Current Record: นายอรรถพร สำเภา

นายอรรถพร สำเภา

1. แบบฝึกเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เวลา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 85.31/80
2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ได้รับการสอนตามคู่มือครูและใช้แบบฝึกเสริมทักษะที่สร้างขึ้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เวลา สูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนตามคู่มือครูและใช้แบบฝึกหัดในหนังสือเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 5640
ชื่อผลงานวิจัย การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์เรื่องเวลา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
หัวข้อ(Eng) The Development of Supplementary Mathematics Kits on the Topic of Time for Prathom Suksa Three
คำสำคัญ(keyword) แบบฝึกเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ ปี2545
ชื่อผู้วิจัย นายอรรถพร สำเภา
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr. Atthaporn Sumpao
ตำแหน่ง ครูใหญ่
การศึกษา ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี
สถานที่ติดต่อ (ที่อยู่) บ้านเลขที่ 52 หมู่ 5 ต.กาบิน อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี 34270
(ที่ทำงาน) โรงเรียนบ้านหนองแสง ต.นาหว้า อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ 37110
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จ ปี 2545
ประเภท วิทยานิพนธ์ สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี
สถานที่จัดเก็บผลงาน ห้องสมุด บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี
ประวัติความเป็นมา(history) หลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช 2521 (ฉบับปรับปรุง 2533) ได้กำหนดวิชาคณิตศาสตร์ไว้ในกลุ่มทักษะที่เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ประกอบด้วยพื้นฐานต่าง ๆ 5 พื้นฐาน คือ พื้นฐานทางจำนวน พื้นฐานทางพีชคณิต พื้นฐานทางการวัด พื้นฐานทางเรขาคณิต และพื้นฐานทางสถิติ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถในทางการคำนวณ สามารถนำคณิตศาสตร์ไปใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ และในการดำรงชีวิตให้มีคุณภาพ จึงต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ 2535 ข:18)

1. มีความรู้ความเข้าใจคณิตศาสตร์พื้นฐานและมีทักษะในการคำนวณ

2. รู้จักคิดอย่างมีเหตุผล และแสดงความคิดอย่างเป็นระบบ ชัดเจน และรัดกุม

3. รู้คุณค่าของคณิตศาสตร์ และมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์

แต่จากการประเมินความสามารถของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระดับประเทศในปีการศึกษา 2536 วิชาคณิตศาสตร์ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ จำแนกเป็นสมรรถภาพการคิดคำนวณ 42.84 ความเข้าใจทางคณิตศาสตร์ 44.70 และการแก้โจทย์ปัญหา 41.09 และเมื่อพิจารณาผลในระดับจังหวัดอำนาจเจริญพบว่า มีคะแนนเฉลี่ยและจำนวนนักเรียนที่ผลน่าพอใจต่ำกว่าร้อยละ 30 ทั้งในสมรรถภาพการคิดคำนวณ ความเข้าใจทางคณิตศาสตร์ และการแก้โจทย์ปัญหา (สปช. 2540: 229) ในระดับอำเภอปทุมราชวงศา จากรายงานการประเมินคุณภาพนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2541 พบว่า วิชาคณิตศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ย ในทั้งสามสมรรถภาพ ร้อยละ 58.77 ระดับกลุ่มโรงเรียนนาผาง ร้อยละ 61.99 ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละต่ำกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอปทุมราชวงศา (สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอปทุมราชวงศา 2542:15) ตั้งไว้ร้อยละ 70

จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น จะเห็นว่ากลุ่มเนื้อหาสมรรถภาพการคิดคำนวณ ความเข้าใจทางคณิตศาสตร์ และการแก้โจทย์ปัญหา ล้วนเป็นสมรรถภาพที่เป็นปัญหาในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งอาจจะมีสาเหตุด้วยกันหลายประการ ได้แก่ ปัญหาด้านตัวครูผู้สอน ด้านตัวนักเรียน วิธีสอนและสื่อการเรียนการสอน เป็นต้น (วชิรนุช สินธุชัย 2541:2) ดังนั้นการจัดการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ควรจะได้รับการแก้ไข โดยการพัฒนาคุณภาพของครู วิธีการสอน สื่อการเรียนการสอน และควรนำนวัตกรรมทางการศึกษาต่างๆ เข้ามาช่วยในการจัดการเรียนการสอน เช่น บทเรียนสำเร็จรูป การใช้ชุดการสอน การใช้ศูนย์การเรียน การใช้บทเรียนโปรแกรม และการใช้แบบฝึก เป็นต้น (ธิดา สนองนารถ 2542:4) ซึ่งผู้วิจัยมีประสบการณ์ในการสอนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ได้พิจารณาเห็นว่าเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง เวลา เป็นเนื้อหาหนึ่งที่มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาในด้านสมรรถภาพการคิดคำนวณ ความเข้าใจทางคณิตศาสตร์ และการแก้โจทย์ปัญหา และยังเป็นเนื้อหาที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์ทั่วโลก ซึ่งมักจะพบว่านักเรียนมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของเวลา อ่านผิด เขียนผิด พูดผิด ทำให้มีการสื่อความหมายผิด (วัณนี จรบุรมย์ 2540:4) ซึ่งสอดคล้องกับรายงานการประชุมครูผู้สอนคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระดับกลุ่มโรงเรียนนาผาง ที่ระบุว่าเนื้อหาเรื่อง เวลา ยากและนักเรียนมักไม่เข้าใจ ทำแบบทดสอบไม่ได้ ซึ่งมีส่วนทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ต่ำ (สำนักงานกลุ่มโรงเรียนนาผาง 2541:3) การนำแบบฝึกเสริมทักษะที่มีประสิทธิภาพเข้ามาช่วยในการจัดการเรียนการสอน นับเป็นวิธีการหนึ่งที่สำคัญในการแก้ไขปัญหา ช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งได้มีนักการศึกษาหลายท่าน ได้กล่าวสนับสนุนแนวคิดนี้ ดังนี้ อิสเรศ พิพัฒน์มงคลพร, วิไล พิพัฒน์มงคลพรและสุดใจ ศรีจามร (2538: 53) เสนอความคิดเห็นว่า แบบฝึกที่มีประสิทธิภาพสามารถฝึกทักษะและช่วยเพิ่มสมรรถภาพการแก้ปัญหาทางการเรียนของนักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้นได้ พรทิพย์ ชัยชนะ (2533:55) ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องการสร้างและการใช้แบบฝึกการคิดคำนวณวิชาคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผลการวิจัยพบว่า แบบฝึกทักษะช่วยให้ผู้เรียนมีพัฒนาการทางการเรียนสูงขึ้น และนักเรียนมีความคงทนในการเรียนรู้เรื่องการคูณ และการใช้แบบฝึกช่วยลดภาระของครูและประหยัดเวลาของนักเรียนในการลอกแบบฝึกหัด ทำให้มีเวลาและมีโอกาสฝึกฝนมากขึ้น ( สปช.2539: 146)

จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะสร้างแบบฝึกเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เวลา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เพื่อให้ได้แบบฝึกเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ อันจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และทักษะในเรื่อง เวลา สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ และยังเป็นสื่อการสอนที่ช่วยลดภาระและแก้ปัญหาในการจัดการเรียนการสอนของครูให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นแนวทางในการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ในเนื้อหาอื่น ๆ ต่อไป
แนวคิด(concept) 1. แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการสอนคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา

2. แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับแบบฝึกเสริมทักษะ

3. ประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เวลา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เวลา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยได้รับการสอนตามคู่มือครู สสวท. ที่ใช้แบบฝึกเสริมทักษะที่สร้างขึ้นกับใช้แบบฝึกในหนังสือเรียน
สมมุติฐาน(assumption) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องเวลาของนักรเยนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนตามคู่มือครู และใช้แบบเสริมทักษะที่สร้างขึ้นสูงกว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่ได้รับการสอนตามคู่มือครูและใช้แบบฝึกหัดในหนังสือเรียน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research)
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สังกัดกลุ่มโรงเรียนนาผาง สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ จาก 7 โรงเรียน จำนวน 118 คน ที่เรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2544
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่
1. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิเคราะห์และปรับปรุงแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบฝึกเสริมทักษะ จำนวน 65 คน แบ่งเป็นใช้ในการวิเคราะห์และปรับปรุงแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากโรงเรียนบ้านห้วย จำนวน 18 คน และจากโรงเรียนบ้านโคกพระวินัยดี จำนวน 33 คน และใช้ในการวิเคราะห์และปรับปรุงแบบฝึกเสริมทักษะจากโรงเรียนบ้านหนองสะโนจำนวน 4 คน และจากโรงเรียนบ้านดอนดู่ 10 คน
2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยภาคสนาม จำนวน 37 คน ซึ่งผู้วิจัยได้ใช้วิธีการสุ่มอย่างง่ายโดยการจับสลาก (Random Sampling) ได้กลุ่มทดลองเป็นนักเรียนโรงเรียนบ้านนาผาง จำนวน 18 คน และกลุ่มควบคุมเป็นนักเรียนโรงเรียนบ้านสว่างใต้จำนวน 19 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ ได้แก่ แบบฝึก ซึ่งจำแนกเป็น
1. แบบฝึกเสริมทักษะที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
2. แบบฝึกหัดในหนังสือเรียน
ตัวแปรตามได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
คำนิยาม(defination) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความสามารถทางด้านสติปัญญาของนักเรียนในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เวลา ซึ่งวัดได้จากการทำแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทารงการเรียนเรื่องเวลาที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีขอบเขตการวัดตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ใน ป. 02 ดังนี้
1. มีความรู้ความเข้าใจคณิตศาสตร์พื้นฐาน
2. มีทักษะการคิดคำนวณ
3. ความสามารถในการจำแนก
4. ความสามารถในการจัดกลุ่ม
5. ความสามารถในการหาความสัมพันธ์
6. ความสามารถในการสร้างข้อสรุปที่มีเหตุผล
7. ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหา
แบบฝึกเสริมทักษะที่สร้างขึ้น หมายถึง แบบฝึก หรือแบบฝึกหัด หรือแบบฝึกเสริมทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อมุ่งฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง เวลา สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีลักษณะเป็นแบบฝึกถาม – ตอบ มีภาพประกอบและมีรูปแบบการหาคำตอบหลายรูปแบบ เช่น โยงภาพกับคำตอบที่ถูกต้อง ทำเครื่องหมาย  หรือ  เขียนคำตอบสั้น เติมลงในช่องว่าง เป็นต้น
ประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะ หมายถึง แบบฝึกเสริมทักษะที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 80 ตัวแรก หมายถึง จำนวนร้อยละของคะแนนเฉลี่ยจากแบบฝึกหัดทั้งหมด 80 ตัวหลัง หมายถึง จำนวนร้อยละของคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเสร็จสิ้นการทดลอง
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย
1. แผนการสอนคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง เวลา ตามคู่มือครูของ สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งแผนการสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญและนำไปทดลองใช้ก่อนกับกลุ่มตัวอย่าง
2. แบบฝึกเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เวลา สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งแบบฝึกเสริมทักษะ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ และนำไปทดลองใช้เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะ โดยทำการทดลองแบบหนึ่งต่อหนึ่ง แบบกลุ่มย่อย และทดลองภาคสนาม
3. แบบทดสอบวัดเผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง เวลา เป็นแบบทดสอบแบบอิงเกณฑ์ ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ ซึ่งแบบทดสอบที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) จากผู้เชี่ยวชาญ และนำไปทดลองใช้วิเคราะห์หาค่าความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนก โดยใช้วิธีของ Brennan ปรากฏว่า แบบทดสอบมีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง .33 - .77 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง .22 - .85 และวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับโดยใช้สูตร Lovett ซึ่งได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .92
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยจะได้นำแบบฝึกเสริมทักษะและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไปทดลองใช้ตามขั้นตอนดังนี้
1. ดำเนินการทดลองกับกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนแตกต่างกันดังนี้กลุ่มทดลอง สอนตามแผนการสอนตามคู่มือครู สสวท. โดยใช้แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่สร้างขึ้น ส่วนกลุ่มควบคุม สอนตามแผนการสอนตามคู่มือครู สสวท. โดยใช้แบบฝึกหัดในหนังสือเรียน ซึ่งผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินการสอนทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมด้วยตนเอง
2. เมื่อสิ้นสุดการทดลองผู้วิจัยทำการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง เวลา ชั้นประถม ศึกษาปีที่ 3 กับกลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่ม
การวิเคราะห์(analysis) 1. การวิเคราะห์แบบฝึกเสริมทักษะ ดำเนินการ ดังนี้
1.1 นำคะแนนจากากรประเมินของผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย เพื่อนำไปเทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้
1.2 การหาประสิทธิภาพของแบบฝึก ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. ทดสอบสมมติฐานเพื่อทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยใช้ Independent t-test
ข้อสรุป(summary) 1. แบบฝึกเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เวลา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 85.31/80
2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ได้รับการสอนตามคู่มือครูและใช้แบบฝึกเสริมทักษะที่สร้างขึ้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เวลา สูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนตามคู่มือครูและใช้แบบฝึกหัดในหนังสือเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะสำหรับครูผู้สอนคณิตศาสตร์ ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ นักการศึกษา
1. ครูผู้สอนคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สามรถนำแบบฝึกเสริมทักษาวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องเวลา ไปใช้สอนได้
2. ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ นักการศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาทุกระดับ ควรส่งเสริม สนับสนุน ให้ครูผู้สอนสร้างและใช้แบบฝึกเสริมทักษะที่มีประสิทธิภาพอย่างแพร่หลาย
ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรจะมีการทดลองวิจัยระหว่างการสอนตามคู่มือ สสวท. ที่ใช้แบบฝึกเสริมทักษะที่สร้างขึ้นกับวิธีสอนอื่น ๆ
2. ควรจะมีการทดลองวิจัยในลักษณะเดียวกัน แต่ศึกษาตัวแปรตามอื่น ๆ เช่น ความคงทนในการเรียนรู้ เจตคติ เป็นต้น
3. ควรมีการทดลองวิจัยในลักษณะเดียวกันกับเนื้อหา และระดับชั้นอื่น ๆ ในวิชาคณิตศาสตร์ ระดับประถมศึกษา
ปี 2545
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved