Current Record: นางสุพัตรา ธนัญชัย

นางสุพัตรา ธนัญชัย

1. นโยบายสุขภาพของโรงเรียน มีการประกาศใช้นโยบายอย่างชัดเจน ทำให้เกิดการทำงานด้านสุข ภาพแบบพหุภาคี เอื้อต่อการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 2. สิ่งแวดล้อมทางกายภาพกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงพัฒนาสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เอื้อต่อการ เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 3. สิ่งแวดล้อมทางสังคม ส่วนใหญ่มีการสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างนักเรียน ครู และผู้เกี่ยวข้องที่ ดี สร้างความอบอุ่น และมีความสุข 4. ความสัมพันธ์ของโรงเรียนกับชุมชน มีสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง และก่อให้เกิดเป็น ชุมชนที่มีความเข้มแข็ง เอื้อต่อการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 5. มีการพัฒนากระบวนการทักษะส่วนบุคคลด้านสุขภาพซึ่งเอื้อต่อการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 6. มีการบริการสุขภาพในโรงเรียน มีการปรับเปลี่ยนการบริการสุขภาพไปสู่การบริการสุขภาพแนว ใหม่ เอื้อต่อการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ จึงสรุปได้ว่าโรงเรียนสารภีพิทยาคม มีศักยภาพในการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพได้ต่อไป

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 2185
ชื่อผลงานวิจัย ศักยภาพของโรงเรียนสารภีพิทยาคมในการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ
หัวข้อ(Eng) Potential of Sarapeephittayakorm School as a Helth Promoting School
คำสำคัญ(keyword) ศักยภาพ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ปี2544
ชื่อผู้วิจัย นางสุพัตรา ธนัญชัย
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mrs. Supattra Thanunchai
ตำแหน่ง อาจารย์ 2 ระดับ 7
การศึกษา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการส่งเสริมสุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถานที่ติดต่อ (ที่บ้าน) 87 หมู่ 3 ต.ท่ากว้าง อ.สารภี จ.เชียงใหม่
(ที่ทำงาน) โรงเรียนสารภีพิทยาคม อ.สารภี จ.เชียงใหม่
สถานศึกษา -
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2544
ประเภท วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ประวัติความเป็นมา(history) ในสภาพปัจจุบันการดูแลสุขภาพของเด็กและเยาวชนในโรงเรียนจะต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรทุกคนในโรงเรียน โดยการจัดกิจกรรมส่งเสิรมสุขภาพของเด็กตลอดรวมถึงการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการมีสุขภาพที่ดี โดยให้สอดคล้องกับการดำเนินวิถีชีวิตของเด็กและเยาวชนตลอดจนสร้างเสริมทักษะต่าง ๆ เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตในภายภาคหน้า ซึ่งได้แก่ การพัฒนาทักษะชีวิต โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมศักยภาพด้านจิตวิทยาและสังคมเด็กและเยาวชน เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันปัญหาสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน สอดคล้องและสัมพันธ์กับปัญหาด้านสุขภาพและสังคม ทักษะเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งจำเป็นต้องบูรณาการเข้าไปในการเรียนการสอนทุกวิชา และเน้นให้นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมคุณภาพ และสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีให้แก่ตนเองได้
โรงเรียนสารภีพิทยาคม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาสังกัดกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ ซึ่งแต่เดิมนั้นการบริการดูแลสุขภาพ โดยครูอนามัยโรงเรียนซึ่งมีจำนวน 3 คน ขณะเดียวกันครูอนามัยโรงเรียน มีภาระกิจในการสอนวิชาสุขศึกษาด้วย จำนวน 18 คาบ ทำให้การดูแลสุขภาพนักเรียนเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง ซึ่งพบได้ว่ามีเด็กนักเรียนที่มีปัญหาสุขภาพอยู่เรื่อย ๆ ดังจะเห็นได้จากสถิติการมารับการรักษาพยาบาลที่ห้องพยาบาลจำนวนร้อยละ 12.40, 11.50, 9.50 ในปี 2540, 2541 และ 2542 (สถิติรายงานผลการรับบริการในห้องพยาบาล โรงเรียนสารภีพิทยาคม ปี 2540, 2541, 2542) ขณะเดียวกันองค์การอนามัยโลกได้เสนอแนวทางในการพัฒนาสุขภาพโดยการส่งเสริมสุขภาพ ทางโรงเรียนจึงมีความมุ่งเน้นที่จะพัฒนานักเรียนให้นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ คือ นักเรียนสามารถดำรงอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข จึงได้จัดให้มีนโยบายด้านการส่งเสริมสุขภาพแก่เด็กนักเรียน โดยเน้นการจัดกิจกรรม โครงการต่าง ๆ เช่น โรงเรียนสีขาว ทักษะชีวิต เพื่อป้องกันยาเสพติดและโรคเอดส์ (ซึ่งจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน และฝึกฝนให้เด็กมีทักษะในการปฏิเสธสิ่งเสพติด สิ่งยั่วยุทางกามารมณ์ การพนัน เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างประสบการณ์ชีวิตเพื่อให้ตัวเด็กในการนำไปใช้ในวัยผู้ใหญ่ นอกจากนี้โรงเรียนยังมีนโยบายในการจัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและสังคมภายนอกโรงเรียน อันได้แก่ ชุมชนอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนโดยการใช้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพของนักเรียน ตลอดจนมีการจัดสิ่งแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการมีสุขภาพดีด้วย
ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาศักยภาพของโรงเรียนสารภีพิทยาคม ในด้านนโยบายสุขภาพ การจัดสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ สิ่งแวดล้อมทางสังคม ทักษะส่วนบุคคลด้านสุขภาพ ความสัมพันธ์ของโรงเรียนกับชุมชน การบริการสุขภาพในโรงเรียน มีการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่และโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพอย่างไร เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่องค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้ และหาแนวทางในการพัฒนาศักยภาพโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ และเป็นสถาบันที่ให้ประโยชน์ต่อสังคมด้านการเรียนรู้เกี่ยวกับสุขภาพทำให้บุคลากรทุกคนมีสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าต่อตนเอง และสังคมได้อย่างมีความสุข

แนวคิด(concept) 1. แนวคิดการส่งเสริมสุขภาพ
2. แนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ
3. กลยุทธ์แห่งการส่งเสริมสุขภาพ
4. ความหมายของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ
5. องค์ประกอบสำคัญของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ
6. ขั้นตอนสู่โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ
7. บริบทโรงเรียนสารภีพิทยาคม อ.สารภี จ.เชียงใหม่
วัตถุประสงค์(objective) เพื่อศึกษาศักยภาพของโรงเรียนสารภีพิทยาคม ในการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ
สมมุติฐาน(assumption) -
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) วิจัยเชิงคุณภาพ
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรในการวิจัย ประกอบด้วย ผู้บริหาร ครู นักเรียน และเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้อง (Stake holder) เช่น ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน สมาคมครูผู้ปกครอง ชมรมศิษย์เก่า
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่สนใจศึกษา คือ ศักยภาพของโรงเรียนสารภีในการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ
คำนิยาม(defination) ศักยภาพ หมายถึง คุณลักษณะ ความสามารถของโรงเรียนสารภีพิทยาคม ในการดำเนินงาน โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ด้านนโยบายสุขภาพ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ สิ่งแวดล้อมทางสังคม ความสัมพันธ์ของโรงเรียนกับชุมชน ทักษะส่วนบุคคลด้านสุขภาพบริการสุขภาพในโรงเรียนตามกรอบแนวคิดขององค์การอนามัยโลก โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ หมายถึง โรงเรียนที่ทุกคนในโรงเรียนมีส่วนร่วมกันจัดโครงสร้างนโยบายสุขภาพประสบการณ์ผสมผสานเชิงบวก เพื่อส่งเสริมและปกป้องสุขภาพของนักเรียน กิจกรรมนี้ประกอบด้วยการเรียนรู้เรื่องสุขภาพ ทั้งในและนอกหลักสูตร การจัดสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาพ การจัดให้มการบริการสุขภาพที่เหมาะสมรวมทั้งการมีส่วนร่วมของครอบครัว และชุมชน ในการส่งเสริมสุขภาพ เพื่อผลสัมฤทธิ์ ทางการศึกษาของนักเรียน ให้ประสบความสำเร็จตามศักยภาพของตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ นโยบายสุขภาพ หมายถึง ทิศทางที่ประกาศอย่างชัดเจนและครอบคลุมทั้งโรงเรียน ซึ่งส่งผลต่อกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียน ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการส่งเสริม สุขภาพของบุคลากรในโรงเรียนทุกระดับ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ หมายถึง สิ่งแวดล้อมที่มีอยู่รอบ ๆ โรงเรียน สามารถสัมผัสและมองเห็นได้ เช่น อาคารสถานที่ สนาม เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ สิ่งแวดล้อมทางสังคม หมายถึง สิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างทุกคนที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน เช่น ผู้บริหาร ครู นักเรียน บุคลากรในโรงเรียนตลอดจนบุคคลในชุมชน ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีด้านเจตคติ และค่านิยมที่ดีและมีพฤติกรรม สุขภาพทางสังคมที่แสดงออกมา โดยมีเป้าหมายที่ทุกคนสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข ความสัมพันธ์ของโรงเรียนกับชุมชน หมายถึง การจัดกิจกรรมต่าง ๆ โดยที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมเพื่อให้ได้รับความรู้ ทัศนคติ ความเข้าใจและสุขภาพทักษะในเรื่องสุขภาพเป็นผลให้นักเรียนมีความเป็นตัวของตัวเอง และมีความรับผิดชอบของตนเองและชุมชน บริการสุขภาพในโรงเรียน หมายถึง บริการสุขภาพขั้นพื้นฐานในด้านสุขภาพอนามัย การให้ความรู้และทักษะด้านสุขภาพแก่นักเรียน บุคลากร และผู้เกี่ยวข้อง ทักษะส่วนบุคคลด้านสุขภาพ หมายถึง การที่บุคลากรในโรงเรียนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ ด้านสุขภาพ เพื่อให้มีการพัฒนาตนเอง ไปสู่การมีสุขภาพที่ดี ได้มีกาสอนสุขศึกษาในโรงเรียน การพัฒนาด้านทักษะชีวิต โดยกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อบุคลากรทุกคนได้รับการเสริมทักษะส่วนบุคคลในโรงเรียน
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1. ผู้วิจัย 2. แบบบันทึกภาคสนาม เป็นเครื่องมือที่ผู้วิจัยกำหนดรูปแบบขึ้นเอง เพื่อใช้ในการบันทึกราย ละเอียดข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม สังเกต และแบบสอบถาม รวมถึงวันที่ดำเนินการ ถานที่ ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยความจำและให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้อง น่าเชื่อถือ 3. อุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็นในงานภาคสนาม ได้แก่ วิทยุ เทปสำหรับบันทึกเสียงในการใช้ อุปกรณ์เหล่านี้ ผู้วิจัยต้องขออนุญาตผู้ให้ข้อมูลก่อนทุกครั้ง 4. แบบสอบถามความรู้ ความเข้าใจ และความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงาน โรงเรียนส่งเสริมสุข ภาพ แบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 แบบสอบถามความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ เป็นแบบปลายปิด จำนวน 15 ข้อ ส่วนที่ 2 แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเป็นแบบปลายปิดให้เลือกตอบตามระดับความคิดเห็น จำนวน 20 ข้อ
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth Interview) แบบมีโครงสร้าง ผู้อำนวยการและผู้ช่วยผู้ อำนวยการโรงเรียน จำนวน 5 คน 2. ผู้วิจัยได้จัดสนทนากลุ่ม (Focus groups Discussion) สำหรับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 4 กลุ่ม ๆ ละ 10 คน จำนวน 40 คน และกลุ่มตัวอย่างครู จำนวน 2 กลุ่ม ๆ ละ 10 คน จำนวน 20 คน 3. ผู้วิจัยได้สังเกต (Observation) แบบมีส่วนร่วม และการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมโดยเข้าร่วมกิจ กรรมที่เป็นกิจกรรมโครงการส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมที่เป็นการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนและกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ ในโรงเรียนที่จัดขึ้น จำนวน 8 ครั้ง 4. ใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) เก็บข้อมูล เรื่องความรู้ ความเข้าใจ และความคิดเห็นเกี่ยวกับ การดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่ความเชื่อมั่น 95% จากการสุ่มอย่างเป็นระบบ (Systematic Random Sampling) จากรายชื่อตามบัญชีเงินเดือนและรายชื่อบัญชีนักเรียน ครูโรงเรียนสารภีพิทยาคม จำนวน 85 คน นักเรียนโรงเรียนสารภีพิทยาคม จำนวน 313 คน และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่น ผู้ปกครองนักเรียน ผู้นำชุมชน สมาคมครูผู้ปกครอง ชมรมศิษย์เก่า โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive) จำนวน 38 คน
การวิเคราะห์(analysis) 1. ข้อมูลจากสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม การสังเกต ผู้วิจัยนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมตลอดระยะเวลาที่ ดำเนินการวิจัย ในด้านบริบทของโรงเรียนจากผู้อำนวยการโรงเรียน ครูนักเรียน และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ รวมทั้งวิเคราะห์ด้วยเนื้อหาทั้ง 6 องค์ประกอบโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพขององค์การอนามัยโลก โดยการรวบรวมข้อมูลที่ได้ มารวบรวมและแยกแยะสรุปเนื้อหาให้ต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดหมวดหมู่ข้อมูลให้ต่อเนื่อง โดยยึดหลักวิเคราะห์ตามกรอบแนวคิดที่กำหนดไว้ เพื่อนำไปสู่การอธิบาย สรุปผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ในการวิจัยที่ตั้งไว้อย่างครอบคลุม 2. ข้อมูลจากแบบสอบถาม วิเคราะห์โดยใช้ค่าสถิติ ดังนี้ 2.1 วิเคราะห์ข้อมูลด้านความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานโรงเรียน ส่งเสริมสุขภาพ โดย ใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.2 วิเคราะห์ข้อมูลด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพโดยใช้ค่า เฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3. นำข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดมาวิเคราะห์ให้เห็นภาพรวมของโรงเรียนวิเคราะห์ถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และความเสี่ยงโดยใช้ SWOT analysis ของโรงเรียนตามประเด็นที่ศึกษา และประเมินความเป็นไปได้ในการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพตามองค์ประกอบขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้
ข้อสรุป(summary) 1. นโยบายสุขภาพของโรงเรียน มีการประกาศใช้นโยบายอย่างชัดเจน ทำให้เกิดการทำงานด้านสุข ภาพแบบพหุภาคี เอื้อต่อการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 2. สิ่งแวดล้อมทางกายภาพกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงพัฒนาสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เอื้อต่อการ เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 3. สิ่งแวดล้อมทางสังคม ส่วนใหญ่มีการสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างนักเรียน ครู และผู้เกี่ยวข้องที่ ดี สร้างความอบอุ่น และมีความสุข 4. ความสัมพันธ์ของโรงเรียนกับชุมชน มีสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง และก่อให้เกิดเป็น ชุมชนที่มีความเข้มแข็ง เอื้อต่อการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 5. มีการพัฒนากระบวนการทักษะส่วนบุคคลด้านสุขภาพซึ่งเอื้อต่อการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 6. มีการบริการสุขภาพในโรงเรียน มีการปรับเปลี่ยนการบริการสุขภาพไปสู่การบริการสุขภาพแนว ใหม่ เอื้อต่อการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ จึงสรุปได้ว่าโรงเรียนสารภีพิทยาคม มีศักยภาพในการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพได้ต่อไป
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้ 1. โรงเรียนสารภีพิทยาคม มีความพร้อมที่จะพัฒนาให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพได้แต่ยังไม่ได้ ประกาศเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพตามความต้องการของชุมชน 2. โรงเรียนควรปรับปรุงกลยุทธ์เชิงรุกในกิจกรรมการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ ทั้งระยะสั้น และ ระยะยาวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 3. โรงเรียนควรจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพที่ชัดเจนโรงเรียนควรจัดตั้งเครือ ข่ายโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพของอำเภอ และจังหวัดเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์ต่อไป ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 1. ศึกษาบทบาทของผู้บริหารในการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพศึกษาบทบาทของครูในการ ส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน 2. ศึกษาการจัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อต่อการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 3. ศึกษาความร่วมมือของชุมชนต่อการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 4. ศึกษาการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพในระดับประถมศึกษา และมัธยม ศึกษา
ปี 2544
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved