Current Record: นางสาววัชรี สาริกบุตร

นางสาววัชรี สาริกบุตร

1. นักเรียนที่ได้รับการสอนเขียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ – เสริมมีคุณภาพในการเขียน เรียงความภาษาอังกฤษสูงกว่านักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติ 2. นักเรียนที่ได้รับการสอนเขียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ-เสริม มีคุณภาพในการตรวจ งานเพื่อนในด้านเนื้อหา การเรียงเรียงความคิด คำศัพท์ การใช้ภาษา และกลไกทางภาษาสูงกว่านักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติ 3. นักเรียนที่ได้รับการสอนเขียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ – เสริมมีคะแนนที่เพิ่มขึ้น ของการเขียนเรียงความ สูงกว่านักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติ

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 2140
ชื่อผลงานวิจัย ผลของกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ – เสริมที่มีต่อคุณภาพของงานเขียนเรียงความและการตรวจงานเพื่อน
หัวข้อ(Eng) Effects of Feedback – Plus Process on Quality of Composition and Peer Revision
คำสำคัญ(keyword) กระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติ กระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ – เสริม การตรวจงานเพื่อนคุณภาพในการตรวจงานเพื่อน คุณภาพของงานเขียนเรียงความ ปี2541
ชื่อผู้วิจัย นางสาววัชรี สาริกบุตร
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Miss Warcharee Sarikabutr
ตำแหน่ง อาจารย์
การศึกษา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถานที่ติดต่อ 86 ถ.สิทธิวงศ์ ต.ช้างปอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300
สถานศึกษา -
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2541
ประเภท วิทยานิพนธ์ การค้นคว้าแบบอิสระ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ประวัติความเป็นมา(history) การได้รับข้อมูลย้อนกลับนับว่าเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพของงานเขียน เพราะเมื่อผู้เขียนได้รับการตอบสองต่องานเขียนแล้ว ผู้เขียนมีโอกาสศึกษาจุดบกพร่องแล้วนำไปปรับปรุงแก้ไขงานของตนให้ดีขึ้น (Krashen, 1984 : 11) การที่นักเรียนจะได้รับข้อมูลย้อนกลับจากครูได้หลายวิธี เช่น การเขียนวิจารณ์ (Written Comments) การพูดคุยหรือสนทนา (Talking about the Paper) การใช้รายการตรวจสอบ (Checklists) และการที่นักเรียนตรวจงานเขียนของนักเรียนด้วยกัน (Students’ Response to Student Writing) นักเรียนตรวจงานของตนเอง (Self-Editing)
ในการเขียนแบบเน้นกระบวนการจะมีขั้นตอนที่ผู้เขียนได้รับข้อมูลย้อนกลับจากเพื่อนและจากครู การได้ข้อมูลย้อนกลับจากการพูดคุยสนทนาระหว่างครูกับนักเรียน (Teacher – Students Conference) จะเริ่มโดยการที่ครูจะเป็นผู้อ่านงานเขียน ซึ่งเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียน ครูสามารถถามคำถามเพื่อให้นักเรียนมีความชัดเจนในงานเขียนของตนมากยิ่งขึ้น และสามารถตรวจสอบความเข้าใจในการเขียนงานของตนด้วย จากการพูดคุยสนทนาระหว่างครูกับนักเรียนนั้นจะให้ข้อมูลย้อนกลับได้มากกว่า และเพียงพอตามความต้องการของนักเรียน เช่น การเลือกใช้คำ การเรียบเรียงประโยค ไวยากรณ์ และการคำนึงถึงผู้อ่าน เป็นต้น และ Guan (1986 : 85) ได้ชี้ให้เห็นผลดีของการได้ข้อมูลย้อนกลับจากการพูดคุยสนทนาระหว่างครูกับนักเรียนว่า ประการแรกเป็นการสอนการเขียนที่ได้ผลดีต่อนักเรียน ทั้งนี้เพราะนักเรียนแต่ละคนมีปัญหาในการเขียนแตกต่างกันและแต่ละคนจะมีขีดความสามารถในการเขียนแตกต่างกันด้วย ดังนั้นการได้พูดคุยกับครูจะทำให้นักเรียนแต่ละคนได้รับคำแนะนำจากครูโดยตรง ประการที่สอง ครูและนักเรียนมีปฏิกิริยาโต้ตอบกันโดยตรงทำให้เข้าใจในปัญหาของนักเรียนได้ดีกว่า ครูสามารถถามคำถามได้ทันที ประการที่สาม การที่นักเรียนได้สนทนากับครูแล้วนอจากจะได้รับทราบถึงข้อผิดพลาดของตนเองแล้วยังได้เรียนรู้ถึงการวิจารณ์งานเขียนของผู้อื่นจากวิธีการที่ครูใช้กับตนและสามารถนำความรู้ที่ได้จากครูไปให้ข้อแนะนำแก้ไขงานเขียนของเพื่อนได้ด้วย นอกจากนี้ยังเป็นการชักจูงให้นักเรียนกล้าพูด พัฒนาความคิดในการวิพากษ์วิจารณ์ในรายละเอียดของงานเขียนทำให้นักเรียนเขียนได้ดีขึ้น เพราะมีความเข้าใจในกระบวนการเขียนมากขึ้น และมีความรับผิดชอบในงานเขียนของตนเพิ่มขึ้นอีกด้วย
การได้ข้อมูลย้อนกลับจากการสนทนากับครูนั้น นอกจากจะมีผลต่องานเขียนของนักเรียนแล้วยังมีต่อคุณภาพในการแก้ไขงานเพื่อนด้วย เมื่อนักเรียนได้มีโอกาสสนทนากับครูเกี่ยวกับงานเขียนของตน นักเรียนสามารถใช้ข้อมูลย้อนกลับที่ได้จากครูไปแก้ไขงานเขียนของตนเองแล้ว นักเรียนยังสามารถนำไปใช้ในการแก้ไขงานเขียนจองเพื่อนได้ดีกว่าเดิม ทั้งนี้เพราะนักเรียนได้รับความรู้จากการแนะนำของครุทำให้มีความเชื่อมั่นในตนเองสูงขึ้น มีความเข้าใจในงานเขียนของเพื่อนมากขึ้น มีความระมัดระวังละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้นและมีแรงจูงใจที่จะตรวจงานมากขึ้นด้วย (Krashen, 1984, p.11) ดังนั้นการแก้ไขงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงส่งผลสัมฤทธิ์ต่อการปรับปรุงแก้ไขงานเขียนของนักเรียนต่อไป
ส่วนการได้ข้อมูลย้อนกลับจากเพื่อนในการเขียนแบบเน้นกระบวนการนั้น เป็นการตรวจงานในระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ซึ่งได้จากขั้นตอนการเขียนฉบับร่างที่ 1 โดยเน้นการตรวจด้านเนื้อหาให้เหมาะสม และฉบับร่างฉบับสุดท้ายที่มีการตรวจให้ข้อมูลย้อนกลับด้านไวยากรณ์ และการใช้เครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ การตรวจงานโดยได้รับข้อมูลย้อนกลับจากเพื่อนมีผลดีต่อผู้อ่านด้วย เพราะผู้อ่านสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนได้จากงานของเพื่อนได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากได้อ่านแบบวิจารณ์งานเขียนของผู้อื่นด้วย (Raimes, 1983, pp. 148-149)
กระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับมีผลดีต่อการสอนเขียนเรียงความหลายด้าน เช่น เป็นการฝึกนักเรียนให้รู้จักวิธีการตรวจงานแล้วให้ข้อมูลย้อนกลับแก่งานเขียนของเพื่อนและรู้จักใช้ข้อมูลย้อนกลับมาปรับแก้ไขงานเขียนของตนได้ การที่นักเรียนได้ทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิดให้ซึ่งกันและกัน การได้พูดคุยกันเป็นการช่วยให้เกิดการเรียนรู้จากข้อผิดพลาดทั้งของตนเองและเพื่อนได้ (Edge, 1989 : 53) นอกจากนั้นยังเป็นการช่วยลดภาระการตรวจงานของครู เพื่อที่ครูจะได้มีเวลามากพอที่จะพูดคุยช่วยเหลือนักเรียนและสร้างกิจกรรมการเรียนการสอนอื่น ๆ ได้อีก (Brumfit, 1982 : 12) แต่ปัญหาที่มักเกิดขึ้นในระหว่างการตรวจแก้ไขงานให้กันและกันก็คือ นักเรียนแต่ละคนมีความสามารถในวิชาภาษาอังกฤษแตกต่างกัน ถ้านักเรียนที่มีความรู้ความสามารถที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ก็จะมีความเห็นว่างานเขียนของเพื่อนนั้นเป็นงานชิ้นที่ดีแล้ว ไม่มีข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ถ้าให้นักเรียนกลุ่มที่เรียนค่อนข้างอ่อนเป็นผู้ตรวจงานของเพื่อนก็อาจตรวจงานของเพื่อนผิดไป (Raimes, 1983 : 148)
ผู้วิจัยมีความคิดเห็นว่า การสอนเขียนที่เน้นกระบวนการนั้น นอกจากผู้เขียนจะได้รับข้อมูลย้อนกลับจากเพื่อนแล้ว ถ้าได้รับข้อมูลย้อนกลับจากครูด้วย น่าจะทำให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถในการเขียนเรียงความและในการตรวจงานเพื่อนได้ดีขึ้น โดยผู้วิจัยทำการสอนเขียนแบบเน้นกระบวนการที่นักเรียนได้รับข้อมูลย้อนกลับจากเพื่อนครั้งที่ 1 ในด้านเนื้อหาแล้วนักเรียนนำข้อมูลย้อนกลับที่ได้จากเพื่อนไปปรับแก้ไขงานเขียนของตนในฉบับที่ 2 หลังจากนั้นครูจะเพิ่มการให้ข้อมูลย้อนกลับ – เสริม โดยการให้นักเรียนที่เป็นผู้เขียนเรียงความและเพื่อนที่เป็นผู้ตรวจงานมาพบครู ครูจะชี้แนะให้เห็นข้อดีและข้อควรแก้ไขในด้านภาษาแก่นักเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถนำข้อมูลย้อนกลับที่ได้ไปปรับปรุงงานเขียนเรียงความของตนและการตรวจงานให้เพื่อได้ หลังจากนั้น นักเรียนจะแลกเปลี่ยนงานเขียนเพื่อตรวจในด้านการใช้ภาษาและกลไกทางภาษาอีกครั้งหนึ่ง แล้วนำข้อมูลย้อนกลับที่ได้จากเพื่อนไปเขียนงานฉบับสุดท้ายเพื่อส่งครู ดังนั้นผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาผลที่ได้จากการให้ข้อมูลย้อนกลับ – เสริมแก่นักเรียนในการเขียนแบบเน้นกระบวนการ ซึ่งผู้วิจัยเชื่อว่าการให้ข้อมูลย้อนกลับ-เสริมนี้จะพัฒนาคุณภาพในการเขียนเรียงความและคุณภาพในการตรวจงานเพื่อนของนักเรียน
แนวคิด(concept) 1. การสอนเขียนแบบเน้นกระบวนการ
2. กระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ
3. การได้รับข้อมูลย้อนกลับโดยการตรวจงานจากเพื่อน
4. การได้รับข้อมูลย้อนกลับโดยการมีปฏิสัมพันธ์ทางวาจาระหว่างครูกับนักเรียน
5. การประเมินงานเขียนแบบเน้นกระบวนการ
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของการเขียนเรียงความของนักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อน- กลับเสริมกับนักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติ 2. เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพในการตรวจงานเพื่อนของนักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ – เสริม กับนักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติ
สมมุติฐาน(assumption) 1. คะแนนงานเขียนเรียงความของนักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ-เสริม จะสูงกว่านัก เรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติ 2. คะแนนการตรวจงานให้เพื่อนในด้านเนื้อหา การเรียนเรียงความคิด คำศัพท์ การใช้ภาษา และกลไกทางภาษาของนักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ – เสริม จะสูงกว่านักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติ 3. คะแนนงานเขียนเรียงความที่เพิ่มขึ้นของนักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ-เสริม จะสูงกว่านักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติ
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) วิจัยเชิงทดลอง
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนสารภีพิทยาคม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษอ่านเขียน (อ 025 ค) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2540 จำนวน 21 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยใช้คะแนนรวมจากการสอบปลายภาคของวิชาภาษาอังกฤษอ่านเขียน (อ 025 ข) ของภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2540 นำมาแบ่งแบบจับคู่ (Match Pair) เพื่อให้ค่ามัชฌิมเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของทั้ง 2 กลุ่ม มีความใกล้เคียงกันมากที่สุด ค่ามัชฌิมเลขคณิตและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของกลุ่มแรกเท่ากับ 72.73 และ 7.89 ส่วนค่ามัชฌิมเลขคณิตและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของกลุ่มหลังเท่ากับ 72.20 และ 6.48 ตามลำดับ แล้วจึงใช้วิธีจับฉลากเพื่อเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ คือ กระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับในการเขียนแบบเน้นกระบวนการ ตัวแปรตาม คือ คุณภาพของงานเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ และคุณภาพในการตรวจงานเพื่อน
คำนิยาม(defination) กระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติ หมายถึง การที่นักเรียนได้รับข้อมูลย้อนกลับจากเพื่อนเกี่ยวกับงานเขียนของตนตามขั้นตอนดังนี้คือ หลังจากนักเรียนเขียนร่างที่ 1 เสร็จแล้ว นักเรียนจะแลกเปลี่ยนกันให้ข้อมูลย้อนกลับครั้งที่ 1 ด้วยการตรวจสอบด้านเนื้อหาและการเรียบเรียงความคิด โดยใช้แบบตรวจที่ครูแจกให้ หลังจากนั้นนักเรียนจึงนำข้อมูลย้อนกลับที่ได้จากเพื่อนไปปรับแก้ไขงานเพื่อเขียนเป็นร่างที่ 2 แล้วนักเรียนแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งเป็นการให้ข้อมูลย้อนกลับครั้งที่ 2 ด้วยการตรวจสอบด้านคำศัพท์ การใช้ภาษา และกลไกทางภาษาโดยใช้แบบตรวจที่ครูแจกให้ ต่อจากนั้นนักเรียนนำข้อมูลย้อนกลับที่ได้จากเพื่อนไปปรับแก้ไขงาน แล้วเขียนร่างที่ 3 ซึ่งเป็นงานฉบับสมบูรณ์ก่อนส่งครูเพื่อประเมินผลต่อไป กระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ – เสริม หมายถึง การที่นักเรียนได้รับข้อมูลย้อนกลับเพิ่มขึ้นจากครู นอกเหนือไปจากการได้รับข้อมูลย้อนกลับเพื่อนเกี่ยวกับงานเขียนของตนตามขั้นตอนดังนี้คือ หลังจากนักเรียนเขียนร่างที่ 1 เสร็จแล้ว นักเรียนจะแลกเปลี่ยนกันให้ข้อมูลย้อนกลับครั้งที่ 1 ด้วยการตรวจสอบเนื้อหา และการเรียบเรียงความคิด โดยใช้แบบตรวจที่ครูแจกให้ หลังจากนั้นนักเรียนจึงนำข้อมูลย้อนกลับที่ได้จากเพื่อนไปปรับแก้ไขงานเพื่อเขียนเป็นร่างที่ 2 แล้วนักเรียนที่เป็นผู้เขียนและผู้ตรวจทั้ง 2 คน จะได้รับข้อมูลย้อนกลับจากการชี้แนะของครูในด้านการใช้ภาษา แล้วนักเรียนจึงนำข้อมูลย้อนกลับที่ได้จากครูไปปรับแก้ไขงานแล้วเขียนร่างที่ 3 ต่อจากนั้นนักเรียนแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งเป็นการให้ข้อมูลย้อนกลับจากเพื่อนครั้งที่ 2 ด้วยการตรวจสอบคำศัพท์ การใช้ภาษา และกลไกทางภาษา โดยใช้แบบตรวจที่ครูแจกให้แล้วจึงนำข้อมูลย้อนกลับที่ได้จากเพื่อนไปปรับแก้ไขงานเพื่อเขียนร่างที่ 4 ซึ่งเป็นงานฉบับสมบูรณ์ก่อนส่งครูเพื่อประเมินผลต่อไป การตรวจงานเพื่อน หมายถึง การที่นักเรียนทำหน้าที่เป็นผู้อ่านงานเขียนของเพื่อนโดยตรวจสอบเนื้อหาในการตรวจครั้งที่ 1 และตรวจสอบด้านการใช้ภาษาและกลไกทางการเขียนในครั้งที่ 2 โดยใช้แบบตรวจสอบที่ครูกำหนดให้ประกอบการพิจารณา เพื่อช่วยให้ผู้อ่านสามารถให้ข้อมูลย้อนกลับแก่เพื่อนได้รวดเร็วและตรงประเด็น คุณภาพในการตรวจงานเพื่อน หมายถึง ความสามารถของนักเรียนในการตรวจงานเขียนของเพื่อนโดยสามารถบอกข้อผิด และข้อควรแก้ไขของงานเขียนของเพื่อนในด้านเนื้อหา การใช้ภาษาและกลไกทางการเขียนภายใต้ขอบเขตที่ครูกำหนดไว้ให้ในแบบตรวจสอบซึ่งจะเป็นข้อมูลย้อนกลับให้แก่เพื่อนในการนำไปปรับปรุงงานเขียนในขั้นต่อไป คุณภาพในการตรวจงานนี้วัดได้จากการที่ครูรวบรวมจำนวนครั้งของการตรวจงานที่ถูกต้อง แล้วให้คะแนน เช่น ตรวจแก้ไขคำศัพท์ถูกต้อง 1 คำ มีค่าเท่ากับ 1 คะแนน เป็นต้น เมื่อรวบรวมคะแนนการตรวจงานในแต่ละอนุเฉทได้แล้ว จึงนำมาเปรียบเทียบกันเพื่อดูความแตกต่าง ถ้าคะแนนการตรวจงานในแต่ละอนุเฉทเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แสดงว่า นักเรียนมีคุณภาพในการตรวจงานเพื่อนเพิ่มขึ้น คุณภาพของงานเขียนเรียงความ หมายถึง ความสามารถของนักเรียนในการเขียนเรียงความที่ผ่านกระบวนการเขียนที่มีการให้ข้อมูลย้อนกลับ และนักเรียนใช้ข้อมูลย้อนกลับที่ได้นั้นมาปรับงานเขียนของตนให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสามารถวัดได้จากคะแนนที่นักเรียนได้รับจากการเขียนในแต่ละอนุเฉท ถ้านักเรียนได้คะแนนในการเขียนเพิ่มขึ้นในการเขียนแต่ละครั้งแสดงว่าคุณภาพในการเขียนเรียงความของนักเรียนดีขึ้น
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วยเครื่องมือ 4 ชนิด ดังนี้ 1. แผนการสอนวิชาภาษาอังกฤษอ่านเขียน (อ 025 ค) เป็นแผนการสอนเขียนแบบเน้นกระบวน การที่มีการให้ข้อมูลย้อนกลับจำนวน 12 แผน แยกเป็นแผนการสอนที่มีการให้ข้อมูลย้อนกลับ – เสริม สำหรับกลุ่มทดลอง จำนวน 6 แผน แผนละ 4 คาบ รวม 24 คาบ คาบละ 50 นาที 2. แผนการสอนที่มีการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติสำหรับกลุ่มควบคุม จำนวน 6 แผน แผนละ 4 คาบ รวม 24 คาบ คาบละ 50 นาที 3. แบบประเมินงานเขียน ซึ่งนำเกณฑ์การให้คะแนนมาจากเกณฑ์การตรวจเรียงความของ Jacobs และคณะ (1981 : 30) 4. แบบประเมินคุณภาพในการตรวจงานเพื่อน ได้ดัดแปลงมาจากแบบประเมินงานเขียนของ Jacobs และคณะ (1981 : 30) มีลักษณะเป็นตารางใช้บันทึกจำนวนครั้งที่ตรวจงานให้เพื่อนได้อย่างถูกต้องในด้านเนื้อหา การเรียบเรียงความคิด คำศัพท์ การใช้ภาษา และกลไกภาษาของงานเขียนเรียงความ
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ทำการทดสอบการเขียนของนักเรียนทั้งสองกลุ่มก่อนเริ่มดำเนินการสอนทุกแผน 2. ทำการทดลองสอนกับนักเรียนทั้งสองกลุ่ม ตามแผนการสอนที่สร้างขึ้นสองชุดโดยสอนในวันศุกร์ เวลา 10.10 – 11.50 น. เป็นเวลา 12 สัปดาห์ 3. ประเมินคุณภาพงานเขียนของนักเรียนทั้งสองกลุ่มหลังการทดลองสอนแต่ละรูปแบบของการ เขียนอนุเฉท โดยให้นักเรียนเขียงเรียงความในหัวข้อเดียวกับเรื่องที่เขียนก่อนการทดลอง 4. ตรวจให้คะแนนงานเขียนตามเกณฑ์ประเมินงานของ Jacobs และคณะ ใช้ผู้ตรวจสามคน
การวิเคราะห์(analysis) 1. คำนวณหาค่ามัชฌิมเลขคณิต () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน () ของคะแนนคุณภาพงาน เขียนเรียงความ คะแนนคุณภาพในการตรวจงานเพื่อนและคะแนนงานเขียนที่เพิ่มขึ้นของนักเรียนในกลุ่มทดลองที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ-เสริม กับนักเรียนในกลุ่มควบคุมที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติ 2. เปรียบเทียบหาคะแนนการตรวจงานเพื่อนของนักเรียนในด้านเนื้อหาการเรียบเรียงความคิด คำ ศัพท์ การใช้ภาษา และกลไกทางภาษา ของนักเรียนในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมโดยเปรียบเทียบค่ามัชฌิมเลขคณิต () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน () 3. เปรียบเทียบคะแนนงานเขียนที่เพิ่มขึ้นระหว่างก่อนการสอนและหลังการสอนของนักเรียนในกลุ่ม ทดลองและกลุ่มควบคุมโดยใช้ค่ามัชฌิมเลขคณิต () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ()
ข้อสรุป(summary) 1. นักเรียนที่ได้รับการสอนเขียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ – เสริมมีคุณภาพในการเขียน เรียงความภาษาอังกฤษสูงกว่านักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติ 2. นักเรียนที่ได้รับการสอนเขียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ-เสริม มีคุณภาพในการตรวจ งานเพื่อนในด้านเนื้อหา การเรียงเรียงความคิด คำศัพท์ การใช้ภาษา และกลไกทางภาษาสูงกว่านักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติ 3. นักเรียนที่ได้รับการสอนเขียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับ – เสริมมีคะแนนที่เพิ่มขึ้น ของการเขียนเรียงความ สูงกว่านักเรียนที่ผ่านกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกติ
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะด้านการเรียนการสอน 1. ก่อนการทดลองสอนครูควรให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเขียนแบบเน้นกระบวนการแก่นักเรียน ก่อนลงมือปฏิบัติการทดลองสอนเพื่อช่วยประหยัดเวลาเรียนได้มาก 2. ครูควรอธิบายลักษณะอนุเฉทให้นักเรียนเข้าใจก่อนทำการทดลองสอนเพื่อเป็นการให้ความรู้พื้น ฐานก่อนลงมือปฏิบัติจริง 3. ครูผู้สอนวิชาการเขียนภาษาอังกฤษควรนำวิธีการสอนเขียนเรียงความภาษาอังกฤษที่ให้ข้อมูล ย้อนกลับ-เสริม ไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพในการเขียนเรียงความของนักเรียน 4. ครูผู้สอนวิชาภาษาอื่น ๆ ควรนำวิธีการสอนเขียนเรียงความที่ให้ข้อมูลย้อนกลับ-เสริม ไปใช้ใน การสอนวิชาของตน 5. วิธีการสอนเขียนเรียงความภาษาอังกฤษที่ให้ข้อมูลย้อนกลับ-เสริม นั้น เหมาะกับการใช้สอนใน ชั้นเรียนที่มีจำนวนนักเรียนไม่เกิน 20 คน เพื่อครูจะได้ดูแลเอาใจใส่ให้คำปรึกษาแก่นักเรียนได้อย่างทั่วถึง 6. วิธีการสอนเขียนเรียงความภาษาอังกฤษที่ให้ข้อมูลย้อนกลับ-เสริม เหมาะสำหรับใช้สอนนักเรียนกลุ่มที่มีความสามารถทางด้านภาษาอังกฤาในระดับปานกลางถึงค่อนข้างต่ำ และวิธีการสอนที่ให้ข้อมูลย้อนกลับแบบปกตินั้นเหมาะสำหรับใช้สอนนักเรียนกลุ่มที่มีความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษในระดับค่อนข้างสูงถึงสูง ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 1. ควรทำการวิจัยเกี่ยวกับการสอนเขียนเรียงความภาษาอังกฤษที่ให้ข้อมูลย้อนกลับ-เสริมกับนัก เรียนในระดับอื่น ๆ เช่น ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือระดับอุดมศึกษา 2. ควรทำการวิจัยเปรียบเทียบคุณภาพในการเขียนเรียงความภาษาอังกฤษและการตรวจงานเพื่อน ระหว่างนักเรียนที่เรียนต่างแผนการเรียนกัน 3. ควรนำรูปแบบการสอนเขียนเรียงความภาษาอังกฤษที่ให้ข้อมูลย้อนกลับ-เสริม ไปทำการวิจัย เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนสำหรับนักเรียนในระดับต่าง ๆ 4. ควรมีการศึกษาความสัมพันธ์ของทักษะด้านต่าง ๆ ในการเขียนเรียงความและการตรวจงาน เพื่อนของนักเรียน เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพของการเขียนและตรวจงานด้านไวยากรณ์กับด้านกลไกทางภาษา เป็นต้น 5. ควรมีการศึกษาตัวแปรตามอื่นนอกเหนือจากคุณภาพในการตรวจงานเพื่อน เช่น รูปแบบของการ ตรวจงาน บรรยากาศในการเรียน และแรงจูงใจในการเขียนภาษาอังกฤษ เป็นต้น 6. ควรทำการศึกษาพัฒนาการทางด้านการเขียนเรียงความภาษาอังกฤษที่ให้ข้อมูลย้อนกลับ-เสริม กับนักเรียนที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษต่างกัน
ปี 2541
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved