Current Record: นายพีรวิศ โพธิทองดี

นายพีรวิศ โพธิทองดี

1. จากการศึกษาพัฒนาการเอกลักษณ์แห่งตนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาพบว่าสามารถบรรลุเอกลักษณ์แห่งตนคิดเป็นร้อยละ 6.80
2. จากการเปรียบเทียบการคิดขั้นนามธรรมของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษากับสภาวะเอกลักษณ์แห่งตนกลุ่มตัวอย่างทั้ง 4 กลุ่ม พบว่า นักเรียนที่มีสภาวะเอกลักษณ์ต่างกันมีระดับการคิดขั้นนามธรรมไม่แตกต่างกัน

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 2788
ชื่อผลงานวิจัย การศึกษาสภาวะเอกลักษณ์แห่งตนและการคิดขั้นนามธรรมของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา
หัวข้อ(Eng) A STUDY OF EGO IDENTITY STATUS AND FORMAL OPERATIONS OF SECONDARY SCHOOL STUDENTS

คำสำคัญ(keyword) สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษา สภาวะเอกลักษณ์แห่งตน การคิดขั้นนามธรรม มัธยมศึกษา
ชื่อผู้วิจัย นายพีรวิศ โพธิทองดี
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr.Peerawit Potitongdee
สถานที่ติดต่อ 2 ถนน ชัยสุนทร ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) มีนาคม 2537
ประเภท วิทยานิพนธ์
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ประวัติความเป็นมา(history) ชีวิตในช่วงวัยรุ่นเป็นระยะที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับพัฒนาการในด้านต่าง ๆ การศึกษาพฤติกรรมวัยรุ่นที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ การศึกษาเอกลักษณ์แห่งตน (Ego Identity) การแสวงหาเอกลักษณ์แห่งตนตามความหมายของอิริคสัน หมายถึง ความพยายามที่จะเข้าใจลักษณะของตนเองว่าตนเองคือใคร ต้องการอะไร มีความเชื่อหรือมีทัศนคติอย่างไร ตลอดจนมีเป้าหมายอะไรในอนาคตซึ่งความพยายามเข้าใจตนเองนี้ วัยรุ่นจะประสบปัญหาและความยุ่งยากใจมากจนถึงขั้นวิกฤติ ถ้าวัยรุ่นสามารถพัฒนาผ่านขั้นตอนของชีวิตช่วงนี้ได้สำเร็จ เขาจะมีความมั่นใจในตนเองทั้งบทบาทและการกระทำ พร้อมที่จะก้าวไปสู่พัฒนาการบุคลิกภาพในขั้นต่อไป ถ้าวัยรุ่นไม่สามารถผ่านขั้นตอนของชีวิตช่วงนี้ได้ก็จะเกิดความสับสน (Identity Crisis) เต็มไปด้วยความไม่แน่ใจในตนเอง ไม่รู้คุณค่าแห่งตน ซึ่งจะนำไปสู่บุคลิกภาพที่เป็นปัญหาในขั้นต่อไป


การสร้างเอกลักษณ์แห่งตนของวัยรุ่นเป็นความพยายามในการใช้ศักยภาพของตนเพื่อประเมินผลการกระทำของตนเองซึ่งเป็นการประเมินลักษณะภายในอันหมายถึงอุดมการณ์ชีวิต ความเชื่อกับประเมินลักษณะภายนอกคือ การเลือกมีสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น วัยรุ่นประสบความสำเร็จในการสร้างเอกลักษณ์แห่งตนต่างกัน โดยแบ่งความสำเร็จออกเป็นสภาวะ (Status) แต่ละสภาวะแสดงถึงศักยภาพแห่งตนที่ต่างกัน พัฒนาการของเอกลักษณ์แห่งตนในสภาวะเริ่มต้น จะก่อตัวขึ้นเมื่อบุคคลเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นและพัฒนาเข้าสู่สภาวะเอกลักษณ์แห่งตนที่สูงขึ้น จนบรรลุเอกลักษณ์แห่งตนเมื่อวัยรุ่นมีอายุมากขึ้น ความพยายามของวัยรุ่นในการแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างเอกลักษณ์นั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับการคิดขั้นนามธรรมตามทฤษฎีเพียเจต์ ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาว่าวัยรุ่นในแต่ละสภาวะเอกลักษณ์แห่งตนนั้นมีระดับการคิดขั้นนามธรรมแตกต่างกันหรือไม่ และศึกษาพัฒนาการของเอกลักษณ์แห่งตน
วัตถุประสงค์(objective) การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. เพื่อศึกษาพัฒนาการเอกลักษณ์แห่งตนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา
2. เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการของการคิดขั้นนามธรรมของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่มีสภาวะเอกลักษณ์ต่างกัน
สมมุติฐาน(assumption) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาที่มีสภาวะเอกลักษณ์แห่งตนต่างกัน มีระดับการคิดขั้นนามธรรมต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา อายุ 13 - 18 ปี ที่กำลังศึกษาใน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2536 โรงเรียนเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 898 คน
กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนจากประชากร โดยคัดเลือกเอานักเรียนที่มีสภาวะเอกลักษณ์แบบชัดเจน จำนวน 123 คน มาทดสอบการคิดขั้นนามธรรม
ตัวแปร(variable) ตัวแปรต้น คือ อายุของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตั้งแต่ 13 - 18 ปี
ตัวแปรตาม คือ
1. สภาวะเอกลักษณ์แห่งตน 4 ด้าน ได้แก่ สภาวะสับสน (Diffusion Status) สภาวะ คล้อยตามพ่อแม่ (Foreclosure Status) สภาวะรอเลือกเอกลักษณ์ (Moratorium Status) สภาวะบรรลุเอกลักษณ์ (Achievement Status)
2. ระดับการคิดขั้นนามธรรม (Formal Operations)
เครื่องมือ(tool) 1. แบบวัดสภาวะเอกลักษณ์แห่งตน
2 แบบทดสอบระดับการคิดขั้นนามธรรม
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยการใช้แบบวัดสภาวะเอกลักษณ์แห่งตนกับประชากร และใช้แบบทดสอบระดับการคิดขั้นนามธรรรมกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง
การวิเคราะห์(analysis) 1 หาค่าสถิตติพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง
2 หาค่าความเชื่อมั่นแบบวัดสภาวะเอกลักษณ์แห่งตน โดยวิธีการทดสอบซ้ำได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.82
3 การจัดสภาวะเอกลักษณ์แห่งตน
4 ตรวจให้คะแนนการคิดขั้นนามธรรม จากแบบบันทึกการทดสอบ
5 เปรียบเทียบการคิดขั้นนามธรรมกับสภาวะเอกลักษณ์แห่งตนโดยการวิเคราะห์ ความแปรปรวนทางเดียว ( One Way Analysis of Variance)
ข้อสรุป(summary) 1. จากการศึกษาพัฒนาการเอกลักษณ์แห่งตนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาพบว่าสามารถบรรลุเอกลักษณ์แห่งตนคิดเป็นร้อยละ 6.80
2. จากการเปรียบเทียบการคิดขั้นนามธรรมของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษากับสภาวะเอกลักษณ์แห่งตนกลุ่มตัวอย่างทั้ง 4 กลุ่ม พบว่า นักเรียนที่มีสภาวะเอกลักษณ์ต่างกันมีระดับการคิดขั้นนามธรรมไม่แตกต่างกัน
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. ควรจะศึกษาพัฒนาการของสภาวะเอกลักษณ์แห่งตนของวัยรุ่น หากต้องการใช้เครื่องมือของผู้วิจัย ควรจะศึกษาคู่มือการใช้ เพื่อที่จะสามารถจัดสภาวะเอกลักษณ์แห่งตน ในกลุ่มสภาวะเอกลักษณ์แห่งตนแบบคาบเกี่ยวและกลุ่มสภาวะเอกลักษณ์แห่งตนแบบไม่ชัดเจนได้ เช่นเดียวกับกลุ่มสภาวะเอกลักษณ์แบบชัดเจน โดยการศึกษาวิธีจัดตามคู่มือของเครื่องมือให้ชัดเจน
2.ควรศึกษาสภาวะเอกลักษณ์แห่งตนของวัยรุ่น ในกลุ่มที่มีปัญหาด้านการปรับตัว กลุ่มที่หันเหเข้าสู่สิ่งเสพติด กลุ่มผิดปกติทางเพศหรือประพฤติตนไม่เหมาะสม
3. ควรศึกษาแบบการเลี้ยงดูกับสภาวะเอกลักษณ์แห่งตนของวัยรุ่น
ปี 2537
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved