Current Record: นางสาววราภรณ์ วงศ์ใหญ่

นางสาววราภรณ์ วงศ์ใหญ่

1. สภาพการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษาในระดับมากและมีปัญหาน้อย ทั้งปัจจัยป้อนเข้า กระบวนการ และผลผลิต
2. สภาพและปัญหาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในชุมชนเมืองและนอกชุมชนเมืองไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งภาพรวมและรายข้อ
3. สภาพและปัญหาการมีส่วนร่วมของชุมชนในโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จไม่แตกต่างกัน ยกเว้นมีความแตกต่างในปัญหาด้าน 1) การได้มาซึ่งคณะกรรมการศึกษา 2) คณะกรรมการศึกษาขาดความรู้เกี่ยวกับการศึกษาใหม่ ๆ 3) คณะกรรมการการศึกษาไม่สามารถให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาโรงเรียน 4) คณะกรรมการศึกษาไม่สามารถพัฒนาสถานที่และสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน 5) การที่โรงเรียนให้บริการแก่ชุมชน และ 6) การนำผลการประเมินไปใช้
4. ปัญหาของผู้นำชุมชนและคณะกรรมการศึกษาคือการไม่เข้าใจบทบาทของตนและไม่มีความรู้เรื่องปัญหาและนโยบายการศึกษาใหม่ ๆ จึงเสนอแนะให้มีการจัดอบรมสัมมนาเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และความเคลื่อนไหวทางการศึกษาและให้ชุมชนเลือกคณะกรรมการการศึกษาเอง

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 2495
ชื่อผลงานวิจัย การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก
หัวข้อ(Eng) Participation by a Community in the Development of Primary Schools under the Jurisdiction of the Office of Provincial Education Phitsanulok
คำสำคัญ(keyword) การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษา ชุมชน สภาพ ปัญหา ความสำเร็จของโรงเรียน ปี2540
ชื่อผู้วิจัย นางสาววราภรณ์ วงศ์ใหญ่
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Miss Waraporn Wongyai
ตำแหน่ง ศึกษานิเทศน์ ระดับ 7
การศึกษา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเอกการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร
สถานที่ติดต่อ (ที่ทำงาน) สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเชียงคำ อ.เชียงคำ จ.พะเยา 56110

(ที่บ้าน) 41 หมู่ 1 ต.หย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา 56110

ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2540
ประเภท วิทยานิพนธ์
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร
ประวัติความเป็นมา(history) แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2535-2539) รัฐบาลจึงกำหนดให้มีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นและสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษามีความคล่องตัวในการบริหารและการจัดการภายในของสถานศึกษา รวมทั้งสนับสนุนให้บุคคลและองค์กรในชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและการจัดการศึกษาของชุมชน รวมทั้งได้กำหนดวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพของพลเมืองไว้โดยกำหนดเป็นแนวนโยบายในข้อที่ 8 คือ “ดำเนินการให้หน่วยงานการศึกษาในส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษา มีความคล่องตัวในการบริหารและการจัดการศึกษามากยิ่งขึ้น” (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2535 ก:9) การกระจายอำนาจทางการศึกษาในประเทศไทยได้มีแนวคิดและนโยบายของรัฐแทบทุกยุคทุกสมัย แต่แนวคิดและนโยบายก็ยังไม่บังเกิดผลในทางปฏิบัติในระบบการบริหารการศึกษาแต่อย่างใด (บรรจง ชูสกุลชาติ, 2528:36) จนแม้ปัจจุบันก็ยังปรากฎอยู่ในแนวนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาในวันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2538 ในส่วนของ “นโยบายการศึกษา” ข้อ 6.8 ระบุว่า สนับสนุนการกระจายอำนาจการศึกษา โดยให้องค์กรปกครองท้องถิ่นมีบทบาทมากขึ้นในการบริหารและการจัดการศึกษาในระดับและประเภทที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในท้องถิ่น และข้อ 6.9 ระบุว่า ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยองค์กรชุมชนสถานประกอบการเอกชนและองค์กรผู้ปกครอง (สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, 2538:5-6)
การจัดการศึกษาในระดับประถมศึกษาที่มีการกระจายอำนาจให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนและรัฐบาลพยายามยกระดับการศึกษาของประชาชนให้สูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาระดับประถมศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นการจัดอย่างทั่วถึงและเป็นการศึกษาที่สำคัญระดับหนึ่งเพราะเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เยาวชนทุกคนควรได้รับการศึกษาในประเทศไทยทุกระดับ ไม่มีการศึกษาระดับใดที่จะจัดบริการแก่ประชาชนให้กว้างขวางและครอบคลุมเท่ากับการประถมศึกษา (สุชาวดี สุภโตษะ, 2527:6) การที่ประเทศจะมีมาตรฐานคุณภาพชีวิตของประชาชนอยู่ในระดับสูงหรือต่ำ พิจารณาได้จากการศึกษาภาคบังคับและการจัดการประถมศึกษา เพราะการศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะ เจตคติ ความเชื่อ และค่านิยมของบุคคลเพื่อให้บุคคลเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม การให้การศึกษาแก่ประชาชนในประเทศ จึงเป็นการวางรากฐานของการพัฒนาทั้งมวลเพราะว่าการศึกษาจะช่วยพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ(ภิญโญ สาธร.2521:8) ดังนั้นผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับประถมศึกษานี้จะเป็นกำลังคนส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศและในปัจจุบันการประถมศึกษา ได้ให้ผลตอบแทนมากว่าการศึกษาในระดับอื่น ๆ (อมรชัย ตันติเมธ, 2529:131)

ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา โดยเลือกสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก มาศึกษาทั้งนี้เนื่องจากสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก มีโรงเรียนในสังกัด จำนวน 463 โรงเรียน 7 สาขากระจายอยู่ในพื้นที่ 9 อำเภอ ซึ่งต้องรับผิดชอบในการจัดการศึกษาตามกรอบงานบริหารโรงเรียนประถมศึกษา ประกอบด้วย 6 งาน คือ งานวิชาการ งานบุคลากร งานกิจการนักเรียน งานธุรการและการเงิน งานอาคารสถานที่และงานความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, 2528 ก:27) ซึ่งการบริหารงานดังกล่าวโรงเรียนจะสามารถปฏิบัติตามบทบาทได้ดี ก็ต่อเมื่อต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในชุมชนเขตบริการของโรงเรียนตั้งอยู่ เพราะโรงเรียนเป็นองค์กรหนึ่งของชุมชน ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคคลหลายกลุ่ม เท่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลกตั้งอยู่กระจัดกระจายในเขตชุมชนเมืองและนอกเขตชุมชนอย่างเห็นได้ชัด การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน อาจจะมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของชุมชน

แนวคิด(concept) 1. การบริหารโรงเรียนประถมศึกษา

2. การบริหารงานความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน

3. การบริหารงานวิชาการ

4. การบริหารงานการเงิน

5. บทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการศึกษาประจำโรงเรียนประถมศึกษา

6. ความหมายการมีส่วนร่วมของประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนา

7. ความสำคัญของการที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการศึกษา
?
8. ทฤษฎีระบบ

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาสภาพ ปัญหา และข้อเสนอแนะการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก
2. เพื่อเปรียบเทียบสภาพและปัญหา การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก จำแนกตามที่ตั้งของโรงเรียน และการประสบความสำเร็จของโรงเรียน
สมมุติฐาน(assumption) 1. โรงเรียนที่ตั้งอยู่ชุมชนในเมืองและชุมชนนอกเมืองมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษาแตกต่างกัน
2. ชุมชนของโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนสูงกว่าชุมชนของโรงเรียนที่ไม่ประสบความสำเร็จ
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงสำรวจ
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ผู้มีส่วนร่วมในงานการศึกษาโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก ปีการศึกษา 2539 ซึ่งมีประชากร จำนวน 3,704 คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นผู้มีส่วนร่วมในงานการศึกษาโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก ปีการศึกษา 2539 จำนวน 384 คน โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างเป็นจำนวนที่เหมาะสมและมีความเชื่อถือได้ ทางสถิติร้อยละ 95 จากการใช้ตาราง Krejcie และ Morgan (บุญชม ศรีสะอาด.2535:40) การได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่าง ดำเนินการสุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ( Multi-Stage Random Sampling) จากประชากร
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ คือ ลักษณะชุมชนที่ตั้งของโรงเรียน และการประสบผลสำเร็จของโรงเรียน
ตัวแปรตาม ได้แก่ สภาพ ปัญหาและข้อเสนอแนะการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก ใน 3 ด้าน คือ ด้านปัจจัยป้อนเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต
คำนิยาม(defination) การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษา หมายถึง กระบวนการที่หน่วยงานของรัฐทำการส่งเสริม ชักนำ สนับสนุน และสร้างโอกาสให้ประชาชนในชุมชนทั้งในรูปส่วนบุคคล กลุ่มคน ชมรม สมาคม และองค์การต่าง ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนในด้านการบริหารงานความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชุน ด้านการบริหารงานวิชาการและด้านการบริหารงานการเงิน
ชุมชน หมายถึง กลุ่มบุคคลหลาย ๆ กลุ่มมารวมกันอยู่ในอาณาเขตและภายใต้กฎหมายหรือข้อบังคับเดียวกัน มีการพบปะสังสรรค์กัน มีความสนใจร่วมกันและมีผลประโยชน์คล้าย ๆ กัน และมีพฤติกรรมเป็นอย่างเดียวกัน เช่น ภาษาพูด ขนบธรรมเนียมประเพณี หรือวัฒนธรรมร่วมกัน และมีความสนใจการปฏิบัติกิจกรรมสัมพันธ์ร่วมกันในอาณาเขตนั้น ๆ
สภาพ หมายถึง สภาพการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลกที่กำลังดำเนินการใน 3 ด้านคือ ด้านการบริหารงานความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ด้านการบริหารงานวิชาการและด้านการบริหารงานการเงิน
ปัญหา หมายถึง สภาพขัดข้องที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าไปมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา ใน 3 ขั้นตอนดังนี้ ปัจจัยป้อนเข้า กระบวนการดำเนินการ และผลผลิต
ความสำเร็จของโรงเรียน หมายถึง การที่โรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก ได้รับหรือไม่เคยได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนดีเด่นตามเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2535-2539
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นใช้สอบถามเกี่ยวกับสภาพและปัญหาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนสภาพและปัญหาการมีส่วนร่วมของชุมชนในโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จและปัญหาการมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาของผู้นำชุมชนและคณะกรรมการการศึกษาประจำโรงเรียน มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า และคำถามปลายเปิด
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2539 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2539
การวิเคราะห์(analysis) เปรียบเทียบสภาพและปัญหาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา ตามที่ตั้งของโรงเรียนและการประสบความสำเร็จของโรงเรียนด้วยการทดสอบค่าที (t-test)
ข้อสรุป(summary) 1. สภาพการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษาในระดับมากและมีปัญหาน้อย ทั้งปัจจัยป้อนเข้า กระบวนการ และผลผลิต
2. สภาพและปัญหาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในชุมชนเมืองและนอกชุมชนเมืองไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งภาพรวมและรายข้อ
3. สภาพและปัญหาการมีส่วนร่วมของชุมชนในโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จไม่แตกต่างกัน ยกเว้นมีความแตกต่างในปัญหาด้าน 1) การได้มาซึ่งคณะกรรมการศึกษา 2) คณะกรรมการศึกษาขาดความรู้เกี่ยวกับการศึกษาใหม่ ๆ 3) คณะกรรมการการศึกษาไม่สามารถให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาโรงเรียน 4) คณะกรรมการศึกษาไม่สามารถพัฒนาสถานที่และสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน 5) การที่โรงเรียนให้บริการแก่ชุมชน และ 6) การนำผลการประเมินไปใช้
4. ปัญหาของผู้นำชุมชนและคณะกรรมการศึกษาคือการไม่เข้าใจบทบาทของตนและไม่มีความรู้เรื่องปัญหาและนโยบายการศึกษาใหม่ ๆ จึงเสนอแนะให้มีการจัดอบรมสัมมนาเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และความเคลื่อนไหวทางการศึกษาและให้ชุมชนเลือกคณะกรรมการการศึกษาเอง
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะทั่วไป
1. สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ควรกำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการศึกษาระดับโรงเรียนให้ชัดเจน
2. สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด และสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ ควรมีการจัดประชุมสัมมนา เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการทุกปี เพื่อความเข้าใจในบทบาทที่จะต้องปฏิบัติงานร่วมกับโรงเรียนต่อไป
3. ให้สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กระจายอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้เลือกกรรมการศึกษาประจำโรงเรียนในตำบลของตนเอง
4. สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ควรสนับสนุนให้โรงเรียนต่าง ๆ ประเมินผลและการใช้ผลการประเมินอย่างเคร่งครัด ตลอดจนให้บุคลากรในโรงเรียนเข้าไปร่วมกิจกรรมกับชุมชนให้มากขึ้นและให้โรงเรียนมีกิจกรรมร่วมกับชุมชนให้มากขึ้น
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรศึกษาวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา
2. ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนระดับอื่น ๆ ของจังหวัดอื่น ๆ ในระดับเขต และระดับประเทศ
3. ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับอิทธิพลหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา
4. ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาที่ส่งผลให้โรงเรียนประสบความสำเร็จ
ปี 2540
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved