Current Record: นางสาวมนต์รวี นันต๊ะเสน

นางสาวมนต์รวี นันต๊ะเสน

1. พฤติกรรมการเรียนของนักศึกษาที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง โดยการสอนแบบซินดิเคทในขั้นเตรียมการและขั้นดำเนินการ นักศึกษาปฏิบัติพฤติกรรมการเรียนในระดับดีทุกเรื่อง คือ เรื่องปัญหาประชากร ปัญหาความยากจน ปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชน และปัญหาการว่างงาน ส่วนขั้นสรุปผลและประเมินผล นักศึกษาปฏิบัติพฤติกรรมการเรียนในระดับดี คือ เรื่องปัญหาความยากจน ปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชน และปัญหาการว่างงาน ส่วนเรื่องปัยหาประชากรนักศึกษาปฏิบัติในระดับพอใจ
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา โดยการสอนแบบซินดิเคท ก่อนเรียนและหลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. นักศึกษามีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนโดยการสอนแบบซินดิเคท อยู่ในระดับเห็นด้วย

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 2254
ชื่อผลงานวิจัย พฤติกรรมและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคลำพูน ที่เรียนรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1 โดยการสอนแบบซินดิเคท
หัวข้อ(Eng) The First Year Certification of Vocational Education Students’ Learning Behavior and their Achievement in Social Studies 1 (20001301) through Syndicate Method at Lamphun Technical College
คำสำคัญ(keyword) พฤติกรรมการเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การสอนแบบซินดิเคท ปี2543

ชื่อผู้วิจัย นางสาวมนต์รวี นันต๊ะเสน
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Miss Monrawee Nantasen
ตำแหน่ง อาจารย์พิเศษ
การศึกษา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถานที่ติดต่อ (ที่ทำงาน) วิทยาลัยเทคนิคลำพูน อ.เมือง จ.ลำพูน

(ที่บ้าน) 61 หมู่ 1 ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2543
ประเภท วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ประวัติความเป็นมา(history) การศึกษาในระดับอาชีวศึกษา เป็นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนให้มีความชำนาญเฉพาะด้าน มีคุณธรรม บุคลิกภาพและเจตคติที่เหมาะสมออกไปประกอบอาชีพได้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ สังคม ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ซึ่งวิชาสังคมศึกษาเป็นวิชาหนึ่งที่สามารถช่วยให้บรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าว เพระเป็นวิชาที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประชากรของประเทศให้มีคุณภาพสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมและทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกได้ เนื่องจากสังคมศึกษาเป็นวิชาที่ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ทั้งทางธรรมชาติและทางสังคม นอกจากนี้ยังเป็นวิชาที่ครอบคลุมถึงเนื้อหาสาระสำคัญจากสาขาวิชาสังคมศาสตร์ ได้แก่ วิชาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมวิทยา และจริยศาสตร์ ซึ่งสามารถสนองความต้องการของสังคมได้

กระทรวงศึกษาธิการได้บรรจุวิชาสังคมศึกษาในระดับอาชีวศึกษาไว้เป็นวิชาบังคับพื้นฐาน โดยได้ระบุจุดประสงค์การเรียนรู้ไว้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอิทธิพลของสภาพแวดล้อมที่มีต่อการดำรงชีวิตในสังคม และสามารถนำความรู้ไปใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาและแก้ปัญหาของสังคม มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมตามบทบาทหน้าที่ของตน โดยใช้เหตุผลและวิธีการที่อยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม จริยธรรม และกฎระเบียบของสังคม ตระหนักในคุณค่าของวิทยาการ ศิลปวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยึดมั่นในวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยกับการดำรงชีวิต หลักธรรมและคุณธรรมของศาสนาที่พึงประสงค์ รักและผูกพันกับท้องถิ่น ประเทศชติมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนสามารถปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมุ่งมั่นในการทำประโยชน์ให้กับสังคม รวมทั้งมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ เสริมสร้างศิลปวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2538 : 42)

การเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษาที่ผ่านมา ได้เน้นหนักทางทฤษฎีหรือสอนเนื้อหาทำให้ผู้เรียนบางส่วนด้อยความสามารถทางการคิด การวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการปรับตัวให้เข้ากับสภาพการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากครูใช้กระบวนการสอนที่ไม่เหมาะสม (พะนอม แก้วเกิด, 2532 : 4) การเรียนการสอนสังคมศึกษานั้นครูจะเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดความรู้แก่ผู้เรียนด้วยการสอนตลอดเวลาทำให้ผู้เรียนไม่มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน ผลที่ตามมาคือผู้เรียนขาดความสามารถในการแสดงความคิดเห็น การตัดสินใจ ขาดการรู้จักวิเคราะห์ (โสภณ โสมดี, 2534 : 10) ซึ่งสอดคล้องกับ สันต์ ธรรมบำรุง (2532 : 43-44) ที่พบว่าครูผู้สอนยังใช้วิธีการสอนแบบบรรยายและท่องจำ เน้นการถ่ายทอดแก่ผู้เรียนแต่เพียงอย่างเดียว ทำให้ผู้เรียนไม่เห็นความสำคัญของวิชาสังคมศึกษา ขาดความกระตือรือร้นขาดความสนใจ เนื่องจากวิธีการสอนแบบบรรยายเป็นธีสอนที่เน้นครูเป็นศูนย์กลางในการเรียนการสอนแต่เพียงผู้เดียว โดยเฉพาะในระดับอาชีวศึกษาที่พบว่าครูยังเป็นศูนย์กลางในการเรียนการสอน ทำให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่ายประกอบกับธรรมชาติของผู้เรียนที่ไม่ค่อยเห็นความสำคัญและไม่สนใจในวิชาพื้นฐาน มุ่งศึกษาในสาขาวิชาชีพที่เรียนเป็นหลัก

เพื่อให้การเรียนการสอนวิชาสังคมศึกาาในระดับอาชีวศึกษาบรรลุจุดประสงค์ จำเป็นจะต้องหาวิะการเรียนการสอนที่ไม่ใช่การเรียนรู้ด้วยการท่องจำแต่ควรเป็นการสอนที่จะช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ รู้จักคิดแก้ปัญหา ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง รู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม ทั้งนี้เพื่อเตรียมประสบการณ์ชีวิตเข้าสู่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการสอนหนึ่งซึ่งสามารถนำมาใช้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ดังกล่าวคือวิธีการสอนแบบซินดิเคท (Syndicate) ทั้งนี้เนื่องจากวิธีการสอนแบบนี้ เป็นวิธีการที่มุ่งให้ผู้เรียนเรียนรู้โดยการทำงานเป็นกลุ่ม รู้จักการประชุมปรึกษาหารือเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และฝึกให้มีความรับผิดชอบในหน้าที่ เสริมทักษะในการค้นคว้าแสวงหาความรู้และมีความคิดในเชิงสหวิทยาการ

จากการศึกษาถึงวิธีการสอนแบบซินดิเคท (Syndicate) พบว่า มีลักษณะที่น่าสนใจและเป็นวิธ๊การที่น่าจะทำให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมายตามจุดประสงค์ของวิชาสังคมศึกษา เนื่องจากวิธีการนี้เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนทุกคนได้ฝึกตนให้รู้จักการคิดแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล กล้าแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน มีความรับผิดชอบในตนเองและช่วยเหลือแบ่งความรู้ให้กัน ในฐานะที่ผู้วิจัยเป็นผู้ที่เคยสอนรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 มาและได้พบว่านักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจในการเรียนเท่าที่ควร ดังนั้นผู้วิจัยจึงต้องการที่จะศึกษาและนำวิธีการสอนแบบซินดิเคทมาทดลองสอนกับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 เพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมการเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาสังคมศึกษา 20001301 สังคมศึกษา 1 ก่อนและหลังเรียน รวมทั้งศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาหลังจากได้รับการเรียนการสอนแบบซินดิเคท เพื่อนำผลการศึกษาไปเป็นแนวทางพัฒนาปรับปรุงการเรียนการสอนในวิชาสังคมศึกษาระดับอาชีวศึกษาต่อไป
แนวคิด(concept) 1. การสอนแบบซินดิเคท

2. หลักสูตรรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1

3. พฤติกรรมการเรียน

4. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเรียนรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1 ของนักศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 โดยการสอนแบบซินดิเคท
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1 ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 โดยการสอนแบบซินดิเคท
3. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 เกี่ยวกับการเรียนการสอนรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1 โดยการสอนแบบซินดิเคท
สมมุติฐาน(assumption) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 ที่เรียนรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1 โดยการสอนแบบซินดิเคทหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงทดลอง
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรในการวิจัย คือ นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 แผนกพาณิชยการ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2542 วิทยาลัยเทคนิคลำพูน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จำนวน 214 คน
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 แผนกพณิชยการ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2542 วิทยาลัยเทคนิคลำพูน อำเภอเมืองจังหวัดลำพูน จำนวน 40 คน โดยการสุ่มแบบชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) จากสาขาวิชาการบัญชี เลขานุการ และการขาย จำนวน 5 ห้องเรียน ห้องเรียนละ 8 คน โดยทำการสอนในชั่วโมงกิจกรรม
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่สนใจศึกษา คือ พฤิตกรรมการเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการสอนแบบซินดิเคท
คำนิยาม(defination) พฤติกรรมการเรียน หมายถึง การกระทำหรือการแสดงออกของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 แผนกพณิชยการ ในขณะที่เรียนรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1 โดยการสอนแบบซินดิเคท
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนที่ได้จากการตอบแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1 เรื่องปัญหาสังคมไทย
การสอนแบบซินดิเคท หมายถึง การสอนที่จัดแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อยซึ่งมี 3 ขั้นตอนการสอน คือ ขั้นเตรียมการ ขั้นดำเนินการสอน ขั้นสรุปผล และประเมินผล
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย
1. แผนการสอนรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1 เรื่อง “ปัญหาสังคมไทย” โดยการสอนแบบซินดิเคท จำนวน 4 แผน แต่ละแผนใช้เวลาสอน 2 คาบ คาบละ 50 นาที รวมทั้งสิ้น 8 คาบ
2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียน รายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1 เรื่องปัญหาสังคมไทย จำนวน 40 ข้อ
3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1 โดยการสอนแบบซินดิเคท
4. แบบสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 เกี่ยวกับการเรียนการสอนรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1 โดยการสอนแบบซินดิเคท เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) จำนวน 20 ข้อ
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ดำเนินการทดลองตามขั้นตอนดังนี้
1. แนะนำนักศึกษาเกี่ยวกับวิธีการเรียนแบบซิดิเคท โดยใช้แผนการสอนนำเข้าสู่วิธีการสอนแบบซินดิเคท
2. ทำการทดสอบนักศึกษาก่อนการเรียน ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา เรื่อง “ปัญหาสังคมไทย” ใช้เวลา 50 นาที
3. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามขั้นตอนของแผนการสอน และสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษาโดยอาจารย์ประจำวิชา แล้วบันทึกลงในแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนเรียนที่จัดเตรียมไว้
4. ทำการทดสอบนักศึกษาหลังเรียน โดยใช้แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฉบับเดิมใช้เวลา 50 นาที
5. หลังจากทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแล้ว ให้นักศึกษาตอบแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนการสอนรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1 โดยการสอนแบบซินดิเคท ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
การวิเคราะห์(analysis) 1. วิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนของนักศึกษาในขณะเรียนโดยการสอนแบบซินดิเคทด้วยการหาค่าความถี่และค่าร้อยละ
2. วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน ด้วยสูตรทดสอบที แบบกลุ่มสัมพันธ์ (t-dependent)
3. วิเคราะห์ความคิดเห็นของนักศึกษาเกี่ยวกับการเรียนการสอนรายวิชา 20001301 สังคมศึกษา 1 โดยการสอนแบบซินดิเคท โดยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ข้อสรุป(summary) 1. พฤติกรรมการเรียนของนักศึกษาที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง โดยการสอนแบบซินดิเคทในขั้นเตรียมการและขั้นดำเนินการ นักศึกษาปฏิบัติพฤติกรรมการเรียนในระดับดีทุกเรื่อง คือ เรื่องปัญหาประชากร ปัญหาความยากจน ปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชน และปัญหาการว่างงาน ส่วนขั้นสรุปผลและประเมินผล นักศึกษาปฏิบัติพฤติกรรมการเรียนในระดับดี คือ เรื่องปัญหาความยากจน ปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชน และปัญหาการว่างงาน ส่วนเรื่องปัยหาประชากรนักศึกษาปฏิบัติในระดับพอใจ
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา โดยการสอนแบบซินดิเคท ก่อนเรียนและหลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. นักศึกษามีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนโดยการสอนแบบซินดิเคท อยู่ในระดับเห็นด้วย
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะทั่วไป
1. การสอนแบบซินดิเคทเป็นการเรียนการสอนที่เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ดังนั้นครูผู้สอนจึงควรใช้วิธีการแบ่งกลุ่มผู้เรียนหลาย ๆ วิธี เพื่อให้ผู้เรียนได้หมุนเวียนสับเปลี่ยนกลุ่ม และได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นจำนวนสมาชิกในกลุ่มควรมีจำนวนที่พอเหมาะไม่ควรมากหรือน้อยเกินไป
2. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบซินดิเคท ควรคำนึงถึงวัยความสนใจและความสามารถของผู้เรียน ตลอดจนลักษณะของเนื้อหาที่สอน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ขณะสอนแบบซินดิเคท ครูควรมีการซักถามผู้เรียนเพื่อฝึกความกล้าในการแสดงออกของผู้เรียนด้วย
4. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ควรฝึกให้ผู้เรียนได้วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาจากกรณีตัวอย่าง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการสอนแบบซินดิเคทในรายวิชาอื่น และระดับชั้นเรียนอื่นต่อไป
2. ควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการทำงานกลุ่มและพฤติกรรมเชิงจริยธรรม โดยใช้วิธีการสอนแบบซินดิเคท
3. ควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการสอนแบบซินดิเคท ที่มีผลต่อการพัฒนาคุณลักษณะอื่น ๆ ของผู้เรียน เช่น ความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความคงทนในการจำความสามารถในการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์
4. ควรมีการศึกษาผลของการสอนแบบซินดิเคทที่ใช้กรณีตัวอย่างในลักษณะต่าง ๆ กัน เช่น เทปบันทึกเสียง สไลด์ประกอบเสียง และวีดีทัศน์
5. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบวิธีการสอนแบบซินดิเคทกับวิธีการสอนแบบอื่น ๆ เพื่อนำผลที่ได้รับไปพัฒนาการสอนในรายวิชาสังคมศึกษาต่อไป
ปี 2543
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved