Current Record: นายสุวิทยา พรมอ่อน

นายสุวิทยา พรมอ่อน

ผลการสร้างและพัฒนาข้อสอบปรากฏว่า การเลือกข้อสอบในขั้นที่สูงขึ้นค่าความยากที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงคงที่เท่ากับ 0.12 ค่าความยากของจุดกึ่งกลางที่ฐานโครงสร้างของแบบทดสอบเทเลอร์รูปปิรามิดที่สร้างขึ้นมีค่าเท่ากับ 0.20 และมีค่าความตรงเชิงสัมพันธ์กับเกณฑ์เท่ากับ 0.8218

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 2909
ชื่อผลงานวิจัย การสร้างแบบทดสอบเทเลอร์รูปปิรามิดชนิดขนาดขั้นคงที่ วิชาคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 : ประมาณค่าความสามารถของผู้สอบด้วยวิธีของเบส์
หัวข้อ(Eng) A Construction of A Fixed Step Size Pyramidal Tailored Test in Mathematics Prathomsuksa 6: Estimate Examinee’s Ability by Bayesian Updating
คำสำคัญ(keyword) แบบทดสอบเทเลอร์ แบบทดสอบรูปปิรามิด แบบทดสอบรูปปิรามิดชนิดขนาดขั้นคงที่ การทดสอบซีเอที การประมาณค่าความสามารถของผู้สอบด้วยวิธีของเบส์ ปี2540
ชื่อผู้วิจัย นายสุวิทยา พรมอ่อน
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr. Suwittaya Phrom-on
ตำแหน่ง อาจารย์ 1 ระดับ 4
การศึกษา การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร
สถานที่ติดต่อ (ที่ทำงาน) โรงเรียนมหาตมา คานธี อนุสรณ์ (น้ำตกสายรุ้ง) ต.บ้านน้ำพุ อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย 64160
(ที่บ้าน) 34 หมู่ 1 ถนนเทศบาลดำริ 4 ต.เมืองสวรรคโลก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย 64110
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2540
ประเภท วิทยานิพนธ์
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร
ประวัติความเป็นมา(history) การทดสอบแบบเทเลอร์ (Tailored Testing) เป็นการทดสอบโดยการจัดข้อสอบให้เหมาะสมกับระดับความสามารถของผู้สอบเป็นรายบุคคล (Adaptive Testing) โดยมีหลักการอยู่ว่า ถ้าผู้สอบตอบข้อคำถามที่ยาก ๆ ถูกแล้วข้อที่ง่าย ๆ ก็น่าจะตอบถูกด้วย จึงไม่จำเป็นต้องสอบข้อสอบเหล่านั้นก็ได้ หรือถ้าทำข้อที่ง่าย ๆ ผิดแล้วข้อที่ยาก ๆ ก็น่าจะทำผิดด้วยจึงไม่จำเป็นต้องสอบข้อสอบเหล่านั้นก็ได้ (ต่าย เซี่ยงฉี, 2534 : ข) ในกระบวนการทดสอบแบบนี้จะวัดตามระดับความสามารถของผู้สอบด้วยวิธีเลือกข้อสอบที่มีความยากเหมาะสมกับระดับความสามารถของผู้สอบแต่ละคน โดยทั่วไปจะเริ่มจากข้อที่มีระดับความยากปานกลสาง ถ้าผู้สอบตอบข้อแรกถูกต้องข้อต่อไปจะยากขึ้น แต่ถ้าตอบผิดข้อต่อไปจะง่ายลง การทดสอบข้อต่อ ๆ ไปจะปฏิบัติเช่นนี้จนสิ้นสุดการทดสอบ

การหาคุณสมบัติของข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบแบบเทเลอร์นี้ใช้การวิเคราะห์ด้วยทฤษฎีการตอบข้อคำถาม เนื่องจากการวิเคราะห์ข้อสอบจากทฤษฎีนี้จะได้คุณสมบัติของข้อสอบ เช่น ค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก ทีไม่แปรเปลี่ยนไปตามกลุ่มตัวอย่าง ทำให้ประมาณค่าความสามารถของผู้สอบได้อย่างเที่ยงตรง และเชื่อถือได้ดียิ่งขึ้น (Green and others, 1984 : 347) และปัจจุบันได้มีการนำคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้กับการทดสอบแบบเทเลอร์ ที่เรียกว่า การทดสอบแบบซีเอที (Computerized Adaptive Testing : CAT) โดยให้คอมพิวเตอร์คัดเลือกข้อสอบที่เหมาะสมกับความสามารถของผู้สอบ และประมาณค่าความสามารถของผู้สอบ (Hambleton and Swaminathan, 1985 : 296-297) ทำให้การทดสอบแบบเทเลอร์มีประสิทธิภาพในการวัดดีกว่าการทดสอบแบบดั้งเดิม

การทดสอบแบบซีเอที ให้ความตรงและความเที่ยงเท่ากับหรือมากกว่าการทดสอบแบบดั้งเดิม แต่ใช้เวลาในการทำข้อสอบน้อยลง (ต่าย เซี่ยงฉี, 2534 : 5 อ้างอิงมาจาก Weiss, 1982: 473 – 492 ; Moreno and Ohters, 1982 : 155-163) การทดสอบแบบซีเอทีมีความตรงเชิงสัมพันธ์กับเกณฑ์ไม่แตกต่างกับการทดสอบแบบดั้งเดิม แม้จะใช้ข้อสอบน้อยกว่าร้อยละ 50 และการทดสอบแบบซีเอทียังมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานในการประมาณค่าความสามารถต่ำกว่าการทดสอบแบบดั้งเดิมอีกด้วย (นันทิยา พึ่งคำ, 2531 : ง)

การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการสอบเป็นที่นิยมแพร่หลายเป็นอันมากในสหรัฐอเมริกา สำหรับในประเทศไทยมีแนวโน้มวามีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการสอนมากขึ้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะนำการทดสอบแบบซีเอทีมาใช้แทนกาสอบแบบเขียนตอบแบบเดิม (Paper and Pencil Test) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวัดผลสัมฤทธิ์ระหว่างเรียนเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนและการสอนซ่อมเสริม แต่การจัดสร้างแบบทดสอบซีเอที มีองค์ประกอบที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการประมาณค่าความสามารถของผู้สอบได้แก่ รูปแบบของการทดสอบ จำนวนขั้นหรือจำนวนข้อ ในการทดสอบและวิธีการให้คะแนน จึงจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้เป็นสำคัญ เพื่อให้ได้แบบทดสอบที่มีประสิทธิภาพในการประมาณค่าความสามารถของผู้สอบ ในด้านรูปแบบต้องเป็นรูปแบบที่ง่ายในการนำไปปฏิบัติ คือ ง่ายต่อการใช้ ง่ายต่อความเข้าใจ ของผู้ใช้และผู้ทดสอบ ในด้านจำนวนขั้นตอนคำนึงถึงความยาวของแบบทดสอบ ถ้ามากเกินไปอาจทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายและทำให้เกิดความเบื่อหน่ายแก่ผู้สอบได้ แต่ถ้าข้อสอบน้อยเกินไป อาจทำให้ได้ข้อมูลในการประมาณค่าความสามารถที่ไม่ได้ก็ได้ ดังนั้นจึงควรใช้จำนวนขั้นที่เหมาะสมที่มีจำนวนข้อสอบน้อยแต่ให้ความตรงและความเที่ยงสูง ทั้งยังต้องประมาณค่าความสามารถได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ในด้านวิธีให้คะแนนต้องไม่มีความลำเอียงและสามารถประมาณค่าความสามารถของผู้สอบได้ตรงกับความสามารถที่แท้จริงของผู้สอบมากที่สุด

ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจในการสร้างแบบทดสอบเทเลอร์รูปแบบขั้นคงที่ที่ใช้จำนวนขั้น 16 ขั้น ในส่วนของการให้คะแนน ผู้วิจัยเลือกใช้วิธีให้คะแนนโดยใช้หลักการของเบส์ (Bayesian Updating) และผู้วิจัยเห็นว่าควรนำลักณะของแบบทดสอบเทเลอร์ที่จัดดำเนินการโดยคอมพิวเตอร์หรือการทดสอบแบบซีเอที (Computerized Adaptive Testing : CAT) ที่มีรูปแบบปิรามิดชนิดขนาดขั้นคงที่จำนวน 16 ขั้นประมาณค่าความสามรถของผู้สอบด้วยวิธีของเบส์ดังกล่าว มาสร้างและทดลองใช้จริงเพื่อพัฒนาแบบทดสอบให้ได้ตามหลักการของการทดสอบแบบเทเลอร์ เพื่อประโยชน์ที่จะเกิดจากการนำไปใช้จริง และเพื่อเป็นแนวทางในการจัดสร้างและพัฒนาแบบทดสอบซีเอทีต่อไปในอนาคต

แนวคิด(concept) 1. ทฤษฎีการตอบข้อคำถาม

1.1 ความเป็นมาของทฤษฎีการตอบข้อคำถาม

1.2 หลักการของทฤษฎีการตอบข้อคำถาม

1.3 คุณสมบัติของรูปแบบการตอบข้อคำถาม

1.4 ข้อตกลงเบื้องต้นของทฤษฎีการตอบข้อคำถาม

1.5 โมเดลต่าง ๆ ในทฤษฎีการตอบข้อคำถาม

1.6 การประมาณค่าความสามารถในทฤษฎีการตอบข้อคำถาม

2. การทดสอบแบบเทเลอร์

2.1 กลยุทธ์ที่ใช้ในการทดสอบแบบเทเลอร์

2.2 องค์ประกอบของกระบวนการทดสอบแบบเทเลอร์

3. การทดสอบแบบรูปปิรามิด

3.1 ชนิดของแบบทดสอบรูปปิรามิด

3.2 วิธีการให้คะแนนของแบบทดสอบรูปปิรามิด

3.3 ข้อดีและข้อจำกัดของแบบทดสอบรูปปิรามิด

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อสร้างและพัฒนาแบบทดสอบเทเลอร์รูปปิรามิดชนิดขนาดขั้นคงที่ 16 ขั้น วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยประมาณค่าความสามารถด้วยวิธีของเบส์
2. เพื่อหาคุณภาพของแบบทดสอบเทเลอร์รูปปิรามิดชนิดขนาดขั้นคงที่ 16 ขั้น วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยประมาณค่าความสามารถด้วยวิธีของเบส์
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยและพัฒนา
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรที่ใช้ในครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดกองการศึกษาเทศบาลกำแพงเพชร เทศบาลตาก เทศบาลสุโขทัย เทศบาลสวรรคโลก เทศบาลพิษณุโลก และเทศบาลอุตรดิตถ์ จำนวน 60 ห้องเรียนรวม 2,129 คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ จำแนกออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1) กลุ่มตัวอย่างที่ 1 ใช้ในการหาคุณภาพข้อสอบและคุณภาพตัวเลือกตามทฤษฎีการทดสอบแบบ ดั้งเดิม ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลเมืองสวรรคโลก และโรงเรียนเทศบาลวัดสวัสติการามซึ่งได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Random Sampling) คือ ขั้นที่ 1 สุ่มเทศบาลโดยใช้เทศบาลแต่ละแห่งเป็นหน่วยในการสุ่มได้เทศบาลสวรรคโลก ขั้นที่ 2 สุ่มโรงเรียนในสังกัดเทศบาลสวรรคโลกได้โรงเรียนเทศบาลเมืองสวรรคโลก และโรงเรียนเทศบาลวัดสวัสติการาม ซึ่งมีห้องเรียนรวมทั้งหมด 8 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 286 คน
2) กลุ้มตัวอย่างที่ 2 ใช้ในการหาคุณภาพของข้อสอบตามทฤษฎีการตอบข้อคำถาม ใช้นักเรียนทั้ง หมดจำนวน 2,129 คน แบ่งนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจงเพื่อให้จำนวนนักเรียนทั้ง 2 กลุ่มใกล้เคียงกัน ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เป็นนักเรียนทุกคนของโรงเรียนในสังกัดกองการศึกษาเทศบาลสวรรคโลก เทศบาลพิษณุโลก และนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1, 2 และ 4 ในสังกัดกองการศึกษาเทศบาลตาก และเทศบาลกำแพงเพชร รวม 34 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 1,073 คน กลุ่มที่ 2 เป็นนักเรียนทุกคนของโรงเรียนในสังกัดกองการศึกษาเทศบาลสุโขทัย เทศบาลอุตรดิตถ์ และนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 ในสังกัดกองการศึกษาเทศบาลตาก และเทศบาลกำแพงเพชร รวม 26 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 1,056 คน
3) กลุ่มตัวอย่างที่ 3 ใช้ในการทดสอบคุณภาพของแบบทดสอบเทเลอร์รูปปิรามิดซึ่งได้มาจากการ เจาะจงเลือกโรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดทุ่งสวน) สังกัดเทศบาลกำแพงเพชร จำนวน 3 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 93 คน ซึ่งผู้วิจัยได้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ใช้ในการทดลองและพัฒนาคุณภาพของแบบทดสอบเทเลอร์รูปปิรามิด ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/3 โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดทุ่งสวน) สังกัดเทศบาลกำแพงเพชร จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 29 คน และกลุ่มที่ 2 ใช้ในการหาคุณภาพของแบบทดสอบเทเลอร์รูปปิรามิด ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 และ 6/2 โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดทุ่งสวน) สังกัดเทศบาลกำแพงเพชร จำนวน 2 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 64 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่สนใจศึกษา คือ คุณภาพของแบบทดสอบเทเลอร์รูปปิรามิดที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
คำนิยาม(defination) การทดสอบเทเลอร์ หมายถึง การทดสอบที่พยายามคัดเลือกข้อสอบที่มีความยากให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้สอบเป็นรายบุคคล (Weiss, 1974 : 1)
การทดสอบซีเอที (CAT มาจากคำวา Computerized Adaptive Testing) หมายถึง การทดสอบที่พยายามคัดเลือกข้อสอบที่มีความยากให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้สอบเป็นรายบุคคลโดยใช้คอมพิวเตอร์ในการดำเนินการคัดเลือกข้อสอบที่เหมาะสมกับผู้สอบและประมาณค่าความสามารถของผู้สอบ (Weiss and Kingsbury, 1984 : 361-375)
แบบทดสอบรูปปิรามิด (Pyramidal Test) หมายถึง แบบทดสอบที่จัดเรียงข้อสอบตามแบจำลองรูปปิรามิด ซึ่งยึดถือค่าความยากของข้อสอบตามโครงสร้างที่ฐานและระดับขั้นของรูปปิรามิด (จิราพร ไกรสรศิวเวท, 2529 : 7)
แบบทดสอบรูปปิรามิดชนิดขั้นคงที่ 16 ขั้น และกำหนดแนวทางการแยกทางแบบเพิ่ม 1 / ลด 1 (Fixed Step Size, up-one/down-one Branching Rule) หมายถึง แบบทดสอบที่สร้างขึ้นตามแบบจำลองที่มีจำลองข้อสอบในแต่ละขั้นเท่ากับลำดับที่ของขั้น เช่น ในขั้น 1 จะมีข้อสอบ 1 ข้อ ในขั้น 16 จะมีข้อสอบ 16 ข้อ ดังนั้นแบบทดสอบฉบับนี้จึงมีจำนวนข้อสอบทั้งหมด 1 + 2 + … + 16 = 136 ข้อ และถ้าแบบทดสอบฉบับนี้มีค่าความยากตั้งแต่ –3 ถึง +3 แล้ว ค่าความยากของข้อสอบข้อที่ 1 ซึ่งอยู่ ณ จุดกึ่งกลางระหว่างค่าความยากที่สูงสุดและต่ำสุดคือค่าความยากที่เท่ากับ 0 ส่วนข้อสอบในขั้นที่ 2 เป็นต้นไปที่อยู่ขั้นเดียวกันจะมีความแตกต่างระหว่างค่าความยากเท่ากัน อีกทั้งค่าความยากของข้อสอบในการเลือกข้อสอบข้อต่อไปจะเพิ่มขึ้นและลดลงคงที่ กล่าวคือถ้านักเรียนตอบข้อสอบถูกจะได้ทำข้อสอบข้อต่อไปที่มีค่าความยากเพิ่มขึ้น 0.2 แต่ถ้านักเรียนตอบผิดก็จะได้ทำข้อสอบที่มีค่าความยากลดลง 0.2 ดังนั้น ตั้งแต่ขั้นที่ 2 เป็นต้นไป ข้อสอบที่อยู่ในขั้นเดียวกันจะมีค่าความยากแตกต่างกันคือ มีค่า 0.4 และนักเรียนจะได้ตอบข้อสอบฉบับนี้ขั้นละ 1 ข้อ รวมจำนวนข้อสอบที่นักเรียนจะต้องตอบทั้งหมด 16 ข้อ
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบทดสอบเทเลอร์รูปปิรามิดชนิดขนาดขั้นคงที่ 16 ขั้น ใช้กฎการจำแนกแนวทางการตอบแบบเพิ่ม 1 / ลด 1 เป็นข้อสอบแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ในวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่องเศษส่วน จำนวน 400 ข้อ จัดแบ่งเป็นแบบทดสอบย่อย 6 ฉบับ ๆ ละ 50 ข้อ
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยดำเนินการประสานงานและเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองในการทดสอบแต่ละครั้งดำเนินการทดสอบในชั่วโมงคณิตศาสตร์และทำการทดสอบวันละ 1 ชั่วโมง เป็นเวลา 3 วัน ควบคุมและดำเนินการทดสอบโดยครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ ในการทดสอบหาคุณภาพตัวเลือกของแบบทดสอบทำการทดสอบด้วยแบบทดสอบจำนวน 8 ฉบับ กับนักเรียน 8 ห้องเรียน โดยนักเรียน 1 คน ทำการทดสอบ 3 ครั้ง ครั้งแรกแจกข้อสอบตามลำดับห้อง ส่วนการทดสอบครั้งที่ 2 และ 3 แจกแบบทดสอบโดยการสุ่มฉลากที่ใช้แทนแบบทดสอบฉบับที่ 1 – 8 ให้แก่ห้องเรียน
การวิเคราะห์(analysis) การวิเคราะห์ข้อมูลในครั้งนี้ ใช้คอมพิวเตอร์ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ITEM ของ รศ.ดร.สุพัฒน์ สุกมลสันต์ ในการวิเคราะห์คุณภาพและตรวจสอบคุณภาพตัวเลือกของข้อสอบตามทฤษฎีดั้งเดิม ใช้โปรแกรม SPSS for Windows Version 6.13 ในการวิเคราะห์องค์ประกอบเพื่อตรวจสอบความเป็นมิติเดียวและความเป็นอิสระของข้อคำถามของแบบทดสอบ สำหรับการวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ของข้อสอบตามทฤษฎีการตอบข้อคำถามด้วย โปรแกรม Bilog Version 3.04 และใช้โปรแกรม Authorware Version 2.01 ในการคำนวณค่าความสามารถของผู้สอบตามวิธีการของเบส์
ข้อสรุป(summary) ผลการสร้างและพัฒนาข้อสอบปรากฏว่า การเลือกข้อสอบในขั้นที่สูงขึ้นค่าความยากที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงคงที่เท่ากับ 0.12 ค่าความยากของจุดกึ่งกลางที่ฐานโครงสร้างของแบบทดสอบเทเลอร์รูปปิรามิดที่สร้างขึ้นมีค่าเท่ากับ 0.20 และมีค่าความตรงเชิงสัมพันธ์กับเกณฑ์เท่ากับ 0.8218
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้
1. ความพร้อมของเครื่องคอมพิวเตอร์ ควรใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ตั้งแต่รุ่น 386 ขึ้นไป การแสดงผลของจอภาพควรเป็นแบบ VGA ขึ้นไป การใช้สีของจอภาพควรใช้แบบ 256 สี มีโปรแกรมสนับสนุนคือ โปรแกรม Microsoft Windows ที่มี Version ตั้งแต่ 3.11 ขึ้นไป และมีพื้นที่ว่างในฮาร์ดิสก์ไม่น้อยกว่า 10 MB นอกจากนี้ควรมีการ์ดเสียงและลำโพง เพื่อให้ภาพและเสียงของโปรแกรมสมบูรณ์
2. ความพร้อมของผู้สอบ ควรเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 ที่ผ่านการเรียนการสอนเรื่องเศษ ส่วนมาแล้ว และต้องเป็นผู้ที่สามารถใช้เมาส์ได้
3. การดำเนินการสอบด้วยแบบทดสอบเทเลอร์รูปปิรามิดมีข้อเสนอแนะที่ควรระมัดระวังคือ ก่อนการ ทดสอบผู้ควบคุมควรติดตั้งและเตรียมความพร้อมของเรื่องให้เรียบร้อย ควรเน้นให้นักเรียนทราบว่านักเรียนมีเวลาในการทำข้อสอบ 1 ข้อเพียง 3 นาที ถ้าเกิน 3 นาที คอมพิวเตอร์จะถือว่านักเรียนไม่สามารถตอบข้อสอบข้อนั้นได้ การตอบข้อสอบนักเรียนต้องใช้ความระมัดระวังเนื่องจากเมื่อตอบแล้วจะไม่สามารถกลับมาทบทวนข้อสอบที่ทำผ่านไปแล้วได้อีก และกรณีที่นักเรียนตอบข้อสอบผิดติดต่อกันมากอย่าตกใจให้นักเรียนตั้งใจทำข้อสอบให้ดี
4. ในกรณีที่โรงเรียนมีความพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ควรมีการนำแบบทดสอบเทเลอร์รูปปิรามิดชนิด ขนาดขั้นคงที่ 16 ขั้น ประมาณค่าความสามารถของผู้สอบด้วยวิธีของเบส์ ไปใช้ในการประเมินผลความก้าวหน้า หรือการสอนซ่อมเสริมนักเรียนเป็นรายบุคคลในวิชาต่าง ๆ ทั้งนี้เนื่องจากการจัดการทดสอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถรายงานผลให้นักเรียนทราบทันทีที่ตอบข้อสอบและยังสามารถรายงานผลรม การประมาณค่าความสามารถให้แก่ผู้สอบ นอกจากนี้การทดสอบเทเลอร์ยังมีการปรับระดับความยากให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้สอบทำให้ผู้สอบเกิดความกระตือรือร้นและเกิดกำลังใจในการทดสอบ
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1. เนื่องจากการทดสอบเทเลอร์ที่ประมาณค่าความสามารถของผู้สอบด้วยวิธีของเบส์จำเป็นต้องมี การประมาณค่าความสามารถและค่าความแปรปรวนในการประมาณค่าความสามารถก่อนการทดสอบ ดังนั้นในการทดสอบครั้งนี้จึงกำหนดค่าความสามารถเริ่มต้นของผู้สอบทุกคนเท่ากับค่าเฉลี่ยของคะแนนมาตรฐานแบบซี (0) และกำหนดค่าความแปรปรวนในการประมาณค่าความสามารถเท่ากับค่าความแปรปรวนของคะแนนมาตรฐานแบบซี (1) ดังนั้นจึงมีประเด็นที่น่าสนใจในการทำวิจัยต่อไปคือ ถ้ากำหนดค่าความสามารถเริ่มต้นของผู้สอบทุกคนแตกต่างกัน จะมีผลต่อการประมาณค่าความสามารถที่ได้รับเมื่อสิ้นสุดการทดสอบหรือไม่
2. การประเมินประสิทธิภาพของแบบทดสอบเทเลอร์ที่จัดดำเนินการทดสอบด้วยคอมพิวเตอร์ที่มี สภาพแวดล้อมต่างจากการทดสอบแบบดั้งเดิม ดังนั้นจึงควรมีการศึกษาถึงผลกระทบด้านจิตวิทยา เช่น ความวิตก แรงจูงใจ เป็นต้น
3. เนื่องจากการทดสอบเทเลอร์มีการจัดกลยุทธ์ในการดำเนินการสอบได้หลากหลายรูปแบบเช่น กล ยุทธ์สองขั้นตอน กลยุทธ์แบบหลายขั้นตอน ซึ่งจำแนกเป็นรูปแบบแยกทางคงที่กับรูปแบบแยกทางแปรผัน ซึ่งยังสามารถแบ่งเป็นรูปแบบย่อย ๆ อีกหลายรูปแบบดังนั้น ควรมีการศึกษาในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้เกิดแนวทางการดำเนินการทดสอบเทเลอร์ที่หลากหลายเพื่อให้ผู้สนใจที่จะนำไปประยุกต์ใช้ได้
4. ในด้านเนื้อหาวิชาที่จะนำมาจัดดำเนินการทดสอบแบบเทเลอร์สามารถใช้ได้กับทุกเนื้อหาดังนั้น ควรมีการศึกษา สร้างและทดลองนำเนื้อหาวิชาอื่น ๆ เช่น ภาษาไทย กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต กลุ่มสร้างเสริมลักษณะนิสัย และกลุ่มการงานพื้นฐานอาชีพ มาสร้างเป็นแบบทดสอบเทเลอร์ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบที่จะทำให้การวัดผลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ปี 2540
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved