Current Record: นายสมคิด พรมจุ้ย

นายสมคิด พรมจุ้ย

1. ระบบการประเมินตนเองสำหรับศูนย์ประสานงานการศึกษานอกโรงเรียน ระดับอำเภอ ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยองค์ประกอบของความสำคัญของการประเมิน ตนเอง การบรรยายงานตามบทบาทหน้าที่ 5 ประการ เกณฑ์ในการประเมินจำแนก ตามภารกิจ การดำเนินการประเมินตนเองและการนำผลการประเมินตนเองไปใช้ปรับ ปรุงงานระบบการประเมินตนเอง
2. การประเมินผลการใช้ระบบการประเมินตนเองสำหรับศูนย์ประสานงานอำเภอ พบว่า ระบบการประเมินตนเองที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถนำไปปฏิบัติงานได้จริง ง่ายต่อ การทำความเข้าใจและเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในระดับมาก ผลการประเมิน ตนเองเป็นที่ยอมรับของผู้บริหาร เพื่อนร่วมงาน และผู้ทดลองใช้ระบบการประเมิน ตนเองมีความพึงพอใจระบบการประเมินตนเองในระดับมากที่สุด ผลการประเมินการ เรียนรู้ พบว่า ผู้ทดลองใช้ระบบการประเมินตนเองมีความรู้ ด้านการประเมินตนเอง เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 และผลการปฏิบัติงานตามภารกิจหลัง การทดลองใช้ระบบการประเมืนตนเองเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 15 ของผลการปฏิบัติ งาน ก่อนการทดลองใช้ระบบการประเมินตนเอง

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 2675
ชื่อผลงานวิจัย การพัฒนาระบบการประเมินตนเองสำหรับศูนย์ประสานงาน การศึกษานอกโรงเรียนระดับอำเภอ
คำสำคัญ(keyword) การประเมินตนเอง
ชื่อผู้วิจัย นายสมคิด พรมจุ้ย
ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา
สถานที่ติดต่อ กองแผนงาน กรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) มกราคม 2533 - พฤษภาคม 2535
ประเภท วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประวัติความเป็นมา(history) งานการศึกษานอกโรงเรียนได้พัฒนาระบบและได้รับการสนับสนุนจากทุก รัฐบาลให้มีการขยายการศึกษานอกโรงเรียน ทั้งในด้านงบประมาณ บุคลากรและ ปริมาณผู้รับบริการอย่างกว้างขวางครอบคลุมทั่วประเทศ ดังจะเห็นได้จากในช่วงแผน พัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2520-2524)ได้กระจายอำนาจการบริหารการ ศึกษานอกโรงเรียนไปสู่ส่วนภูมิภาค จัดให้มีศูนย์-การศึกษานอกโรงเรียนภาค เน้น บทบาทหน้าที่ในการรับผิดชอบการดำเนินงานพัฒนาวิชาการ และ จัดตั้งศูนย์การ ศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดที่มีความพร้อม และได้ขยายการจัดตั้งศูนย์จังหวัดครบทุก จังหวัดทั่วประเทศ ให้เป็นสถานศึกษาที่จัดการศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนั้น ๆ ใน แผนพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียนระยะที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529) ซึ่งมีหน้าที่ขยายการ ศึกษานอกโรงเรียนให้กว้างขวางทั่วถึง สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ของ ประชาชน เป็นการจัดการศึกษาตลอดชีวิต การดำเนินงานมีกิจกรรมหลัก 3 ประเภท คือ การให้ความรู้พื้นฐาน การให้บริการข่าวสารข้อมูล และการให้ความรู้และทักษะ อาชีพ ต่อมาในช่วงแผนพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียนระยะที่ 6 (พ.ศ. 2530-2534) กรมการศึกษานอกโรงเรียนได้กระจายอำนาจการบริหารงานของศูนย์การศึกษา-นอก โรงเรียนจังหวัด โดยจัดให้มีศูนย์ประสานงานการศึกษานอกโรงเรียนไปอยู่ตาม อำเภอต่าง ๆ เพื่อให้สามารถจัดการศึกษาได้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้อง การของประชาชนได้อย่างแท้ จริง และมุ่งเน้นการประสานงานในการนำทรัพยากร ในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อ ให้การพัฒนาศูนย์ประสานงานการศึกษา นอกโรงเรียนระดับอำเภอบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการพัฒนางานการศึกษานอก โรงเรียนสู่ประชาชนในท้องถิ่น ประสบความสำเร็จ ผู้วิจัยได้ศึกษาสภาพการดำเนิน งานของศูนย์ประสานงานอำเภอ เมื่อปี 2531 พบว่า ปัญหาสำคัญประการหนึ่ง คือ ระบบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานซึ่งเป็นระบบหลักระบบหนึ่งที่ช่วยส่ง เสริมให้เกิดการ พัฒนาประสิทธิภาพของการทำงานพัฒนาศูนย์ประสานงานอำเภอ การประเมินที่ทำขึ้นส่วนมากเป็นการประเมินผลสรุป ขาดการประเมินความก้าวหน้า เพื่อนำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนางานอย่างต่อเนื่องดังนั้นวิธีการ ที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ประสานงานอำเภอได้ตรวจสอบข้อมูลผลการดำเนิน งานของตนเองไม่ให้เบี่ยงเบนไปจากภารกิจหลักของศูนย์ประสานงานอำเภอ คือ การ ประเมินตนเองของศูนย์ประสานงานอำเภอทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตรวจสอบผล การดำเนินงานและนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการวางแผนและปรับปรุงพัฒนางานให้มี ประสิทธิภาพ ต่อไป
ดังนั้นการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการประเมินตนเองสำหรับศูนย์ประสานงาน อำเภอ โดยมุ่งหวังให้ได้ระบบการประเมินตนเองที่มีความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และมีความเป็นประโยชน์ เพื่อการบริหารและวางแผนในการปรับปรุงและพัฒนางาน ศูนย์ประสานงานอำเภออย่างต่อเนื่องเป็น ระบบทั้งระบบ อันจะส่งผลทั้งทางตรงและ ทางอ้อมให้เกิดการพัฒนาทั้งในส่วนของศูนย์ประสานงาน อำเภอ ศูนย์การศึกษานอก โรงเรียนจังหวัด ภาค และกรมการศึกษานอกโรงเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ เกิดการพัฒนาทางวิชาการด้านการประเมินสอดคล้องตามนโยบายของการพัฒนาการ ศึกษา ในแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ระยะที่ 6 ที่ระบุว่า "จะเร่งปรับปรุงคุณภาพ และประสิทธิภาพในการจัดการศึกษานอกโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนา บุคลากรจัดให้มีการนิเทศ ติดตามผลและประเมินผลการดำเนินงานและนำผลการ ประเมินมาใช้ในการปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น"
แนวคิด(concept) วิธีการดำเนินการพัฒนาระบบการประเมินตนเองสำหรับศูนย์ประสานงานการ ศึกษานอก-โรงเรียนระดับอำเภอ ดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ

1. การสร้างระบบการประเมินตนเอง โดยดำเนินการศึกษาทฤษฎีและเอกสารที่ เกี่ยว ข้องกับการพัฒนารูปแบบการประเมิน แนวคิดการประเมินตนเอง เอกสารต่าง ๆ ของโครงการพัฒนาศูนย์ประสานงานการศึกษานอกโรงเรียนระดับอำเภอ และ สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการ-ประเมินตนเอง วิเคราะห์เนื้อหา และนำผลจากการ วิเคราะห์เนื้อหามาสังเคราะห์ เนื้อหาดำเนินการสร้างระบบการประเมินตนเองสำหรับ ศูนย์ประสานงานอำเภอ ซึ่งมีองค์ประกอบของระบบการประเมินตนเองที่พัฒนาขึ้น มีดังนี้

1.1 ความสำคัญของการประเมินตนเอง

1.2 การบรรยายงาน

1.3 การกำหนดเกณฑ์ในการประเมินจำแนกตามภารกิจ

1.4 การดำเนินการประเมินตนเอง

1.5 การนำผลการประเมินตนเองไปใช้ปรับปรุงงาน การตรวจสอบคุณภาพของระบบการประเมินตนเองได้ตรวจสอบในด้านความ เป็นไปได้ ความถูกต้อง ความครอบคลุม และความชัดเจน โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 12 คน

2. การประเมินผลการใช้ระบบการประเมินตนเองสำหรับศูนย์ประสานงานการ ศึกษา นอกโรงเรียนระดับอำเภอ นำระบบการประเมินตนเองที่สร้างขึ้นไปทดลองใช้ ในสถานการณ์จริง เป็นเวลา 6 เดือน เกณฑ์ในการประเมินผล ระบบการประเมินตน เอง พิจารณาจากความเป็น ไปได้ ความพึงพอใจ ความเหมาะสม ความถูกต้องและ ความเป็นประโยชน์ กลุ่มตัวอย่างที่ทดลองใช้ระบบการประเมินตนเอง สำหรับศูนย์ประสานงานการ ศึกษานอกโรงเรียนระดับอำเภอมีจำนวน 3 อำเภอ ได้แก่ ศูนย์ประสานงานการศึกษา นอกโรงเรียนอำเภอ เมืองอำเภอกระทุ่มแบน และอำเภอบ้านแพ้ว ซึ่งอยู่ในศูนย์การ ศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดสมุทรสาคร ทดลองใช้ระบบการประเมินตนเองเป็นเวลา 6 เดือน
วัตถุประสงค์(objective) 1.เพื่อสร้างระบบการประเมินตนเองสำหรับศูนย์ประสานงานการศึกษานอก โรงเรียนระดับอำเภอ
2. เพื่อประเมินผลการใช้ระบบการประเมินตนเอง สำหรับศูนย์ประสานงานการ ศึกษานอกโรงเรียนระดับอำเภอ
กลุ่มตัวอย่าง(sample) การประเมินผลการใช้ระบบการประเมินตนเองสำหรับศูนย์ประสานงานการ ศึกษา นอกโรงเรียนระดับอำเภอ นำระบบการประเมินตนเองที่สร้างขึ้นไปทดลองใช้ ในสถานการณ์จริง เป็นเวลา 6 เดือน เกณฑ์ในการประเมินผล ระบบการประเมินตน เอง พิจารณาจากความเป็น ไปได้ ความพึงพอใจ ความเหมาะสม ความถูกต้องและ ความเป็นประโยชน์
ตัวแปร(variable) กลุ่มตัวอย่างที่ทดลองใช้ระบบการประเมินตนเอง สำหรับศูนย์ประสานงานการ ศึกษานอกโรงเรียนระดับอำเภอมีจำนวน 3 อำเภอ ได้แก่ ศูนย์ประสานงานการศึกษา นอกโรงเรียนอำเภอ เมืองอำเภอกระทุ่มแบน และอำเภอบ้านแพ้ว ซึ่งอยู่ในศูนย์การ ศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดสมุทรสาคร ทดลองใช้ระบบการประเมินตนเองเป็นเวลา 6 เดือน
เครื่องมือ(tool)
1. คู่มือการใช้ระบบการประเมินตนเองสำหรับศูนย์ประสานงานอำเภอ
2. แบบสอบถามความเหมาะสม ประโยชน์ที่ได้รับและความเป็นไปได้
3. แบบสัมภาษณ์ผู้ประสานงานการศึกษานอกโรงเรียนระดับอำเภอ
4. แบบสอบถามความเป็นปัญหา ผลสืบเนื่องที่ตามมาและข้อเสนอแนะ
5. แบบทดลองความรู้ความเข้าใจ เรื่องการประเมินตนเอง
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ประเมินผลการปฏิบัติงานของศูนย์ฯ อำเภอ ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างและทดสอบ วามรู้พื้นฐานเรื่องการประเมินตนเอง ก่อนและหลังการใช้ระบบการประเมินตนเอง
2. ใช้แบบสอบถาม สอบถามความเหมาะสม ความเป็นประโยชน์และความเป็น ไปได้ ของภารกิจด้านต่างๆ ของศูนย์ประสานงานอำเภอ
3. ดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานของผู้ประสานงานอำเภอ เมื่อสิ้นสุดการทำ งาน ภารกิจด้านต่าง ๆ
4. ดำเนินการประชุมและพบปะพูดคุยกับผู้ประสานงานอำเภออย่างไม่เป็นทาง การอย่างน้อยเดือนละครั้ง ในระหว่างทดลองใช้ระบบการประเมินตนเอง เพื่อศึกษา ปัญหาผลที่ได้รับและข้อเสนอแนะ
5. ใช้แบบสอบถาม สอบถามความเป็นไปได้ ความเหมาะสม ความถูกต้องของ ข้อมูล ความพึงพอใจ การยอมรับและประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ระบบการประเมิน ตนเอง
การวิเคราะห์(analysis) 1. สถิติที่ใช้ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน แล้วตรวจสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของคะแนนโดยใช้ t-test
2. การวิเคราะห์เนื้อหาจากข้อมูลด้านความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความถูก ต้องของข้อมูล ความเป็นประโยชน์ ความพึงพอใจ การยอมรับ ความเป็นปัญหา ผล สืบเนื่องที่ตามมาและข้อเสนอแนะ
ข้อสรุป(summary) 1. ระบบการประเมินตนเองสำหรับศูนย์ประสานงานการศึกษานอกโรงเรียน ระดับอำเภอ ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยองค์ประกอบของความสำคัญของการประเมิน ตนเอง การบรรยายงานตามบทบาทหน้าที่ 5 ประการ เกณฑ์ในการประเมินจำแนก ตามภารกิจ การดำเนินการประเมินตนเองและการนำผลการประเมินตนเองไปใช้ปรับ ปรุงงานระบบการประเมินตนเอง
2. การประเมินผลการใช้ระบบการประเมินตนเองสำหรับศูนย์ประสานงานอำเภอ พบว่า ระบบการประเมินตนเองที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถนำไปปฏิบัติงานได้จริง ง่ายต่อ การทำความเข้าใจและเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในระดับมาก ผลการประเมิน ตนเองเป็นที่ยอมรับของผู้บริหาร เพื่อนร่วมงาน และผู้ทดลองใช้ระบบการประเมิน ตนเองมีความพึงพอใจระบบการประเมินตนเองในระดับมากที่สุด ผลการประเมินการ เรียนรู้ พบว่า ผู้ทดลองใช้ระบบการประเมินตนเองมีความรู้ ด้านการประเมินตนเอง เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 และผลการปฏิบัติงานตามภารกิจหลัง การทดลองใช้ระบบการประเมืนตนเองเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 15 ของผลการปฏิบัติ งาน ก่อนการทดลองใช้ระบบการประเมินตนเอง
ข้อเสนอแนะ(suggestion) จากผลการวิจัยข้างต้น ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะที่สำคัญ จำแนกได้ 3 ด้านดังนี้
1. ข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลการวิจัยไปใช้
1.1 ควรมีการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ได้แก่ บุคลากร ในการนำระบบ การประเมินตนเองไปใช้ให้มีความเข้าใจ และมีความพร้อมที่จะปฏิบัติงานตามระบบ การประเมินตนเอง และให้บุคลากรเห็นความสำคัญของการให้ข้อมูลและนำข้อมูลมา ใช้ในการตัดสินใจ ปรับปรุง และพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ 1.2 ควรมีการปรับปรุงรายละเอียดของข้อความในคู่มือการใช้ระบบการ ประเมินตน เองให้เหมาะสมและเข้าใจง่าย อาจใช้ภาพที่สื่อความหมายหรือข้อความที่ เข้าใจง่าย ๆ
1.3 ควรจัดเตรียมทำสื่อและเอกสารประกอบการใช้คู่มือ การประเมินตนเอง ล่วง หน้าให้มีจำนวนเพียงพอ
1.4 การประเมินผลการใช้ระบบการประเมินตนเอง ควรจะได้มีการติดตาม ประเมินผลในระยะยาว หลังการทดลองไปแล้ว 6 เดือน -1 ปี เพื่อดูความเป็นไปได้ และความสามารถ ในการนำข้อมูลจากการประเมินตนเองไปใช้ในการปรับปรุงและ พัฒนางาน
2. ข้อเสนอแนะต่อผู้บริหารระดับสูงและผู้เกี่ยวข้อง
2.1 ควรกำหนดให้เป็นนโยบาย ให้มีการประเมินภารกิจของตนเองในหน่วย งาน ต่าง ๆ ของศูนย์ฯ จังหวัด โดยใช้ระบบการประเมินตนเองที่พัฒนามาอย่างเป็น ระบบ
2.2 ควรจัดให้มีการสนับสนุนและเอื้ออำนวยความสะดวกต่อหน่วยงานต่าง ๆ ตามปัญหาและอุปสรรคที่ได้จากการประเมินตนเอง และมีการกำหนดให้มีการดำเนิน การและติดตามผลอย่างจริงจัง
2.3 ควรจัดให้มีการเผยแพร่แนวคิดเกี่ยวกับการประเมินตนเอง เพื่อปรับปรุง และพัฒนาศูนย์ฯ อำเภอ ให้เป็นที่รู้จักและเข้าใจอย่างทั่วถึง รวมทั้งให้สามารถรับแนว คิดไปปฏิบัติได้อย่างไม่มีปัญหา
2.4 ควรสนับสนุนและเอื้ออำนวยความสะดวกให้มีการจัดระบบข้อมูลให้ได้ มาตรฐาน เพื่อความสะดวกในการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์
3. ข้อเสนอแนะสำหรับการทำวิจัยต่อไป
3.1 ควรทำการศึกษาวิจัยต่อเนื่องเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการนำ ระบบการประเมินตนเองมาใช้ในการบริหารศูนย์ฯอำเภอ
3.2 ควรทำการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการประเมินตนเอง สำหรับศูนย์ฯ จังหวัด หรือหน่วยงานอื่น ๆ ในกรมการศึกษานอกโรงเรียน โดยใช้รูปแบบของการวิจัยครั้งนี้ เป็นแนวทาง เพื่อการปรับปรุงและพัฒนางานได้อย่างเหมาะสมต่อไป
ปี 2537
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved