Current Record: นางสาวบงกช สำราญ

นางสาวบงกช สำราญ

ผลของรูปภาพสองแบบต่อการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษมีความแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังพบอีกว่านักเรียนมีความสนใจและตั้งใจเรียนไม่แตกต่างกัน ตลอดจนมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นด้วย

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 2138
ชื่อผลงานวิจัย ผลของรูปภาพสองแบบต่อการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
หัวข้อ(Eng) Effects of Two Types of Pictures on Learning Vocabulary of Prathom Suksa 2 Students
คำสำคัญ(keyword) รูปภาพ ภาพถ่าย ภาพการ์ตูน การเรียนรู้ คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ความสนใจ ความตั้งใจ ภาษาอังกฤษระดับเตรียมความพร้อม ปี2541
ชื่อผู้วิจัย นางสาวบงกช สำราญ
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Miss Bongkot Sumran
ตำแหน่ง อาจารย์ 1 ระดับ 3
การศึกษา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถานที่ติดต่อ 40/2 หมู่ 7 ต.โพสะ อ.เมือง จ.อ่างทอง
สถานศึกษา -
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2541
ประเภท วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ประวัติความเป็นมา(history) ในสภาพความเป็นจริงของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จากการสอบถามกับผู้ที่เคยเรียนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ไม่สามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างชัดเจน ไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ ทั้งนี้เพราะ ครูจะสอนแต่ในด้านทฤษฎีเน้นหนักไปทางการท่องจำไวยากรณ์ มากกว่าการให้นักเรียนได้ปฏิบัติด้วยตนเอง และสอนจากหนังสือเรียนโดยตรงไม่มีการใช้สื่อการสอนหรือใช้น้อยมาก เป็นที่ทราบกันว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่คุ้นเคย จึงทำให้เกิดความรู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ยากและไม่ชอบเรียนวิชาภาษาอังกฤษทั้งที่ทางโรงเรียนได้จัดให้มีการเรียนการสอนขึ้น จึงทำให้สูญเสียเวลามากแต่ผลที่ได้กลับไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป จากการวิจัยของอัญชลี ดวงกลาง ในปีพุทธศักราช 2536 เรื่องพฤติกรรมการสอนภาษาอังกฤษของครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา พบว่าครูส่วนใหญ่สอนโดยการเน้นไวยากรณ์และแปล ยึดตัวครูผู้สอนเป็นศูนย์กลาง ครูเป็นผู้ตัดสินใจและบอกคำตอบให้กับนักเรียน ในการสอนฟัง พูด อ่าน และเขียน ครูใช้ภาษาไทยในการสื่อสารกับนักเรียนมากกว่าใช้ภาษาอังกฤษ สื่อการสอนที่ใช้ ได้แก่ บัตรคำ และแถบประโยคและปัจจัยอีกประการที่ส่งผลต่อการเรียนภาษาอังกฤษคือ สื่อการเรียนการสอน ตลอดจนอุปสรรคที่เกิดจากการที่ครูไม่มีเวลาเตรียมการสอนและเด็กขาดความพร้อม นอกจากนี้ผลการวิจัยยังระบุถึงความต้องการของครูในการอบรมทางด้านการสอน เนื้อหาและสื่อการเรียนการสอน (อัญชลี ดวงกลาง, 2536 : ค)
นอกจากนี้ปัญหาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ คือ ครูยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางการสอน วิธีการสอนยังคงเป็นแบบเดิม ๆ โดยครูอ่านให้นักเรียนฟังแล้วนักเรียนอ่านตาม นักเรียนมีหน้าที่ปฏิบัติตามที่ครูสั่ง ครูไม่คำนึงถึงวัยความต้องการของนักเรียนว่านักเรียนต้องการสอนอย่างไรจึงจะเกิดการเรียนรู้ที่ดีในขณะเดียวกันก็ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายและรักที่จะเรียนวิชานี้ในระดับที่สูงขึ้นต่อไป ครูนำนวัตกรรมทางการศึกษาและสื่อการสอนมาใช้กันน้อยมาก เนื่องจากจะใช้เฉพาะหนังสือแบบเรียนที่ทางกระทรวงกำหนดมาให้เท่านั้น ซึ่งเมื่อพิจารณาจะเห็นว่าเป็นสื่อที่ยังขาดความน่าสนใจและกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ นอกจากนี้การเรียนการสอนภาษาอังกฤษในปัจจุบันเน้นความสำคัญของการใช้ภาษาพูดมากขึ้น และสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี เป็นสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ครูต้องมีการเตรียมตัว และพยายามพัฒนาการเรียนการสอนอยู่เสมอ นอกจากปัญหาที่กล่าวมาแล้ว ยังมีปัญหาในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับข้อจำกัดในเรื่องเวลาของการสอน ซึ่งจะมีจำกัดเฉพาะความรู้ที่กำหนดมาให้ในหลักสูตรเท่านั้น จึงทำให้นักเรียนมีเวลาในการฝึกหัดน้อยมาก ส่งผลให้การเรียนการสอนต้องกระทำแข่งกับเวลา นอกจากนี้ครูจึงต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลในขณะที่ทำการสอนอีกด้วย
วิธีการแก้ปัญหาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ โดยใช้สื่อการสอนจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีความเหมาะสม เพราะสื่อการสอนเป็นตัวกลางที่ช่วยนำและถ่ายทอดข้อมูลความรู้จากครู หรือจากแหล่งความรู้ไปยังผู้เรียน เป็นสิ่งที่ช่วยอธิบายและขยายเนื้อความในบทเรียน ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น และบรรลุตามวัตถุประสงค์การเรียนที่ตั้งไว้ (กิดานันท์ มลิทอง, 2536 : 76) ตัวอย่างเช่น สื่อการสอนประเภทรูปภาพหรือภาพถ่าย
ภาพถ่ายเป็นภาษาสากล กล่าวคือ ไม่ว่าชาติใด ภาษาใด อ่านหนังสือออกหรือไม่มีประสบการณ์มากน้อยเพียงใดก็สามารถเข้าใจความหมายของภาพถ่ายได้เหมือนกัน เนื่องจากภาพถ่ายให้ความหมายในตัวเองอย่างชัดเจน สามารถเข้าใจได้ทันทีดังคำกล่าวที่ว่า “ภาพหนึ่งภาพมีค่าเท่ากับคำพูดพันคำ” หากพิจารณาการสื่อความหมายด้านตัวหนังสือจะพบว่า ตัวหนังสือเป็นเพียงเครื่องหมายที่ใช้แทนคำพูด การตีความจะต้องใช้จินตนาการให้เกิดภาพหรือเกิดความหมายขึ้นในสมองก่อนแล้วจึงเกิดการตีความตามมา และการตีความนั้นอาจจะตรงหรือไม่ตรงกับที่ผู้เขียนตั้งใจไว้ แต่กรณีของภาพถ่ายซึ่งมีความเป็นรูปธรรมมากกว่า สามารถทราบความหมายจากภาพได้โดยตรง จึงกล่าวได้ว่า ภาพถ่ายจึงเป็นสื่อที่สามารถเข้าใจเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว และง่ายกว่าตัวหนังสือ (ณรงค์ สมพงษ์, 2529 : 9-11) จากคุณสมบัติของภาพการ์ตูนและภาพถ่าย ซึ่งเป็นเพียง 2 รูปแบบของภาพซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีในการนำมาใช้ประกอบการเรียนการสอน เนื่องจากสามารถดึงดูดให้เกิดความน่าสนใจในตัวของมันเอง ผู้เรียนเกิดความเพลิดเพลินในการเรียน และสามารถเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมของตนเองเกี่ยวกับภาพที่เห็น เพราะได้มองเห็นภาพที่เป็นรูปธรรม นักเรียนไม่รู้สึกเบื่อหน่ายที่จะเรียนทำให้เข้าใจและจำสิ่งที่เรียนได้เป็นเวลานาน และเกิดความสนใจใคร่รู้ในการเรียนครั้งต่อไป ซึ่งจะช่วยให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการเรียนการสอน
จะเห็นได้ว่าจากคุณสมบัติของภาพทั้ง 2 แบบที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น นับว่าเป็นสื่อการเรียนการสอนที่น่าสนใจที่จะนำมาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนในวิชาภาษาอังกฤษ จากสภาพปัญหาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษดังกล่าวข้างต้น จึงทำให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะนำรูปภาพ 2 แบบ คือ ภาพการ์ตูน และภาพถ่าย ว่าภาพแบบใดสามารถช่วยทำให้นักเรียนเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้ในการประกอบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยจะนำภาพทั้ง 2 แบบมาใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในกิจกรรมที่ 41 ถึง กิจกรรมที่ 48 จากคู่มือการจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กระทรวงศึกษาธิการ โดยใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการศึกษาที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันและเป็นสื่อที่สามารถตอบสนองการศึกษาเป็นรายบุคคลที่มีประสิทธิภาพอย่างดีเยี่ยม เป็นเครื่องมือในการนำเสนอ ทั้งนี้เพื่อหาความเหมาะสมในการที่จะพิจารณาใช้ภาพ ในการนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอน ซึ่งช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเป็นแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนในระดับห้องเรียนให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อนักเรียนในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษต่อไป
แนวคิด(concept) 1. ภาษาอังกฤษระดับเตรียมความพร้อม
2. สื่อการสอนกับการสื่อสารและการเรียนรู้
3. การรับรู้ภาพ
4. การใช้ภาพการ์ตูนและภาพถ่ายประกอบการสอน
5. ประโยชน์ของภาพการ์ตูนและภาพถ่ายต่อการเรียนการสอน
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาผลของรูปภาพสองแบบต่อการเรียนรู้คำศัพท์ทางภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2. เพื่อเปรียบเทียบผลของรูปภาพสองแบบต่อความสนใจและตั้งใจเรียนของนักเรียนในการเรียน วิชาภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
สมมุติฐาน(assumption) ผลของรูปภาพสองแบบต่อการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีความแตกต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) วิจัยเชิงทดลอง
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 376 คน จากโรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2541 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ นักเรียนจำนวน 40 คน โดยการคัดเลือกแบบเจาะจงจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2541 โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. แบ่งกลุ่มตัวอย่างตามระดับผลการเรียนวิชาภาษาอังกฤษในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 คิดเป็นร้อยละจากคะแนนเต็มร้อย โดยเรียงลำดับจากคะแนนมากไปหาคะแนนน้อย 2. ภายในกลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 มีผลการเรียน ดีมาก คือ นักเรียนที่มีระดับ คะแนน 80 ถึง 100 กลุ่มที่ 2 มีผลการเรียนปานกลาง คือ นักเรียนที่มีระดับคะแนน 70 ถึง 79 และกลุ่มที่ 3 มีผลการเรียนต่ำ คือ นักเรียนที่มีระดับคะแนน 50 ถึง 69 3. จากนั้นนำกลุ่มตัวอย่างในข้อ 2 มาจัดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 20 คน โดยการคัดเลือกแบบ เจาะจง เพื่อให้กลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่มมีความคล้ายคลึงกันมากที่สุด กล่าวคือ ในแต่ละกลุ่มจะประกอบไปด้วยนักเรียนที่มีผลการเรียนดีมาก ปานกลาง และผลการเรียนต่ำคละกัน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ คือ วิธีการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ซึ่งมี 2 แบบ ได้แก่ การเรียนกับแบบเรียนที่มีภาพประกอบเป็นภาพการ์ตูน และการเรียนกับแบบเรียนที่มีภาพประกอบเป็นภาพถ่าย ตัวแปรตาม คือ ผลการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ความสนใจ และความตั้งใจเรียนของนักเรียน
คำนิยาม(defination) ภาษาอังกฤษระดับเตรียมความพร้อม หมายถึง การเรียนการสอนภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ภาพประกอบสองแบบ หมายถึง ภาพที่เป็นภาพการ์ตูนและภาพถ่ายเหมือนจริง โดยใช้คำศัพท์ในกิจกรรมที่ 41 ถึงกิจกรรมที่ 48 จากคู่มือการจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กระทรวงศึกษาธิการ นำเสนอด้วยโปรแกรม Authorware Version 3.5 ภาพถ่าย หมายถึง ภาพถ่ายเหมือนจริง (ภาพที่ได้จากการถ่ายภาพสีจากของจริง) ภาพการ์ตูน หมายถึง ภาพกราฟฟิคที่เป็นภาพลายเส้นมีสีสัน การเรียนรู้ หมายถึง ผลของคะแนนที่ผู้เรียนสามารถทำได้จากแบบทดสอบการเรียนรู้ของบทเรียนในกิจกรรมที่ 41 – 48 จากคู่มือการจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กระทรวงศึกษาธิการ หลังจากเมื่อเรียนผ่านไปแล้ว ซึ่งเป็นแบบทดสอบที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยเครื่องมือ 3 ชนิด ดังนี้ 1. แบบเรียนที่มีภาพประกอบเป็นภาพถ่าย และแบบเรียนที่มีภาพประกอบเป็นภาพการ์ตูน 2. แบบทดสอบผลการเรียนรู้ก่อนเรียนและหลังเรียน สร้างตามวัตถุประสงค์การเรียนที่กำหนดใน เนื้อหากิจกรรมที่ 41 ถึงกิจกรรที่ 48 ตามคู่มือการจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 3. แบบสังเกตความสนใจและตั้งใจเรียนของนักเรียน
การรวบรวมข้อมูล(gathering) การทดลองครั้งนี้ใช้เวลาของภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งมีเวลาตรงกับเวลาว่างของห้องคอมพิวเตอร์ที่ใช้เป็นสถานที่ในการทดลอง ใช้เวลาทำการทดลองเป็นเวลา 2 วัน วันละ 1 ชั่วโมง ตามขั้นตอน ดังนี้ 1. เมื่อจัดกลุ่มตัวอย่างในการทดลองแล้ว ผู้วิจัยชี้แจงทำความเข้าใจกับนักเรียน 2. ให้นักเรียนทั้ง 2 กลุ่ม ทำแบบทดสอบก่อนเรียน 3. เมื่อทำแบบทดสอบก่อนเรียนแล้ว 3.1 นักเรียนในกลุ่มตัวอย่างที่ 1 จะได้เรียนกับแบบเรียนที่มีภาพประกอบเป็นภาพการ์ตูน โดย ใช้เวลา ประมาณ 30 นาที 3.2 นักเรียนในกลุ่มตัวอย่างที่ 2 จะได้เรียนกับแบบเรียนที่มีภาพประกอบเป็นภาพถ่าย โดยใช้ เวลา ประมาณ 30 นาที 4. ขณะที่นักเรียนเรียนนั้น ผู้วิจัยได้ทำการสังเกตความตั้งใจ สนใจเรียนของนักเรียนทั้ง 2 กลุ่ม 5. เมื่อนักเรียนในกลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่ม เรียนจบบทเรียนที่กำหนดให้แล้ว ให้ทำแบบทดสอบหลัง เรียน
การวิเคราะห์(analysis) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และวิเคราะห์แบบทดสอบตามวัตถุประสงค์ (Item by Objective Analysis)
ข้อสรุป(summary) ผลของรูปภาพสองแบบต่อการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษมีความแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังพบอีกว่านักเรียนมีความสนใจและตั้งใจเรียนไม่แตกต่างกัน ตลอดจนมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นด้วย
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะทั่วไป 1. ในการสร้างแบบเรียนที่มีรูปภาพประกอบโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น ควรมีความพร้อมทาง ด้านอุปกรณ์ที่ใช้ นั่นคือ เครื่องคอมพิวเตอร์จะต้องมีหน่วยความจำมาก ๆ เนื่องจากงานด้านกราฟฟิคจำเป็นต้องใช้เนื้อที่ในการทำงานเป็นจำนวนมาก 2. ควรมีการศึกษาหรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ในโรง เรียนที่จะต้องนำโปรแกรมนี้ไปใช้ เพื่อป้องกันปัญหาและความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น 3. ควรได้ทราบพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ของนักเรียน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการสร้างโปรแกรมการ เรียนของนักเรียนว่าควรออกมาในรูปแบบใด 4. การสร้างแบบเรียนควรคำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานของนักเรียนเป็นสำคัญ คำสั่งและคำ แนะนำต่าง ๆ ควรมีเขียนให้สั้นกระทัดรัด ได้ใจความ 5. ในการสร้างแบบเรียนที่เกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษนั้น ถ้าเป็นไปได้ควรใช้เสียงจากเจ้าของ ภาษาเองจะดีมาก เนื่องจากจะช่วยให้นักเรียนออกเสียงได้ถูกต้อง 6. การเลือกรูปภาพควรให้มีความเหมาะสมกับเนื้อหา ตลอดจนมีความถูกต้องและชัดเจน ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 1. ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับผลของรูปภาพสองแบบประกอบในการเรียนการสอนวิชาอื่นๆ 2. ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับผลของรูปภาพสองแบบกับการสอนทักษะอื่น ๆ เช่น ทักษะการเขียน ทักษะการอ่าน หรือวิธีการสอนแบบอื่น เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพที่เป็นอยู่ ซึ่งจะให้ประโยชน์ต่อผู้เรียนมากที่สุด และเป็นการพัฒนาการเรียนการสอนที่ก้าวหน้าต่อไป
ปี 2541
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved