Current Record: นางสาวกันยา ขุนสูงเนิน

นางสาวกันยา ขุนสูงเนิน

ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านภาษาไทยเพื่อจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 3919
ชื่อผลงานวิจัย การสอนอ่านภาษาไทย เพื่อจับใจความสำคัญ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ด้วยวิธีกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน
หัวข้อ(Eng) TEACHING THAI ON READING COMPREHENSION FOR PRATHOMSUKSA II BY USING THE PEER TUTORING GROUP


คำสำคัญ(keyword) สาขาวิชาการประถมศึกษา

การเรียนการสอน ภาษาไทย

วิธีสอนกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน


ชื่อผู้วิจัย นางสาวกันยา ขุนสูงเนิน
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Miss. Kanya Khoonsoongnern
สถานที่ติดต่อ 107 หมู่ 4 ตำบลดงเค็ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี


ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) พฤษภาคม 2540
ประเภท วิทยานิพนธ์
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม


ประวัติความเป็นมา(history) ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร และเป็นเอกลักษณ์แสดงถึงความเป็นไทย กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดให้วิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่ต้องเรียนในหลักสูตรประถมศึกษา เพราะเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้วิชาอื่น ๆ ต่อไป การที่ผู้เรียนต้องฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กัน ทั้งทักษะการรับเข้ามา คือ การอ่านและการฟัง และทักษะการถ่ายทอดออกไป คือการพูดและการเขียน ทักษะด้านการอ่านถือเป็นทักษะสำคัญยิ่งในการรับรู้ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ในยุคข่าวสารข้อมูล(Information Technology) เพราะต้องรู้จักอ่านเพื่อเลือกสรรการรับข้อมูลความรู้ต่าง ๆ หลักสูตรในการเรียนภาษาไทยระดับประถมศึกษา ต้องการให้ผู้เรียนมีทักษะการอ่านในใจและการอ่านออกเสียงได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว รวดเร็ว สามารถ


ถ่ายทอดความรู้สึกจากเรื่องราวที่อ่านได้ สามารถจับใจความสำคัญ สามารถนำความรู้ไปแสวงหาความรู้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การเรียนการสอนวิชาภาษาไทยที่ผ่านมายังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และจากการประเมินคุณภาพการศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 คะแนนการอ่านจับใจความสำคัญต่ำที่สุด สาเหตุที่ทำให้การเรียนการสอนภาษาไทยไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรนั้นอาจเกิดมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น ปัญหาภาษาถิ่น สื่ออุปกรณ์ ตัวครู เช่น ครูไม่เข้าใจแนวการสอน ครูมักใช้วิธีสอนแบบเดียวโดยไม่คำนึงถึงความสนใจและความแตกต่างระหว่างบุคคล ครูขาดเทคนิคการสอนแบบต่าง ๆ ไม่สอนให้สัมพันธ์กับวิชาอื่น ไม่สอนการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ไปพร้อมกัน และการทดสอบไม่สม่ำเสมอ ซึ่งวิธีการสอนภาษาไทยให้ได้ผลดี มีหลายวิธี วิธีกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนเป็นวิธีหนึ่ง ที่ฝึกให้นักเรียนร่วมกิจกรรมในการเรียน และเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้ความคิด มีความรับผิดชอบ และรู้จักทำงานกับผู้อื่น เป็นกระบวนการกลุ่มที่เป็นการแสวงหาความรู้จากเพื่อนด้วยกัน เพราะนักเรียนด้วยกันจะประสบปัญหาในการเรียนคล้ายกัน เมื่อผู้หนึ่งเริ่มเรียนรู้เริ่มเข้าใจก็สามารถช่วยเหลือเพื่อนได้ ว่าปัญหาที่ขัดข้องอยู่ที่ใด ผู้เรียนมีโอกาสฝึกภาษาเท่ากัน ขณะที่ฝึก ทุกคนในกลุ่มมีโอกาสติติงหรือแนะนำกันเองได้มากกว่าครู จากความสำคัญดังกล่าว การเรียนโดยวิธีกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนจึงเป็นวิธีที่น่าสนใจการสอนอ่านภาษาไทยเพื่อจับใจความสำคัญ ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 2


วัตถุประสงค์(objective) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การอ่านภาษาไทย เพื่อจับใจความชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ด้วยวิธีกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน ก่อนเรียนและหลังเรียน
สมมุติฐาน(assumption) ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านภาษาไทยเพื่อจับใจความ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ด้วยวิธีกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยกึ่งทดลอง
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มโรงเรียนโนนสวรรค์ สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ปีการศึกษา 2539 จำนวน 220 คน กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองกุงศรี โพธิ์ศรีสมพร จำนวน 24 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่ศึกษา
ตัวแปรอิสระ ได้แก่ วิธีสอนแบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน
ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย
เครื่องมือ(tool) แผนการสอนจำนวน 5 แผน และแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านภาษาไทยเพื่อจับใจความ
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินการสอบดวยตัวเอง โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. ทดสอบก่อนเรียนกับนักเรียนกลุ่มทดลองด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางด้านการอ่านภาษาไทยเพื่อจับใจความ
2. ดำเนินการทดลองตามแผนการสอนด้วยวิธีกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน ทั้งหมด 5 แผน
3. ทดสอบหลังเรียนโดยใช้แบบทดสอบฉบับเดียวกับก่อนเรียน
การวิเคราะห์(analysis) ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาค่าความยากของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ หาค่าอำนาจจำแนกตามสูตรของ Brennan หาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยวิธีโรวิเนลลีและแฮมเบิลตัน หาค่าความเชื่อมั่นโดยวิธีของ Lovett และทดสอบสมมติฐานโดยใช้ t-test (Dependent Sample)
ข้อสรุป(summary) ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านภาษาไทยเพื่อจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้
1.1 ครูผู้สอนภาษาไทย ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาควรให้การสนับสนุนการเรียนการสอนด้วยวิธีการกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อใช้เป็นกิจกรรการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย และวิชาอื่น ๆ ต่อไป
1.2 ผู้บริหารการศึกษาระดับโรงเรียน ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ควรสนับสนุนงบประมาณ ในการสร้างเครื่องมือการอ่านภาษาไทยเพื่อจับใจความสำคัญ เพื่อให้แพร่หลายยิ่งขึ้น
1.3 ศึกษานิเทศก์และนักวิชาการ ควรสนับสนุนให้มีการเขียนแผนการสอนใหม่ ๆ โดยใช้วิธีสอนกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนในเนื้อหาวิชาอื่น กลุ่มประสบการณ์อื่น และชั้นเรียนอื่นอย่างแพร่หลาย
1.4 ควรมีการนำวิธีสอนกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นไปปรับปรุงใช้ในโอกาสอื่น ๆ เช่นการสอนซ่อมเสริม เป็นต้น
2. ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป
2.1 ควรมีการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนด้วยวิธีกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนและวิธีอื่น เช่นการสอนแบบมุ่งประสบการณ์ทางภาษา
2.2 ควรศึกษาเปรียบเทียบความคงทนในการเรียนรู้และเจตคติของนักเรียนที่เรียนด้วยวิธีกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนและวิธีอื่น
2.3 ควรศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างวิธีกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนและวิธีอื่น ในระดับชั้นและเนื้อหาอื่น
ปี 2540
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved