Current Record: นายเรืองฤทธิ์ โทนแก้ว

นายเรืองฤทธิ์ โทนแก้ว

1. ปัญหาของการจัดการเรียนการสอนของนักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพทั้ง 5 วิชา ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเฉลี่ยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก
2. ความต้องการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของนักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยรวมทุกด้าน และเป็นรายด้าน อยู่ในระดับมาก
3. นักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพที่แตกต่างกันมีปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนการสอน โดยเฉลี่ยรวมทุกด้าน และแต่ละด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 302
ชื่อผลงานวิจัย ปัญหาและความต้องการของนักเรียนกลุ่มพัฒนาอาชีพที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบูรณ์
หัวข้อ(Eng) PROBLEMS AND NEEDS OF STUDENTS OF CAREER CEVELOPMENT GROUPS REGARDING COURSE MANAGEMENT OF THE PETCHABOON NON FORMALEDUCATON CENTER
คำสำคัญ(keyword) อุตสาหกรรมศึกษา
ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน
นักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพ


ชื่อผู้วิจัย นายเรืองฤทธิ์ โทนแก้ว


ชื่อผู้วิจัย(Eng) MR. RUANGRITH TONEKAEW
สถานที่ติดต่อ บ้านเลขที่ 485 ถนนเพชรเจริญ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ 67000


ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ปีที่ทำการวิจัยเสร็จ มกราคม 2538
ประเภท วิทยานิพนธ์
สถานที่จัดเก็บผลงาน ห้องสมุดบัณฑิตวิทยาลัย


ประวัติความเป็นมา(history) ด้วยเหตุที่กรมการศึกษานอกโรงเรียนมีภารกิจและขอบข่ายการปฏิบัติงานอย่างกว้างขวางจึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้การจัดการศึกษามีปัญหาและอุปสรรคมากมาย สภาพการจัดการศึกษาผู้ใหญ่สายอาชีพตามทัศนะของผู้บริหารและครูผู้สอนของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยนายบุญถม แสงเพชร ซึ่งได้ดำเนินการวิจัยใน พ.ศ. 2531 มีผลสรุปที่สอดคล้องกันหลายประการที่สำคัญคือ

1. การจัดการศึกษาผู้ใหญ่สายอาชีพเพียงแต่เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีอาชีพรองเท่านั้นยังไม่มีการพัฒนาอาชีพหลักของประชาชนอย่างจริงจัง ไม่สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีมาช่วยในการปรับปรุงคุณภาพชีวิต จึงตกอยู่ในสภาพยากจนเรื่อยมา

2. ประชาชนในชนบทของแต่ละชุมชนเป็นจำนวนไม่น้อยที่ยังต้องเผชิญอยู่กับปัญหาขั้นพื้นฐานที่เป็นต้นเหตุของความยากจนอยู่ โดยมิได้รับการแก้ไขในรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม ปัญหาขั้นพื้นฐาน คือ ภาวะขาดแคลน ด้อยในความรู้ความสามารถ ขาดความรู้ใหม่ ๆ และขาดความรู้เรื่องการตลาด

3. วัสดุอุปกรณ์การฝึกไม่เพียงพอแก่ความต้องการของผู้เรียน สถานที่ไม่เหมาะสมกับสภาพการเรียนการสอน

4. เนื้อหาไม่เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น ระยะเวลาที่จัดไม่เหมาะสม จัดผิดฤดูกาลทำให้มีผู้มีรับบริการน้อย
ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นหน่วยงานสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียนในส่วนภูมิภาค ที่ดำเนินการจัดการเรียนการสอนให้กับประชาชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่นอกระบบโรงเรียน ให้ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ ทักษะและข้อมูลต่าง ๆ อันเป็นพื้นฐานหรือจำเป็นแก่การดำรงชีวิต โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนคิดเป็นทำเป็น แก้ปัญหาเป็น นำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ ปรับปรุงเพื่อใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการให้ความรู้ด้านทักษะอาชีพเนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีวิทยาการใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอ บุคคลจำเป็นต้องได้รับความรู้และทักษะเพิ่มเติม เพื่อปรับปรุงอาชีพที่ทำอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นหรือนำความรู้และทักษะได้รับไปแสวงหาอาชีพใหม่ ในปีงบประมาณ 2536 ศูนย์การศึกษานอก โรงเรียนจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ดำเนินงานกลุ่มพัฒนาอาชีพ ในอำเภอต่าง ๆ ใน 5 วิชาหลัก มีผู้เรียน จำนวน 612 คน ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้ทำการศึกษาเรื่องนี้ เพื่อให้ทราบถึงปัญหาและความต้องการของ นักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อจะได้ข้อมูลจากการศึกษาครั้งนี้นำเสนอผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้อง ได้นำไปเป็นแนวทางพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบูรณ์ต่อไป
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาปัญหาและความต้องการของนักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพ ต่อการจัดการเรียนการสอนของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบูรณ์
2. เพื่อเปรียบเทียบปัญหาและความต้องการของนักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบูรณ์ ตามกลุ่มพัฒนาอาชีพ
กลุ่มตัวอย่าง(sample) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพ จำแนกตามกลุ่มพัฒนาอาชีพ จากจำนวนประชากร 612 คน ได้กลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบแบ่งชั้น
ตัวแปร(variable) 1. ตัวแปรอิสระ ได้แก่ นักศึกษาที่สังกัดในกลุ่มพัฒนาอาชีพของอำเภอต่าง ๆ ใน 5 วิชาหลัก คือ วิชาตีมีด วิชาทอผ้า วิชาตัดเย็บเสื้อผ้า วิชาตัดผม วิชาศิลปประดิษฐ์
2. ตัวแปรตาม ได้แก่ ปัญหาและความต้องการของนักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพที่มีต่อการจัดการเรียนการสอน ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านบริการวิชาการ ด้านอาคารสถานที่ ด้านวัสดุอุปกรณ์ ด้านพฤติกรรมการสอน
คำนิยาม(defination) 1. กลุ่มพัฒนาอาชีพ หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มพัฒนาอาชีพตามนโยบายของกรมการศึกษานอกโรงเรียน ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบูรณ์ประจำปีงบประมาณ 2536
2. การดำเนินงานกลุ่มพัฒนาอาชีพ หมายถึง การดำเนินงานการเรียนการสอนกลุ่มพัฒนาอาชีพ 5 วิชา ได้แก่ วิชาตีมีด วิชาทอผ้า วิชาตัดเย็บเสื้อผ้า วิชาตัดผม และวิชาศิลปะประดิษฐ์
3. ปัญหา หมายถึง ข้อขัดข้องที่ไม่สนองความต้องการของนักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านบริการทางวิชาการ ด้านอาคารสถานที่ ด้านวัสดุอุปกรณ์ ด้านพฤติกรรมการสอน
4. ความต้องการ หมายถึง การจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองความต้องการของนักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านบริการวิชาการ ด้านอาคารสถานที่ ด้านวัสดุอุปกรณ์ ด้านพฤติกรรมการสอน
5. ผู้สอน หมายถึง ผู้ให้การอบรมและให้ความรู้แก่นักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพจากการดำเนินงานกลุ่มพัฒนาอาชีพของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบูรณ์ประจำปีงบประมาณ 2536
เครื่องมือ(tool) แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยเก็บข้อมูลด้วยตนเองโดยนำหนังสือขอความร่วมมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยนเรศวร ถึงผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบูรณ์
การวิเคราะห์(analysis) สถิติพื้นฐาน ได้แก่ คะแนนเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาค่าความแปรปรวนระหว่างกลุ่ม
ข้อสรุป(summary) 1. ปัญหาของการจัดการเรียนการสอนของนักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพทั้ง 5 วิชา ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเฉลี่ยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก
2. ความต้องการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของนักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยรวมทุกด้าน และเป็นรายด้าน อยู่ในระดับมาก
3. นักศึกษากลุ่มพัฒนาอาชีพที่แตกต่างกันมีปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนการสอน โดยเฉลี่ยรวมทุกด้าน และแต่ละด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. ควรจัดกิจกรรมการเรียนให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียน และคำนึงถึงวัสดุอุปกรณ์โดยใช้เทคโนโลยีให้ทันสมัยเหมือนกับตลาดแรงงาน
2. ควรประสานงานกับภาครัฐและเอกชน เพื่อจัดหาเครือข่ายในด้านอาคารสถานที่เป็นสถานที่เรียนของกลุ่มวิชาชีพให้เป็นเอกเทศ และเกื้อกูลต่อการพัฒนาอาชีพ
3. ควรจัดให้มีบริการแนะแนวด้านการศึกษาต่อเนื่อง การแนะแนวอาชีพทุกกลุ่มอาชีพ 4. ควรมีการศึกษาวิจัยเรื่องอาชีพที่เหมาะสมแต่ละท้องถิ่น และการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน
5. ควรศึกษารูปแบบการสอน หรือการฝึกอบรมอาชีพเคลื่อนที่โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วย เช่น โทรทัศน์ หรือดาวเทียม
6. ควรศึกษาตัวแปรด้านอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มพัฒนาอาชีพที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจัดให้
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved