจากราชการและเอกชน ทั้งแรงกาย และแรงทรัพย์
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. ข้อเสนอแนะสำหรับการนำไปใช้
1.1 จากผลการวิจัยการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน ตามความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียน หัวหน้างานแผนงาน และครู – อาจารย์ ในโรงเรียนทั้ง 3 ขนาด คือ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก พบว่าขั้นการกำกับ ดูแล ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลให้เป็นระบบ เป็นขั้นตอนที่มีการปฏิบัติอยู่ในอันดับสุดท้าย ซึ่งพบว่า สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดและสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอมีการ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนน้อย โรงเรียนไม่ค่อยมีการรายงานผล เผยแพร่ให้ผู้เกี่ยวข้องและสาธารณชนทราบอย่างสม่ำเสมอ จึงขอเสนอแนะแนวทางเพื่อเป็นข้อสนเทศประกอบการดำเนินงานดังนี้
1.1.1 ควรจัดทำโครงการกำกับ ดูแลติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอและโรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การแนะนำ ช่วยเหลือบุคลากรในการดำเนินงานตามธรรนูญโรงเรียน และการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานที่รับผิดชอบอย่างเป็นระบบต่อผู้บริหารโรงเรียน ผู้เกี่ยวข้อง กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด อย่างสม่ำเสมอและจริงจัง
1.1.2 โรงเรียนควรมีการสรุปรายงานผลการปฏิบัติตามแผนงาน/โครงการต่อบุคลากรในโรงเรียนและผู้เกี่ยวข้อง กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดด้วยวิธีที่เหมาะสม เป็นระบบ เป็นระยะ และจริงจัง
1.2 จากผลการวิจัย ปัญหาการดำเนินงานตามธรรนูญโรงเรียนในโรงเรียนและผู้เกี่ยวข้อง พบว่า ปัญหาขั้นสร้างความเข้าใจให้ตรงกันและชัดเจนแก่บุคลากรเป็นขั้นตอนที่มีผู้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาการดำเนินงานมากที่สุดซึ่งปัญหาที่พบคือ บุคลากรไม่เห็นความสำคัญ ไม่สนใจ ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องมีธรรมนูญโรงเรียน รับฟังแต่ไม่นำสู่การปฏิบัติ ยังไม่เข้าใจกระบวนการจัดทำธรรมนูญโรงเรียนและยังไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองในการปฏิบัติตามธรรมนูญโรงเรียน จึงเสนอแนะแนวทางเพื่อเป็นข้อสนเทศประกอบการปรับปรุงและพัฒนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น คือ ควรจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความตระหนัก ให้เห็นความสำคัญ ความจำเป็นที่ต้องมีธรรมนูญโรงเรียน ให้มีความรู้และเข้าใจในกระบวนการจัดทำธรรมนูญโรงเรียน สามารถจัดทำธรรมนูญโรงเรียนได้อย่างมีคุณภาพเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองในการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียน และให้มีหลักสูตรอบรมที่มีความสมบูรณ์ทุกขั้นตอนสามารถนำความรู้ ประสบการณ์จากการอบรมไปฏิบัติได้จริงเพื่อพัฒนาโรงเรียนให้ได้มาตรฐานต่อไป
2. ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป
2.1 ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับ ความต้องการการมีส่วนร่วมในการจัดทำธรรมนูญโรงเรียนและการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนฉบับต่อไปของครู อาจารย์ กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด
2.2 ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับกระบวนการและผลสัมฤทธิ์ของการสร้างความเข้าใจให้ตรงกันเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ และการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามธรรมนูญโรงเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม
2.3 ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาโรงเรียนให้ได้มาตรฐานตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดยใช้ธรรมนูญโรงเรียน (ใช้เทคนิคการวิจัยอย่างมีส่วนร่วม R&D)
ปี 2544
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved