Current Record: กองวิจัยทางการศึกษา กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ

กองวิจัยทางการศึกษา กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ

1. สภาพการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา
ผู้บริหารโรงเรียนและครูมีความเห็นสอดคล้องกันว่า หลักสูตรภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา พุทธศักราช 2539 มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในการปฏิบัติในระดับมากทุกเรื่อง ตั้งแต่จุดประสงค์ของหลักสูตร ความเหมาะสมของจำนวนคาบ เนื้อหาในหลักสูตรการจัดกิจกรรมและการประเมินผล
วิธีจัดครูเข้าสอนภาษาอังกฤษ ผู้บริหารโรงเรียนพิจารณาจากประสบการณ์ของครูเป็นอันดับแรก มีการส่งครูเข้ารับการอบรม จัดหาเอกสารหลักสูตร วัสดุและอุปกรณ์ จัดให้มีห้องปฏิบัติการทางภาษา ส่งเสริมให้ครูผลิตสื่อเอง จัดบรรยากาศให้เอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอนตลอดจนมีส่วนร่วมในการวางแผนการสอน การนิเทศภายใน และการติดตามประเมินผล
ชุมชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ชั้น ป.1 ให้เหตุผลว่าเป็นการเตรียมความพร้อมแก่นักเรียนที่จะเรียนในชั้นที่สูงขึ้น ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางการเรียนรู้ที่สำคัญข้อมูลข่าวสารและเป็นการปลูกฝังนักเรียนให้รักภาษาอังกฤษตั้งแต่เล็ก
นักเรียนส่วนใหญ่อยากเรียนภาษาอังกฤษเพราะครูใจดี เรียนสนุก และอยากมีความรู้เมื่อโตขึ้นอยากเรียนภาษาอังกฤษอีกเพราะจะได้ฟังและพูดภาษาอังกฤษได้
2. สมรรถนะของครูในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษชั้น ป.1-ป.2
ในการจัดการเรียนการสอน ครูมีการดำเนินการดังนี้ 1) ขั้นเตรียมการสอน ครูเตรียมอุปกรณ์ ศึกษาเนื้อหาและวิธีการจัดกิจกรรม โดยครูส่วนใหญ่ใช้คู่มือจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมภาษาอังกฤษของกรมวิชาการ 2) ขั้นสอน ครูเน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ใช้ภาษาอังกฤษง่าย ๆ ในการสื่อสารกับนักเรียน จัดกิจกรรมให้นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างหลากหลายให้ความเป็นกันเอง ให้กำลังใจ ชมเชย และกระตุ้นนักเรียนให้ร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจัดกิจกรรมให้นักเรียนฝึกทักษะการฟังด้วยการให้ปฏิบัติตามคำสั่งสูงสุด และฝึกทักษะการพูดด้วยการให้จับคู่ฝึกถาม-ตอบ เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวนักเรียน กิจกรรมที่ครูให้นักเรียนชั้น ป.1-ป.2 ได้ฝึกปฏิบัติและนักเรียนส่วนใหญ่รู้สึกชอบ เรียงจากมาก-น้อย คือ ร้องเพลงตามครู/เทป ฝึกเรียกชื่อสิ่งต่างๆ /ระบายสี/วาดภาพ พูดคำ/ประโยคตามครู ทำแบบฝึกหัดพูดโต้ตอบกับครู และแสดงท่าทางประกอบเพลง 3) ขั้นวัดและประเมินผล ครูส่วนใหญ่ใช้วิธีซักถาม
สื่อที่ใช้ ครูชั้น ป.1 มีสื่อและใช้ในการเรียนการสอนสูง คือ ของจริง รองลงมา เทปเพลง รูปภาพ เกมต่าง ๆ และหุ่นมือ ตามลำดับ สื่อที่ครูชั้นป.2 มีและใช้สูง คือ เทปเพลงรองลงมา หุ่นมือ ของจริง รูปภาพ และเกมต่าง ๆ ตามลำดับ
พฤติกรรมการสอนของครูชั้น ป.1 ส่วนใหญ่ คือ ทักทายนักเรียนด้วยคำภาษาอังกฤษและทบทวนบทเรียนเพื่อนำเข้าสู่บทเรียนใหม่ พฤติกรรมการเรียนของนักเรียนชั้นป.1 ส่วนใหญ่ คือ พูดภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับครู พูดและแสดงท่าทางประกอบเพลง และทำแบบฝึกหัด สำหรับพฤติกรรมการสอนของครูชั้น ป.2 ส่วนใหญ่เหมือนครูชั้น ป.1 แต่เพิ่มพฤติกรรมในเรื่องการชมเชย/ให้กำลังใจ/กระตุ้นให้นักเรียนแสดงออก พฤติกรรมการเรียนของนักเรียนชั้นป.2 ส่วนใหญ่เหมือนชั้น ป.1 มีเพิ่มในเรื่องร้องเพลงตามเทปหรือตามครู/ถูกทดสอบด้วยการปฏิบัติ
3. แนวทางพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้มีประสิทธิภาพ
หน่วยงานต้นสังกัดควรให้การส่งเสริมและสนับสนุนครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่งครูเข้าอบรมให้มีความรู้ด้านหลักสูตร วิธีการผลิตและการใช้สื่อการจัดกิจกรรม การวัดผล และวิธีสอน พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณ จัดครูที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์การสอนภาษาอังกฤษเป็นผู้สอน จัดแหล่งวิทยบริการระดับท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมให้ครูทำวิจัย
แนวโน้มการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาในอนาคต เป้าหมายการจัดการเรียนการสอน คือ นักเรียนมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ทักทายและฟังการสนทนาภาษาอังกฤษได้ตามที่หลักสูตรกำหนด มีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน เห็นความสำคัญ รักและมีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษ โดยครูต้องจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาพจริงง่าย เป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับวัยของนักเรียน และจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ฝึกทักษะโดยใช้สื่อผสม ทั้งนี้ ชุมชนต้องเอาใจใส่และให้การสนับสนุนการเรียนภาษาอังกฤษของบุตรหลานด้วย

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 4676
ชื่อผลงานวิจัย ประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา ตามหลักสูตรภาษาอังกฤษ พุทธศักราช 2539
คำสำคัญ(keyword) ประสิทธิภาพ การจัดการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษ ปี2543
ชื่อผู้วิจัย กองวิจัยทางการศึกษา กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ
สถานศึกษา กองวิจัยทางการศึกษา กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2543
ประเภท งานวิจัยของหน่วยงาน
สถานที่จัดเก็บผลงาน ศูนย์บรรณสารสนเทศทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประวัติความเป็นมา(history) ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูลข่าวสารจากนานาประเทศได้ไหลเข้าสู่ประเทศไทยตลอดเวลาอย่างรวดเร็วทำให้ภาษาอังกฤษทวีความสำคัญมากขึ้น ประกอบกับประชากรส่วนใหญ่ของโลกใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสาร ดังนั้นจึงเป็นความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ จะได้เข้าใจและรู้จักเลือกรับสารสนเทศที่มีประโยชน์และนำไปใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้และการประกอบอาชีพ ตลอดจนนำภาษาอังกฤษไปใช้แสวงหาความรู้เพื่อการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กระทรวงศึกษาธิการตระหนักในความจำเป็นและเห็นความสำคัญในการปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ จึงมีนโยบายให้จัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษา ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นต้นไป และให้จัดอย่างมีคุณภาพสามารถนำไปใช้ได้จริงในโลกของข้อมูลข่าวสารเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดทักษะในการฟัง พูดอ่านและเขียน รวมทั้งสามารถติดต่อสื่อสาร รับข่าวสาร และพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อได้อย่างมีคุณภาพ (กรมวิชาการ 2539:คำนำ)

การที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าว กรมวิชาการในฐานะที่เป็นหน่วยงานวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงได้พัฒนาหลักสูตรสื่อการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลวิชาภาษาอังกฤษ ตามหลักสูตรภาษาอังกฤษพุทธศักราช 2539 รวมทั้งการพัฒนาสมรรถนะทางภาษาของครูเพื่อให้ครูสามารถจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายของหลักสูตร การที่จะได้คำตอบว่าการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา ตามหลักสูตรภาษาอังกฤษพุทธศักราช 2539 มีประสิทธิภาพในระดับใด มีสิ่งใดที่ควรพัฒนาหรือปรับปรุงบ้าง จำเป็นต้องดำเนินการติดตามประเมินผลควบคู่ไปกับการใช้หลักสูตร เพื่อให้ได้ข้อค้นพบมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ รวมทั้งการส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร กรมวิชาการจึงได้กำหนดการดำเนินงานในลักษณะของการทำวิจัยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

แนวคิด(concept) 1. ความเป็นมาของหลักสูตรภาษาอังกฤษ

2. บริบทของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ

3. การสอนภาษาอังกฤษให้ผู้เรียนวัยเยาว์

4. แนวการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

5. แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนภาษา

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา ตามหลักสูตรภาษาอังกฤษ พุทธศักราช 2539
2. เพื่อศึกษาสมรรถนะของครูในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา ตามหลักสูตรภาษาอังกฤษ พุทธศักราช 2539
3. เพื่อศึกษาแนวทางพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและการใช้หลักสูตรภาษาอังกฤษ พุทธศักราช 2539 ที่มีประสิทธิภาพ
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงบรรยาย
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหาร ครูผู้สอนภาษาอังกฤษชั้น ป. 1- ป.2 ที่ผ่านการอบรมเกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษ และนักเรียนชั้น ป.1- ป.2 ในโรงเรียนประถมศึกษาสังกัด สปช. และ สช. ที่มีคุณภาพ 3 ระดับ คือ โรงเรียนดีเยี่ยม โรงเรียนปานกลาง และโรงเรียนควรพัฒนา รวมทั้งผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน ผู้ปกครองนักเรียน กรรมการโรงเรียน และผู้นำชุมชน
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอนภาษาอังกฤษชั้น ป.1 – ป.2 ที่ผ่านการอบรมการสอนภาษาอังกฤษ และนักเรียนชั้น ป.1 – ป.2 ในโรงเรียนสังกัด สปช. และ สช. รวมทั้งผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน กรรมการโรงเรียน และผู้นำชุมชน กลุ่มตัวอย่างดังกล่าวกระจายในทุกภาคภูมิศาสตร์ ใน 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลำปาง อุบลราชธานี มหาสารคาม นครศรีธรรมราช กาญจนบุรี นครนายก และกรุงเทพมหานคร ผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด 8,218 คน ดังรายละเอียดต่อไปนี้
1. โรงเรียนประถมศึกษา ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 85 คน ครูผู้สอนภาษาอังกฤษชั้น ป.1 – ป.2 จำนวน 181 คน นักเรียนชั้น ป.1 – ป.2 จำนวน 4,425 คน
2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ได้แก่ ศึกษาธิการจังหวัด 4 คน ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ (ศูนย์ ERIC) 5 คน หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ สปช. สช. และ สปจ. 5 คน หัวหน้าภาควิชาต่างประเทศหรือภาควิชาหลักสูตรและการสอนจากสถาบันราชภัฏ 4 คน และผู้แทนผู้บริหาร 3 คน รวม 21 คน
3. ชุมชน ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.1 – ป.2 จำนวน 3,237 คน กรรมการโรงเรียน 24 คน และผู้นำชุมชน 90 คน มีผู้ที่ไม่ระบุสถานภาพ 55 คน รวม 3,506 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่สนใจศึกษา ได้แก่
1. สภาพการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา ตามหลักสูตรภาษาอังกฤษ พุทธศักราช 2539
2. สมรรถนะของครูในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา ตามหลักสูตรภาษาอังกฤษ พุทธศักราช 2539
3. แนวทางพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและการใช้หลักสูตรภาษาอังกฤษ พุทธศักราช 2539 ที่มีประสิทธิภาพ
คำนิยาม(defination) โรงเรียนดีเยี่ยม หมายถึง โรงเรียนที่ยอมรับในระดับจังหวัดแล้วว่า มีการจัดการเรียนการสอนในภาพรวมดี มีผู้บริหารและครูได้รับการยกย่อง ชมเชย เชิดชูเกียรติในระดับจังหวัด / เขต / ประเทศ รวมทั้งเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองและชุมชนเป็นอย่างมาก
โรงเรียนปานกลาง หมายถึง โรงเรียนที่ยอมรับในระดับจังหวัดแล้วว่า มีการจัดการเรียนการสอนในภาพรวมดีพอสมควร และเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองและชุมชนพอสมควร
โรงเรียนควรพัฒนา หมายถึง โรงเรียนที่ยอมรับในระดับจังหวัดแล้วว่า มีการจัดการเรียนการเรียนการสอนในภาพรวมยังไม่ดี ม่เป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองและชุมชน และควรได้รับการพัฒนาโดยเร็ว
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย
1. แบบสอบถามผู้บริหารโรงเรียน
2. แบบสอบถามครูผู้สอนภาษาอังกฤษชั้น ป.1 – ป.2
3. แบบสัมภาษณ์นักเรียนชั้น ป.1 – ป.2
4. แบบสำรวจข้อมูลส่วนตัวของนักเรียนชั้น ป.1 – ป.2
5. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษชั้น ป.1 – ป.2
6. แบบสำรวจการมีและการใช้สื่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษชั้น ป.1
7. แบบสำรวจการมีและการใช้สื่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษชั้น ป.2
8. แบบสัมภาษณ์ผู้บริหารงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา
9. แบบสอบถามชุมชน
การรวบรวมข้อมูล(gathering) กรมวิชาการขอความร่วมมือให้คณะนักวิจัยในจังหวัดที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2540 โดยดำเนินการตามคู่มือการเก็บรวบรวมข้อมูลสรุปได้ดังนี้
1. คณะนักวิจัยจังหวัดประชุมชี้แจงผู้ที่จะเก็บข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องมือ วิธีการเก็บข้อมูล การบันทึกข้อมูล ตลอดจนร่วมกันวางแผนการดำเนินงานเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม 2. ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูล ดังนี้
2.1 ผู้บริหาร / ผู้ช่วยผู้บริหารฝ่ายวิชาการ / ผู้รับผิดชอบงานวิชาการ ตอบแบบสอบถามชุดผู้ บริหารโรงเรียน
2.2 ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ชั้น ป.1 – ป.2 ตอบแบบสอบถาม 2 ชุด คือ แบบสอบถามครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ชั้น ป.1 – ป.2 และครูชั้น ป.1 ตอบแบบสำรวจการมีและการใช้สื่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ชั้น ป.1 และครูชั้น ป.2 ตอบแบบสำรวจการมีและการใช้สื่อ ฯ ชั้น ป.2
2.3 คณะนักวิจัยสัมภาษณ์นักเรียนชั้น ป.1 – ป.2 ทุกคน (ห้องที่สังเกตพฤติกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ) ชั้นละ 1 ห้องเรียน รวม 2 ห้องเรียน ต่อโรงเรียน
2.4 ครูประจำชั้น ป.1 – ป.2 ห้องที่สังเกตพฤติกรรมการเรียนการสอน ฯ กรอกข้อมูลส่วนตัวของนักเรียนเพิ่มเติม
2.5 คณะนักวิจัยสังเกตพฤติกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ชั้น ป.1 – ป.2 รวม 2 ห้องเรียนต่อโรงเรียน โดยสังเกตพฤติกรรมครู พฤติกรรมนักเรียน และพฤติกรรมระหว่างครูกับนักเรียน
2.6 คณะนักวิจัยสัมภาษณ์ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ประกอบด้วย ศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการศูนย์ ERIC หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ และหัวหน้าภาควิชาภาษาต่างประเทศ หรือ ภาควิชาหลักสูตรและการสอน จากสถาบันราชภัฏ
2.7 บิดา / มารดา / บุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.1 – ป.2 ห้องที่สังเกตพฤติกรรมการเรียนการสอน ฯ กรรมการโรงเรียน รวมทั้งผู้นำชุมชน ตอบแบบสอบถามชุมชน
3. เมื่อคณะนักวิจัยจังหวัดเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างและตรวจสอบความสมบุรณ์ของข้อมูลแล้ว ได้บันทึกข้อมูลลงดิสก์และส่งให้กรมวิชาการ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเป็นรายจังหวัดและภาพรวมระดับประเทศต่อไป
การวิเคราะห์(analysis) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวน และการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่มโดยใช้ t-test และ Newman – Keuls test
ข้อสรุป(summary) 1. สภาพการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา
ผู้บริหารโรงเรียนและครูมีความเห็นสอดคล้องกันว่า หลักสูตรภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา พุทธศักราช 2539 มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในการปฏิบัติในระดับมากทุกเรื่อง ตั้งแต่จุดประสงค์ของหลักสูตร ความเหมาะสมของจำนวนคาบ เนื้อหาในหลักสูตรการจัดกิจกรรมและการประเมินผล
วิธีจัดครูเข้าสอนภาษาอังกฤษ ผู้บริหารโรงเรียนพิจารณาจากประสบการณ์ของครูเป็นอันดับแรก มีการส่งครูเข้ารับการอบรม จัดหาเอกสารหลักสูตร วัสดุและอุปกรณ์ จัดให้มีห้องปฏิบัติการทางภาษา ส่งเสริมให้ครูผลิตสื่อเอง จัดบรรยากาศให้เอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอนตลอดจนมีส่วนร่วมในการวางแผนการสอน การนิเทศภายใน และการติดตามประเมินผล
ชุมชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ชั้น ป.1 ให้เหตุผลว่าเป็นการเตรียมความพร้อมแก่นักเรียนที่จะเรียนในชั้นที่สูงขึ้น ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางการเรียนรู้ที่สำคัญข้อมูลข่าวสารและเป็นการปลูกฝังนักเรียนให้รักภาษาอังกฤษตั้งแต่เล็ก
นักเรียนส่วนใหญ่อยากเรียนภาษาอังกฤษเพราะครูใจดี เรียนสนุก และอยากมีความรู้เมื่อโตขึ้นอยากเรียนภาษาอังกฤษอีกเพราะจะได้ฟังและพูดภาษาอังกฤษได้
2. สมรรถนะของครูในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษชั้น ป.1-ป.2
ในการจัดการเรียนการสอน ครูมีการดำเนินการดังนี้ 1) ขั้นเตรียมการสอน ครูเตรียมอุปกรณ์ ศึกษาเนื้อหาและวิธีการจัดกิจกรรม โดยครูส่วนใหญ่ใช้คู่มือจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมภาษาอังกฤษของกรมวิชาการ 2) ขั้นสอน ครูเน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ใช้ภาษาอังกฤษง่าย ๆ ในการสื่อสารกับนักเรียน จัดกิจกรรมให้นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างหลากหลายให้ความเป็นกันเอง ให้กำลังใจ ชมเชย และกระตุ้นนักเรียนให้ร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจัดกิจกรรมให้นักเรียนฝึกทักษะการฟังด้วยการให้ปฏิบัติตามคำสั่งสูงสุด และฝึกทักษะการพูดด้วยการให้จับคู่ฝึกถาม-ตอบ เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวนักเรียน กิจกรรมที่ครูให้นักเรียนชั้น ป.1-ป.2 ได้ฝึกปฏิบัติและนักเรียนส่วนใหญ่รู้สึกชอบ เรียงจากมาก-น้อย คือ ร้องเพลงตามครู/เทป ฝึกเรียกชื่อสิ่งต่างๆ /ระบายสี/วาดภาพ พูดคำ/ประโยคตามครู ทำแบบฝึกหัดพูดโต้ตอบกับครู และแสดงท่าทางประกอบเพลง 3) ขั้นวัดและประเมินผล ครูส่วนใหญ่ใช้วิธีซักถาม
สื่อที่ใช้ ครูชั้น ป.1 มีสื่อและใช้ในการเรียนการสอนสูง คือ ของจริง รองลงมา เทปเพลง รูปภาพ เกมต่าง ๆ และหุ่นมือ ตามลำดับ สื่อที่ครูชั้นป.2 มีและใช้สูง คือ เทปเพลงรองลงมา หุ่นมือ ของจริง รูปภาพ และเกมต่าง ๆ ตามลำดับ
พฤติกรรมการสอนของครูชั้น ป.1 ส่วนใหญ่ คือ ทักทายนักเรียนด้วยคำภาษาอังกฤษและทบทวนบทเรียนเพื่อนำเข้าสู่บทเรียนใหม่ พฤติกรรมการเรียนของนักเรียนชั้นป.1 ส่วนใหญ่ คือ พูดภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับครู พูดและแสดงท่าทางประกอบเพลง และทำแบบฝึกหัด สำหรับพฤติกรรมการสอนของครูชั้น ป.2 ส่วนใหญ่เหมือนครูชั้น ป.1 แต่เพิ่มพฤติกรรมในเรื่องการชมเชย/ให้กำลังใจ/กระตุ้นให้นักเรียนแสดงออก พฤติกรรมการเรียนของนักเรียนชั้นป.2 ส่วนใหญ่เหมือนชั้น ป.1 มีเพิ่มในเรื่องร้องเพลงตามเทปหรือตามครู/ถูกทดสอบด้วยการปฏิบัติ
3. แนวทางพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้มีประสิทธิภาพ
หน่วยงานต้นสังกัดควรให้การส่งเสริมและสนับสนุนครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่งครูเข้าอบรมให้มีความรู้ด้านหลักสูตร วิธีการผลิตและการใช้สื่อการจัดกิจกรรม การวัดผล และวิธีสอน พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณ จัดครูที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์การสอนภาษาอังกฤษเป็นผู้สอน จัดแหล่งวิทยบริการระดับท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมให้ครูทำวิจัย
แนวโน้มการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาในอนาคต เป้าหมายการจัดการเรียนการสอน คือ นักเรียนมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ทักทายและฟังการสนทนาภาษาอังกฤษได้ตามที่หลักสูตรกำหนด มีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน เห็นความสำคัญ รักและมีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษ โดยครูต้องจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาพจริงง่าย เป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับวัยของนักเรียน และจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ฝึกทักษะโดยใช้สื่อผสม ทั้งนี้ ชุมชนต้องเอาใจใส่และให้การสนับสนุนการเรียนภาษาอังกฤษของบุตรหลานด้วย
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะทั่วไป
1. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ / สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ มหาวิทยาลัย และหน่วยงานภาคเอกชน ควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถในการสอนและมีทักษะในการสื่อสาร โดยปฏิบัติตามแนวทางการจัดการเรียนการสอนตามภาระหน้าที่อย่างเต็มศักยภาพ ได้แก่ จัดอบรมให้ความรุ้ด้านหลักสูตร การผลิต – การใช้สื่อ การจัดกิจกรรม การวัดผล การสนับสนุนให้ทำวิจัยและให้งบประมาณ รวมทั้งให้มีการติดตามประเมินผลการนำหลักสูตรไปใช้ เพื่อสร้างขวัญให้ครูเกิดความพึงพอใจในการทำงานและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้มีประสิทธิภาพต่อไป
2. ครูควรศึกษาวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารและนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในและนอกห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษง่าย ๆ ในการสื่อความหมายในชีวิตประจำวันได้ โดยจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับสภาพจริง จัดทำบทเรียนและอุปกรณ์ให้ง่ายเป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับวัยของนักเรียน ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ตามที่หลักสูตรคาดหวัง และสามารถใช้ภาษาอังกฤษง่าย ๆ ในการสื่อสารในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ตามวัย มีนิสัยใฝ่เรียน รัก และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษตลอดไป
3. โรงเรียนควรประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนได้รับการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ชั้น ป.1 และความสำเร็จของการนำหลักสูตรไปใช้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชน และเชิญชวนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาของชุมชนให้มากขึ้นต่อไป
ข้อเสนอแนะสำหรับทำวิจัยครั้งต่อไป
ควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อมในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาที่ส่งผลต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน และแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อการสื่อสารในระดับชั้นที่สูงขึ้น
ปี 2543
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved