ผลงานวิจัย

สุภาพร มหาพลตระกูล - thaied

Current Record: สุภาพร มหาพลตระกูล

สุภาพร มหาพลตระกูล

ผลการวิจัย โดยสรุปพบว่า
1.นิสิตมีความเห็นว่าการจัดการเรียนการสอน และการให้บริการสนับสนุนเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของ มศว โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละด้าน พบว่า ด้านการจัดการเรียนการสอนมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านการให้บริการสนับสนุน มีความเหมาะสมอยู่ในระดับปานกลาง 2.นิสิตเพศชายและเพศหญิงมีความคิดเห็นต่อการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยรวมและในแต่ละด้านไม่แตกแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.นิสิตที่ศึกษาในกลุ่มวิชาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของ มศว โดยรวมและในแต่ละด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (แนบสถิติวิเคราะห์แยกต่างหาก)
4.นิสิตที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ต่างกัน มีลักษณะมุ่งอนาคตต่างกัน และได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยรวมและในแต่ละด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
5.นิสิตมีความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดังนี้
1.ด้านการจัดการเรียนการสอน
- ผู้สอนควรใช้สื่อการเรียนการสอนที่น่าสนใจ
- มหาวิทยาลัยควรจัดสรรสื่ออุปกรณ์เพียงพอและอยู่ในสภาพใช้การได้ดี
- จัดสรรให้นิสิตมีช่วงเวลาของการทำกิจกรรมอื่น ๆ นอกห้องเรียนอย่างสมดุลทุกด้าน
- อาจารย์ควรนำนิสิตให้มีประสบการณ์ในสิ่งที่เรียนรู้
อาจารย์ควรเป็นแบบอย่างทุกด้าน
- เปิดโอกาสให้นิสิตมีส่วนร่วมนำเสนอสิ่งที่อยากเรียนรู้และเกณฑ์การประเมินผลร่วมกับผู้สอน
- สนับสนุนการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้จริง
- จัดให้มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษมากขึ้น
- ควรบรรจุเนื้อหาสาระให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
- ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติควบคู่กับทฤษฎี
- ควรส่งเสริมการอ่าน ทั้งในวิชาที่เรียนและความรู้เสริม
- ควรส่งเสริมการค้นคว้า วิจัย วิเคราะห์ จัดระบบความคิดให้ออกมาจากการใช้พื้นฐานความรู้ที่ลึกซึ้งเพียงพอ
- สอนให้รู้จักคิดด้วยตนเองและศึกษาค้นคว้าเองเป็น ไม่ปิดกั้นการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ของนิสิต อาจารย์ควรให้เวลา เป็นที่ปรึกษา ช่วยเหลือ และเข้าใจในตัวนิสิตมากขึ้น ให้ความสำคัญกับการพัฒนานิสิตครบถ้วนทุกด้าน และจัดสรรสื่อ อุปกรณ์ สถานที่ให้เหมาะสมส่งเสริมวิชาชีพ เช่น สอนให้เป็นเจ้าของธุรกิจ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมในวิชาที่เรียน ในกิจกรรมที่ทำร่วมกันท่ามกลางนิสิต มีเกณฑ์การสอนและการประเมินผลที่ได้มาตรฐาน ชี้แจงว่าสิ่งที่เรียนจะนำไปใช้อย่างไร
2.ด้านการให้การบริการสนับสนุน
- ห้องสมุดควรเพิ่มหนังสือใหม่ ทันสมัย มีความเป็นสากล มีเพียงพอให้บริการครอบคลุมและลึกซึ้งกับทุกสาขาวิชา
- ทำบรรยากาศห้องสมุดและหอพักนิสิตเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัย ที่มีสื่อ อุปกรณ์ และสถานที่ไว้บริการอย่างน่าสนใจ
- เปิดให้บริการห้องสมุดในช่วงเวลาปิดเทอม หรือเปิดตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนต่างประเทศ
- ให้นิสิตมีส่วนร่วมในการสั่งหนังสือเข้าห้องสมุดเจ้าหน้าที่ห้องสมุดควรให้บริการด้วยความเต็มใจ ไม่แบ่งแยกนิสิตด้วยความลำเอียง (โดยเฉพาะคณะพลศึกษา มองว่าเป็นกลุ่มเรียนไม่ดี ไม่สนใจการเรียน)
- ติดประกาศประชาสัมพันธ์กิจกรรมทางการศึกษาที่นิสิตเข้าถึงได้ง่าย ทั่วถึง เด่นชัด เพิ่มแหล่งความรู้และข่าวสารทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยให้มากจัดสรรเพิ่มที่นั่งอ่านหนังสือ ที่ประชุมงาน ที่ทำการบ้านสำหรับนิสิต ควรให้การสนับสนุนกิจกรรมสำหรับนิสิตมากยิ่งขึ้น ทำบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยที่มีความร่มรื่นจัดรถรับส่งระหว่างอาคาร (มศว องครักษ์) ให้เพียงพอ
- จัดที่จอดยานพาหนะสำหรับนิสิตให้เพียงพอ และมีการดูแลความปลอดภัยของทรัพย์สินไม่ให้เสียหาย
- ดูและทุกเรื่องให้กับนิสิตอย่างทั่วถึง ไม่เน้นเพียงบางเรื่องจัดสถานที่เล่นกีฬาให้เพียงพอพัฒนา มศว องครักษ์ ให้มีบรรยากาศทันสมัยยิ่งขึ้น

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 8549
ชื่อผลงานวิจัย การจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
หัวข้อ(Eng) LIFELONG LEARNING MANAGEMENTOF SRINAKHARINWIROT UNIVERSITY
คำสำคัญ(keyword) การจัดการศึกษา การเรียนรู้ตลอดชีวิต การจัดการเรียนการสอน การให้บริการสนับสนุน Education Management, Lifelong Learning, Learning and Teaching, and Supporting Services
ชื่อผู้วิจัย สุภาพร มหาพลตระกูล
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Supaporn Mahaphontrakoon
สถานที่ติดต่อ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โทร. 02 382 1560-4 Fax 02 382 1565 e-mail: academicpop@yahoo.com
สถานศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) มิถุนายน – กรกฎาคม 2550
ประเภท งานวิจัย/วิทยานิพนธ์ระดับบุคคล สาขาการอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ประวัติความเป็นมา(history) สังคมปัจจุบันมุ่งสู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาคนอย่างไม่สิ้นสุด ซึ่งการศึกษาตลอดชีวิตได้กลายเป็นเครื่องมือหนึ่งในการตอบสนองความมุ่งหมายดังกล่าว ดังปรากฏในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ซึ่งมีความมุ่งหมายและหลักการให้การจัดการศึกษาเป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน และได้ให้ความหมายของ “การศึกษาตลอดชีวิต” ว่าหมายถึง การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยมีแนวการจัดการศึกษาที่ยึดผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2545: 2, 6) นอกจากนั้นทบวงมหาวิทยาลัย (สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาปัจจุบัน) ได้สรุปแนวทาง

การส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับอุดมศึกษาไว้ทั้งในระดับนโยบายและการบริหาร ในระดับของผู้เรียนและผู้สอน และในด้านกิจการนิสิตนักศึกษา ตลอดจนการจัดการศึกษานอกระบบและการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย (ทบวงมหาวิทยาลัย. 2545: 19-21) อีกทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545-2549) ยังได้กล่าวถึงสังคมไทยที่พึงประสงค์ข้อหนึ่งว่า “สังคมไทยต้องเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ที่สร้างโอกาสให้คนไทยทุกคน..เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” และกำหนดยุทธศาสตร์ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต (สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. 2543: 14, 38, 40-41)

แนวคิด(concept) แนวคิดการจัดการศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตปรากฏชัดในงานศึกษาวิจัย งานเขียน ตำรา หรือผลงานทางวิชาการในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก อันเป็นผลผลิตจากการตกผลึกทางความคิดของนักปรัชญาและนักคิดในศาสตร์สาขา ต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อนำมาปรับใช้ในการจัดการศึกษาหรือจัดสภาพแวดล้อม เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้เรียน ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด หรือมีสถานะเช่นไร อาทิ งานศึกษาวิจัยของเมสิโร (Mezirow. 1981: 18) กล่าวว่าหัวใจของการเรียนรู้อยู่ที่การแสวงหาความหมายจากประสบการณ์นั้น งานของดูคัส (Doukas. 2002: 49) กล่าวถึงแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตอยู่ที่การฝึกอบรมให้บุคคลรู้วิธีเรียนรู้ ส่วนโนวส์ (Knowles. 1913: 223-224) ให้ความสำคัญกับการจัดสภาพแวดล้อมภายในสถาบันอุดมศึกษาเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในขณะที่กริฟฟิน (Griffin. 2006: Online) เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิตในมุมมอง 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับนโยบายว่าเป็นสิ่งที่ขยายการศึกษาและการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนความสามารถในการแข่งขันและการจ้างงาน ระดับปฏิรูปรัฐสวัสดิการในการกำหนดสภาพการเรียนรู้ของรัฐ และระดับปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่สอดแทรกเข้าไปในรูปแบบการผลิต การบริโภค และวิถีการดำเนินชีวิต ตลอดจนนักคิดในยุคแรกมองการเรียนรู้ตลอดชีวิตคล้ายคลึงกันคือมีจุดเน้นที่เป้าหมาย วิธีการ และแก่นแท้ของการศึกษาตลอดชีวิต (Gaff. 1978: 12; Nordvall. 1982: 33; Hefferlin. 1969: 47; Cohen; & Brawer. 1977: 15; Bruenig. 1980: 68; Knapper. 1988: 89; Sikes; Schlesinger; & Seashore. 1974: 77)

ปัจจุบันคำว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ได้รับความสนใจลึกซึ้งกว่าการจัดการศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Education) เนื่องด้วยความตระหนักในตัวบุคคลผู้เรียนรู้นั้นเองมากกว่าระบบของการจัดการศึกษาโดยองค์กร ซึ่งยิ่งทำให้องค์กรหรือสถาบันการศึกษาต้องหันมาให้ความสำคัญกับการจัดการเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้คนเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีหลักสำคัญ ได้แก่

1. การเน้นเสรีภาพในตัวผู้เรียน ในอันที่จะสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่ตรงกับความสนใจและความต้องการของตน จากปรัชญาการศึกษาที่เรียกว่า อัตถิภาวนิยม (Existential Philosophy) และจิตวิทยามนุษยนิยม (Humanistic Psychology)

2. ความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษากับสังคม กล่าวคือการศึกษาจำเป็นต้องสอดคล้องกับสภาพสังคมและการเมืองในยุคสมัยนั้น ดังปรากฏในระบบการศึกษาของอเมริกาและอังกฤษในรูปแบบของวิทยาลัยชุมชน

3. การผสมผสานระหว่างปรัชญากับวิทยาศาสตร์ทำให้เกิดทฤษฎีการเรียนรู้ใหม่ ๆ ขึ้น

4. การยึดคนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม ให้คนมีการใช้เหตุผล ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นกุญแจในการเปลี่ยนแปลงสังคม (Elias. 1993: 9-12)

จากหลักการดังกล่าวส่งผลให้เกิดรูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตขึ้นอย่างหลากหลาย ซึ่งได้รับการพัฒนามาตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 1980 (Lengrand. 1975: 46-49) อาทิ รูปแบบการจัดการศึกษาโดยครอบครัว (Homeschooling) โรงเรียนที่ใช้ธรรมนูญการศึกษา (Charter Schools) โรงเรียนไซเบอร์ (Cyberschools) การจัดการศึกษาทางไกล (Distance Learning) การให้วุฒิบัตรการศึกษาจากองค์กรภายนอก (External Degrees) การเรียนรู้แบบเปิด (Open Learning System) การเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง (Knowles. 1913: 43-44) การจัดหลักสูตรเพื่อชุมชนหรือเพื่ออาชีพ (Knowles. 1913: 300-303) การจัดหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรม (Makino. 2001: 294-310) เป็นต้น

สำหรับการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยจากงานวิจัยของนิตยา สำเร็จผล (2547: 106-115) ได้สรุปสภาพและปัญหาการจัดการศึกษาตลอดชีวิตไว้ในประเด็นต่อไปนี้ ได้แก่

1. ปัญหาด้านทฤษฎี ตั้งแต่มโนทัศน์ที่ยังไม่ชัดเจนของนักคิดและนักการศึกษา

2. ปัญหาด้านการปฏิบัติ เกิดจากปัญหาโครงสร้างสถาบัน ตัวบุคคล ธรรมชาติของการเรียนรู้โดยเฉพาะเจตคติของผู้เรียน ผู้สอน และผู้บริหารสถาบัน ขาดการสร้างประชามติและกลไกการมีส่วนร่วม หรือการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ และการควบคุมคุณภาพ เพื่อให้ตอบสนองต่อการพัฒนาการจัดการศึกษาตลอดชีวิต

3. ปัญหาด้านระบบบริหาร อาทิ การวางแผนและการบริหาร ระบบการสอน การเชื่อมโยงการเรียนรู้ตลอดชีวิตเข้ากับการประเมินผลที่เหมาะสม

สำหรับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นโรงเรียนฝึกหัดครูมาแต่แรกเริ่ม เมื่อปี 2492 ต่อมาได้จัดตั้งขึ้นเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษา อาศัยแนวคิดการจัดการฝึกหัดครูของศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรีเป็นหลัก (ชำนาญ แสงแก้ว. 2541: 3, 57) โดยจัดการเรียนการสอนเน้นให้นิสิตได้พัฒนาวัฒนธรรมการตลอดชีวิต และในข้อมาตรฐานของกระบวนการเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็นภาควิชาหรือสาขาวิชา และโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว. 2543: 21) จะต้องสร้างนิสัยในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนปรัชญา ปณิธาน วิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ในภาพรวมพบว่า มหาวิทยาลัยมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นสถาบันทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง สร้างสังคมและกระบวนการแห่งการเรียนรู้

อย่างไรก็ตาม จากการสัมภาษณ์นิสิตคณะต่าง ๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีของ มศว พบปัญหาและอุปสรรคในทางปฏิบัติ ทั้งในด้านการจัดการเรียนการสอนและการให้บริการสนับสนุนอื่น ๆ ยังไม่อาจบรรลุความมุ่งหมายที่จะพัฒนาให้นิสิตเป็นผู้รักการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างมีประสิทธิผล

วัตถุประสงค์(objective) ความมุ่งหมายของการวิจัย
1.เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนิสิต ต่อการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒใน 2 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดการเรียนการสอน และด้านการให้บริการสนับสนุนการเรียนรู้
2.เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของนิสิตต่อการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒโดยรวมและในแต่ละด้านจำแนกตามเพศ กลุ่มวิชา แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ลักษณะมุ่งอนาคต และการสนับสนุนของผู้ปกครอง
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร ประกอบด้วย นิสิตที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ทุกชั้นปี จากทุกคณะของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในปีการศึกษา 2549 รวมจำนวนประชากรทั้งสิ้น 13,632 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่ศึกษา
1. ตัวแปรอิสระ ได้แก่ เพศ จำแนกเป็นชายและหญิง กลุ่มวิชาที่ศึกษา จำแนกเป็นกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ และกลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ระดับแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ลักษณะมุ่งอนาคต และการสนับสนุนของผู้ปกครอง จำแนกเป็น สูง ปานกลาง และต่ำ
2. ตัวแปรตาม ได้แก่ ความคิดเห็นของนิสิตที่มีต่อการจัดการศึกษาตลอดชีวิต ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ใน 2 ด้าน คือ ด้านการจัดการเรียนการสอน และด้านการให้บริการสนับสนุนการเรียนรู้
คำนิยาม(defination) นิยามศัพท์เฉพาะ
1. การจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในการวิจัยนี้หมายถึง กระบวนการจัดการเรียนการสอน และการให้บริการสนับสนุนการเรียนรู้ของ มศว เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้นิสิตมีใจรักและมีพฤติกรรมแสวงหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ จากความมุ่งหมายภายในตน ทั้งในการเรียนและต่อเนื่องไปจนตลอดชีวิต แบ่งเป็น 2 ด้านดังนี้
1.1 ด้านการจัดการเรียนการสอน ในการวิจัยนี้หมายถึง วิธีการ กระบวนการ กิจกรรม และบรรยากาศในการจัดการเรียนการสอนที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของนิสิต
1.2 ด้านการให้บริการสนับสนุนการเรียนรู้ ในการวิจัยนี้หมายถึง การจัดสรรสื่อ ช่องทาง การบริการของหน่วยงาน กิจกรรม และบรรยากาศโดยรวมของ มศว ที่ส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของนิสิต 2. นิสิต หมายถึง ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1-4 ของ มศว ใน 12 คณะ 1 วิทยาลัยนานาชาติ
3. การเรียนรู้ด้วยตนเอง ในการวิจัยนี้หมายถึง สภาวะที่นิสิตแสดงออกถึงความต้องการและมีความพร้อมในการแสวงหาความรู้หรือเรียนรู้ด้วยตนเอง มีความสามารถในการวิเคราะห์ความต้องการของตนในการเรียนโดยสมัครใจ รู้จักเลือก ตัดสินใจ และรับผิดชอบต่อการเรียนของตน สามารถค้นคว้าและพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ของตนได้ 4. แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ในการวิจัยนี้หมายถึง ความปรารถนาที่จะเรียนรู้จนประสบผลสำเร็จ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคขัดขวาง มีความมุ่งมั่น ทะเยอทะยาน กระตือรือร้นในการเรียนรู้ มีความรับผิดชอบต่อการเรียน รู้จักวางแผนการเรียน และมีลักษณะนิสัยไม่ชอบลอกเลียนแบบผู้อื่น แต่มีความคิดริเริ่มในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ด้วยตนเอง 5. ลักษณะมุ่งอนาคต ในการวิจัยนี้หมายถึง ความคาดหวังในสิ่งที่คาดการณ์ และมีการวางแผนสำหรับการเรียนรู้ของตน มีความมุ่งหมายในการพัฒนาตนเอง ตระหนักถึงประโยชน์ของการเรียนรู้อยู่เสมอ
6. การสนับสนุนของผู้ปกครอง ในการวิจัยนี้หมายถึง การที่ผู้ปกครองให้ความสนใจ เอาใจใส่ ติดตาม ดูแล ให้กำลังใจ ให้คำแนะนำ คำปรึกษา มีความเข้าใจและเชื่อวางใจในตัวนิสิต ให้การสนับสนุนทั้งทางวาจา และคอยจัดหาสิ่งต่าง ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ของนิสิต
7. กลุ่มวิชา หมายถึง กลุ่มคณะหรือสาขาวิชาที่เปิดสอนของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประกอบด้วย 3 กลุ่มวิชาดังต่อไปนี้
7.1 กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
7.2 กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ประกอบด้วย คณะพลศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะสหเวชศาสตร์
7.3 กลุ่มวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ประกอบด้วย คณะมนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ และวิทยาลัยนานาชาติ (สาขาการท่องเที่ยว)

ความหมายของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงปรัชญา แนวคิด แนวทางการพัฒนาสังคม และการนำมาปฏิบัติ จนอาจสรุปได้ว่าหมายถึง การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Directed Learning) การศึกษาด้วยตนเอง (Self-Education) การศึกษาอิสระ (Independent Study) การเรียนรู้อิสระ (Independent Learning) การสอนตนเอง (Self-Teaching) การเรียนรู้ส่วนบุคคล (Individual Learning) การศึกษาด้วยตนเองส่วนบุคคล (Independent Self-Education) การเรียนรู้อิสระ (Autonomous Learning) การสืบค้นด้วนตนเอง (Self-Directed Inquiry) การเรียนรู้ด้วยการริเริ่มด้วยตนเอง (Self-Initiated Learning) การเรียนรู้ตามบุคลิกของบุคคล (Andragogical Learning) การเรียนรู้แบบเปิด (Open Learning), การเรียนรู้โดยการวางแผนด้วยตนเอง (Self-Planned Learning) (คณาพร คมสัน. 2539: 175) เป็นต้น
สรุปได้ว่า การเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นเรื่องของบุคคลเป็นผู้ริเริ่มมีความปรารถนาที่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์และความมุ่งมั่นภายในตนต่อการเรียนรู้ มีเสรีภาพที่จะเลือกวิธีการหรือช่องทางการเรียนรู้อย่างเป็นอิสระ โดยมีองค์ประกอบด้านครอบครัวและสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อลักษณะการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตที่ทำให้แต่ละคนแตกต่างกัน

ความหมายของการจัดการศึกษาตลอดชีวิต
นักการศึกษาหลายท่านให้ความหมายของคำว่าการศึกษาตลอดชีวิต หมายถึงเป้าหมายที่เป็นทางการ เป็นอุดมการณ์ สำหรับองค์กร และมีการจัดโครงสร้างประสบการณ์ในการศึกษาของบุคคลตลอดช่วงชีวิต (Cropley. 1977: 49-50) เช่นเดียวกับเดฟ และสเกเกอร์ (Dave ; & Skager. 1977: 7) ให้ความหมายของการจัดการศึกษาตลอดชีวิตว่า เป็นทางเลือกทางการศึกษาให้กับบุคคลในแต่ละช่วงชีวิต เป็นการทำให้บุคคลได้ปรับตัว ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพและต่อเนื่อง ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบันและพัฒนาการของชีวิต
อาจสรุปได้ว่า การจัดการศึกษาตลอดชีวิต เป็นบทบาทหน้าที่ของหน่วยจัดการศึกษา ที่จะกำหนดปรัชญา รูปแบบ วิธีการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของบุคคล

ทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการศึกษาตลอดชีวิต
ทฤษฎีการเรียนรู้ได้รับการพัฒนามาโดยลำดับ จำแนกได้เป็นหลากหลายทฤษฎี (ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงรายละเอียด) อาทิ
1.ทฤษฎีบุคลิกภาพ (Rogers. 2002: 12-13) กล่าวว่าคนเราแตกต่างกันตามช่วงชั้นของทัศนคติที่มีต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ จึงส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้แตกต่างกัน
2.ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสภาพแวดล้อม (Rogers. 2002: 13-15) เป็นทฤษฎีที่กล่าวถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการสื่อสารของมนุษย์ (Human Communication Theory) ประกอบด้วยผู้ส่งสาร วิธีการส่งสาร ตัวสาร และผู้รับ รวมทั้งมีการตีความ ทฤษฎีนี้ยังตั้งอยู่บนฐานของทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning Theory)
3.ทฤษฎีการก่อรูปของกระบวนทัศน์ (Paradigm Transformation) อันเป็นการก่อรูปใหม่ จัดใหม่ ปรับใหม่ในแนวคิดจากโลกทัศน์เดิมที่หล่อหลอมแต่ละบุคคล ซึ่งบางคนเรียกว่า “แผนที่การเรียนรู้” (Learning Maps) (Rogers. 1993: 123)
4.ทฤษฎีการสร้างความคิดของบุคคล (Personal Construct Theory) ของเคลลี่ (Kelly. 1955: 2-8) มองว่าการเรียนรู้ของบุคคลริเริ่มขึ้นจากภายในคนนั้นเอง โดยการสังเกตและสะท้อนคิด ก่อรูป ทำให้เกิดสิ่งใหม่
5.ทฤษฎีปฏิสัมพันธ์และการสื่อสาร โฮล์มเบิร์ก (Holmberg. 1995: 47-53) เน้นการสอนเชิงสนทนาและให้การชี้แนะ ซึ่งคล้ายกับวิธีของโสกราติส (สารานุกรมฯ. 2544: 391) ส่วนแกริสันและเบยน์ตัน (Garrison; & Baynton. 1987 : 3-5) เสนอเกี่ยวกับทฤษฎีนี้ว่า มีการปฏิสัมพันธ์และสื่อสารระหว่าง 3 องค์ประกอบคือ 1.ความเป็นอิสระในตัวผู้เรียน 2.ความสามารถภายใน และ 3. สิ่งสนับสนุนที่อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ เช่น สื่อและทรัพยากร
6.ทฤษฎีความเป็นอิสระในการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนึกคิด เชื่อว่าคนที่ผ่านพัฒนาการของช่วงวัยต่าง ๆ มาแล้วจะได้รับการครอบงำจากจารีตประเพณี กฎ บทบาท และความคาดหวังของสังคม (Mezirow. 1981: 13) ดังนั้นการเรียนรู้ของผู้ใหญ่จะประกอบ ด้วยการนำหรือการปกครองตนเองในการเรียนรู้อย่างมีเป้าหมาย มีมิติของความลึกและกว้างของประสบการณ์ชีวิต เป็นสาระสำคัญ (ทวีศักดิ์ จินดานุรักษ์. 2539: 39)
7.ทฤษฎีการเรียนรู้ภายในตน (Self-Learning) ของอิลลิช (Illich. 1971: 74) กล่าวว่าการเรียนและการทำงานเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินไปควบคู่กับครอบครัว เพื่อน และสังคมใกล้ตัว เป็นการเรียนรู้ในวิถีชีวิต ซึ่งนักคิดที่สนับสนุนทฤษฎีดังกล่าว อาทิ ฮอลท์ (Holt. 2006: Online) การ์ดเนอร์ (Gardner. 2006: Online) และคอห์น (Kohn. 2006: Online)
ทฤษฎีดังกล่าวส่งผลให้รูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีลักษณะโดยรวม (ในที่นี้ไม่กล่าวถึงรายละเอียด) อาทิ การเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง การศึกษาทางไกล การจัดหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และการจัดหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรมเป็นต้น
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
จากการศึกษางานวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตมีหลายปัจจัย อาทิ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ลักษณะมุ่งอนาคต และการสนับสนุนของผู้ปกครอง รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ
แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ หรือการนำตนเอง (Guglielmino. 1977: 61-69) ดังเช่นงานวิจัยของเสาวคนธ์ วงศ์ศุภชัยนิมิต (2546: 37-38, 42) ดรุณวรรณ ปราบพาล (2543: 142-148) สุนทร สุทองหล่อ (2542 : 67-69) หทัยทิพย์ ภาคอินทรีย์ (2545: 53-54) ศุภวรรณ พันธุ์ภักดี (2542)
ลักษณะมุ่งอนาคต ดังงานวิจัยของทัศนีย์ จิตต์ชื่นมีชัย (2548) เป็นต้น
การสนับสนุนของผู้ปกครอง ดังงานวิจัยของมรุต ก้องวิริยะไพศาล (2549: 144-145) เป็นต้น

ข้อสรุป(summary) ผลการวิจัย โดยสรุปพบว่า
1.นิสิตมีความเห็นว่าการจัดการเรียนการสอน และการให้บริการสนับสนุนเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของ มศว โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละด้าน พบว่า ด้านการจัดการเรียนการสอนมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านการให้บริการสนับสนุน มีความเหมาะสมอยู่ในระดับปานกลาง 2.นิสิตเพศชายและเพศหญิงมีความคิดเห็นต่อการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยรวมและในแต่ละด้านไม่แตกแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.นิสิตที่ศึกษาในกลุ่มวิชาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของ มศว โดยรวมและในแต่ละด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (แนบสถิติวิเคราะห์แยกต่างหาก)
4.นิสิตที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ต่างกัน มีลักษณะมุ่งอนาคตต่างกัน และได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยรวมและในแต่ละด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
5.นิสิตมีความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดังนี้
1.ด้านการจัดการเรียนการสอน
- ผู้สอนควรใช้สื่อการเรียนการสอนที่น่าสนใจ
- มหาวิทยาลัยควรจัดสรรสื่ออุปกรณ์เพียงพอและอยู่ในสภาพใช้การได้ดี
- จัดสรรให้นิสิตมีช่วงเวลาของการทำกิจกรรมอื่น ๆ นอกห้องเรียนอย่างสมดุลทุกด้าน
- อาจารย์ควรนำนิสิตให้มีประสบการณ์ในสิ่งที่เรียนรู้
อาจารย์ควรเป็นแบบอย่างทุกด้าน
- เปิดโอกาสให้นิสิตมีส่วนร่วมนำเสนอสิ่งที่อยากเรียนรู้และเกณฑ์การประเมินผลร่วมกับผู้สอน
- สนับสนุนการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้จริง
- จัดให้มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษมากขึ้น
- ควรบรรจุเนื้อหาสาระให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
- ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติควบคู่กับทฤษฎี
- ควรส่งเสริมการอ่าน ทั้งในวิชาที่เรียนและความรู้เสริม
- ควรส่งเสริมการค้นคว้า วิจัย วิเคราะห์ จัดระบบความคิดให้ออกมาจากการใช้พื้นฐานความรู้ที่ลึกซึ้งเพียงพอ
- สอนให้รู้จักคิดด้วยตนเองและศึกษาค้นคว้าเองเป็น ไม่ปิดกั้นการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ของนิสิต อาจารย์ควรให้เวลา เป็นที่ปรึกษา ช่วยเหลือ และเข้าใจในตัวนิสิตมากขึ้น ให้ความสำคัญกับการพัฒนานิสิตครบถ้วนทุกด้าน และจัดสรรสื่อ อุปกรณ์ สถานที่ให้เหมาะสมส่งเสริมวิชาชีพ เช่น สอนให้เป็นเจ้าของธุรกิจ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมในวิชาที่เรียน ในกิจกรรมที่ทำร่วมกันท่ามกลางนิสิต มีเกณฑ์การสอนและการประเมินผลที่ได้มาตรฐาน ชี้แจงว่าสิ่งที่เรียนจะนำไปใช้อย่างไร
2.ด้านการให้การบริการสนับสนุน
- ห้องสมุดควรเพิ่มหนังสือใหม่ ทันสมัย มีความเป็นสากล มีเพียงพอให้บริการครอบคลุมและลึกซึ้งกับทุกสาขาวิชา
- ทำบรรยากาศห้องสมุดและหอพักนิสิตเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัย ที่มีสื่อ อุปกรณ์ และสถานที่ไว้บริการอย่างน่าสนใจ
- เปิดให้บริการห้องสมุดในช่วงเวลาปิดเทอม หรือเปิดตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนต่างประเทศ
- ให้นิสิตมีส่วนร่วมในการสั่งหนังสือเข้าห้องสมุดเจ้าหน้าที่ห้องสมุดควรให้บริการด้วยความเต็มใจ ไม่แบ่งแยกนิสิตด้วยความลำเอียง (โดยเฉพาะคณะพลศึกษา มองว่าเป็นกลุ่มเรียนไม่ดี ไม่สนใจการเรียน)
- ติดประกาศประชาสัมพันธ์กิจกรรมทางการศึกษาที่นิสิตเข้าถึงได้ง่าย ทั่วถึง เด่นชัด เพิ่มแหล่งความรู้และข่าวสารทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยให้มากจัดสรรเพิ่มที่นั่งอ่านหนังสือ ที่ประชุมงาน ที่ทำการบ้านสำหรับนิสิต ควรให้การสนับสนุนกิจกรรมสำหรับนิสิตมากยิ่งขึ้น ทำบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยที่มีความร่มรื่นจัดรถรับส่งระหว่างอาคาร (มศว องครักษ์) ให้เพียงพอ
- จัดที่จอดยานพาหนะสำหรับนิสิตให้เพียงพอ และมีการดูแลความปลอดภัยของทรัพย์สินไม่ให้เสียหาย
- ดูและทุกเรื่องให้กับนิสิตอย่างทั่วถึง ไม่เน้นเพียงบางเรื่องจัดสถานที่เล่นกีฬาให้เพียงพอพัฒนา มศว องครักษ์ ให้มีบรรยากาศทันสมัยยิ่งขึ้น
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยนี้
ผู้บริหาร คณาจารย์ผู้สอน และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ควรให้นำความคิดเห็นดังกล่าวของนิสิตที่มีต่อการจัดการเรียนการสอน และการให้บริการสนับสนุน อาทิตย์
1. กำหนดหลักสูตรให้เน้นการนำไปใช้จริง ส่งเสริมการฝึกวิชาชีพ การฝึกประสบการณ์จริง การฝึกคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
2. จัดสรรทรัพยากรใหม่ให้เพียงพอกับความต้องการใช้ของนิสิตตามสภาพการเรียนรู้ที่แท้จริง
3. กำหนดเกณฑ์ประเมินผู้สอนให้ผูกกับการให้เวลากับนิสิตอย่างมีคุณภาพ และให้ผูกกับการพัฒนาตนเอง โดยเฉพาะด้านคุณธรรมจริยธรรม โดยให้นิสิตเป็นผู้ประเมินผู้สอน
4. กำหนดโครงสร้างหลักสูตรให้คำนึงถึงการตอบสนองต่อพัฒนาการทุกด้านของนิสิตอย่างสมดุล
5. กำหนดเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้ที่มีฐานคิดจากทฤษฎีและหลักการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
1. ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับลักษณะของหลักสูตรบูรณาการ ที่สอนให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และคิดเชิงอนาคต ตามกลุ่มสาขาวิชา ได้แก่ หลักสูตรบูรณาการสำหรับกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ และกลุ่มวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อให้ก้าวทันโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทัดเทียมอารยประเทศ
2. ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรในแนวคิดเชิงธุรกิจ โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้ (ลูกค้า หมายถึง นิสิต) เป็นหลัก และบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
3. ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับวิธีประเมินการจัดการเรียนการสอนโดยให้ผู้เรียนเป็นผู้ประเมินที่มีประสิทธิผล โดยคำนึงถึงโครงสร้างและนโยบายการบริหารของสถาบันการศึกษา และความจำกัดของผู้สอนเป็นหลัก
4. ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการจัดการเรียนรายวิชา และกิจกรรมเสริม ที่ส่งเสริม สนับสนุนพัฒนาการของนิสิตแต่ละรายบุคคลอย่างเหมาะสม
5. ศึกษาวิจัยระบบการประเมินผลการเรียนที่วัดทัศนคติ และพฤติกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้เรียน
ปี 2550
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved