Current Record: นางสาวพรทิพย์ บุญรอด

นางสาวพรทิพย์ บุญรอด


ผลการวิจัย
นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ชอบแบบการเรียนแบบมีส่วนร่วมสูงสุด โดยชอบ แบบการ เรียนแบบร่วมมือรองลงมา และชอบแบบการเรียนแบบหลีกเลี่ยงน้อยที่สุด
เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมพบว่า แบบการเรียนกับระดับชั้นปีไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยว ข้องกัน ที่ระดับนัยสำคัญ .05 ขณะที่สาขาวิชาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่างก็มี ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับ แบบการเรียน ที่ระดับนัยสำคัญ .01 โดยที่นักศึกษาสาขา วิชามนุษยศาสตร์จะชอบแบบการเรียน แบบร่วมมือสูงสุด ขณะที่นักศึกษาสาขาวิชา สังคมศาสตร์และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์จะชอบแบบการ เรียนแบบมีส่วนร่วมสูงสุด สำหรับนักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับสูงและระดับต่ำจะชอบ แบบการ เรียนแบบมีส่วนร่วมสูงสุด ขณะที่นักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับกลางจะ ชอบแบบ การเรียนแบบร่วมมือสูงสุด
จากผลการวิจัยครั้งนี้ สามารถนำไปใช้พิจารณาวิธีการสอนที่สอดคล้องกับแบบการ เรียน ของนักศึกษาได้ โดยการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำงานกลุ่ม ได้มีส่วนร่วมใน กิจกรรมในชั้นเรียน ให้มากขึ้นกว่าเดิม เช่น เปิดโอกาสให้ซักถาม แสดงความคิดเห็น อภิปรายโต้ตอบ ซึ่งจะมีส่วนช่วย ให้นักศึกษาได้กล้าแสดงออกด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้ สอนน่าจะส่งเสริมสนับสนุนให้นักศึกษาได้มีการ-เรียนเป็นแบบอิสระมากขึ้นด้วย เช่น การเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำงานเป็นรายบุคคล เพื่อให้ นักศึกษาได้ใช้ความ คิดความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ และในการทำงานกลุ่มก็ควรจะมีการ สังเกต ตรวจสอบและให้ทุกคนได้แสดงออกเท่า ๆ กัน ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 3317
ชื่อผลงานวิจัย แบบการเรียนของนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร
ชื่อผู้วิจัย นางสาวพรทิพย์ บุญรอด
ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา
สถานที่ติดต่อ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) กุมภาพันธ์ - พฤศจิกายน 2534
ประเภท วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประวัติความเป็นมา(history)
องค์ประกอบที่สำคัญประการหนึ่งของการเรียนการสอน คือ ตัวผู้เรียน ไม่ว่าผู้สอนจะ เป็นผู้สอนในระดับใด จะดำเนินการสอนได้ดีและมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อได้รู้จักและ เข้าใจลักษณะ ธรรมชาติของผู้เรียนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องลักษณะ วิธีการเรียน แบบการเรียนของนักศึกษา ซึ่งแต่ละคนย่อมมีไม่เหมือนกัน ข้อมูลเรื่องแบบการเรียน ของนักศึกษาสามารถจะนำมาใช้ประโยชน์ ในการสร้างประสบการณ์ในการเรียนได้ ดีที่สุด และยังส่งเสริมการพัฒนานักศึกษาอีกด้วย และจาก การวิจัยในเรื่องดังกล่าว หลาย ๆ งาน พบว่า เรื่องแบบการเรียนจะเป็นข้อมูลที่สำคัญในการวาง แผนจัดสภาพ การเรียนการสอน ก่อให้เกิดผลดีตามมาในเรื่องของสัมฤทธิผลทางการเรียนที่สูงขึ้น และเกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติไปในทางที่ดีต่อวิชานั้น ๆ จึงเห็นได้ว่าเรื่องของ แบบการเรียน ของนักศึกษาเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและควรให้ความสนใจ อีก ประการหนึ่งนักศึกษามหาวิทยาลัย ศิลปากร ประกอบด้วย นักศึกษาต่างคณะ ต่าง สาขาวิชา มีพัฒนาการมาตั้งแต่ครั้งเป็นโรงเรียนศิลปะจนขยายคณะ สาขาวิชาออกไป หลากหลายย่อมต้องมีความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยเฉพาะ ในเรื่องของแบบการ เรียนประกอบกับยังไม่มีผู้ใดเคยศึกษาวิจัยเรื่องแบบการเรียนของนักศึกษา มหาวิทยาลัย ศิลปากรมาก่อน ดังนั้นจากความสำคัญดังกล่าวข้างต้นจึงเห็นว่าน่าจะได้ ทำการศึกษา วิจัยในเรื่องนี้
วัตถุประสงค์(objective)
1. ศึกษาแบบการเรียนของนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร
2. เปรียบเทียบแบบการเรียนของนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรจำแนกตามระดับชั้นปี สาขาวิชา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
กลุ่มตัวอย่าง(sample)
กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ระดับปริญญาตรี ที่กำลังศึกษาอยู่ใน ภาค ปลาย ปีการศึกษา 2533 จำนวนทั้งสิ้น 961 คน
เครื่องมือใช้แบบสอบถามวัดแบบการเรียน (Student Learning Styles Questionnaire) ของกราชาร์และไรช์แมน (Grasha and Reichman) ให้ผู้ตอบประเมินค่าโดย เลือกตอบ ตามความรู้สึกและทัศนคติของผู้ตอบ โดยข้อคำถามจะประกอบด้วยรายละเอียดแบบ การเรียน 6 แบบ คือ แบบอิสระ แบบหลีกเลี่ยง แบบร่วมมือ แบบพึ่งพา แบบแข่งขัน และแบบมีส่วน ร่วม
การวิเคราะห์(analysis)
กระทำโดยการหาความถี่และค่าร้อยละ แบบการเรียนใดที่มีความ ถี่สูง-สุดถือว่า นักศึกษาชอบแบบการเรียนแบบนั้น ๆ แล้วทำการเปรียบเทียบ โดย จำแนกตามตัวแปรชั้นปี สาขาวิชา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้วยการทดสอบค่าไค สแควร์ (Chi-square)
ข้อสรุป(summary)
ผลการวิจัย
นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ชอบแบบการเรียนแบบมีส่วนร่วมสูงสุด โดยชอบ แบบการ เรียนแบบร่วมมือรองลงมา และชอบแบบการเรียนแบบหลีกเลี่ยงน้อยที่สุด
เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมพบว่า แบบการเรียนกับระดับชั้นปีไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยว ข้องกัน ที่ระดับนัยสำคัญ .05 ขณะที่สาขาวิชาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่างก็มี ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับ แบบการเรียน ที่ระดับนัยสำคัญ .01 โดยที่นักศึกษาสาขา วิชามนุษยศาสตร์จะชอบแบบการเรียน แบบร่วมมือสูงสุด ขณะที่นักศึกษาสาขาวิชา สังคมศาสตร์และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์จะชอบแบบการ เรียนแบบมีส่วนร่วมสูงสุด สำหรับนักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับสูงและระดับต่ำจะชอบ แบบการ เรียนแบบมีส่วนร่วมสูงสุด ขณะที่นักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับกลางจะ ชอบแบบ การเรียนแบบร่วมมือสูงสุด
จากผลการวิจัยครั้งนี้ สามารถนำไปใช้พิจารณาวิธีการสอนที่สอดคล้องกับแบบการ เรียน ของนักศึกษาได้ โดยการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำงานกลุ่ม ได้มีส่วนร่วมใน กิจกรรมในชั้นเรียน ให้มากขึ้นกว่าเดิม เช่น เปิดโอกาสให้ซักถาม แสดงความคิดเห็น อภิปรายโต้ตอบ ซึ่งจะมีส่วนช่วย ให้นักศึกษาได้กล้าแสดงออกด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้ สอนน่าจะส่งเสริมสนับสนุนให้นักศึกษาได้มีการ-เรียนเป็นแบบอิสระมากขึ้นด้วย เช่น การเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำงานเป็นรายบุคคล เพื่อให้ นักศึกษาได้ใช้ความ คิดความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ และในการทำงานกลุ่มก็ควรจะมีการ สังเกต ตรวจสอบและให้ทุกคนได้แสดงออกเท่า ๆ กัน ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน
ข้อเสนอแนะ(suggestion)
1. ควรวิจัยแบบการเรียนของนักศึกษา โดยใช้ตัวแปรเรื่องอื่น ๆ บ้าง เช่น เรื่อง เศรษฐกิจ รายได้ และภูมิหลัง เป็นต้น
2. ควรวิจัยแบบการสอนของอาจารย์ และหาความสอดคล้องกับแบบการเรียนของ นักศึกษา
3. ควรวิจัยหรือศึกษาลักษณะของนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร โดยอาจแยกตาม สาขา วิชา หรือคณะวิชา เช่น จิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ สถาปัตยกรรม ศาสตร์ มัณฑนศิลป์ เป็นต้น เพราะสามารถจะนำมาใช้อ้างอิงประกอบการทำวิจัยเรื่อง ต่าง ๆ เช่น แบบการเรียนของนักศึกษาได้เป็นอย่างดี เนื่องจากลักษณะนักศึกษาที่แตก ต่างกันย่อมอาจส่งผลต่อแบบการเรียนหรือแบบการใช้ชีวิตของนักศึกษาที่ต่างกันได้
4. ควรวิจัยแบบการเรียนของนักศึกษาแยกเป็นคณะวิชาลงไปจะทำให้เห็นแบบการ เรียน ที่แท้จริงของแต่ละคณะหรือสาขาวิชาได้ดีกว่าภาพรวม โดยเฉพาะคณะวิชาที่น่า สนใจ เช่น คณะ วิชาด้านศิลปะ เป็นต้น
ปี 2534
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved