Current Record: นางสาวกรรณิการ์ ปัญส่งเสริม

นางสาวกรรณิการ์ ปัญส่งเสริม

1. ครูผู้สอนวิชางานประดิษฐ์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานประถมศึกษาอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ส่วนมากเป็นเพศชาย มีวุฒิทางการศึกษา ระดับปริญญาตรี มีประสบการณ์ในการสอน 5 – 15 ปี สำหรับสภาพและปัญหาในการจัดการเรียนการสอน คือ ครูมีภาระงานอื่นที่ต้องรับผิดชอบนอกเหนือจากงานสอนและไม่มีความถนัดในการสอนวิชางานประดิษฐ์ ตลอดจนไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารเท่าที่ควร ด้วยเห็นว่าเป็นวิชาที่มีความสำคัญน้อยกว่าวิชาอื่น รวมถึงครูส่วนมากไม่นำภูมิปัญญาและผู้ทรงภูมิปัญญาที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาร่วมจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
2. นักเรียนส่วนมากเกิดพฤติกรรมตามทักษะกระบวนการ 9 ขั้น
3. นักเรียนเกิดพฤติกรรมตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ตั้งไว้ 7 ข้อ อยู่ในระดับดีและพอใช้
4. ผลการประเมินการปฏิบัติงานของนักเรียนอยู่ในระดับดีมากและดี
5. ผลการเรียนของนักเรียนในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอยู่ในระดับสูง
6. ผลการประเมินตนเองของนักเรียนอยู่ในระดับดีมากและดี

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 1886
ชื่อผลงานวิจัย การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเรียนการสอนวิชางานประดิษฐ์ เรื่องการประดิษฐ์ของใช้ตามทักษะกระบวนการ 9 ขั้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
หัวข้อ(Eng) Application of Local Wisdom in Learning and Teaching Appliance Making Through Nine-Step Process Skills for Prathom Suka 6 Students
คำสำคัญ(keyword) ภูมิปัญญาท้องถิ่น หลักสูตรท้องถิ่น ผู้ทรงภูมิปัญญา ทักษะกระบวนการ 9 ขั้น พฤติกรรมการปฏิบัติงาน ปี2541
ชื่อผู้วิจัย นางสาวกรรณิการ์ ปัญส่งเสริม
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Miss Kannika Pansongseum
การศึกษา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถานที่ติดต่อ (ที่ทำงาน) โรงเรียนบ้างวังมน จ.ลำปาง

(ที่บ้าน) -
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2541
ประเภท วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ประวัติความเป็นมา(history) แนวการจัดการศึกษาของไทยในปัจจุบันมุ่งเน้นการพัฒนาคนทั้งในด้านวิชาการ ความรู้และบุคลิกภาพยังรวมถึงการพัฒนาลักษณะนิสัยในการทำงานที่สำคัญ เช่น ความรับผิดชอบ ขยันอดทน มีระเบียบวินัย ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ตรงต่อเวลาและแก้ปัญหาเป็น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำงานหรือการประกอบอาชีพของบุคคลในภายภาคหน้า ในการจัดการศึกษาระดับประถมศฬึกษาซึ่งเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงมุ่งปลูกฝังให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถ ทักษะและเจตคติที่ดีต่อการทำงานที่เหมาะสมกับวัยและความต้องการของประเทศ (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, 2536 : 3-4) โดยที่การจัดการศึกษาตามหลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช 2521 (ฉบับปรับปรุง 2533) นี้มีจุดเน้นเกี่ยวกับการเรียนการสอนที่สำคัญคือ เน้นทักษะกระบวนการตามความสนใจ ความถนัดของนักเรียนและสนองต่อความต้องการของท้องถิ่น ดังนั้นเพื่อสนองต่อแนวนโยบายของการจัดการศึกษา การจัดการเรียนการสอนควรมีการพัฒนาเป็นไปในทิศทางที่ต้องการดังกล่าว ซึ่งจะก่อให้เกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ขึ้นในตัวของนักเรียนได้

จากการติดตามผลการใช้หลักสูตรประถมศึกษาของกรมวิชาการและหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ครูส่วนมากใช้วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยยึดตนเองเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนและมุ่งเน้นพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านความรู้ในเนื้อหาวิชามากกว่าที่จะสอนให้นักเรียนรู้จักคิด แก้ปัญหาโดยเฉพาะปัญหาของชีวิต ความเป็นอยู่และสังคม ส่วนด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ผ่านมา พบว่าในกลุ่มวิชาต่าง ๆ มีคะแนนลดลง และในกลุ่มวิชาการงานและพื้นฐานอาชีพมีปัญหากล่าวคือ ครูมุ่งเน้นแต่การสอนและวิธีปฏิบัติ โดยขาดการให้ความรู้ความเข้าใจก่อนปฏิบัติส่งผลให้นักเรียนทำเป็นแต่ไม่สามารถสรุปหลักการและเหตุผลในการปฏิบัติได้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2531 : 97) และเมื่อนักเรียนจบการศึกษาไปแล้ว ไม่สามารถนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิต ในขณะเดียวกันก็มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของชุมชนได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาในสังคมต่อไป (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, 2536 : 42) ในส่วนของโรงเรียนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ได้สำรวจข้อมูลเบื้องต้นพบว่าสภาพปัญหาดังกล่าวมีลักษณะสอดคล้องกันคือ ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ครูยึดตนเองเป็นศูนย์กลางเนื่องจากครูมีภาระงานอื่นนอกเหนือจากงานสอนมากเกินไป สำหรับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มวิชาการงานและพื้นฐานอาชีพอยู่ในเกณฑ์ที่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ่ คือ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 69.57 ซึ่งยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80 เพราะเป็นกลุ่มวิชาที่นักเรียนต้องเรียนรู้เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง (รายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำนักงานประถมศึกษาอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง, 2539 2)

จากสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึง มีความสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเรียนการสอนวิชางานประดิษฐ์ของใช้ตามทักษะกระบวนการ 9 ขั้น ซึ่งทักษะกระบวนการ 9 ขั้นนั้น วัลลภ กันทรัพย์ (2534 : 16-18) ได้กล่าวว่า เป็นทักษะกระบวนการปฏิบัติงานหรือการทำงานที่ครบขั้นตอนตั้งแต่แรกจนแล้วเสร็จ เป็นกระบวนการที่จะสอนวิธีคิด การแก้ปัญหาและการทำงานตามขั้นตอน โดยส่งผลให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถในการวางแผนการทำงานที่ดีและเป็นรูปแบบที่เหมาะสมในการนำมาใช้จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรประถมศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนำมาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในวิชางานประดิษฐ์ของใช้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กอปรกับในท้องถิ่นมีผู้ทรงภูมิปัญญาที่มีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ที่สั่งสมมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน โดยเฉพาะเรื่องงานจักสานสมควรที่จะถ่ายทอดให้แก่เยาวชนรุ่นหลังได้มีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญ ประโยชน์และคุณค่า ตลอดจนอนุรักษ์สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่คู่แผ่นดินต่อไปอย่างแท้จริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ควรเป็นเรื่องของการจัดการศึกษาที่จะส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อเป็นการสร้างความรู้ขั้นพื้นฐานในเรื่องงานอาชีพ และการจัดการเรียนการสอนตามแนวนี้ยังช่วยให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงกับสภาพชีวิตประจำวันโดยเฉพาะสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันซึ่งสอดคล้องกับความคาดหวังของหลักสูตรเพื่อให้นักเรียนเกิดคุณลักษณะ
แนวคิด(concept) 1. หลักสูตรประถมศึกษาพุทธศักราช 2521 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2533)

2. โครงสร้างหลักสูตรประถมศึกษา กลุ่มวิชาการงานและพื้นฐานอาชีพ

3. ความสำคัญและการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาสู่การศึกษา

4. การจัดการเรียนการสอนวิชาการงานและพื้นฐานอาชีพตามทักษะกระบวนการ 9 ขั้น

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อสำรวจสภาพและปัญหาการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเรียนการสอนวิชางานประดิษฐ์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช 2521 (ฉบับปรับปรุง 2533)
2. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเรียนตามทักษะกระบวนการ 9 ขั้นในวิชางานประดิษฐ์ เรื่องการประดิษฐ์ของใช้โดยการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
3. เพื่อศึกษาผลการเรียนจากการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเรียนวิชางานประดิษฐ์เรื่องการประดิษฐ์ของใช้ตามทักษะกระบวนการ 9 ขั้นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงพัฒนา
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วยบุคคล 2 กลุ่ม คือ
1. ครูผู้สอนวิชางานประดิษฐ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ที่ปฏิบัติการสอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2540 จำนวน 37 โรงเรียน รวม 37 คน
2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ที่เรียนวิชางานประดิษฐ์ ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2540
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ในส่วนของครูผู้สอนวิชางานประดิษฐ์ศึกษาจากประชากรทั้งหมด สำหรับนักเรียนผู้วิจัยทำการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) จากโรงเรียนบ้านวังมน สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง จำนวน 26 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่สนใจศึกษา คือ สภาพและปัญหาการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเรียนการสอนวิชางานประดิษฐ์ พฤติกรรมการเรียนตามทักษะกระบวนการ 9 ขั้นในวิชางานประดิษฐ์ และผลการเรียนจากการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเรียนวิชางานประดิษฐ์
คำนิยาม(defination) หลักสูตรท้องถิ่น หมายถึง หลักสูตรที่ครูผู้สอนนำหลักสูตรระดับชาติ เป็นหลักสูตรแม่บทมาปรับขยายหรือเพิ่มจุดมุ่งหมายและเนื้อหาสาระ เพื่อให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น
ภูมิปัญญาท้องถิ่น หมายถึง องค์ความรู้ ประสบการณ์ของชีวิตและสังคมซึ่งบรรพบุรุษได้สั่งสมมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน และสามารถจะถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ให้กับชนรุ่นหลังต่อไปได้
ผู้ทรงภูมิปัญญา หมายถึง บุคคลในท้องถิ่นที่มีความรู้ในสาขาใดสาขาหนึ่ง โดยในที่นี้ได้แก่ สาขาวิชาที่เกี่ยวกับศิลปะพื้นบ้าน ในแขนงงานจักสานและเป็นผู้ทรงภูมิปัญญาที่จะถ่ายทอดความรู้เรื่องการจักสานให้แก่นักเรียนในขณะเรียนการปฏิบัติงานจริง
ทักษะกระบวนการ 9 ขั้น หมายถึง กระบวนการดำเนินงานในการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เป็นการสอนวิธีคิด วิธีการทำงานและวิธีแก้ปัญหา โดยมีขั้นตอนในการสอนตามทักษะกระบวนการ 9 ขั้น คือ ตระหนักในปัญหาและความจำเป็น คิดวิเคราะห์วิจารณ์ สร้างทางเลือกอย่างหลากหลาย ประเมินและเลือกทางเลือก กำหนดและลำดับขั้นตอนการปฏิบัติ ปฏิบัติด้วยความชื่นชม ประเมินผลระหว่างปฏิบัติ ปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่เสมอประเมินผลรวมเพื่อให้เกิดความภูมิใจ
พฤติกรรมการปฏิบัติงาน หมายถึง การแสดงออกทางอินทรีย์ของนักเรียนเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงาน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ลักษณะงานที่จะทำ การวางแผนและการเตรียมงาน การทำงานตามขั้นตอน ปรับปรุงการทำงาน รวมถึงความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความมีระเบียบวินัยในการทำงานของนักเรียน
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มี 6 ชนิด คือ
1. แบบสำรวจสภาพและปัญหาการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเรียนการสอนวิชางานประดิษฐ์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำหรับครูผู้สอนเป็นแบบสอบถาม จำนวน 1 ฉบับ โดยแบ่งเป็น 2 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษระเป็นแบบตรวจสอบรายการและปลายเปิด
ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพและปัญหาการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเรียนการสอนวิชางานประดิษฐ์ มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการและปลายเปิด
2. แผนการสอนวิชางานประดิษฐ์ เรื่องการประดิษฐ์ของใช้โดยการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นตามทักษะกระบวนการ 9 ขั้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 5 แผน โดยแบ่งเป็นแผนการสอนย่อย จำนวน 12 แผน
3. แบบสังเกตพฤติกรรมตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 7 ข้อ และพฤติกรรมตามทักษะ 9 ขั้น โดยใช้แบบตรวจสอบรายการ (Check List)
4. แบบทดสอบภาคทฤษฎีของแต่ละแผนการสอน จำนวน 5 ชุด
5. แบบประเมินทักษะการปฏิบัติงานในขณะที่นักเรียนปฏิบัติงานจริงตามแผนการสอน
6. แบบประเมินตนเองของนักเรียนหลังจบการเรียนตามแผนการสอนทั้งหมดแล้ว
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ดำเนินการสำรวจความรู้พื้นฐานวิชางานประดิษฐ์เรื่องการประดิษฐ์ของใช้ด้วยการจักสาน โดยสำรวจความรู้พื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่จะเรียนวิชานี้โดยการสัมภาษณ์สอบถามเป็นรายบุคคล เพื่อเป็นการปรับความรู้ของนักเรียนให้อยู่ในระดับเดียวกัน
2. ดำเนินการสอนตามแผนการสอนตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 ถึง 6 มีนาคม พ.ศ. 2541 ใช้เวลาในการสอนสัปดาห์ละ 12 คาบ รวม 50 คาบ ซึ่งใช้เวลาในการสอนภาคทฤษฎี จำนวน 18 คาบ และภาคปฏิบัติ จำนวน 32 คาบ โดยมีแผนการสอน 5 แผน แบ่งเป็นแผนการสอนย่อย 12 แผน ดังนี้
แผนที่ 1 เรื่อง ความเป็นมาและความสำคัญของการจักสานและอาชีพจักสานในท้องถิ่น (แผนการสอนย่อยที่ 1 และ 2)
แผนที่ 2 เรื่อง วัดสุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจักสาน (แผนการสอนย่อยที่ 3 และ 4)
แผนที่ 3 เรื่อง วิธีการจักสานขั้นพื้นฐาน (แผนการสอนย่อยที่ 5 และ 6)
แผนที่ 4 เรื่อง การจักสานของใช้อย่างง่าย (แผนการสอนย่อยที่ 7, 8 และ 9)
แผนที่ 5 เรื่อง การจักสานของใช้ที่มีลวดลายซับซ้อน (แผนการสอนย่อยที่ 10, 11 และ 12)
3. หลังจากทำการสอนจบแต่ละแผนการสอนจะทำการทดสอบหลังเรียนเพื่อเก็บคะแนนภาคทฤษฎี รวม 5 แผน และให้นักเรียนทำแบบประเมินตนเองหลังจบการเรียนการสอนในแผนการสอนที่ 3 ถึง 5
4. ขณะที่ทำการสอนได้บันทึกการสังเกตพฤติกรรมตามทักษะกระบวนการ 9 ขั้น สังเกตพฤติกรรมตามจุดประสงค์ 7 ข้อ และบันทึกพฤติกรรมการปฏิบัติงานของนักเรียนเป็นระยะ
5. เมื่อจบแผนการสอนทั้งหมดแล้ว ทำการทดสอบเพื่อเก็บคะแนนภาคปฏิบัติโดยให้นักเรียนจับฉลาก และปฏิบัติงานตามกำหนด และให้นักเรียนทำแบบประเมินผลตนเองตามรายการที่กำหนดไว้
การวิเคราะห์(analysis) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการบรรยายประกอบตารางและใช้สถิติแบบง่าย คือ ค่าความถี่และค่าร้อยละ
ข้อสรุป(summary) 1. ครูผู้สอนวิชางานประดิษฐ์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานประถมศึกษาอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ส่วนมากเป็นเพศชาย มีวุฒิทางการศึกษา ระดับปริญญาตรี มีประสบการณ์ในการสอน 5 – 15 ปี สำหรับสภาพและปัญหาในการจัดการเรียนการสอน คือ ครูมีภาระงานอื่นที่ต้องรับผิดชอบนอกเหนือจากงานสอนและไม่มีความถนัดในการสอนวิชางานประดิษฐ์ ตลอดจนไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารเท่าที่ควร ด้วยเห็นว่าเป็นวิชาที่มีความสำคัญน้อยกว่าวิชาอื่น รวมถึงครูส่วนมากไม่นำภูมิปัญญาและผู้ทรงภูมิปัญญาที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาร่วมจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
2. นักเรียนส่วนมากเกิดพฤติกรรมตามทักษะกระบวนการ 9 ขั้น
3. นักเรียนเกิดพฤติกรรมตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ตั้งไว้ 7 ข้อ อยู่ในระดับดีและพอใช้
4. ผลการประเมินการปฏิบัติงานของนักเรียนอยู่ในระดับดีมากและดี
5. ผลการเรียนของนักเรียนในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอยู่ในระดับสูง
6. ผลการประเมินตนเองของนักเรียนอยู่ในระดับดีมากและดี
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้
1. ในการสอนวิชางานประดิษฐ์ ผู้สอนควรจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ และใช้สื่อที่หลากหลาย
2. ผู้สอนต้องสร้างแรงจูงใจและคอยกระตุ้นผู้เรียนตลอดเวลา
3. การนำผู้ทรงภูมิปัญญาหรือวิทยากรในท้องถิ่นมาร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมาก
4. การเลือกสอนตามทักษะกระบวนการ 9 ขั้น ผู้สอนควรเลือกให้เหมาะสมกับเนื้อหาวิชาโดยบางเนื้อหาอาจดำเนินการได้ไม่ครบทั้ง 9 ขั้น
5. ผู้บริหารและครูควรให้การสนับสนุน ส่งเสริมการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้กลุ่มวิชาต่าง ๆ
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรทำการวิจัยโดยใช้ภูมิปัญญาในท้องถิ่นในกลุ่มวิชาอื่น ๆ
2. ควรทำการวิจัยเกี่ยวกับการปลูกฝังให้ผู้เรียนได้ตระหนักและเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาในท้องถิ่นของตน เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น
3. ควรทำการวิจัยวิธีการสอนวิชางานประดิษฐ์ด้วยวิธีการอื่น ๆ เพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. ควรทำการวิจัยวิธีสอนตามทักษะกระบวนการ 9 ขั้น ในกลุ่มวิชาอื่น ๆ
ปี 2541
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved