Current Record: นายสมควร สุขดา

นายสมควร สุขดา

1. การหาประสิทธิภาพของสื่อ ครั้งที่ 1 ปรากฎว่า ค่าคะแนนจากการทำแบบฝึกหัดกับคะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ เฉลี่ยร้อยละ 77.5 กับ 72.5
2. การหาประสิทธิภาพของสื่อ ครั้งที่ 2 เมื่อมีการพัฒนาสื่อและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากการทดลองหนึ่งต่อหนึ่งแล้ว โดยนำไปใช้ทดลองกับนักเรียน จำนวน 10 คน ปรากฎว่า ค่าคะแนนจากการทำแบบฝึกหัดกับคะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ เป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 84.9 กับ 81.4
3. การหาประสิทธิภาพของสื่อ ครั้งที่ 3 โดยทดลองกับนักเรียน 40 คน ปรากฎว่า ค่าคะแนนจากการทำแบบฝึกหัดกับคะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ เฉลี่ยร้อยละ 85.3 กับ 83.2

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 1193
ชื่อผลงานวิจัย การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนวิชา ส 013 ภูมิศาสตร์การเกษตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนดงตาลวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
หัวข้อ(Eng) A Development of Medias for SOC 013 Agricultural Geography in Mathayomsuksa 4 Dongtalwittaya School Amphur Muang Lopburi Province
คำสำคัญ(keyword) การศึกษา สื่อการเรียนการสอน การวิจัยเชิงทดลอง ภูมิศาสตร์การเกษตร
ชื่อผู้วิจัย นายสมควร สุขดา
สถานที่ติดต่อ โรงเรียนดงตาลวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี 15000
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) พ.ศ. 2541-2542
ประเภท งานวิจัยส่วนบุคคลที่ได้รับทุนอุดหนุนประเภททั่วไป จากกระทรวงศึกษาธิการ
ประวัติความเป็นมา(history) เนื่องจากแนวโน้มของการจัดการศึกษาในอนาคตมุ่งให้ผู้เรียนต้องมีความสามารถหาความรู้ด้วยตนเองมากกว่าการรับความรู้จากการบอกเล่าของครู จึงทำให้ครูผู้สอนลดบทบาทจากผู้บอกความรู้แก่นักเรียนมาเป็นผู้ที่ต้องศึกษา ค้นคว้า ประดิษฐ์ คิดค้น พัฒนาสื่อการเรียนการสอน จัดบรรยากาศการเรียนการสอนเพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้อย่างมีความสุข เกิดความพึงพอใจในการศึกษาเล่าเรียน และบรรลุผลตามจุดหมายของหลักสูตร และจากสภาพการจัดการเรียนการสอนที่ผ่านมา ได้มีการประเมินการใช้หลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช 2521 และหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 มีผลว่า การใช้สื่อการเรียนการสอนในโรงเรียน ครูและนักเรียนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับหนังสือมาก ใช้สื่อการเรียนการสอนน้อย นักเรียนจึงไม่ค่อยได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองจากสื่ออื่น ๆ อันเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง พัฒนานิสัยการรักการอ่านเท่าที่ควร การสอนมุ่งเน้นเนื้อหาวิชาการ นักเรียนไม่ค่อยมีโอกาสใช้เหตุผลในการคิด วิเคราะห์ ทำ และเลือกปฏิบัติที่ถูกต้อง ในการปรับปรุงหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจึงวางนโยบายใช้และพัฒนาสื่อการเรียนการสอน และกรมวิชาการได้จัดทำแนวการใช้สื่อการเรียนการสอนขึ้น และประกาศเป็นแนวทางการใช้และพัฒนาสื่อการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาขึ้นโดยสนับสนุนให้มีการใช้สื่อการเรียนการสอนอย่างแพร่หลาย และให้มีการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนทุกประเภท ทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง สื่อการเรียนการสอนจึงมีบทบาทสำคัญโดยเป็นเครื่องมือที่จำเป็นในกระบวนการเรียนการสอน เป็นเครื่องมือที่ต้องใช้เพื่อให้การเรียนการสอนดำเนินไปราบรื่นได้ผล ปัจจุบัน สื่อการเรียนการสอนจัดได้ว่ามีหลายรูปแบบ เช่น หนังสือเรียน สื่อที่เรียนด้วยตนเอง (CAI) หนังสือเสริมประสบการณ์ หนังสือสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ตลอดจน สื่อโสตทัศนูปกรณ์ ต่าง ๆ เป็นต้น


วัตถุประสงค์(objective) เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอน วิชา ส 013 ภูมิศาสตร์การเกษตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนดงตาลวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
กลุ่มตัวอย่าง(sample) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนดงตาลวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2542 จำนวน 3 ห้องเรียน มีนักเรียน 120 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา คือ การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน วิชา ส 013 ภูมิศาสตร์การเกษตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
คำนิยาม(defination) 1. สื่อการเรียนการสอน หมายถึง สิ่งที่ผู้สอนและผู้เรียนใช้ในการเรียนการสอน เพื่อช่วยให้กระบวนการเรียนรู้ดำเนินไปสู่เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้เป็นวัสดุ เครื่องมือ เอกสาร วัตถุสิ่งของที่มีอยู่ในธรรมชาติ หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา รวมทั้งกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ด้วย
2. สื่อประสม หมายถึง การนำสื่อที่เป็นวัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการหลาย ๆ อย่างมาใช้ประกอบการเรียนการสอนเพื่อทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ตามจุดประสงค์
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) สื่อการเรียนการสอน วิชา ส 013 ภูมิศาสตร์การเกษตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประกอบด้วย สื่อประเภท กิจกรรมศึกษาชุมชน สไลด์ประกอบเสียงและการ์ตูน จำนวน 6 เรื่อง 2) แบบฝึกหัด วิชา ส 013 ภูมิศาสตร์การเกษตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีลักษณะเป็นเอกสารแนะแนวทาง เพื่อให้นักเรียนสรุปเนื้อหาสาระจากที่เรียนมาแล้วแต่ละเนื้อหา มีทั้งการให้เติมคำ สรุปเนื้อหา อธิบาย นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัดไปพร้อม ๆ กับที่มีการเรียนการสอนหรือหลังจากที่มีการจัดการเรียนการสอนแล้วก็ได้ และ 3) แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ วิชา ส 013 ภูมิศาสตร์การเกษตร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 6 เรื่อง เรื่องละ 20 ข้อ เป็นแบบทดสอบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ดำเนินการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน โดยคำนวณหาประสิทธิภาพของสื่อ จากการเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 3 ครั้ง
การวิเคราะห์(analysis) คำนวณหาประสิทธิภาพของสื่อการเรียนการสอน วิชา ส 013 ภูมิศาสตร์การเกษตร โดยนำคะแนนเฉลี่ยของการทำแบบฝึกหัดถูกต้องมาคิดเป็นร้อยละ และคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ถูกต้องมาคิดเป็นร้อยละ ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 (โสภณ นุ่นทอง. การหาประสิทธิภาพของสื่อ. วารสารข้าราชการครู, 2534-2535: 27)
ข้อสรุป(summary) 1. การหาประสิทธิภาพของสื่อ ครั้งที่ 1 ปรากฎว่า ค่าคะแนนจากการทำแบบฝึกหัดกับคะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ เฉลี่ยร้อยละ 77.5 กับ 72.5
2. การหาประสิทธิภาพของสื่อ ครั้งที่ 2 เมื่อมีการพัฒนาสื่อและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากการทดลองหนึ่งต่อหนึ่งแล้ว โดยนำไปใช้ทดลองกับนักเรียน จำนวน 10 คน ปรากฎว่า ค่าคะแนนจากการทำแบบฝึกหัดกับคะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ เป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 84.9 กับ 81.4
3. การหาประสิทธิภาพของสื่อ ครั้งที่ 3 โดยทดลองกับนักเรียน 40 คน ปรากฎว่า ค่าคะแนนจากการทำแบบฝึกหัดกับคะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ เฉลี่ยร้อยละ 85.3 กับ 83.2
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. สื่อการเรียนการสอนทุกรายการที่ปรากฎในงานวิจัย ครูผู้สอนสามารถนำไปใช้พัฒนาให้ได้คุณภาพที่ดีขึ้นได้ด้วยเทคนิควิธีการใหม่ ๆ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบัน
2. การลงทุนในการสร้างสื่อการเรียนการสอน ครูผู้สอนควรมีการวางแผนเป็นอย่างดี โดยพร้อมที่จะลงทุนผลิตสื่อ การขอรับการสนับสนุนจากโรงเรียน หรือชุมชนมีส่วนร่วมช่วยสนับสนุน มีการสร้างและปรับปรุงสื่อให้ทันสมัยและหลากหลาย เพื่อเป็นการช่วยเสริมการเรียนการสอนของครูให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
3. ในการใช้หรือสร้างสื่อประเภทกิจกรรมศึกษาชุมชน ครูผู้สอนควรมีการศึกษาข้อมูล แหล่งความรู้ในชุมชนก่อนวางแผนการเรียนการสอน เพราะแต่ละชุมชนมีสภาพแตกต่างกัน บางชุมชนมีความเหมาะสมต่อการศึกษาเป็นกลุ่ม และบางชุมชนมีความเหมาะสมสำหรับให้นักเรียนศึกษาเป็นรายบุคคล การกำหนดหัวข้อให้นักเรียนศึกษาเป็นสิ่งสำคัญว่าผู้สอนมีความต้องการให้นักเรียนศึกษารายละเอียดระดับใด ควรให้เวลากับนักเรียนเพื่อศึกษาอย่างเพียงพอ สิ่งสำคัญที่สุดต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความสนใจของผู้เรียนด้วย
4. ครูผู้สอนซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน ควรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเนื้อหา สื่อ และเครื่องมือวัดผล เมื่อได้ผ่านการนำไปใช้แล้ว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน อีกทั้งเป็นการหาแนวทางพัฒนาและยกระดับคุณภาพของผู้เรียนให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและเสรษฐกิจของประเทศ และโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและอย่างรวดเร็ว
ปี 2542
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved