Current Record: ดร.สุนีย์ เหมะประสิทธิ์

ดร.สุนีย์ เหมะประสิทธิ์

1. ชุดการเรียนการสอนชุดนี้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ความสัมพันธ์ระหว่าง กระบวนการและผลลัพธ์โดยเฉลี่ย เกณฑ์พัฒนาการของผู้เรียนและเกณฑ์ ความคงทนในการเรียนรู้
2. เมื่อพิจารณาตามภูมิหลังทางการเรียนคณิตศาสตร์ ได้ผลว่า
2.1 ตามเกณฑ์ความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการและผลลัพธ์โดยเฉลี่ย พบว่า ชุด การเรียนการสอนย่อยทั้ง 3 ชุดมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์เมื่อใช้กับนักเรียนที่มีภูมิ หลังทางการเรียนคณิตศาสตร์แปรปรวน แต่ถ้าใช้กับนักเรียนที่มีภูมิหลังทางการเรียน คณิตศาสตร์ต่ำจะพบว่า ชุดการเรียนการสอนย่อยชุดที่ 1 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ กำหนดส่วนชุดการเรียนการสอนย่อย ชุดที่ 2 และ 3 มีประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์
2.2 ตามเกณฑ์พัฒนาการของผู้เรียน พบว่า นักเรียนที่มีภูมิหลังทางการเรียน คณิตศาสตร์แปรปรวนและต่ำต่างเกิดการเรียนรู้โดยเฉลี่ยเท่าเทียมกันในชุดการเรียน การสอนย่อย ชุดที่ 1 และ 2 แต่จะแตกต่างกันในชุดที่ 3 โดยนักเรียนที่มีภูมิหลังทาง คณิตศาสตร์แปร ปรวนเกิดการเรียนรู้โดยเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนที่มีภูมิหลังทาง คณิตศาสตร์ต่ำ

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 3971
ชื่อผลงานวิจัย การพัฒนาชุดการเรียนการสอนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องในการแก้โจทย์ปัญหา คณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ชื่อผู้วิจัย ดร.สุนีย์ เหมะประสิทธิ์
สถานที่ติดต่อ 117 ถ.ประชาชื่น บางซื่อ ดุสิต กรุงเทพฯ 10800
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) พฤษภาคม 2532 - มีนาคม 2533
ประเภท วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก
สถานที่จัดเก็บผลงาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
ประวัติความเป็นมา(history) จากรายงานวิจัยระดับชาติหลายเรื่อง บ่งชี้ว่าเด็กไทยมีผลสัมฤทธิ์ ทางคณิตศาสตร์ คิดเป็นคะแนนร้อยละเฉลี่ย มักไม่เกินร้อยละ 50 โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลการวิจัยของ สำนักงาน คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ที่กระทำติดต่อกันในช่วงปี พ.ศ. 2527 -2530 พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ในสมรรถภาพทางคณิตศาสตร์ด้านทักษะ การแก้โจทย์ปัญหาต่ำกว่าสมรรถภาพด้านอื่น จึงเกิดคำถามกันอยู่เสมอว่าเกิด ข้อบกพร่องหรือปัญหาที่จุดใด บ้างก็ว่าครูไม่มีเทคนิควิธีสอนที่เหมาะสม บ้างก็ว่า อุปกรณ์การสอนไม่เพียงพอ บ้างก็ว่ารูปแบบการเรียนการสอนมุ่งเสนอเป็นกลุ่มใหญ่ ทั้ง ๆ ที่นักเรียนมีความแตกต่างระหว่างบุคคล บ้างก็ว่าหลักสูตรเนื้อหาวิชา หนังสือแบบเรียนมีลักษณะที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ เน้นความจำและทักษะการคิดคำนวณมาก กว่าทักษะในการแก้โจทย์ปัญหา

ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยเกิดแรงจูงใจที่จะพัฒนาชุดการเรียนการสอนเพื่อแก้ไขข้อ บกพร่อง ในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยมุ่งเน้นในระดับประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งเป็นวัน ที่อยู่ในช่วงการพัฒนาระดับความคิดขั้นรูปธรรม เพื่อก้าวเข้าสู่การพัฒนาระดับความ คิดขั้นนามธรรมตามทฤษฎีสติปัญญาของเปียเจต์


วัตถุประสงค์(objective) การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาชุดการเรียนการสอนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องใน การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งมีความสามารถ ในการอ่านและคิดคำนวณขั้นพื้นฐาน แต่มีข้อบกพร่องในการแก้โจทย์ปัญหา
ข้อสรุป(summary) 1. ชุดการเรียนการสอนชุดนี้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ความสัมพันธ์ระหว่าง กระบวนการและผลลัพธ์โดยเฉลี่ย เกณฑ์พัฒนาการของผู้เรียนและเกณฑ์ ความคงทนในการเรียนรู้
2. เมื่อพิจารณาตามภูมิหลังทางการเรียนคณิตศาสตร์ ได้ผลว่า
2.1 ตามเกณฑ์ความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการและผลลัพธ์โดยเฉลี่ย พบว่า ชุด การเรียนการสอนย่อยทั้ง 3 ชุดมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์เมื่อใช้กับนักเรียนที่มีภูมิ หลังทางการเรียนคณิตศาสตร์แปรปรวน แต่ถ้าใช้กับนักเรียนที่มีภูมิหลังทางการเรียน คณิตศาสตร์ต่ำจะพบว่า ชุดการเรียนการสอนย่อยชุดที่ 1 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ กำหนดส่วนชุดการเรียนการสอนย่อย ชุดที่ 2 และ 3 มีประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์
2.2 ตามเกณฑ์พัฒนาการของผู้เรียน พบว่า นักเรียนที่มีภูมิหลังทางการเรียน คณิตศาสตร์แปรปรวนและต่ำต่างเกิดการเรียนรู้โดยเฉลี่ยเท่าเทียมกันในชุดการเรียน การสอนย่อย ชุดที่ 1 และ 2 แต่จะแตกต่างกันในชุดที่ 3 โดยนักเรียนที่มีภูมิหลังทาง คณิตศาสตร์แปร ปรวนเกิดการเรียนรู้โดยเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนที่มีภูมิหลังทาง คณิตศาสตร์ต่ำ
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้
1.1 สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1.1.1 ควรปรับปรุงหนังสือแบบเรียนคณิตศาสตร์ให้สอดคล้องกับสภาพความ เป็นจริงแห่งชีวิตและสังคม และควรมีลักษณะมุ่งพัฒนาทักษะการคิดเป็นสำคัญ ดังนั้นโจทย์ปัญหาควรมีทั้งโจทย์ปัญหาปกติและโจทย์ปัญหาไม่ปกติ
1.1.2 ควรปรับปรุงคู่มือการสอนหรือคู่มือครู
1.2 สำหรับครูผู้สอน
1.2.1 สามารถนำชุดการเรียนการสอนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นไปใช้สอนซ่อมเสริม นักเรียนที่มีข้อบกพร่องในการแก้โจทย์ปัญหาได้ทันที และสามารถสอนทั้งชั้นร่วม กับนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์สูงอยู่แล้วก็ได้
1.2.2 สามารถนำชุดการเรียนการสอนนี้ไปปรับใช้กับนักเรียนต่างระดับและต่าง เนื้อหาที่เกี่ยวกับโจทย์ปัญหาได้
1.2.3 ในการสอนแก้โจทย์ปัญหา ครูควรจะยึดหลักการสอนเป็นลำดับขั้น 5 ขั้น คือ ขั้นวิเคราะห์โจทย์ปัญหา ขั้นหาวิธีแก้โจทย์ปัญหา ขั้นคิดคำนวณ ขั้นพิจารณา ความเป็นไปได้ของคำตอบ และขั้นตรวจสอบความถูกต้อง
1.2.4 ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ควรยึดหลักการจัด 5 ขั้น ได้แก่
1) ขั้น นำเข้าสู่บทเรียน
2) ขั้นการเรียนการสอน
3) ขั้นฝึกและตรวจสอบความเข้าใจ
4) ขั้นสรุปบทเรียน และ
5) ขั้นประเมินผลการเรียนการสอน โดยที่ในคาบหนึ่ง ๆ ไม่จำเป็น ต้องมีครบทั้ง 5 ขั้น ทั้งนี้ขึ้นกับเนื้อหาและช่วงเวลาเป็นสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม ครู ควรให้ความสำคัญกับขั้นฝึกและตรวจสอบความเข้าใจ
1.2.5 วิชาคณิตศาสตร์สามารถช่วยในการพัฒนาทักษะด้านภาษาได้เป็นอย่างดี โดยครูควรให้แบบฝึกที่นักเรียนได้ใช้ภาษาในการสื่อสาร เช่น การแต่งโจทย์ปัญหา จากภาพหรือประโยคสัญลักษณ์ที่กำหนดให้ หรือแต่งตามจินตนาการของตนเอง
1.3 สำหรับผู้ปกครอง
ผู้ปกครองควรส่งเสริมพัฒนาการทางการคิดแก้ปัญหาของบุตรโดยอาศัยโจทย์ ปัญหาซึ่งสามารถพัฒนาได้ ดังนี้
1.3.1 ในระดับอนุบาล ควรเสริมมโนมติการบวกหรือการลบด้วยโจทย์ปัญหา เช่น เล่าเรื่องราวหรือนิทานสั้น ๆ หรือให้ลูกตั้งโจทย์ปัญหาเองด้วยการเล่าเรื่องตาม จินตนาการของตนเอง
1.3.2 ในระดับระถมศึกษา อาทิเช่น ควรตรวจสอบความเข้าใจการแก้โจทย์ปัญหา ของลูก โดยดูผลการทำการบ้าน ควรเสริมทักษะในการแก้ปัญหา โดยให้ลูกทำแบบ ฝึกหัดหรือเล่นเกมคณิตศาสตร์จากหนังสือที่มีลักษณะมุ่งพัฒนาความสามารถในการ คิดวิเคราะห์แก้ปัญหา เชื่อมโยงหลักการคิดแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์กับชีวิตประจำ วัน เช่น ฝึกให้ลูกรู้จักใช้เงินในการซื้อสินค้า ฝึกให้ลูกเป็นคนช่างสังเกต และใช้หลัก เหตุและผลในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพราะหลักเหตุผลเป็นหัวใจสำคัญของการ แก้ปัญหา
2. ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยต่อไป
2.1 นำแนวคิดหรือหลักการในการพัฒนาชุดการเรียนการสอนนี้ ไปพัฒนาชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาที่มีเนื้อหาอื่น เช่น ศษส่วน ที่นิยม ร้อยละ สมการ เป็นต้น
2.2 นำแนวทางในการพัฒนาชุดการเรียนการสอนนี้ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 โดยลดความสลับซับซ้อนของโจทย์ลง และมุ่งฝึกทักษะในการคิดแก้ปัญหามากกว่าจำคำหลัก ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานที่เหมาะสม
2.3 นำหลักการพัฒนาชุดการเรียนการสอนนี้ไปทดลองทำชุดการเรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับการแก้โจทย์ปัญหา
2.4ควรพัฒนาชุดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาเรื่องราวในโจทย์ปัญหาควรเชื่อมโยงกับวิถีการดำเนินชีวิต ปลุกจิตสำนึกและความ ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ตลอดจนให้ตระหนักถึงสภาพปัญหาของชุมชนและ สังคมไทย
ปี 2532
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved