Current Record: วัชรี ขำวิจิตร

วัชรี ขำวิจิตร

แบบฝึกที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 84.75/85.00 เป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 ที่กำหนดไว้

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 3865
ชื่อผลงานวิจัย แบบฝึกการเขียนเรียงความสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
หัวข้อ(Eng) Composition Writing Drills for Prathom Suksa Four Students
คำสำคัญ(keyword) แบบฝึก, การเขียนเรียงความ
ชื่อผู้วิจัย วัชรี ขำวิจิตร
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Watcharee Kumwijit
ตำแหน่ง อาจารย์ 2 ระดับ 7
การศึกษา กศ.ม. (การประถมศึกษา)
สถานที่ติดต่อ โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง 21000


ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2542
ประเภท วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยบูรพา
สถานที่จัดเก็บผลงาน ห้องสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา
ประวัติความเป็นมา(history) การเรียนการสอนภาษาไทยในโรงเรียนต้องฝึกให้นักเรียนมีความสามารถใช้ภาษาในการสื่อสารทั้งด้านการรับสารและการส่งสาร โดยเน้นทักษะทั้ง 4 ด้าน คือ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน การฝึกทักษะการใช้ภาษาไทยทั้ง 4 ด้าน การเขียนเป็นทักษะที่ฝึกยากกว่าทักษะอื่นๆ จากการศึกษางานวิจัยได้พบปัญหาที่เกี่ยวกับความสามารถในการเขียนของเยาวชนไทย โดยเฉพาะด้านการเขียนเรียงความตั้งแต่ในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา จนถึงอุดมศึกษา ผู้วิจัยเห็นว่าปัญหาการเขียนของนักเรียนมีในทุกระดับชั้น ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนควรให้นักเรียนมีในทุกระดับชั้น ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนควรให้นักเรียนมีโอกาสฝึกเขียนเสียตั้งในแต่ระดับประถมศึกษา ผู้วิจัยจึงสร้างแบบฝึกการเขียนเรียงความขึ้นเพราะเป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้ได้ผลดี แบบฝึกการเขียนเรียงความที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ใช้เป็นเครื่องมือให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการเขียนเรียงความและเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครู โดยกำหนดการฝึกตั้งแต่การเขียนประโยค การเขียนข้อความและการเขียนเรื่องราว ทำให้นักเรียนได้มีโอกาสฝึกเขียนเรียงความได้บ่อยขึ้น
แนวคิด(concept) การเรียงความ หลักสูตรการเขียนเรียงความในระดับประถมศึกษา พัฒนาการทางภาษาและทฤษฎีการเรียนรู้ แบบฝึกและการสร้างแบบฝึก วิธีวัดและประเมินผลทักษะการเขียนเรียงความ



วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อสร้างแบบฝึกการเขียนเรียงความสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
2. เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกการเขียนเรียงความตามเกณฑ์ 80/80
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงทดลอง
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2540 โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม สังกัดเทศบาลเมืองระยอง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง จำนวน 6 ห้องเรียน
กลุ่มตัวอย่าง
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม สังกัดเทศบาลเมืองระยอง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2540 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 40 คน โดยวิธีสุ่มแบบกลุ่ม
ตัวแปร(variable) ตัวแปรต้น คือ แบบฝึกการเขียนเรียงความ
ตัวแปรตาม คือ คะแนนผลสัมฤทธิ์จากการเขียนเรียงความ
คำนิยาม(defination) 1. แบบฝึกการเขียนเรียงความ หมายถึง สื่อการเรียนการสอนเรียงความที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์และเนื้อหาในหลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช 2521 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2533) เพื่อใช้ฝึกทักษะการเขียนเรียงความสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
2. เรียงความ หมายถึง การเขียนเรื่องราวตามจินตนาการเป็นการแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก ความเข้าใจ และประสบการณ์ของผู้เขียนที่ใช้ภาษาเป็นสื่อให้ผู้อื่นทราบ โดยลำดับคำ ประโยค และเนื้อความให้ต่อเนื่องสัมพันธ์กันโดยมีความยาวไม่น้อยกว่า 7 บรรทัด
3. ประสิทธิภาพของแบบฝึก หมายถึง ผลการใช้แบบฝึกที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น แล้วนำไปฝึกกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างจนเกิดการเรียนรู้ในระดับที่น่าพอใจโดยกำหนดเป็นเกณฑ์ 80/80
เครื่องมือ(tool) 1. แบบฝึกการเขียนเรียงความสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ในการเขียนเรียงความ จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 การเขียนเรื่องจากภาพที่กำหนดให้ ฉบับที่ 2 การเขียนเรื่องจากหัวข้อเรื่องที่กำหนดให้
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยดำเนินการทดลองด้วยตนเอง ดังนี้
1. ก่อนการทดลอง ผู้วิจัยชี้แจงวัตถุประสงค์ของแบบฝึกแนะนำวิธีการและขั้นตอนการทำแบบฝึกให้นักเรียนเข้าใจ
2. ดำเนินการทดลอง โดยให้นักเรียนเรียนตามความสามารถของตนเองผู้วิจัยคอยดูแลและแนะนำให้นักเรียนทำตามขั้นตอนให้เสร็จไปทีละแบบฝึก เมื่อทำแบบฝึกเสร็จในแต่ละแบบฝึก ผู้วิจัยจะให้นักเรียนทำแบบฝึกทบทวนอยู่ท้ายแบบฝึก เพื่อเป็นการทดสอบความรอบรู้ของนักเรียน ผู้วิจัยตรวจให้คะแนน แล้วนำคะแนนไปเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เพื่อนับจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ในแต่ละแบบฝึก แล้วหาค่าร้อยละของผู้ผ่านเกณฑ์ ผู้วิจัยดำเนินการทดลองเช่นนี้เรื่อยไปจนครบ 10 แบบฝึก
3. ประเมินผล เมื่อเสร็จสิ้นการเรียนด้วยแบบฝึกการเขียนเรียงความครบทั้ง 10 แบบฝึกแล้วผู้วิจัยให้นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ในการเขียนเรียงความ จำนวน 2 ฉบับ รวมเวลาในการทดลอง 30 ครั้ง เป็นเวลา 6 สัปดาห์
การวิเคราะห์(analysis) วิเคราะห์ข้อมูลหาประสิทธิภาพของแบบฝึกการเขียนเรียงความโดยใช้วิธีการทางสถิติ E1/E2
ข้อสรุป(summary) แบบฝึกที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 84.75/85.00 เป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 ที่กำหนดไว้
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. ครูผู้สอนไม่ควรใช้แบบฝึกนี้ แทนการเรียนการสอนของครู ควรใช้เป็นสื่อที่ครูใช้เสริมให้กับนักเรียนจะได้ผลดีกว่า
2. เวลาในการทำกิจกรรมของนักเรียนแต่ละคน ครูควรยึดหลักความแตกต่างระหว่างบุคคล ยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม
3. ควรสร้างแบบฝึกการเขียนเรียงความเพื่อใช้ฝึกกับนักเรียนในระดับชั้นอื่นๆ
4. ควรได้นำแบบฝึกที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ไปสอนเปรียบเทียบกับการสอนด้วยวิธีการแบบอื่น
ปี 2542
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved