ผลงานวิจัย

  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /var/www/html/thaied/includes/theme.inc on line 463.
  • warning: Invalid argument supplied for foreach() in /var/www/html/thaied/includes/theme.inc on line 468.
นางสาวนาตยา แก้วมะเริง - thaied

Current Record: นางสาวนาตยา แก้วมะเริง

นางสาวนาตยา แก้วมะเริง

จากการศึกษาเปรียบเทียบอัตมโนทัศน์ระหว่างเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพตามทฤษฎีของแคทเทล ด้านการเข้าสังคม ความวิตกกังวล และความเครียด ที่แตกต่างกัน สรุปผลได้ดังนี้
1. เด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพตามทฤษฎีของแคทเทลด้านการเข้าสังคมในระดับที่แตกต่างกัน คือต่ำ ปกติ และสูง มีอัตมโนทัศน์โดยส่วนรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน
2. เด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพตามทฤษฎีของแคทเทลด้านความวิตกกังวลในที่แตกต่างกัน คือต่ำ ปกติ และสูง มีอัตมโนทัศน์โดยส่วนรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกัน
3. เด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพตามทฤษฎีของแคทเทลด้านความเครียดในระดับที่แตกต่างกัน คือต่ำ ปกติ และสูง มีอัตมโนทัศน์โดยส่วนรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านความเครียดในระดับต่ำ จะมีอัตมโนทัศน์ทางบวกสูงกว่าเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านความเครียดในระดับปกติ และระดับสูง และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า เด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านความเครียดในระดับที่แตกต่างกัน มีอัตมโนทัศน์ทางด้านลักษณะทางกาย ทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และทางด้านจิตใจ แตกต่างกัน โดยเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านความเครียดในระดับต่ำ จะมีอัตมโนทัศน์ทางบวกสูงกว่าเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านความเครียดในระดับปกติ และระดับสูง

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 2794
ชื่อผลงานวิจัย เปรียบเทียบอัตมโนทัศน์ระหว่างเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพตามทฤษฎีของแคทเทลด้านการเข้าสังคม ความวิตกกังวล และความเครียดที่แตกต่างกัน
หัวข้อ(Eng) A COMPARISON OF SELF-CONCEPT AMONG ADOLESCENCE WHO ARE DIFFERENT IN AFFECTOTHYMIA, GUILT-PRONENESS AND ERGIC TENSION ACCORDING TO CATTELL’S TRAIT THEORY


คำสำคัญ(keyword) สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษา อัตมโนทัศน์ วัยรุ่น บุคลิกภาพ ทฤษฎีแคทเทล ความวิตกกังวล ความเครียด เปรียบเทียบ



ชื่อผู้วิจัย นางสาวนาตยา แก้วมะเริง
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Miss Nattaya Kaeomaloeng


สถานที่ติดต่อ 23/2 หมู่ 6 (หน้า สภต.มะเริง) ตำบลพะเนา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) มีนาคม 2539


ประเภท วิทยานิพนธ์


สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม


ประวัติความเป็นมา(history) วัยรุ่นเป็นวัยแห่งการเจริญเติบโต มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม เป็นช่วงที่มีการแสวงหาเอกลักษณ์แห่งตน (Identity) ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาบุคลิกภาพ แคทเทลเจ้าของทฤษฎีบุคลิกภาพโดยวิธีวิเคราะห์องค์ประกอบ (factor Analytic Theory) ได้ให้คำจำกัดความคำว่า บุคลิกภาพ คือ สิ่งที่ช่วยให้เราทำนายได้ว่าบุคคลจะทำอย่างไรในสถานการณ์ที่กำหนดให้ และเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทั้งหมดของบุคคลทั้งพฤติกรรมที่เปิดเผย และพฤติกรรมที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน แคทเทลได้แบ่งบุคลิกภาพของบุคคลออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ลักษณะนิสัยพื้นผิว (Surface Traits) และลักษณะนิสัยต้นตอ (Source Traits)


ลักษณะบุคลิกภาพทางด้านการปรับตัวทางสังคม ทางด้านความวิตกกังวล ทางด้านความเครียด เป็นลักษณะนิสัยต้นตอที่น่าสนใจ เพราะมีส่วนสัมพันธ์กับอัตมโนทัศน์ของเด็กในช่วงวัยรุ่นอย่างมาก ช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของอัตมโนทัศน์ในทางบวกและทางลบอย่างเด่นชัด เช่น เด็กที่เข้าโรงเรียนด้วยความคาดหวังว่าจะต้องเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ มักจะเป็นผู้อาสาทำงาน มีความรับผิดชอบ มีอัตมโนทัศน์ที่ดี เขาจะประสบความสำเร็จทั้งในด้านการเรียน และด้านสังคม ส่วนเด็กที่มีอัตมโนทัศน์ในทางลบมักจะมองตนเองว่าไม่มีความสามารถซึ่งจะนำไปสู่ความล้มเหลว กลายเป็นเด็กวัยรุ่นที่ไม่สามารถยอมรับตนเองได้ ทำให้เป็นผู้ที่ไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ มีความรู้สึกดูถูกตนเองและมีปมด้อย มักกลายเป็นผู้มีปัญหาทางอารมณ์ การปรับตัวทางสังคม ความวิตกกังวล และความเครียด


ซัลลิแวน เจ้าของทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Theory of Interpersonal Relation) เชื่อว่าบุคลิกภาพของบุคคลนั้นเกิดจากการปรับตัวของบุคคล เพื่อให้อยู่ในสังคมได้ด้วยดีโดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงจากเด็กไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ เป็นวัยแห่งการปรับตัว เป็นวัยแห่งปัญหา และเป็นวัยแห่งความเครียดทางอารมณ์ ได้มีการศึกษาวิจัยผลการปรับตัวทางสังคมที่มีต่ออัตมโนทัศน์ของนักเรียนชายที่ประพฤติขัดต่อสังคม ผลการวิจัยพบว่า อัตมโนทัศน์และการประมาณค่าการปรับตัวทางด้านสังคมของนักเรียนกลุ่มที่เพื่อนยอมรับ มีคะแนนสูงกว่านักเรียนที่เพื่อนไม่ยอมรับ และจากการศึกษาเรื่องของความวิตกกังวลใจกับความคิดเห็นเกี่ยวกับตนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ผลการวิจัยพบว่า เด็กนักเรียนที่มีความวิตกกังวลใจต่ำ จะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับตนในทางที่ดีและจะเป็นที่นิยมของคนทั่วไปมากกว่าเด็กนักเรียนที่มีความวิตกกังวลใจสูง ซึ่งจะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับตนในทางที่ไม่ดี


จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า บุคลิกภาพทางด้านการเข้าสังคม และความวิตกกังวล มีผลต่ออัตมโนทัศน์ในทางบวก อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวแปรทางด้านความเครียดนั้นยังไม่มีการศึกษาหาความสัมพันธ์กับอัตมโนทัศน์ในด้านต่าง ๆ อย่างชัดเจน และผู้ที่มีบุคลิกภาพทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านการเข้าสังคม ด้านความวิตกกังวล และด้านความเครียด มีบุคลิกภาพในระดับต่ำ ปกติ สูง จะมีอัตมโนทัศน์แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร จึงเป็นเหตุให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาเรื่องนี้ต่อไป


วัตถุประสงค์(objective) การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้คือ
1. เพื่อเปรียบเทียบอัตมโนทัศน์ของเด็กวัยรุ่นด้านต่าง ๆ ที่มีบุคลิกภาพด้านการเข้าสังคมในระดับที่แตกต่างกัน
2. เพื่อเปรียบเทียบอัตมโนทัศน์ของเด็กวัยรุ่นด้านต่าง ๆ ที่มีบุคลิกภาพด้านความวิตกกังวลในระดับที่แตกต่างกัน
3. เพื่อเปรียบเทียบอัตมโนทัศน์ของเด็กวัยรุ่นด้านต่าง ๆ ที่มีบุคลิกภาพด้านความเครียดในระดับที่แตกต่างกัน
สมมุติฐาน(assumption) 1. เด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านการเข้าสังคมในระดับต่ำ ปกติ และสูง จะมีอัตมโนทัศน์แตกต่างกัน
2. เด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านความวิตกกังวลในระดับต่ำ ปกติ และสูง จะมีอัตมโนทัศน์แตกต่างกัน
3. เด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านความเครียดในระดับต่ำ ปกติ และสูง จะมีอัตมโนทัศน์แตกต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-5 โรงเรียนท่าช้างราษฏร์บำรุง โรงเรียนจักราชวิทยา และโรงเรียนหนองงูเหลือมพิทยาคม อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา ปีการศึกษา 2538 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 720 คน
กลุ่มตัวอย่างซึ่งได้มาจากการใช้แบบทดสอบวัดบุคลิกภาพ 16 PF และแบบทดสอบวัดอัตมโนทัศน์ ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 565 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ ได้แก่
1. บุคลิกภาพด้านการเข้าสังคม มี 3 ระดับ คือ ต่ำ ปกติ สูง
2. บุคลิกภาพด้านความวิตกกังวล มี 3 ระดับ คือ ต่ำ ปกติ สูง
3. บุคลิกภาพด้านความเครียด มี 3 ระดับ คือ ต่ำ ปกติ สูง
ตัวแปรตาม ได้แก่ อัตมโนทัศน์ 4 ด้าน ดังนี้
1. อัตมโนทัศน์ทางด้านลักษณะทางกายภาพ
2. อัตมโนทัศน์ทางด้านความสามารถของตนเอง
3. อัตมโนทัศน์ทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
4. อัตมโนทัศน์ทางด้านจิตใจ
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ ได้แก่
1. แบบทดสอบวัดบุคลิกภาพ 16 PF Form A
2. แบบสอบถามอัตมโนทัศน์
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. นำแบบทดสอบวัดบุคลิกภาพ 16 PF ของแคทเทล (Cattell) ไปทดสอบกับกลุ่มประชากร จำนวน 720 คน
2. ทำการตรวจแบบทดสอบวัดบุคลิภาพ ตามตัวแปรทั้ง 3 คือ ด้านการเข้าสังคม ด้านความวิตกกังวล และด้านความเครียด เพื่อจำแนกเป็นกลุ่มระดับต่ำ กลุ่มระดับปกติ และกลุ่มระดับสูง
3. นำแบบสอบถามอัตมโนทัศน์ไปสอบถามกับนักเรียนทุกกลุ่มที่จำแนกไว้ในข้อ 2 โดยผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง
การวิเคราะห์(analysis) ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One -Way Analysis of Variance) เปรียบเทียบค่าคะแนนเฉลี่ยรายคู่ โดยใช้วิธี ของ Newman Keuls
ข้อสรุป(summary) จากการศึกษาเปรียบเทียบอัตมโนทัศน์ระหว่างเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพตามทฤษฎีของแคทเทล ด้านการเข้าสังคม ความวิตกกังวล และความเครียด ที่แตกต่างกัน สรุปผลได้ดังนี้
1. เด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพตามทฤษฎีของแคทเทลด้านการเข้าสังคมในระดับที่แตกต่างกัน คือต่ำ ปกติ และสูง มีอัตมโนทัศน์โดยส่วนรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน
2. เด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพตามทฤษฎีของแคทเทลด้านความวิตกกังวลในที่แตกต่างกัน คือต่ำ ปกติ และสูง มีอัตมโนทัศน์โดยส่วนรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกัน
3. เด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพตามทฤษฎีของแคทเทลด้านความเครียดในระดับที่แตกต่างกัน คือต่ำ ปกติ และสูง มีอัตมโนทัศน์โดยส่วนรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านความเครียดในระดับต่ำ จะมีอัตมโนทัศน์ทางบวกสูงกว่าเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านความเครียดในระดับปกติ และระดับสูง และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า เด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านความเครียดในระดับที่แตกต่างกัน มีอัตมโนทัศน์ทางด้านลักษณะทางกาย ทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และทางด้านจิตใจ แตกต่างกัน โดยเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านความเครียดในระดับต่ำ จะมีอัตมโนทัศน์ทางบวกสูงกว่าเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านความเครียดในระดับปกติ และระดับสูง
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. ควรทำการศึกษาเปรียบเทียบอัตมโนทัศน์ระหว่างเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านอื่น ๆ ตามทฤษฎีของแคทเทล ในระดับที่แตกต่าง เช่น ศึกษาบุคลิกภาพด้านความกล้าแสดงออกบุคลิกภาพทางด้านมโนธรรม เป็นต้น
2. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบอัตมโนทัศน์ระหว่างเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านเดียวกัน เชื้อชาติเดียวกัน แต่ต่างศาสนากัน เช่นเปรียบเทียบอัตมโนทัศน์ระหว่างเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพทางด้านการเข้าสังคม เชื้อชาติไทย ศาสนาพุทธ กับเด็กวัยรุ่นที่มีบุคลิกภาพด้านการเข้าสังคมเชื้อชาติไทย ศาสนาคริสต์ เป็นต้น
3. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบอัตมโนทัศน์ด้านต่าง ๆ ของเด็กวัยรุ่นระหว่างจังหวัดหรือระหว่างภาค เช่น เปรียบเทียบอัตมโนทัศน์ด้านวิชาการ และด้านที่ไม่เกี่ยวกับวิชาการของเด็กวัยรุ่นภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นต้น
ปี 2539
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved