ผลงานวิจัย

นาง เกศราพรรณ คงเจริญ - thaied

Current Record: นาง เกศราพรรณ คงเจริญ

นาง เกศราพรรณ คงเจริญ

จากการดำเนินการวิจัยตามขั้นตอนที่นำเสนอ ปรากฏผลการวิจัยดังต่อไปนี้

1. ผลการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนและเอกสารประกอบการใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนของนักศึกษาวิชาชีพครูได้รูปแบบการเรียนการสอนที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ หลักการ วัตถุประสงค์ และกระบวนการเรียนการสอน ซึ่งสรุปได้ดังนี้คือ
          1.1.  รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย                      
                 1.1.1. แนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา              
                 1.1.2. วัตถุประสงค์ของรูปแบบการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างสมรรถ ภาพการสอนของนักศึกษาวิชาชีพครู ซึ่งเกิดขึ้นจากการเรียนตามรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยความรู้ความเข้าใจการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน ทักษะการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน เจตคติต่อวิชาชีพครู
                 1.1.3. ขั้นตอนการเรียนการสอนในรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาที่พัฒนาขึ้น มีขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนเป็น 3 ระยะ ดังนี้ 
                              ระยะที่ 1 ขั้นจัดเตรียม (ดำเนินการก่อนการจัดการเรียนการสอน) มี 3 ขั้น คือ
                              1.1      ผู้สอนวางแผนการสอนและกำหนดบุคคลที่เป็นตัวแบบ
                              1.2      ผู้สอนและตัวแบบกำหนดบทบาทของตัวแบบในการจัดการเรียนการสอน
                              1.3      ผู้สอนและตัวแบบกำหนดบทบาทของผู้เรียน และภาระงาน
                              ระยะที่ 2 ขั้นสร้างความรู้ (ดำเนินการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน) มี 4 ขั้น คือ
 2.1  ขั้นสังเกต: ผู้เรียนสังเกตการจัดการเรียนการสอนของตัวแบบในด้านรูปแบบการสอน/วิธีสอน/เทคนิคการสอน กระบวนการ/ขั้นตอน/ลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน การใช้เวลาในการสอนและการจัดกิจกรรม รวมทั้งปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างการสอน วิธีการแก้ไขปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างการสอน และผลของการแก้ปัญหา
                              2.2  ขั้นสร้างความรู้: ผู้เรียนเรียนรู้เนื้อหาและประสบการณ์การเรียนรู้จากตัวแบบในชั้นเรียน โดยมีตัวแบบและผู้สอนชี้แนะ แนะนำช่วยเหลือ และสนับสนุน
                              2. 3  ขั้นนำความรู้ไปใช้: ผู้เรียนออกแบบการจัดการเรียนการสอน และทำการสอนจุลภาคโดยตัวแบบและครูให้คำแนะนำและเสริมต่อการเรียนรู้
                              2.4  ขั้นสะท้อนการเรียนรู้: ผู้เรียน สะท้อนการเรียนรู้ โดยตัวแบบและครู ชี้แนะ แนะนำช่วยเหลือ และสนับสนุน
           ระยะที่ 3 ขั้นการปฏิบัติงาน (ดำเนินการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน) มี 2 ขั้น คือ
                              2.5  ขั้นปฏิบัติ: ผู้เรียนนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปใช้สอนในโรงเรียน
                              2.6  ขั้นประเมินผล: ผู้เรียน ตัวแบบ และครูร่วมกันประเมินผล
การจัดการเรียนรู้ 
                              การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนมี 6 ขั้นตอน คือ 
                              1.  ขั้นสังเกต เป็นขั้นที่ผู้เรียนได้รับการสังเกตจากตัวแบบ โดยมีการจัดสถานการณ์ในการดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนในด้านความรู้ ความเข้าใจ ทักษะพื้นฐานด้านการสอนของวิชาชีพครูซึ่งเป็นสิ่งเร้าที่กระตุ้นประสาทรับความรู้สึกต่าง ๆ และร่วมกันพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์หรือปัญหานั้น ๆ ในด้านการสอนทำให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้
                     2.  ขั้นสร้างความรู้ เป็นขั้นที่ผู้เรียนเรียนรู้จากตัวแบบโดยการชี้แนะ แนะนำหรือสังเกตพฤติกรรมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และวิเคราะห์ความสัมพันธ์และความสำคัญของข้อมูลต่าง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญ การสังเกตกระบวนการต่าง ๆ ที่ตัวแบบปฏิบัติทักษะต่าง ๆ ผู้วิจัยคอยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความพร้อมในการเรียนรู้
                               3.  ขั้นออกแบบ เป็นขั้นที่ผู้เรียนร่วมกันออกแบบ และสร้างหลักการและวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ออกแบบการเรียนการสอนเมื่อมีปัญหาสงสัย สอบถามและแก้ปัญหาตามคำแนะนำจากตัวแบบและผู้สอน เพื่อให้การออกแบบเป็นไปตามวัตถุประสงค์ โดยตัวแบบจะต้องช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงระหว่างการกระทำและการคิด จึงเกิดการสร้างความรู้อย่างมีความหมาย จากการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์และความคิด และให้ความหมายของความคิดรวบยอดตามความเข้าใจของผู้เรียนเอง เพื่อให้การออกแบบการเรียนการสอนเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้
                     4.  ขั้นสะท้อนความคิด เป็นขั้นที่ผู้เรียนอภิปราย แสดงเหตุผลสนับสนุน หรือโต้แย้งตรวจสอบความคิดอธิบายความคิด โดยแสดงเหตุผลที่ได้จากการสังเกตพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของตัวแบบ และเปรียบเทียบกระบวนการคิดและกระบวนการแก้ ปัญหาของตนเองและกลุ่ม ผู้วิจัยทำหน้าที่ผู้นำการอภิปรายและเป็นผู้ร่วมอภิปราย
                     5.  ขั้นปฏิบัติ เป็นขั้นที่ผู้เรียนร่วมกันกับตัวแบบศึกษาประเด็นที่เกี่ยวข้องจากแหล่งข้อมูลต่างๆ รวมทั้งการเรียนรู้จากการฝึกหัดงานที่เกี่ยวข้องตามที่ร่วมกันวางแผนไว้ภายใต้คำแนะนำ การชี้แนะ จนกระทั่งนักศึกษาวิชาชีพครูเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตนเองร่วมกับการเสริมต่อการเรียนรู้ของตัวแบบ
                     6.  ขั้นประเมินผล เป็นขั้นที่ผู้เรียนประเมินองค์ความรู้ที่ได้ และตรวจสอบความรู้ความเข้าใจ วิธีการแก้ปัญหาโดยการพูดหรือเขียน
                 1.1.4. การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนเสริมสร้างสมรรถภาพการสอน ตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาที่พัฒนาขึ้น ใช้แบบ ทดสอบความรู้ความเข้าใจการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน แบบประเมินทักษะการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน แบบวัดเจตคติต่อวิชาชีพครูทดสอบก่อนและหลังการเรียนการสอนตามรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น และระหว่างการเรียนการสอน ใช้แบบบันทึกการเรียนรู้และแบบสังเกตการเรียนการสอนของนักศึกษา
          1.2. คู่มือการใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาที่พัฒนาขึ้น
                 1.2.1. รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนของนักศึกษาวิชาชีพครู ซึ่งอธิบายให้เห็นถึงแนวคิดพื้นฐานของกระบวนการเรียนการสอน วัตถุประสงค์ของรูปแบบการเรียนการสอน ขั้นตอนการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น แนวทางการวัดและประเมินผล
                 1.2.2. คำแนะนำในการนำรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นไปใช้ ซึ่งประกอบด้วย คำชี้แจงการนำรูปแบบการเรียนการสอนไปใช้ ข้อควรคำนึงในการนำรูปแบบการเรียนการสอนไปใช้ แนวทางจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามกระบวนการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น บทบาทผู้สอนและบทบาทผู้เรียน
 
2.  ผลของการประเมินผลรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา ผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาเป็นผลการนำแผนการสอนที่สร้างขึ้นตามรูปแบบการเรียนการสอน ไปทดลองสอนนักศึกษาครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ในวิชาการพัฒนาความเป็นครูวิชาชีพ เพื่อประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น ซึ่งปรากฏผลโดยสรุปได้ดังนี้
          2.1.  กลุ่มทดลองที่เป็นนักศึกษาวิชาชีพครูที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา มีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ความเข้าใจการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอนโดยรวม ในเอกวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และในทุกเอกวิชา สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้
          2.2.  กลุ่มทดลองที่เป็นนักศึกษาวิชาชีพครู ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา มีค่าเฉลี่ยคะแนนทักษะการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอนโดยรวม ในเอกวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และในทุกเอกวิชา สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และสอดคล้องกับสมมติฐานที่ได้วางไว้
           2.3.  กลุ่มทดลองที่เป็นนักศึกษาวิชาชีพครู ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา โดยมีค่าเฉลี่ยคะแนนเจตคติต่อวิชาชีพครู โดยรวม ในเอกวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และในทุกเอกวิชา สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และตรงกันกับสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้ 
 
 3.  ผลการวิจัยเพิ่มเติมที่เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ ที่นอกเหนือจากเครื่องมือในการวิจัยเชิงปริมาณที่กล่าวมาแล้วข้างต้น สามารถสรุปได้ดังนี้
           3.1.  การบันทึกการสังเกตการณ์จัดการเรียนการสอนของตัวแบบรูปแบบการสอน/วิธีสอน/เทคนิคการสอนที่ครูใช้ พบว่าตัวแบบได้มีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันไปเช่น ในเรื่องของกระบวนการ/ขั้นตอน/ลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอนครูได้มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไปตามลำดับขั้นตอนตามที่ได้วางแผน ครูมีการบริหารเวลาในการสอนที่ดี บทบาทของครูผู้สอนคือเป็นผู้ชี้แนะ เป็นผู้นำกิจกรรม และกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความคิดและกล้าแสดงออกอำนวยความสะดวกในการเรียนการสอน บทบาทของผู้เรียน/การมีส่วนร่วมในการเรียนรู้นั้นนักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียน กล้าคิด กล้าแสดงออก กระตือรือร้น รู้จักการค้นคว้ามากขึ้น ตั้งใจเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในภาระชิ้นงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ โดยบรรยากาศในห้องเรียนนั้นมีความสนุกสนานครูและนักเรียนร่วมกันทำกิจกรรม จึงทำให้กิจกรรมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างการสอนนั้นมีความแตกต่างกันไปเช่นเด็กบางคนไม่สนใจในการเรียน เนื่องจากเรียนไม่ทันเพื่อน วิธีการแก้ไขปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างการสอนและผลของการแก้ปัญหาคือในขณะทำกิจกรรมนั้น ครูให้นักเรียนสร้างข้อตกลง หากใครไม่ทำตามจะถูกลงโทษตามกติกาที่ทุกคนในห้องเรียนร่วมกันคิดสำหรับข้อเสนอแนะก็คือขณะที่สอนครูควรกวาดสายตาดูเด็กให้ทั่วถึงเพราะจะได้สังเกตดูพฤติกรรมของเด็กแต่ละคน ถ้านักเรียนไม่มีสมาธิหรือไม่สนใจ ครูควรกระตุ้นนักเรียนกลุ่มนั้นทันที
           3.2.  แบบบันทึกการเรียนรู้ของนักศึกษาที่ได้ศึกษาจากตัวแบบท่านได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการเรียนครั้งนี้ พบว่า จากความนึกคิดของนักศึกษามีความรู้สึกนึกคิดที่แตกต่างกันออกไปเช่น เมื่อมีปัญหาหรือข้อสงสัยแล้วครูควรจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างไรที่จะเหมาะสมกับนักเรียนทุกคนในชั้นเรียนมีความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เรียนรู้กับตัวแบบที่เก่ง ๆ รู้สึกประทับใจในตัวครู และอยากที่จะเก็บเกี่ยวเอาความรู้และประสบการณ์จากตัวแบบให้ได้มากที่สุดมีความรู้สึกต่อวิชาชีพครูว่าอาชีพครูจะต้องมีความเสียสละทั้งกำลังกายและกำลังใจ ต้องมีความรักและเมตตาต่อศิษย์ ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ขยันหมั่นเพียร และพัฒนาตนเองอย่างไม่มีวันหยุด

Click to minimize this section Details

ยอมรับเงื่อนไข 1
ลำดับที่ 8766
ชื่อผลงานวิจัย การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเสริมสร้างสมรรถภาพการสอน ตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู
หัวข้อ(Eng) DEVELOPMENT OF A TEACHING COMPETENCY ENHANCEMENT INSTRUCTIONAL MODEL BASED ON COGNITIVE APPRENTICESHIPS FOR STUDENT TEACHERS
คำสำคัญ(keyword) Instructional Model, Cognitive Apprenticeship Discipline, Instructional Design Knowledge, Organizing Learning Activities, and Attitude
ชื่อผู้วิจัย นาง เกศราพรรณ คงเจริญ
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mrs.Ketsaraphan Khongjarean
การศึกษา ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต
สถานที่ติดต่อ โทร.0814554075
สถานศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) 2551-2552
สถานที่จัดเก็บผลงาน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
ประวัติความเป็นมา(history) การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศทุกด้าน เพราะฉะนั้นเครื่องมือที่จะทำให้คนไทยและสังคมไทยไปสู่ความเจริญ ก้าวหน้าให้สมกับเป็นสังคมแห่งปัญญาและการเรียนรู้ คือ ระบบการศึกษาและการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ รุ่ง แก้วแดง (2543: 2) ได้กล่าวถึงการศึกษาว่า สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันนานาประเทศในยุคสังคมแห่งความรู้ (Knowledge – Based Society) ต้องเป็นการศึกษาที่มุ่งพัฒนาที่ตัวบุคคล ครอบครัว และชมชนให้สามารถเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ มีความเข้าใจ และทักษะเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ โดยเพิ่มความหลากหลายในการจัดการศึกษา ให้คนมีอิสระในการเรียนรู้ตามความพร้อมและจังหวะชีวิตของตนเอง ระบบการศึกษายุคใหม่จะต้องให้คนทุกคนได้มีโอกาสเรียนในแบบของตนเองจนสามารถพัฒนาไปได้ตามศักยภาพสูงสุดของแต่ละคน ในการพัฒนาสังคมใด ๆ ก็ตาม คนเป็นทั้งสาเหตุ ปัจจัยและผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของการพัฒนา ดังนั้น สังคมจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนให้มีคุณภาพและศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนาตนเองและพัฒนาสังคม แต่การที่คนของสังคมจะมีคุณลักษณะดังกล่าว ก็ต้องอาศัยการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพของสังคมนั้น ๆ ด้วย และการจัดการ ศึกษาให้มีคุณภาพนั้น ปัจจัยที่มีอิทธิพลสำคัญที่สุดก็คือ ครู ซึ่งต้องมีคุณภาพด้วยเช่นกัน

การที่จะสร้างและพัฒนาครูให้ได้ครูที่มีคุณลักษณะที่ต้องการนั้น จำเป็นต้องอาศัยระบบการผลิตหรือการฝึกหัดครูที่มีคุณภาพ ซึ่งจากรายงานเพื่อการปฏิรูปการศึกษาของสำนักงานปฏิรูปการศึกษา (2545) ได้เสนอการเตรียมการปฏิรูประบบการผลิตและสถาบันผลิตครู เพื่อหล่อหลอมความเป็นครูดี มีความรู้และคุณธรรม พร้อมทั้งมีความสามารถทางวิชาการ สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ ที่ให้ผู้เรียนบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ ก่อนเข้าสู่วิชาชีพหรือก่อนการเป็นครูประจำการ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง ซึ่งหนทางที่จะทำได้เช่นนี้ ก็ต้องทำด้วยการออกแบบหลักสูตร และการออกแบบการเรียนการสอนในวิชาชีพครูที่มีประสิทธิภาพก่อน จึงจะสามารถผลิตครูวิชาชีพที่ดีได้ (สำนักงานสภาราชภัฎ, 2543) เพราะเหตุนี้การจัดการเรียนการสอนในกลุ่มวิชาชีพครู รายวิชาการพัฒนาความเป็นครูวิชาชีพ ประกอบด้วย 1) ทฤษฎีการเรียนรู้และการสอน 2) รูปแบบการเรียนรู้และการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน 3) การออกแบบและการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ 4) การบูรณาการเนื้อหาในกลุ่มสาระการเรียนรู้ 5) การบูรณาการการเรียนรู้แบบเรียนรวม 6) เทคนิคและวิทยาการจัดการเรียนรู้ 7) การใช้และการผลิตสื่อและการพัฒนานวัตกรรมในการเรียนรู้ 8) การจัดการเรียนรู้แบบยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ 9) การประเมินผลการเรียนรู้ (สำนักมาตรฐานวิชาชีพ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, 2548)

ทิศนา แขมมณี (2547: 4) ได้เสนอวิธีการในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ และเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ผู้เรียนใช้กระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะกับสาระการเรียนรู้ โดยต้องคำนึงถึงสภาพของผู้เรียน เนื้อหาสาระ สภาพแวดล้อม และยังต้องอาศัยรูปแบบการสอน วิธีสอน และเทคนิคการสอนที่หลากหลายอีกด้วย แนวคิดที่มีความเหมาะสมการจัดการเรียนการสอนที่มีความสอดคล้องกับนักการศึกษาที่ได้เสนอแนะไว้ดังกล่าวข้างต้น นั่นคือ แนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา (Cognitive Apprenticeship)

Virginia Polytechnic Institute and State University (2009) ได้กล่าวถึงแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญานั้นว่า คือตำแหน่งที่อยู่ภายในแบบการสร้างความรู้ทางสังคม สิ่งเหล่านี้เป็นการแนะนำให้นักเรียนทำงานกันเป็นทีม ไม่ว่าจะเป็นโครงการ หรือปัญหาใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้องกับการเสริมต่อการเรียนรู้ของผู้สอน แนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาเป็นการนำเสนอของ Vygotsky “พื้นที่รอยต่อพัฒนาการ” ในอันซึ่งเป็นเรื่องที่ยากของนักเรียน และที่ค่อนข้างยากมากกว่านักเรียน ที่สามารถจัด การด้วยตนเอง หรือต้องการความช่วยเหลือของคนที่มีความรู้เท่ากัน หรือจากผู้ที่ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้สอน เพราะฉะนั้นแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาจะสะท้อนถึงตำแหน่งทฤษฎีการฝึกหัดนั่นเอง
แนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา Cognitive Apprenticeships) ได้มีการพัฒนามาจากทฤษฎีวัฒนธรรมเชิงสังคมของ Vygotsky ที่ซึ่งเป็นทฤษฎีการสร้างความรู้ทางสังคม (Social Constructivism) จึงเป็นแนวคิดที่เน้นให้ผู้เรียนสร้างความรู้โดยการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นและสภาพแวดล้อมมีการเรียนรู้โดยการแก้ปัญหาในบริบทและสถานการณ์ที่เป็นจริง เป็นการเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยผู้เรียนต้องเกี่ยวข้องกับชุมชนของการปฏิบัติการ ทำให้มีการฝึกหัดการปฏิบัติการในแหล่งที่มีการเรียนรู้หรือเสมือนแหล่งการเรียนรู้จริง ผู้เรียนมีโอกาสสะท้อนความคิดเกี่ยวกับประสบการณ์ในการทำงานและการเรียนรู้ (Vygotsky, 1997a : 27-45)

แนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา ได้มีรากฐานแนวคิดอยู่ 4 ประการด้วยกัน ที่มีอิทธิพลอย่างมากในการสร้างวิธีการของแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา นั่นคือการเรียนรู้ทฤษฎีวัฒนธรรมเชิงสังคม, พื้นที่รอยต่อพัฒนาการของ Vygotsky, การเรียนรู้เชิงสถานการณ์ และการฝึกหัดแบบดั้งเดิม (Ghefaili, 2003) โดยสามารถพัฒนามาป็นรูปแบบการสอนได้ ดังนั้น ในการพัฒนากระบวนการเรียนการสอน จะต้องเริ่มต้นที่ทฤษฎี แนวคิด หรือแม้กระทั่ง หลักการและกำหนดขั้นตอนการเรียนการสอนตามแนวคิดทฤษฎีนั้น ๆ จากแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา เป็นแนวคิดที่เน้นให้ผู้เรียนสร้างความรู้ โดยการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นและสภาพแวดล้อม มีการเรียนรู้โดยการแก้ปัญหาในบริบท และสถานการณ์ที่เป็นจริง เป็นการเรียนที่ได้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยผู้เรียนต้องเกี่ยวข้องกับชุมชนของการปฏิบัติการ (Community of Practice) ทำให้มีการฝึกหัดการปฏิบัติการในแหล่งที่มีการเรียนรู้ หรือเสมือนแหล่งการเรียนรู้จริง ผู้เรียนมีโอกาสสะท้อนความคิดเกี่ยวกับประสบการณ์ในการทำงาน และการเรียนรู้ที่ได้รับโดยการช่วยชี้แนะ พูดคุย ปรึกษาหารือกับครู ผู้เชี่ยวชาญและระหว่างผู้เรียนด้วยกันจนทำให้สามารถสร้างความรู้ด้วยตนเองได้ แสดงความรู้ที่ได้โดยการเขียนหรืออธิบายสิ่งที่เรียนรู้ได้ อันจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้เรียน

ด้วยความเป็นมาและความสำคัญดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยจึงได้ศึกษาเจาะลึกถึงหลักการและแนวคิดกระบวนการฝึกหัดทางปัญญา ที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน จัดกระบวนการเรียนรู้กลุ่มวิชาชีพครู เพื่อผลิตนักศึกษาวิชาชีพครูให้มีสมรรถภาพการสอน ซึ่งประกอบด้วยความรู้ทางวิชาชีพครู ทักษะด้านการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครู โดยสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้เรียนมา เพื่อนำไปปฏิบัติวิชาชีพที่สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพครูและการปฏิรูปการศึกษาต่อไป
วัตถุประสงค์(objective)

1.  เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนการเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู

2.  เพื่อประเมินคุณภาพรูปแบบการเรียนการสอนการเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู

สมมุติฐาน(assumption)

1. ได้รูปแบบการเรียนการสอนการเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาสำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู

2. นักศึกษาวิชาชีพครูกลุ่มทดลอง ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนการเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา มีคะแนนความรู้ความเข้าใจการออกแบบการสอน และการจัดการเรียนการสอน สูงกว่านักศึกษาวิชาชีพครูกลุ่มควบคุม ที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. นักศึกษาวิชาชีพครูกลุ่มทดลอง ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนการเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา มีคะแนนทักษะการออกแบบการสอน และการจัดการเรียนการสอน สูงกว่านักศึกษาวิชาชีพครูกลุ่มควบคุม ที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. นักศึกษาวิชาชีพครูกลุ่มทดลอง ที่เรียนโดยใช้ รูปแบบการเรียนการสอนการเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา มีคะแนนเจตคติต่อวิชาชีพครู สูงกว่านักศึกษาวิชาชีพครูกลุ่มควบคุม ที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

กลุ่มตัวอย่าง(sample)

ประชากรคือ นักศึกษาวิชาชีพครู ชั้นปีที่ 4 คณะครุศาสตร์ สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาวิชาชีพครู ที่เลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย วิชาเอกคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ชั้นปีที่ 4 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 กลุ่มละ 12 คน จำนวนทั้งหมด 60 คน ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชา EDUC 105 การพัฒนาความเป็นครูวิชาชีพ ซึ่งเป็นรายวิชาครูบังคับที่นักศึกษาสายครูทุกคนต้องเรียนในทุกมหาวิทยาลัยราชภัฏ ก่อนที่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏจะออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพเต็มรูปแบบในชั้นปีที่ 5 โดยการสุ่มแบบชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) ทำการแบ่งกลุ่มนักศึกษาเป็น 3 กลุ่ม โดยใช้คะแนนเฉลี่ยสะสม (Grade Point Average: GPA) มาเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย แบ่งนักศึกษาออกเป็น 3 กลุ่มย่อย

                                กลุ่มที่  1 มีคะแนนเฉลี่ยสะสม 3.00 – 4.00
                                กลุ่มที่  2 มีคะแนนเฉลี่ยสะสม 2.50 – 2.99
                                กลุ่มที่  3 มีคะแนนเฉลี่ยสะสม 2.00 – 2.49
 
สุ่มกลุ่มตัวอย่างในแต่ละกลุ่มย่อย โดยการคัดเลือกนักศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยสะสมที่มีความแตกต่างของคะแนน +0.05 เพื่อให้มีลักษณะใกล้เคียงกันเป็นคู่ๆ (Match- Paired Group Random Sampling) ได้กลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม กลุ่มละ 30 คน จากนั้นใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย(Simple Random Sampling) โดยการจับฉลาก เพื่อสุ่มกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม เป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ดังนี้
 
กลุ่มทดลอง คือ กลุ่มนักศึกษาวิชาชีพครู ที่ผู้วิจัยได้จับฉลากขึ้นมา ที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 ที่ได้รับการสอนตามรูปแบบการสอนที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น จำนวน 30 คนวิชาเอกละ 6 คนจากวิชาเอกคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ที่เรียนวิชา EDUC 105 การพัฒนาความเป็นครูวิชาชีพ
 
กลุ่มควบคุม คือ กลุ่มนักศึกษาวิชาชีพครูที่ผู้วิจัยได้จับฉลากขึ้นมา ที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 ที่ได้รับการสอนแบบปกติจำนวน 30 คน วิชาเอกละ 6 คนจากวิชาเอกคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ที่เรียนวิชา EDUC 105 การพัฒนาความเป็นครูวิชาชีพ
 
เกณฑ์การคัดเลือกตัวแบบ  คือ เกณฑ์ในการคัดเลือกครูต้นแบบ และครูต้นแบบในแต่ละคนที่เข้ามาเป็นผู้เข้าแข่งขันหรือคัดเลือก มีคุณสมบัติเพียงพอหรือตรงกับเกณฑ์ที่ประเทศ รัฐ จังหวัด อำเภอ หรือตำบลนั้น ๆ กำหนด ผู้วิจัยมีเกณฑ์ในการคัดเลือกดังนี้
 
1. มีการจัดการเรียนการสอนของครูตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดยครูจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 4 ทั้งนี้ ครูต้องมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีความสามารถในทางวิชาการด้วย โดยเน้นความสำคัญทั้งกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน ความรู้ คุณธรรมและบูรณาการในเรื่องต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับระดับการศึกษา
2. การครองตนของครู คือเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งด้านส่วนตัว และครอบครัว มีคุณธรรม มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี จรรโลงจารีตประเพณี ศิลปวัฒนธรรมของชาติ มีจรรยาบรรณในวิชาชีพครู มีจิตวิญญาณความเป็นครู เป็นที่ยอมรับของครู ผู้เรียน และชุมชน
3. การประสานงานกับชุมชน คือ การเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับ และศรัทธา จากชุมชนในความสามารถ บุคลิกภาพ และคุณงามความดี เป็นผู้นำทางวิชาการ เป็นสมาชิกและสนับสนุนองค์กรวิชาชีพครู รู้จักของชุมชนอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเป็นอย่างดี สร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดี ระหว่างสถานศึกษากับชุมชนในการร่วมกันจัด และพัฒนาการศึกษา สามารถนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียน และสามารถนำโรงเรียนช่วยเหลือชุมชนและร่วมมือกับชุมชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ตัวแปร(variable)

1. ความรู้ความเข้าใจการออกแบบการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอน

2. ทักษะการออกแบบการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอนต่อผลงาน

3. เจตคติต่อวิชาชีพครู
คำนิยาม(defination)

แนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา หมายถึงการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอย่างหลากหลายกับผู้อื่นและสภาพแวดล้อมทั้งในห้องเรียนและได้ลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จริง และเป็นการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยผู้เรียนต้องเกี่ยวข้องกับชุมชนของการปฏิบัติการ ทำให้มีการฝึกหัดการปฏิบัติการในแหล่งที่มีการเรียนรู้หรือเสมือนแหล่งการเรียนรู้จริง ที่มีทั้งบุคคล อุปกรณ์ และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ โดยมีการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้เรียนกับตัวแบบผ่านการแนะนำ การเสริมต่อการเรียนรู้ การแสดงออก การสะท้อนความคิด การเรียนรู้ในการแก้ปัญหา จากการประเมินผลลัพธ์ของการเรียนรู้และการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ได้ปฏิบัติมา และสามารถแสดงความรู้ ความเข้าใจโดยการพูด เขียน หรือการปฏิบัติ

รูปแบบการเรียนการสอนเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา หมายถึง รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้นจากแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญามีขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนเป็น 3 ระยะ  ดังนี้  

          ระยะที่ 1 ขั้นจัดเตรียม (ดำเนินการก่อนการจัดการเรียนการสอน) มี 3 ขั้น คือ

          1.1      ผู้สอนวางแผนการสอนและกำหนดบุคคลที่เป็นตัวแบบ

          1.2      ผู้สอนและตัวแบบกำหนดบทบาทของตัวแบบในการจัดการเรียนการสอน

          1.3      ผู้สอนและตัวแบบกำหนดบทบาทของผู้เรียน และภาระงาน

          ระยะที่ 2 ขั้นสร้างความรู้ (ดำเนินการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน) มี 4 ขั้น คือ

          2.1 ขั้นสังเกต: ผู้เรียนสังเกตการจัดการเรียนการสอนของตัวแบบในด้านรูปแบบการสอน/วิธีสอน/เทคนิคการสอน กระบวนการ/ขั้นตอน/ลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอนการใช้เวลาในการสอนและการจัดกิจกรรมรวมทั้งปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างการสอนวิธีการแก้ไขปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างการสอน และผลของการแก้ปัญหา

          2.2 ขั้นสร้างความรู้: ผู้เรียนเรียนรู้เนื้อหาและประสบการณ์การเรียนรู้จากตัวแบบในชั้นเรียน โดยมีตัวแบบและผู้สอนชี้แนะ แนะนำช่วยเหลือ และสนับสนุน

          2.3 ขั้นนำความรู้ไปใช้: ผู้เรียนออกแบบการจัดการเรียนการสอน และทำการสอนจุลภาคโดยตัวแบบและครูให้คำแนะนำและเสริมต่อการเรียนรู้

          2.4 ขั้นสะท้อนการเรียนรู้: ผู้เรียน สะท้อนการเรียนรู้ โดยตัวแบบและครู ชี้แนะ แนะนำช่วยเหลือ และสนับสนุน

          ระยะที่ 3 ขั้นการปฏิบัติงาน (ดำเนินการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน) มี 2 ขั้น คือ

          2.5 ขั้นปฏิบัติ: ผู้เรียนนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปใช้สอนในโรงเรียน

          2.6 ขั้นประเมินผล: ผู้เรียน ตัวแบบ และครูร่วมกันประเมินผล การจัดการเรียนรู้ 

สมรรถภาพการสอน หมายถึง ความสามารถในการจัดการเรียนการสอน ในสภาพจริงในโรงเรียน ประกอบด้วย ความรู้ความเข้าใจเรื่องการออกแบบการเรียนการสอน ทักษะในการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน และเจตคติต่อวิชาชีพครู ซึ่งวัดได้จากแบบทดสอบความรู้ความเข้าใจการออกแบบการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอน แบบประเมินทักษะการออกแบบการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอน แบบวัดเจตคติต่อวิชาชีพครู
 
ความรู้ความเข้าใจการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน  หมายถึง ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิชาชีพครู การออกแบบการเรียนการสอน การพัฒนาสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้
 
 
 
ทักษะการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน หมายถึง ความสามารถในการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน ตามหลักการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
 
เจตคติต่อวิชาชีพครู หมายถึง ความเชื่อ ความรู้สึกที่มีต่อวิชาชีพครูในด้านสถานภาพทางสังคม และสถานภาพส่วนบุคคล การนำความรู้ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ความภาคภูมิใจในงาน ผลกระทบของการทำงาน โอกาสเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน และช่วงเวลาในการปฏิบัติงานรวมไปถึงความตั้งใจหรือแนวโน้มในการปฏิบัติงานครู 
 
 
 
การสอนแบบปกติ หมายถึง แบบแผนในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้สอนทั่วไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยดำเนินการสอนไปตามลำดับหัวข้อเนื้อหาและจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ระบุไว้ในประมวลรายวิชา โดยผู้สอนใช้วิธีการสอนหลัก 4 วิธีการสอนแบบบรรยาย อภิปราย สาธิตและการซักถาม ขั้นตอนการสอนประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้
1.  ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน เป็นขั้นที่ผู้สอนชี้แจงจุดประสงค์ในการเรียนการสอน รวม ทั้งเนื้อหาในบทเรียน และกระตุ้นผู้เรียนให้เกิดความสนใจ
2.  ขั้นสอน เป็นขั้นที่ผู้สอนดำเนินการเรียนการสอน โดยผู้สอนเป็นผู้บรรยาย สาธิต และให้ผู้เรียนทำกิจกรรมที่จัดขึ้น ได้แก่ การอภิปราย การซักถามร่วมกัน
3.  ขั้นสรุปและประเมินผล เป็นขั้นที่ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปบทเรียนและประสบการณ์การเรียนรู้ รวมทั้งประเมินผลการเรียนรู้
 
ตัวแบบ หมายถึงครูต้นแบบที่ลงมือปฏิบัติในโรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้วิจัยได้นำมาเป็นต้นแบบในการจัดการเรียนการสอนขึ้น ที่คัดเลือกมาจากครูที่เป็นผู้ที่มีผลงานดีเด่นได้รับรางวัลระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับชาติด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและเรียนรู้อย่างมีความสุข เป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับและศรัทธาจากชุมชนในความสามารถ บุคลิกภาพ และคุณงามความดี เป็นผู้นำทางวิชาการ เป็นสมาชิกและสนับสนุนองค์กรวิชาชีพครู รู้จักของชุมชนอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเป็นอย่างดี สร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดี ระหว่างสถานศึกษากับชุมชนในการร่วมกันจัด และพัฒนาการศึกษา สามารถนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียน และสามารถนำโรงเรียนช่วยเหลือชุมชนและร่วมมือกับชุมชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีการออกแบบการเรียนการสอนและมีขั้นตอนการสอนที่สามารถเป็นแบบอย่าง เป็นตัวแบบที่มีความเสียสละ มีจิตวิญญาณของความเป็นครู ที่ประกอบด้วยคุณธรรมและจริยธรรม รวมถึงสามารถขยายผลแก่นักศึกษาวิชาชีพครู
เครื่องมือ(tool)

1.  แบบวัดความรู้ความเข้าใจ การออกแบบ การเรียนรู้ และการจัดการเรียนการสอน

2.  แบบประเมินทักษะการออกแบบ การเรียนรู้ และการจัดการเรียนรู้

3.  แบบวัดเจตคติต่อวิชาชีพครู

การรวบรวมข้อมูล(gathering)

การเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับการวิจัยในครั้งนี้ มีขั้นตอนดังนี้

1. การดำเนินการก่อนการทดลอง ผู้วิจัยทดสอบนักศึกษาวิชาชีพครูกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจในการออกแบบการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอนและแบบวัดเจตคติต่อวิชาชีพครูหลังจากนั้นทำการเก็บรวมข้อมูลด้วยตัวผู้วิจัยเอง
2. ผู้วิจัยได้นำผลการทดสอบก่อนการทดลองมาทดสอบความแตกต่างของค่า เฉลี่ยโดยใช้สถิติทดสอบที (t-test) เพื่อทดสอบว่านักศึกษากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีความรู้และความสามารถทางด้านสมรรถภาพการสอนและเจตคติต่อวิชาชีพครู แตกต่างกันอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ .05 และเก็บข้อมูลการวิจัยด้วยตัวผู้วิจัยเอง
การวิเคราะห์(analysis)

การวิเคราะห์ผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอน ดำเนินการโดยนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ มาวิเคราะห์สรุปผล ตามรายละเอียดดังนี้

1. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ เป็นคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบความรู้ความเข้าใจการออกแบบการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอน แบบประเมินทักษะการออกแบบการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอน แบบวัดเจตคติต่อวิชาชีพครู ดำเนินการวิเคราะห์ดังนี้

          1.1. วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบวัดความรู้ความเข้าใจการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา โดยการตรวจให้คะแนน วิเคราะห์ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า (T-test) เพื่อเป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบระดับความรู้ความเข้าใจในการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอนระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมโดยรวม ในสภาพก่อนและหลังเรียน

          1.2. วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบประเมินทักษะการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน ซึ่งเป็นแบบมาตราประเมินค่า (Rating Scale) โดยการตรวจให้คะแนน วิเคราะห์ค่าสถิติ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า (T-test) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบระดับค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ความเข้าใจการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนในภาพรวม และรายข้อของทั้งสองกลุ่ม และสรุปข้อมูลทักษะการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน

          1.3. วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบวัดเจตคติต่อวิชาชีพครู ซึ่งเป็นแบบมาตราประเมินค่า (Rating Scale) โดยการตรวจให้คะแนนวิเคราะห์ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า (t-test)
 
 
2. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นข้อมูลที่ได้จากแบบสังเกตการสอนและแบบบันทึกการเรียนรู้ ใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ส่วนนี้จะไม่รวมกับเครื่องมือในการเก็บข้อมูล แต่เป็นการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อต้องการทราบถึงสมรรถภาพทางการสอน โดยวิเคราะห์แบบเจาะลึกเนื้อหาของคำตอบ และการอธิบายความรู้สึกนึกคิดของนักศึกษาออกเป็น ข้อ ๆ ทั้ง 5 ข้อคำถาม จากนักศึกษาทั้งหมดที่เป็นกลุ่มทดลองจำนวน 30 คน แล้วสรุปออกมาเป็นข้อความต่าง ๆ จากหัวข้อคำถามคือ ท่านได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการเรียนครั้งนี้ ท่านมีความรู้สึกอย่างไรบ้างในการเรียนครั้งนี้ ท่านมีปัญหาหรือข้อสงสัยอะไรบ้าง ท่านมีความรู้สึกต่อวิชาชีพครูอย่างไรบ้าง และข้อเสนอแนะ
ข้อสรุป(summary)

จากการดำเนินการวิจัยตามขั้นตอนที่นำเสนอ ปรากฏผลการวิจัยดังต่อไปนี้

1. ผลการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนและเอกสารประกอบการใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนของนักศึกษาวิชาชีพครูได้รูปแบบการเรียนการสอนที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ หลักการ วัตถุประสงค์ และกระบวนการเรียนการสอน ซึ่งสรุปได้ดังนี้คือ
          1.1.  รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย                      
                 1.1.1. แนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา              
                 1.1.2. วัตถุประสงค์ของรูปแบบการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างสมรรถ ภาพการสอนของนักศึกษาวิชาชีพครู ซึ่งเกิดขึ้นจากการเรียนตามรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยความรู้ความเข้าใจการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน ทักษะการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน เจตคติต่อวิชาชีพครู
                 1.1.3. ขั้นตอนการเรียนการสอนในรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาที่พัฒนาขึ้น มีขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนเป็น 3 ระยะ ดังนี้ 
                              ระยะที่ 1 ขั้นจัดเตรียม (ดำเนินการก่อนการจัดการเรียนการสอน) มี 3 ขั้น คือ
                              1.1      ผู้สอนวางแผนการสอนและกำหนดบุคคลที่เป็นตัวแบบ
                              1.2      ผู้สอนและตัวแบบกำหนดบทบาทของตัวแบบในการจัดการเรียนการสอน
                              1.3      ผู้สอนและตัวแบบกำหนดบทบาทของผู้เรียน และภาระงาน
                              ระยะที่ 2 ขั้นสร้างความรู้ (ดำเนินการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน) มี 4 ขั้น คือ
 2.1  ขั้นสังเกต: ผู้เรียนสังเกตการจัดการเรียนการสอนของตัวแบบในด้านรูปแบบการสอน/วิธีสอน/เทคนิคการสอน กระบวนการ/ขั้นตอน/ลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน การใช้เวลาในการสอนและการจัดกิจกรรม รวมทั้งปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างการสอน วิธีการแก้ไขปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างการสอน และผลของการแก้ปัญหา
                              2.2  ขั้นสร้างความรู้: ผู้เรียนเรียนรู้เนื้อหาและประสบการณ์การเรียนรู้จากตัวแบบในชั้นเรียน โดยมีตัวแบบและผู้สอนชี้แนะ แนะนำช่วยเหลือ และสนับสนุน
                              2. 3  ขั้นนำความรู้ไปใช้: ผู้เรียนออกแบบการจัดการเรียนการสอน และทำการสอนจุลภาคโดยตัวแบบและครูให้คำแนะนำและเสริมต่อการเรียนรู้
                              2.4  ขั้นสะท้อนการเรียนรู้: ผู้เรียน สะท้อนการเรียนรู้ โดยตัวแบบและครู ชี้แนะ แนะนำช่วยเหลือ และสนับสนุน
           ระยะที่ 3 ขั้นการปฏิบัติงาน (ดำเนินการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน) มี 2 ขั้น คือ
                              2.5  ขั้นปฏิบัติ: ผู้เรียนนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปใช้สอนในโรงเรียน
                              2.6  ขั้นประเมินผล: ผู้เรียน ตัวแบบ และครูร่วมกันประเมินผล
การจัดการเรียนรู้ 
                              การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนมี 6 ขั้นตอน คือ 
                              1.  ขั้นสังเกต เป็นขั้นที่ผู้เรียนได้รับการสังเกตจากตัวแบบ โดยมีการจัดสถานการณ์ในการดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนในด้านความรู้ ความเข้าใจ ทักษะพื้นฐานด้านการสอนของวิชาชีพครูซึ่งเป็นสิ่งเร้าที่กระตุ้นประสาทรับความรู้สึกต่าง ๆ และร่วมกันพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์หรือปัญหานั้น ๆ ในด้านการสอนทำให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้
                     2.  ขั้นสร้างความรู้ เป็นขั้นที่ผู้เรียนเรียนรู้จากตัวแบบโดยการชี้แนะ แนะนำหรือสังเกตพฤติกรรมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และวิเคราะห์ความสัมพันธ์และความสำคัญของข้อมูลต่าง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญ การสังเกตกระบวนการต่าง ๆ ที่ตัวแบบปฏิบัติทักษะต่าง ๆ ผู้วิจัยคอยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความพร้อมในการเรียนรู้
                               3.  ขั้นออกแบบ เป็นขั้นที่ผู้เรียนร่วมกันออกแบบ และสร้างหลักการและวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ออกแบบการเรียนการสอนเมื่อมีปัญหาสงสัย สอบถามและแก้ปัญหาตามคำแนะนำจากตัวแบบและผู้สอน เพื่อให้การออกแบบเป็นไปตามวัตถุประสงค์ โดยตัวแบบจะต้องช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงระหว่างการกระทำและการคิด จึงเกิดการสร้างความรู้อย่างมีความหมาย จากการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์และความคิด และให้ความหมายของความคิดรวบยอดตามความเข้าใจของผู้เรียนเอง เพื่อให้การออกแบบการเรียนการสอนเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้
                     4.  ขั้นสะท้อนความคิด เป็นขั้นที่ผู้เรียนอภิปราย แสดงเหตุผลสนับสนุน หรือโต้แย้งตรวจสอบความคิดอธิบายความคิด โดยแสดงเหตุผลที่ได้จากการสังเกตพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของตัวแบบ และเปรียบเทียบกระบวนการคิดและกระบวนการแก้ ปัญหาของตนเองและกลุ่ม ผู้วิจัยทำหน้าที่ผู้นำการอภิปรายและเป็นผู้ร่วมอภิปราย
                     5.  ขั้นปฏิบัติ เป็นขั้นที่ผู้เรียนร่วมกันกับตัวแบบศึกษาประเด็นที่เกี่ยวข้องจากแหล่งข้อมูลต่างๆ รวมทั้งการเรียนรู้จากการฝึกหัดงานที่เกี่ยวข้องตามที่ร่วมกันวางแผนไว้ภายใต้คำแนะนำ การชี้แนะ จนกระทั่งนักศึกษาวิชาชีพครูเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตนเองร่วมกับการเสริมต่อการเรียนรู้ของตัวแบบ
                     6.  ขั้นประเมินผล เป็นขั้นที่ผู้เรียนประเมินองค์ความรู้ที่ได้ และตรวจสอบความรู้ความเข้าใจ วิธีการแก้ปัญหาโดยการพูดหรือเขียน
                 1.1.4. การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนเสริมสร้างสมรรถภาพการสอน ตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาที่พัฒนาขึ้น ใช้แบบ ทดสอบความรู้ความเข้าใจการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน แบบประเมินทักษะการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอน แบบวัดเจตคติต่อวิชาชีพครูทดสอบก่อนและหลังการเรียนการสอนตามรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น และระหว่างการเรียนการสอน ใช้แบบบันทึกการเรียนรู้และแบบสังเกตการเรียนการสอนของนักศึกษา
          1.2. คู่มือการใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาที่พัฒนาขึ้น
                 1.2.1. รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนของนักศึกษาวิชาชีพครู ซึ่งอธิบายให้เห็นถึงแนวคิดพื้นฐานของกระบวนการเรียนการสอน วัตถุประสงค์ของรูปแบบการเรียนการสอน ขั้นตอนการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น แนวทางการวัดและประเมินผล
                 1.2.2. คำแนะนำในการนำรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นไปใช้ ซึ่งประกอบด้วย คำชี้แจงการนำรูปแบบการเรียนการสอนไปใช้ ข้อควรคำนึงในการนำรูปแบบการเรียนการสอนไปใช้ แนวทางจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามกระบวนการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น บทบาทผู้สอนและบทบาทผู้เรียน
 
2.  ผลของการประเมินผลรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา ผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาเป็นผลการนำแผนการสอนที่สร้างขึ้นตามรูปแบบการเรียนการสอน ไปทดลองสอนนักศึกษาครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ในวิชาการพัฒนาความเป็นครูวิชาชีพ เพื่อประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น ซึ่งปรากฏผลโดยสรุปได้ดังนี้
          2.1.  กลุ่มทดลองที่เป็นนักศึกษาวิชาชีพครูที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา มีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ความเข้าใจการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอนโดยรวม ในเอกวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และในทุกเอกวิชา สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้
          2.2.  กลุ่มทดลองที่เป็นนักศึกษาวิชาชีพครู ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา มีค่าเฉลี่ยคะแนนทักษะการออกแบบการสอนและการจัดการเรียนการสอนโดยรวม ในเอกวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และในทุกเอกวิชา สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และสอดคล้องกับสมมติฐานที่ได้วางไว้
           2.3.  กลุ่มทดลองที่เป็นนักศึกษาวิชาชีพครู ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนเสริมสร้างสมรรถภาพการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา โดยมีค่าเฉลี่ยคะแนนเจตคติต่อวิชาชีพครู โดยรวม ในเอกวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และในทุกเอกวิชา สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และตรงกันกับสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้ 
 
 3.  ผลการวิจัยเพิ่มเติมที่เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ ที่นอกเหนือจากเครื่องมือในการวิจัยเชิงปริมาณที่กล่าวมาแล้วข้างต้น สามารถสรุปได้ดังนี้
           3.1.  การบันทึกการสังเกตการณ์จัดการเรียนการสอนของตัวแบบรูปแบบการสอน/วิธีสอน/เทคนิคการสอนที่ครูใช้ พบว่าตัวแบบได้มีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันไปเช่น ในเรื่องของกระบวนการ/ขั้นตอน/ลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอนครูได้มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไปตามลำดับขั้นตอนตามที่ได้วางแผน ครูมีการบริหารเวลาในการสอนที่ดี บทบาทของครูผู้สอนคือเป็นผู้ชี้แนะ เป็นผู้นำกิจกรรม และกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความคิดและกล้าแสดงออกอำนวยความสะดวกในการเรียนการสอน บทบาทของผู้เรียน/การมีส่วนร่วมในการเรียนรู้นั้นนักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียน กล้าคิด กล้าแสดงออก กระตือรือร้น รู้จักการค้นคว้ามากขึ้น ตั้งใจเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในภาระชิ้นงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ โดยบรรยากาศในห้องเรียนนั้นมีความสนุกสนานครูและนักเรียนร่วมกันทำกิจกรรม จึงทำให้กิจกรรมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างการสอนนั้นมีความแตกต่างกันไปเช่นเด็กบางคนไม่สนใจในการเรียน เนื่องจากเรียนไม่ทันเพื่อน วิธีการแก้ไขปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างการสอนและผลของการแก้ปัญหาคือในขณะทำกิจกรรมนั้น ครูให้นักเรียนสร้างข้อตกลง หากใครไม่ทำตามจะถูกลงโทษตามกติกาที่ทุกคนในห้องเรียนร่วมกันคิดสำหรับข้อเสนอแนะก็คือขณะที่สอนครูควรกวาดสายตาดูเด็กให้ทั่วถึงเพราะจะได้สังเกตดูพฤติกรรมของเด็กแต่ละคน ถ้านักเรียนไม่มีสมาธิหรือไม่สนใจ ครูควรกระตุ้นนักเรียนกลุ่มนั้นทันที
           3.2.  แบบบันทึกการเรียนรู้ของนักศึกษาที่ได้ศึกษาจากตัวแบบท่านได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการเรียนครั้งนี้ พบว่า จากความนึกคิดของนักศึกษามีความรู้สึกนึกคิดที่แตกต่างกันออกไปเช่น เมื่อมีปัญหาหรือข้อสงสัยแล้วครูควรจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างไรที่จะเหมาะสมกับนักเรียนทุกคนในชั้นเรียนมีความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เรียนรู้กับตัวแบบที่เก่ง ๆ รู้สึกประทับใจในตัวครู และอยากที่จะเก็บเกี่ยวเอาความรู้และประสบการณ์จากตัวแบบให้ได้มากที่สุดมีความรู้สึกต่อวิชาชีพครูว่าอาชีพครูจะต้องมีความเสียสละทั้งกำลังกายและกำลังใจ ต้องมีความรักและเมตตาต่อศิษย์ ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ขยันหมั่นเพียร และพัฒนาตนเองอย่างไม่มีวันหยุด
ข้อเสนอแนะ(suggestion)

จากการวิจัยดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้

1. ด้านการนำรูปแบบการเรียนการสอนไปใช้
          1.1. รูปแบบการเรียนการสอนนี้ ถือว่าเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร หรือครูผู้สอนนั้นควรส่งเสริมและสนับสนุน โดยเฉพาะกลุ่มวิชาชีพ หมวดวิชาเฉพาะ ตามหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต พ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นหลักสูตรบูรณาการ ที่มีการเชื่อมโยงเนื้อหาวิชาเข้าด้วยกัน โดยใช้ Theme และ Concept เป็นตัวกำหนดประเด็นในการศึกษา ใช้กระบวนการทางปัญญาในการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน และเน้นปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอน ผู้เรียนและบุคลากรทางการศึกษา โดยกรอบแนวคิดของหลักสูตร ด้านการเรียนการสอน เน้นการใช้กระบวนการทางปัญญาในการเรียนรู้ตามสภาพจริงในบริบทสถานการณ์จริง เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา โดยเฉพาะผู้สอนนั้นควรศึกษารายละเอียดของรูปแบบการเรียนการสอน คู่มือในการใช้รูปแบบการเรียนการสอน และแผนการสอนต่าง ๆ ให้เข้าใจก่อนนำไปใช้เพื่อให้สามารถดำเนินการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอนเป็นทีม และเกิดผลในการพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางด้านวิชาชีพครู และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่าง ๆ
          1.2. ในการดำเนินการเรียนการสอน ผู้สอนมีบทบาทตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา กล่าวคือ เป็นผู้อำนวยความสะดวก ผู้สอนแนะ ผู้ให้การประคับประคองและเป็นตัวแบบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดในการพัฒนาหลักสูตรบูรณาการ ที่ผู้สอนเป็นผู้เอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้และเป็นแบบอย่างที่ดี นอกจากนั้นควรสนับสนุนให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ สนับสนุนผู้สอนให้ร่วมกันวิเคราะห์ Theme และ Concept ต่าง ๆ ในหลักสูตร เพื่อร่วมกันออกแบบและวางแผนการจัดการจัดการเรียนการสอน มีการเตรียมคู่มือการจัดการเรียนการสอน มีการจัดหารวมทั้งผลิตเอกสารและตำรา ซึ่งเป็นสิ่งที่จะเป็นในการเรียนการสอนที่เน้นให้เรียนรู้จากตัวแบบที่มีความเชี่ยวชาญ
          1.3. ควรประยุกต์ใช้บทบาทผู้สอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา เพราะบทบาทของครูผู้สอนนั้นควรตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการเป็นต้นแบบให้แก่นักเรียนสังเกตพฤติกรรมการแก้ปัญหา นอกจากนี้ ผู้สอนมีหน้าที่ส่งเสริมและช่วยเหลือให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ และแสดงออกในการแก้ปัญหาอย่างเต็มความสามารถ รวมไปถึงบทบาทผู้อำนวยความสะดวก ผู้สอนแนะ ผู้ให้ประคับประคอง ดังนั้นผู้สอน จะต้องมีความยืดหยุ่นในการเรียนการสอน เพราะในการเรียนการสอนบางครั้งผู้สอนไม่สามารถดำเนินการตามแผนการที่วางไว้ได้ทั้งหมด รวมทั้งผู้สอนอาจจะไม่สามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญในทุกเรื่องที่นักเรียนแก้ปัญหาอยู่ นั่นก็คือผู้สอนอาจจะต้องเป็นผู้เรียนไปพร้อม ๆ กับนักเรียนด้วย ดังนั้น การที่ต้องการให้ผลการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ ผู้สอนจะต้องศึกษาจุดมุ่งหมายเนื้อหาที่จะสอน ลักษณะของผู้เรียนแต่ละระดับทางการเรียนให้มาก รวมทั้งศึกษากระบวนการและการดำเนินงานการเรียนการสอน เพราะกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะกับนักเรียน ทำให้นักเรียนมีเจตคติที่ดี มีแรงจูงใจ และมีพฤติกรรมในการเรียนที่ดี นั่นคือ จะเป็นการส่งผลให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ในกระบวนการแก้ปัญหา ส่งผลให้ความสามารถในการแก้ปัญหาในการเรียนดีขึ้น
 
2. ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัย
          2.1. ควรศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญาสำหรับนักศึกษาวิชาชีพครูที่มีต่อตัวแปรด้านการคิด ได้แก่ ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน เช่น ทักษะการสังเกต การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ เป็นต้น รวมทั้งตัวแปรด้านทักษะการทำงานกลุ่ม ทักษะการสื่อสาร ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ พบว่า ในการเรียนแบบกลุ่ม ผู้เรียนต้องใช้ทักษะการทำงานกลุ่มและทักษะการสื่อสาร รวมทั้งผู้เรียนส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการคิดเกือบในทุกขั้นตอน
          2.2. ควรศึกษาการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการฝึกหัดทางปัญญา สำหรับนักศึกษาระดับอุดมศึกษาในวิชาชีพอื่น ๆ โดยเฉพาะวิชาชีพที่เน้นการเรียนการสอนที่มีการฝึกปฏิบัติ เช่น วิชาชีพครู วิชาชีพวิศวกรรม เป็นต้น รวมทั้งการศึกษาสายอาชีพ เช่น ช่างเครื่องยนต์ ช่างจักรกล เป็นต้น
          2.3. ควรทำการวิจัยเชิงคุณลักษณะเกี่ยวกับวิถีการคิด และปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาทักษะการคิดของนักศึกษาวิชาชีพครู เช่น ชีวิตความเป็นอยู่ในหอพัก วิธีการสอนของอาจารย์ด้านศึกษาศาสตร์ เป็นต้น
ปี 2552
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved