ผลงานวิจัย

นายมานัส ศักดี - thaied

Current Record: นายมานัส ศักดี

นายมานัส ศักดี

1. ครูใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานในระดับมากโดยจาก มาตรประมาณค่า 5 ระดับ พบว่ามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.775 เมื่อพิจารณารายมาตรฐานพบว่าครูใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานในระดับมากทุกมาตรฐาน โดยมีค่าเฉลี่ยระหว่าง 3.589–3.893 นอกจากนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอจะสรุปได้ว่าครูที่มี เพศ อายุ ประสบการณ์ในการทำงาน ระดับการศึกษา ตำแหน่ง และอยู่ในขนาดสถานศึกษาที่ต่างกัน จะมีระดับการใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานของครูที่แตกต่างกัน 2. โมเดลกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานของครู พบว่าโมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ไค-สแควร์ มีค่าเท่ากับ 6.34 ที่องศาอิสระเท่ากับ 18 และความน่าจะเป็น (P) เท่ากับ .99 ค่าดัชนีวัดระดับความกลมกลืน (GFI) เท่ากับ 1.00 และดัชนีวัดระดับความกลมกลืนที่ปรับแก้แล้ว (AGFI) เท่ากับ .99 ค่าดัชนีรากที่สองของค่าเฉลี่ยกำลังสองส่วนที่เหลือ (RMR) เท่ากับ .002 การใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานของครู ได้รับอิทธิพลทางตรงจากกลยุทธ์ระดับองค์กร และกลยุทธ์ระดับบุคคล เป็นอิทธิพลทางบวก เท่ากับ .70 และ .62 โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนการใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานของครู ได้ร้อยละ 87

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 8465
ชื่อผลงานวิจัย กลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานของครู
หัวข้อ(Eng) STRATEGIES AFFECTING THE USE OF INTERNAL AND EXTERNAL EVALUATION IN TEACHER PRACTICES
ชื่อผู้วิจัย นายมานัส ศักดี
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr.Manat Sakdee
ตำแหน่ง ครู
การศึกษา ครุศาสตร์มหาบัณฑิต
สถานที่ติดต่อ 35 / 5 หมู่ 6 ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 74000
สถานศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประเภท วิทยานิพนธ์ ครุศาสตร์มหาบัณฑิต ภาควิชาวิจัยการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประวัติความเป็นมา(history) ปัจจุบันการประเมินได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ให้ความสำคัญต่อการประเมินผล เนื่องจากการประเมินผลเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการให้ข้อมูลที่จะนำมาใช้ในการตัดสินใจ การกำหนดนโยบาย และเป็นแนวทางในการดำเนินงานหรือตรวจสอบการใช้ทรัพยากร (สมชาย ดุรงค์เดช, 2542)
การประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ส่งผลให้โรงเรียนทุกแห่ง ต้องดำเนินการประเมินภายใน เพื่อจัดทำรายงานตนเองเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งผล การประเมินตนเองเป็นหลักฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การรับรองคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)
ครูเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการประเมินคุณภาพภายในและภายนอก ที่ต้องนำผลการประเมินที่ได้จากการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา โดยการรายงานตนเองของสถานศึกษา และผลการประเมินคุณภาพภายนอกที่ประเมินโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการปฏิบัติงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าโรงเรียนจะจัดการศึกษา ได้มาตรฐานนั้นขึ้นอยู่ที่คุณภาพการจัดเรียนการสอนของครู เมื่อครูจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ นักเรียนมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้
การนำผลการประเมินไปใช้ประโยชน์มีได้หลายรูปแบบ ได้แก่ การใช้ในเชิงความคิด (conceptual use) ผลการประเมินอาจช่วยจุดประกายความคิดของผู้เกี่ยวข้องทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในสิ่งที่ประเมินมากขึ้น การใช้ในเชิงตรวจสอบยืนยัน (legitimate use) ผลการประเมินอาจถูกใช้เป็นเหตุผลสนับสนุนหรือยืนยันผลการตัดสินใจที่กำหนดไว้ล่วงหน้าทำให้แนวทาง/นโยบาย ที่เลือกใช้มีน้ำหนักและความชอบธรรมยิ่งขึ้น การใช้ในเชิงสัญลักษณ์ (symbolic use) ผลการประเมินอาจถูกใช้เป็นเครื่องช่วยติดตามกำกับหรือควบคุมการประเมินว่าได้มีการทำตามแนวทาง ระเบียบ ขั้นตอนที่กำหนดไว้ เพื่อให้งานประเมินนั้นมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับยิ่งขึ้น และการใช้ในเชิงปฏิบัติ (instrumental use) ผลการประเมินอาจถูกนำไปใช้โดยตรงในทางปฏิบัติ และป็นเครื่องมือในการปรับปรุงแก้ไขทำให้เกิดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามมา (ศิริชัย กาญจนวาสี, 2547)
จากการศึกษาพบว่าการประเมินคุณภาพภายในมีความสัมพันธ์กับการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (สุวิมล ว่องวาณิช, 2549) ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาการใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอก ในการปฏิบัติงานของครูภายใต้กรอบแนวคิดการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน คือ การนำผลการประเมินมาวางแผนการพัฒนาผู้เรียน (Plan) การปฏิบัติงานของครู (Action) การสังเกตผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน (Observe) และการสะท้อนผลหลังจากการปฏิบัติงานให้ผู้ที่มีส่วนร่วม ได้วิพากษ์วิจารณ์ (Reflect) และจากการศึกษางานวิจัยและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการใช้ผลการประเมิน พบว่างานวิจัยในประเทศ และต่างประเทศที่ศึกษาเกี่ยวกับการใช้ผลการประเมิน ได้แก่ ศิริวัฒน์ วรนาม (2540) สุดนิสา พูลศิริ (2541) แคทรียา ศรีแปลก (2543) วราภรณ์ บุญเจียม (2544) Jonhson (1998) พบว่านักวิจัยส่วนใหญ่ได้ศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการนำผลการประเมินไปใช้ และการศึกษางานวิจัยของ Preskill and Caracelli (2003 อ้างถึงในวราภรณ์ บุญเจียม) ได้เสนอกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการใช้ผลการประเมิน ประกอบด้วย การวางแผนการใช้ผลการประเมินก่อนการประเมิน การกำหนดความต้องการใช้ผลการประเมินของผู้ใช้ การออกแบบการประเมินที่ใช้ทุนน้อย การมีส่วนร่วมในการประเมินของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผลการประเมินที่ตรงต่อความต้องการของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การรายงานผลการประเมิน และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2543) ที่ได้เสนอยุทธศาสตร์สู่ความสำเร็จของการประกันคุณภาพการศึกษา คือ 1) ยุทธศาสตร์ภาวะผู้นำ ของผู้บริหาร 2) ยุทธศาสตร์การทำงานเป็นทีม 3) ยุทธศาสตร์การสร้างความตระหนักและความรู้ความเข้าใจ 4) ยุทธศาสตร์การกำหนดผู้รับผิดชอบ 5) ยุทธศาสตร์การวางแผนและการกำกับดูแล 6) ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมและการปรึกษาหารือกับผู้เกี่ยวข้อง ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงสนใจที่ศึกษากลวิธีหรือวิธีการที่จะทำให้ครูซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงจากการประเมินคุณภาพภายในและภายภายนอก และการใช้ผลที่ได้จากการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานของครู ซึ่งเป็นไปตามความมุ่งหมายของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่ต้องการให้ครูนำผลการประเมินคุณภาพของสถานศึกษาไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
แนวคิด(concept) ทฤษฎีการนำผลการประเมินไปใช้ / การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาสภาพการใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานของครู 2. เพื่อศึกษากลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการใช้ผลการประเมินภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานของครู
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย(descriptive research) ในลักษณะความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ(causal relationship)
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร คือ ครูที่ปฏิบัติการสอนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มตัวอย่างได้มาด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ผู้วิจัยกำหนดกลุ่มตัวอย่างจำนวน 720 คน ผลการเก็บข้อมูลได้ข้อมูลกลับคืนมาจำนวน 474 คน คิดเป็นร้อยละ 65.83
เครื่องมือ(tool) การวิจัยครั้งนี้ใช้เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง ค่า IOC มีช่วงพิสัยระหว่าง .80 – 1.00 ค่าความเที่ยงมีช่วงพิสัยระหว่าง .922 - .941 นอกจากนี้ยังมีความตรงเชิงโครงสร้างตามองค์ประกอบที่ต้องการวัดจากผลการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมลิสเรลทุกตัวแปร
การรวบรวมข้อมูล(gathering) การวิจัยครั้งนี้เก็ยรวบรวมข้อมูลโดยส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์และตอบกลับทางไปรษณีย์
การวิเคราะห์(analysis) วิเคราะห์ข้อมูลสถิติบรรยายด้วยโปรแกรม SPSS for Windows วิเคราะห์ตรวจสอบความตรงและโมเดลสมการโครงสร้างเชิงเส้นด้วยโปรแกรม LISREL for Windows
ข้อสรุป(summary) 1. ครูใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานในระดับมากโดยจาก มาตรประมาณค่า 5 ระดับ พบว่ามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.775 เมื่อพิจารณารายมาตรฐานพบว่าครูใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานในระดับมากทุกมาตรฐาน โดยมีค่าเฉลี่ยระหว่าง 3.589–3.893 นอกจากนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอจะสรุปได้ว่าครูที่มี เพศ อายุ ประสบการณ์ในการทำงาน ระดับการศึกษา ตำแหน่ง และอยู่ในขนาดสถานศึกษาที่ต่างกัน จะมีระดับการใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานของครูที่แตกต่างกัน 2. โมเดลกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานของครู พบว่าโมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ไค-สแควร์ มีค่าเท่ากับ 6.34 ที่องศาอิสระเท่ากับ 18 และความน่าจะเป็น (P) เท่ากับ .99 ค่าดัชนีวัดระดับความกลมกลืน (GFI) เท่ากับ 1.00 และดัชนีวัดระดับความกลมกลืนที่ปรับแก้แล้ว (AGFI) เท่ากับ .99 ค่าดัชนีรากที่สองของค่าเฉลี่ยกำลังสองส่วนที่เหลือ (RMR) เท่ากับ .002 การใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานของครู ได้รับอิทธิพลทางตรงจากกลยุทธ์ระดับองค์กร และกลยุทธ์ระดับบุคคล เป็นอิทธิพลทางบวก เท่ากับ .70 และ .62 โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนการใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานของครู ได้ร้อยละ 87
ข้อเสนอแนะ(suggestion) จากการศึกษากลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานของครู ผู้วิจัยจึงขอเสนอแนะการนำผลการวิจัยไปใช้เพื่อสงเสริมให้ครูใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงาน ดังนี้ 1.สถานศึกษาเป็นหน่วยงานแรกที่ควรนำผลการวิจัยไปใช้ โดยการกำหนดกลยุทธ์ระดับองค์กรเพื่อส่งเสริมการใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติของครู โดยการพัฒนาวัฒนธรรมสถานศึกษาซึ่งเป็นตัวแปรที่มีค่าน้ำหนักองค์ประกอบสูงสุด ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรในโรงเรียนทุก ๆ ด้าน มีการสร้างระบบจูงใจในการปฏิบัติงานของครู และมีการนิเทศติดตามผลการดำเนินงานเป็นระยะ 2.ครู เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับการประเมินภายในและภายนอกโดยตรง และครูเป็นกลไกสำคัญยิ่งที่จะทำให้สถานศึกษาจัดการศึกษาให้มีคุณภาพที่สูงขึ้น ควรนำผลการวิจัยไปใช้ โดยหาวิธีการทำให้ตนเองปฏิบัติตามกลยุทธ์การพึ่งพาตนเอง เมื่อทราบผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกแล้ว 3หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานระดับเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหน่วยงานต่าง ๆ ควรให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาตามบริบท เพื่อสงเสริมการใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอกในการปฏิบัติงานของครูให้สูงขึ้นเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้นทุกระดับ
ปี 2551
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved