Current Record: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนาธิป พรกุล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนาธิป พรกุล

ผลการวิจัยปรากฏว่า (1) รูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่พัฒนามีความเหมาะสมในระดับมาก (2) รูปแบบการจัดการเรียนการสอนสามารถส่งเสริมความสามารถในการเขียนแผนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลางให้แก่นักศึกษาในระดับสูงกว่าเกณฑ์ทุกคน และ (3) นักศึกษาส่วนใหญ่มีความคิดเห็นต่อการเรียนการสอนในระดับดีมาก

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 4870
ชื่อผลงานวิจัย ผลของการใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแคทส์ต่อความสามารถในการเขียนแผนการสอน
คำสำคัญ(keyword) รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแคทส์ แผนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ปี2542
ชื่อผู้วิจัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนาธิป พรกุล
ตำแหน่ง อาจารย์ประจำสถาบันราชภัฏสวนดุสิต
การศึกษา ปริญาญาเอก
สถานศึกษา สถาบันราชภัฏสวนดุสิต
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จ ปี 2542
ประเภท งานวิจัย ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากสถาบันราชภัฏสวนดุสิต
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักวิทยบริการ สถาบันราชภัฏสวนดุสิต
ประวัติความเป็นมา(history) การปฏิรูปการศึกษาด้านการเรียนรู้และผู้สอนมีจุดประสงค์สำคัญ คือ การพัฒนาผู้สอนให้ทำหน้าที่พัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ 4 ประการ ได้แก่ การเรียนรู้เพื่อสร้างองค์ความรู้ เรียนรู้เพื่อให้สามารถใช้ความรู้สร้างปัญญา เรียนรู้เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่าในสังคมประชาธิปไตย และการเรียนรู้ที่อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขและสร้างสันติภาพให้กับโลก การเรียนรู้ดังกล่าวจะเกิดขึ้น เมื่อมีการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการเรียนตลอดชีวิต โดยให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้จึงเป็นความจำเป็นที่ผู้สอนต้องมีความรู้ความเข้าใจหลักการ แนวคิดของการจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลางอย่างชัดเจน และมีทักษะในการจัดการเรียนการสอนตามแนวคิดดังกล่าว

อาจกล่าวได้ว่าแนวคิดในการการจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลางยังไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ แม้ว่าจะมีการกล่าวถึงมาประมาณ 20 ปีก็ตาม สาเหตุที่ผู้สอนยังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนแบบแบบผู้สอนเป็นศูนย์กลางมาเป็นแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลางนั้น เป็นเพราะผู้สอนขาดความรู้ความเข้าใจและขาดแนวทางที่ชัดเจนในการดำเนินงาน รวมทั้งไม่เคยรับประสบการณ์การเรียนการสอนดังกล่าวในสถาบันฝึกหัดครูมาก่อน

ผู้วิจัยเป็นผู้สอนในสถาบันราชภัฎมากกว่า 25 ปี พบว่านักศึกษาครู ไม่สามารถเขียนแผนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลางได้ถูกต้อง เมื่อออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูจึงไม่สามารถจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผู้วิจัยตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลางว่าเป็นวิธีที่จะพัฒนาผู้เรียนให้รู้วิธีเรียนรู้ รู้วิธีค้นหาความรู้ด้วยตนเอง ให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ผ่านกระบวนการคิด ผู้เรียนได้แสดงออกอย่างอิสระ ได้ลงมือปฏิบัติในสภาพจริงมีประสบการณ์ตรง ผู้เรียนมีโอกาสพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพให้เป็นคนที่สมบูรณ์มีความสมดุลทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ ปัญญา และสังคม

การแก้ปัญหาเรื่องกระบวนการเรียนรู้ควรเรื่องแก้ที่นักศึกษาครูในสถาบันฝึกหัดครูก่อนเพราะเป็นหนทางที่จะประกันได้ว่า เมื่อจบการศึกษาออกไปประกอบอาชีพครูจะเป็นครูที่มีความรู้ ความเข้าใจและทักษะในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ สามารถเป็นแบบอย่างให้กับครูประจำการในโรงเรียนได้ นักศึกษาครูควรได้รับประสบการณ์การเรียนรู้จากผู้สอนที่ใช้กระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผู้เรียนจะเรียนรู้ได้ดีจากผู้สอนที่เป็นต้นแบบ

ผู้วิจัยได้ศึกษาหลักการจัดการเรียนการสอนแบบซิปปา (CIPPA) ของทิศนา แขมมณี (2541 : 28 – 29) พบว่า เป็นการจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มีองค์ประกอบที่สำคัญ 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง (2) การให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ทางสัมคมกับผู้อื่นและแหล่งความรู้ที่หลากหลาย (3) การให้ผู้เรียนมีโอกาสเคลื่อนไหวร่างกายในการทำกิจกรรมลักษณะต่าง ๆ (4) การให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและ (5) การให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ แนวคิดพื้นฐานของการจัดการเรียนการสอนแบบซิปปา มาจากทฤษฎีการพัฒนาการมนุษย์และทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ ได้แก่ แนวคิดการสร้างสรรค์ความรู้ (Constructivism) แนวคิดเรื่องกระบวนการกลุ่มและการเรียนแบบร่วมมือ (Group process and cooperative learning) แนวคิดเกี่ยวกับความพร้อมในการเรียนรู้ (Learning readiness) แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้กระบวนการ (Process learning) และแนวคิดเกี่ยวกับการถ่ายโอนความรู้ (Transfer of learning)

นอกจากนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาการสอนแบบสตอรีไลน์ (Storyline Approach) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการบูรณาการหลักสูตรและการเรียนการสอนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในทวีปยุโรป ผู้พัฒนานวัตกรรมดังกล่าว คือ Dr. Steve Bell แห่งมหาวิทยาลัย Strathclyde วิทยาเขต Jordanhill ประเทศสกอตแลนด์ จากการศึกษาพบว่าการสอนแบบสตอรีไลน์เป็นวิธีที่ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเช่นเดียวกับการจัดการเรียนการสอนแบบซิปปา แม้ว่าจะไม่เน้นที่องค์ประกอบ 5 ประการ แต่ก็มีวิธีดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนโดยการผูกเรื่องแต่ละตอนให้เกิดขึ้นต่อเนื่องและเรียงลำดับเหตุการณ์ หรือเรียกว่าการกำหนดเส้นทางเดินเรื่องใช้คำถามสำคัญเป็นตัวนำสู่การให้ผู้เรียนทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความรู้ด้วยตนเอง เป็นการเรียนตามสภาพจริงที่มีการบูรณาการระหว่างวิชา เพื่อเป้าหมายการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนทุกด้าน จุดเด่นของการสอนแบบสตอรีไลน์อยู่ที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย ผู้เรียนได้สร้างจินตนาการตามเรื่องที่กำหนดให้ผู้เรียนได้พัฒนาความคิดระดับสูง และผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างเป็นสุข สนุกสนานเห็นคุณค่าของงานที่ทำ (Crewell, 1977)

อย่างไรก็ดี การเรียนรู้ที่แท้จริงไม่สามารถเกิดขึ้นถ้าผู้เรียนไม่มีทักษะในการคิด วิเคราะห์ พิจารณาไตร่ตรอง แก้ปัญหาและตัดสินใจ ดังนั้นทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการคิด (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2540) จึงเป็นแนวทางในการฝึกผู้เรียนให้มีทักษะการคิดในระดับต่าง ๆ มีการคิดที่หลากหลาย และคิดได้อย่างมีวิจารณญาณ

ผู้วิจัยเห็นว่าหลักการจัดการเรียนการสอนแบบซปปา การสอนแบบสตอรีไลน์และการสอนเพื่อพัฒนาการคิด เป็นแนวคิดของการจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จึงนำแนวคิดทั้งสามมารวมกันจัดทำเป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนฝช้ชื่อว่า แคทส์ (CATS Model) แล้วนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนวิชาหลักการสอน เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียนแผนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลางให้แก่นักศึกษาระดับปริญญาตรีปีที่ 2

แนวคิด(concept) 1. การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้

2. การจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

3. หลักการจัดการเรียนการสอนแบบซิปปา

4. การสอนแบบสตอรีไลน์

5. การสอนเพื่อพัฒนาความคิด

วัตถุประสงค์(objective) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนสำหรับใช้เป็นแนวทางส่งเสริมความสามารถในการเขียนแผนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของนักศึกษาครู มีวัตถุประสงค์เฉพะดังนี้
1. สร้างรูปแบบการจัดการเรียนการสอน
2. ตรวจสอบประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนการสอนในด้าน
2.1 ความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการเรียนการสอน
2.2 ความสามารถในการเขียนแผนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของนักศึกษา
2.3 ความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการจัดการเรียนการสอน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) วิจัยเชิงปฏิบัติการ
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร ได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาตรีปีที่ 2 ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาหลักการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2541 จำนวน 50 คน
ตัวแปร(variable) รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแคทส์และเจตคติของนักศึกษา
คำนิยาม(defination) 1. รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแคทส์ หมายถึง วิธีการจัดการเรียนการสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นจากการผสมผสานหลักการจัดการเรียนการสอนซิปปา ของทิศนา แขมมณี การสอนแบบสตอรีไลน์ ของ Steve Bell และการสอนเพื่อพัฒนาการคิดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ประกอบด้วยองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่ การสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Constructing) การประยุกต์ใช้ความรู้ (Application) กระบวนการคิด (Thinking process) และการเรียนรู้โดยใช้เรื่อง (Story – based learning) มีขั้นตอนการจัดการเรียนการสอน 4 ขั้นตอน ได้แก่ การจัดหลักสูตรรายวิชา การเตรียมการ การเรียนการสอนและการประเมินผล
2. หลักการจัดการเรียนการสอนซิปปา หมายถึง การจัดการเรียนการสอนที่มีลักษณะผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของทิศนา แขมมณี ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ การสร้างความรู้ การปฏิสัมพันธ์ การมีส่วนร่วมทางกาย การเรียนรู้กระบวนการ และการประยุกต์ใช้
3. การสอนแบบสตอรีไลน์ (Storyline approach) หมายถึง วิธีสอนของ Steve Bell ที่มีการสร้างเรื่องขององค์ประกอบได้แก่ ฉาก ตัวละคร วิถีชีวิต และปัญหา ให้ดำเนินไป ตามเส้นทางเดินเรื่องโดยใช้คำถามนำเป็นสำคัญ มีลักษณะการสอนบูรณาการที่ผู้เรียนได้ลงปฏิบัติ คิดวิเคราะห์ และร่วมมือกันทำงานจนเกิดการเรียนรู้
4. การสอนเพื่อพัฒนาความคิด หมายถึง ทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการคิดของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติที่สร้างขึ้นโดยทิศนา แขมมณีและคณะเพื่อใช้สอนทักษะการคิด ลักษณะการคิดและกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
5. การจัดหลักสูตรรายวิชา หมายถึง การนำคำอธิบายรายวิชามาวิเคราะห์แล้วกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ และองค์ประกอบของเรื่อง ได้แก่ ฉาก ตัวละคร วิถีชีวิตและปัญหา
6. แผนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หมายถึง แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีอง๕ประกอบของการจัดการเรียนการสอนแบบซิปปาครบถ้วน ได้แก่ การสร้างความรู้ การปฏิสัมพันธ์ การเคลื่อนไหวของร่างกาย กระบวนการเรียนรู้ และการนำความรู้ไปใช้
เครื่องมือ(tool) แบบประเมินแผนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และแบบสอบถามความคิดเห็นและความพึงพอใจของผู้เรียน
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยนำแผนการสอนไปทดลองสอนในชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2541 เป็นเวลา 15 สัปดาห์ โดยจัดทำกำหนดการสอนเป็น 4 วงจรการปฏิบัติ และตรวจสอบผลการสอนเป็นระยะๆ แล้วปรับปรุงแก้ไข
การวิเคราะห์(analysis) สถิติที่ใช้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย
ข้อสรุป(summary) ผลการวิจัยปรากฏว่า (1) รูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่พัฒนามีความเหมาะสมในระดับมาก (2) รูปแบบการจัดการเรียนการสอนสามารถส่งเสริมความสามารถในการเขียนแผนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลางให้แก่นักศึกษาในระดับสูงกว่าเกณฑ์ทุกคน และ (3) นักศึกษาส่วนใหญ่มีความคิดเห็นต่อการเรียนการสอนในระดับดีมาก
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแคทส์อาจนำไปใช้จัดการเรียนการสอนในวิชาเกี่ยวกับพฤติกรรมการสอนในสถาบันฝึกหัดครู และฝึกอบรมครูประจำการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
2. สำหรับสถานศึกษาทั่วไปรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแคทส์เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ปี 2542
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved