Current Record: วานิต สุวรรณน้อย

วานิต สุวรรณน้อย

1. ไม่พบกิริยาร่วมระหว่างรูปแบบการเรียนแบบกลุ่มย่อย และเงื่อนไขการเสริมแรง
2. นักเรียนกลุ่มที่เรียนแบบกลุ่มการเรียนแบบร่วมมือกันทำงานมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สูงกว่านักเรียนกลุ่มที่เรียนแบบกลุ่มการเรียนแบบเดิม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. นักเรียนกลุ่มที่ได้รับการเสริมแรงแบบแข่งขันมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สูงกว่านักเรียนกลุ่มที่ได้รับการเสริมแรงแบบร่วมมือ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 5921
ชื่อผลงานวิจัย ผลของรูปแบบการเรียนแบบกลุ่มย่อยและเงื่อนไขการเสริมแรงที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
หัวข้อ(Eng) Effects of Types of Small Group Learning and Contingencies of Reinforcement on Mathematical Achievement of Prathomsuksa V Students
คำสำคัญ(keyword) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ปี2536
ชื่อผู้วิจัย วานิต สุวรรณน้อย
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Wanit Suwannoi
ตำแหน่ง อาจารย์ 1 ระดับ 4
การศึกษา ศษ.ม. (จิตวิทยาการศึกษา)
สถานศึกษา โรงเรียนนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ 2 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) พ.ศ. 2536
ประเภท วิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
สถานที่จัดเก็บผลงาน หอสมุดคุณหญิงหลงอรรถกระวีสุนทร
ประวัติความเป็นมา(history) คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่มีส่วนสัมพันธ์กับชีวิตประจำวันอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่การเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ของประเทศไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร จากเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาเพื่อจะหาวิธีการปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนการอสนวิชาคณิตศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น การที่จะจัดการเรียนการสอนให้บรรลุจุดมุ่งหมายของหลักสูตรได้นั้นขึ้นอยู่กับวิธีการของครูว่าจะนำไปใช้ในลักษณะใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพราะเป็นส่วนที่สำคัญ มีผลโดยตรงต่อการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ครูจะต้องวางแผนว่าสอนอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี วิธีเรียนแบบกลุ่มย่อยก็เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถกระทำได้และเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากเพราะเป็นวิธีที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จากการเปรียบเทียบกลุ่มการเรียนแบบร่วมมือกันทำงานและกลุ่มการเรียนแบบเดิมพบว่า กลุ่มการเรียนทั้ง 2 แบบมีความแตกต่างกัน และน่าจะนำมาศึกษาจึงทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาว่า ถ้าให้นักเรียนเรียนวิชาคณิตศาสตร์ด้วยวิธีเรียนแบบกลุ่มย่อย 2 รูปแบบดังกล่าว คือ กลุ่มการเรียนแบบร่วมมือกันทำงาน และกลุ่มการเรียนแบบเดิมแล้ว จะส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนแตกต่างกันหรือไม่ และผู้วิจัยได้นำแนวคิดเกี่ยวกับเงื่อนไขการเสริมแรงมาใช้ร่วมกับการทำงานเป็นกลุ่ม จากที่กล่าวมาทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะเปรียบเทียบผลของรูปแบบการเรียนแบบกลุ่มย่อย 2 แบบ คือ กลุ่มการเรียนแบบร่วมมือกันทำงาน และกลุ่มการเรียนแบบเดิม โดยมีเงื่อนไขการเสริมแรงมาเป็นสิ่งจูงใจ ซึ่งได้แก่ การเสริมแรงแบบร่วมมือ และการเสริมแรงแบบแข่งขัน ว่าจะส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ต่างกันหรือไม่ และจะมีกิริยาร่วมระหว่างตัวแปรทั้งสองคือ รูปแบบการเรียนแบบกลุ่มย่อยและเงื่อนไขการเสริมแรงหรือไม่
แนวคิด(concept) การเรียนแบบกลุ่มย่อย, เงื่อนไขการเสริมแรง
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษากิริยาร่วมระหว่างรูปแบบการเรียนแบบกลุ่มย่อยและเงื่อนไขการเสริมแรงที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างการเรียนแบบกลุ่มย่อย 2 รูปแบบ คือ กลุ่มการเรียนแบบร่วมมือกันทำงาน และกลุ่มการเรียนแบบเดิม
3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างการได้รับเงื่อนไขการเสริมแรง 2 แบบคือ การเสริมแรงแบบร่วมมือ และการเสริมแรงแบบแข่งขัน
สมมุติฐาน(assumption) 1. ถ้าให้นักเรียนเรียนวิชาคณิตศาสตร์แบบกลุ่มการเรียนแบบร่วมมือกันทำงาน และกลุ่มการเรียนแบบเดิม และได้รับการเสริมแรงแบบร่วมมือ และการเสริมแรงแบบแข่งขันแล้ว นักเรียนจะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์แตกต่างกันไปที่แต่ละระดับของตัวแปรทั้ง 2 หรือมีกิริยาร่วมรูปแบบการเรียนแบบกลุ่มย่อยและเงื่อนไขการเสริมแรง
2. ถ้าให้นักเรียนเรียนวิชาคณิตศาสตร์แบบกลุ่มย่อย 2 แบบ คือกลุ่มการเรียนแบบร่วมมือกันทำงาน และกลุ่มการเรียนแบบเดิมแล้ว นักเรียนจะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ต่างกัน
3. ถ้าให้นักเรียนเรียนวิชาคณิตศาสตร์โดยได้รับเงื่อนไขการเสริมแรงต่างกันคือ ได้รับการเสริมแรงแบบร่วมมือ และการเสริมแรงแบบแข่งขัน จะส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) เชิงทดลอง
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2535 ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดยะลา รวมนักเรียน 1,821 คน
กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่กำลังเรียนอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2535 ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดยะลา จำนวนนักเรียน 144 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ ได้แก่ รูปแบบการเรียนแบบกลุ่มย่อย เงื่อนไขการเสริมแรง
ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์
คำนิยาม(defination) 1. การเรียนแบบกลุ่มย่อย หมายถึงการแบ่งให้นักเรียนทำกิจกรรมการเรียนร่วมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ กลุ่มละ 4 คน
2. เงื่อนไขการเสริมแรง หมายถึง การกำหนดเกณฑ์ในการที่จะให้สิ่งเสริมแรงแก่ผู้เรียนเพื่อเพิ่มพฤติกรรมการให้ความร่วมมือหรือความตั้งใจในการทำแบบฝึกหัด โดยบอกให้ทราบด้วยวาจาก่อนที่นักเรียนจะทำแบบฝึกหัดร่วมกัน
3. เบี้ยอรรถกร หมายถึง วิธีการเสริมแรงที่ผู้วิจัยใช้บัตรคูปองเป็นตัวเสริมแรง กรณีที่ผลงานของแต่ละกลุ่มย่อยเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด นักเรียนสามารถสะสมบัตรคูปองไว้แลกเปลี่ยนสิ่งได้ตามเกณฑ์
เครื่องมือ(tool) 1. บทเรียนคณิตศาสตร์เรื่องบทประยุกต์จำนวน 4 บทเรียน
2.แบบฝึกหัดคณิตศาสตร์เรื่องบทประยุกต์จำนวน 4 ชุด
3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องบทประยุกต์จำนวน 4 ฉบับ
การรวบรวมข้อมูล(gathering) แต่ละกลุ่มได้รับการทดลอง 4 ครั้ง ครั้งละ 1 บทเรียน ใช้เวลาเรียนบทเรียนละ 60 นาที เป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน หลังจากเสร็จสิ้นการทดลองแล้วให้ทุกกลุ่มทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องบทประยุกต์ โดยใช้เวลา 30 นาที
การวิเคราะห์(analysis) 1. หาค่ามัชฌิมเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนในแต่ละกลุ่มทดลอง
2. ทดสอบความเป็นเอกพันธ์ของความแปรปรวนโดยวิธีการของฮาร์ตเลย์
3. วิเคราะห์ความแปรปรวนแบบแฟคทอเรียลสุ่มสมบูรณ์ 22
ข้อสรุป(summary) 1. ไม่พบกิริยาร่วมระหว่างรูปแบบการเรียนแบบกลุ่มย่อย และเงื่อนไขการเสริมแรง
2. นักเรียนกลุ่มที่เรียนแบบกลุ่มการเรียนแบบร่วมมือกันทำงานมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สูงกว่านักเรียนกลุ่มที่เรียนแบบกลุ่มการเรียนแบบเดิม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. นักเรียนกลุ่มที่ได้รับการเสริมแรงแบบแข่งขันมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สูงกว่านักเรียนกลุ่มที่ได้รับการเสริมแรงแบบร่วมมือ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. การจัดกลุ่มย่อยในการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ควรจัดให้มีนักเรียนในแต่ละกลุ่มคละกัน
2. การให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม ครูควรดูแลอย่างเต็มที่และคอยกระตุ้นนักเรียนตลอดเวลา
3. การเลือกใช้ตัวเสริมแรงควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการและสอดคล้องกับพัฒนาการของนักเรียน เปิดโอกาสให้นักเรียนเป็นผู้เลือกสิ่งเสริมแรงเองบ้าง
4. ควรมีการวิจัยโดยใช้วิธีเรียนแบบกลุ่มการเรียนแบบร่วมมือกันทำงานกับนักเรียนชั้นอื่นๆ โดยเพิ่มระยะเวลาในการฝึกให้มากขึ้น
ปี 2536
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved