ผลงานวิจัย

ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.ชำนาญ รอดเหตุภัย - thaied

Current Record: ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.ชำนาญ รอดเหตุภัย

ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.ชำนาญ รอดเหตุภัย

ผลการศึกษาพบว่านักศึกษาส่วนมากมีเจตคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้คำทับศัพท์ภาษอังกฤษ โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการสำนึกถึงความเสียหายต่อภาษาไทย และนักศึกษาส่วนมากมีความเข้าใจถูกต้องว่าการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษโดยไม่จำเป็นนั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายนานัปการ อย่างไรก็ตาม นักศึกษายังคงมีเจตคติที่ไม่พึงประสงค์อีกหลายประเด็นซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่จำเป้นต้องแก้ไข สร้างเสริมค่านิยมในการใช้ภาษาประจำชาติโดยเร่งด่วน ไม่ควรปล่อยให้เข้าใจผิดต่อไป
ส่วนผลการศึกษาความเข้าใจวิธีการเขียนสะกดคำ และความหมายขอบคำทับศัพท์ทั้งในและนอกพจนานุกรมนั้น ปรากฏว่ามีคำทับศัพท์จำนวนมากที่นักศึกษา เขียนสะกดคำผิด และไม่เข้าใจความหมายทำให้ค้นพบความจริงว่านักศึกษาใช้คำทับศัพท์ตามบุคคลอื่น โยไม่ทราบวิธีเขียนสะกดคำตามหลักเกณฑ์ของราชบัณฑิตยสถาน และไม่ค่อยเข้าใจความหมายของคำทับศัพท์ทั้ง ๆ ที่เป็นคำซึ่งพบอยู่เป็นประจำ และมีบริบทประกอบอยู่ด้วยก็ตาม ผลการศึกษาช่วยยืนยันความคิดว่าคนจำนวนมากที่ชอบใช้คำทับศัพท์ นั้นแท้ที่จริงไม่รู้วิธีเขียนและความหมายของคำ ดังนั้นคนไทยจึงควรได้รับการสร้างเสริมจิตสำนึกถึงเอกลักษณ์ศักดิ์ศรีของชาติ และความภาคภูมิใจในการใช้ภาษาไทยซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดที่แสดงถึงความเป็นชาติไทย

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 6980
ชื่อผลงานวิจัย การศึกษาเจตคติและความเข้าใจของนักศึกษาในการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ
คำสำคัญ(keyword) การใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ปี2541
ชื่อผู้วิจัย ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.ชำนาญ รอดเหตุภัย
ตำแหน่ง ผู้ช่วยศาตราจารย์ ระดับ 8 ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
การศึกษา ปริญญาดุษฎีบัณฑิต
สถานศึกษา ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันราชภัฏนครปฐม
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2541
ประเภท งานวิจัย ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสถาบันราชภัฏนครปฐม
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักวิทยบริการ สถาบันราชภัฏนครปฐม
ประวัติความเป็นมา(history) ข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากจนไม่จำเป็นต้องการ การพิสูจน์ใด ๆ ก็คือข้อเท็จจริงที่ว่าความเจริญของสังคมโลกยุคปัจจุบัน เป็นปฏิภาคผกผันกับความเป็นไปของเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยโลกปัจจุบันมีกาเรปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากโดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารในยุค “โลกาภิวัฒน์” แต่ขณะเดียวกันเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยกลับถูกละเลย มองข้าม และบ่วนทำลายไปอย่างน่าใจหาย โลกยิ่งเจริญก้าวหน้ามากขึ้นเพียงใด ดูเหมือนสังคมไทยก็ยิ่งห่างไกลลักษณะของความเป็นไทยมากขึ้นเพียงนั้น

น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ระบบการศึกษาของไทยละเลยหลักสูตรการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับความเป้นไทยมากยิ่งขึ้นตามลำดับ นักเรียนนักศึกษาส่วนใหญ่มองไม่เห็นความสำคัญของการศึกษาวิชาการที่กี่ยวกับความเป็นไทย โดยเฉพาะการศึกษาเกี่ยวกับภาษาไทย ความรู้ความเข้าใจและความภาคภูมิใจในภาษาซึ่งเป็นเอกลักษณ์ศักดิ์ศรีที่สำคํยซึ่งแสดงถึงความเป็นชาติ ที่มีอารยธรรมอันเก่าแก่ก็พลอยลดนอ้ยตามไปด้วยดังจะเห็นได้จากการที่ทุกวันนี้คนไทยส่วนหนึ่งที่เรียกตนเองว่าคนรุ่นใหม่ มักจะดูถูกดูแคลนวิชาการทั้งหลายที่เกี่ยวกับความเป็นไทย รู้สึกว่าการใช้ภาษาไทยแสดงถึงความไม่ทันสมัย ไร้การศึกษา และในทางตรงกันข้ามกลับมองว่าการใช้ภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ จะทำให้เป็นคนที่ได้ชื่อว่ามีการศึกษาสูง มีรสนิยมดีและทันสมัย ค่านิยมที่เป็นอันตรายต่อภาษาของชาติเช่นนี้นับวันจะยิ่งระบาดออกไปอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว เรื่องที่น่าวิตกกังวลมากยิ่งขึ้นก็คือการที่สื่อมวลชนสาขาต่าง ๆ รวมทั้งนักวิชาการ นักการเมือง และผู้มีชื่อเสียงในวงสังคมไทย พากันทำตัวอย่างในทางลบให้เห็นมากขึ้นโดยลำดับ ในสภาวะของบ้านเมืองยุคเศรษฐกิจถดถอยเท่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ประเทศไทยหาใช่แต่เพียงกำลังจะสูญเสียเอกราชทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้นก็หาไม่ แต่ใกล้จะเสียเอกราชทางด้านภาษาวัฒนธรรมไทยด้วยเช่นกัน

ในบรรดาผู้ที่นิยมชมชอบกับการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษนั้น มีจำนวนมิใช่น้อยที่นิยมตามผู้อื่น โดยฟังไม่ชัดหรือไม่รู้ความหมายที่แน่นอน ไม่รู้ว่าเมื่อไรควรใช้หรือไม่ควรใช้คำทับศัพท์ บางครั้งก็ใช้คำทับศัพท์ที่ไม่สอดคล้องกับบริบท และมีการเขียนสะกดคำผิดพลาด เพราะมิได้เขียนตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน แลหลักการเขียนทับศัพท์ ของราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งได้วางไว้เป็นบรรทัดฐานอยู่แล้ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก่อให้เกิดความสับสน และเกิดการลอกเลียนแบบตัวอย่าง ผิด ๆ ซึ่งพลอยให้ค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์ และความผิดพลาดเหล่านั้น ระบาดแพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว

สภาพการณ์จวนเจียนจะถึงขั้นสูญเสียเอกราชทางด้านภาษา และความสับสนในการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษดังกล่าวนั้น หากปล่อยปละละเลยก็ยิ่งถลำลึกและยากที่จะพลิกฟื้นคืนกลับดังเดิมได้ เป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษาทุกระดับโดยตรง ตลอดถึงผู้นำในทุกวงการ และสื่อมวลชน ทุกระดับด้วย ที่จะต้องช่วยกันปรับแก้ค่านิยมของ “คนไทยยุคใหม่” ที่คลั่งไคล้ตะวันตกให้ลดน้อยลง ขณะเดียวกันก็ต้องช่วยฟื้นฟูค่านิยมภาษาและวัฒนธรรมไทยให้คืนกลับมาให้จงได้ หาไม่ความอัปยศเช่นนี้จะยิ่งหยั่งลึกลงไปในสายเลือดจนไทยต้องกลายเป็นทาสทางสติปัญญา และค่านิยมตะวันตกที่น่าสังเวชตลอดไป เพราะเรื่องใดที่จะน่าเศร้าสะเทือนใจไปกว่า เรื่อง การเป็นทาสที่ปราศจากยางอาย ไม่รู้คุณค่าของคำว่า “เอกลักษณ์ศักดิ์ศรี” และไร้จิตสำนึกว่าตนเองกำลังเป็นทาส นั้น คงจะไม่มีอีกแล้ว

ยุทธวิธีประการหนึ่งที่น่าจะใช้เป็นเครื่องมือในการรณรงค์ฟื้นฟูค่านิยมในการใช้ภาษาไทย แทนการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ก็คือการหยั่งรู้ความรู้สึกนึกคิดของคนไทยรุ่นใหม่เกี่ยวกับการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ เพราะจะทำให้ปรับแก้ความรู้สึกนึกคิด หรือเจตคติ ที่ไม่พึงประสงค์ให้ค่อย ๆหมดไปได้อย่างถูกทาง และขณะเดียวกันการรู้ว่าคนรุ่นใหม่มีค่านิยมประการใดที่ถูกต้องเหมาะสมอยู่แล้ว ก็ย่อมจะทำให้สามารถดำเนินการส่งเสริมเจตคติที่ถูกต้องนั้น ๆ ให้มีความเข้มแข็ง มั่นคงถาวร และขยายวงให้กว้างขวางออกไป ด้วยเหตุที่ผู้ศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของการหยั่งรู้ความรู้สึกนึกคิด หรือเจตคติ เกี่ยวกับการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษดังกล่าว จึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ผู้ศึกษาตัดสินใจทำการวิจัยเรื่อง “การศึกษาเจตคติและความเข้าใจของนักศึกษาในการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ”

แนวคิด(concept) 1. เจตคติเกี่ยวกับการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ

2. ความเข้าใจวิธีเขียนสะกดคำ

3. ความเข้าใจความหมายคำทับศัพท์

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อให้ทราบเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ของบุคคล ต่าง ๆ ในสังคม และเจตคติของนักศึกษาเองในการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ
2. เพื่อให้ทราบความสามารถของนักศึกษาทางด้านการเข้าใจวิธีการเขียนสะกดคำ ทับศัพท์ ภาษาอังกฤษและการเข้าใจความหมายของคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่นิยมใช้กันแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน
สมมุติฐาน(assumption) 1. นักศึกษาจำนวนมากมีเจตคติที่ไม่พึงประสงค์ต่อการใช้ภาษาไทย และมีค่านิยมที่ผิดในการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ
2. นักศึกษาจำนวนมากไม่ทราบวิธีการเขียนสะกดคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง
3. นักศึกษาจำนวนมากไม่เข้าใจความหมายของคำทับศัพท์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ทั้งคำในพจนานุกรมและคำนอกพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงบรรยาย
กลุ่มตัวอย่าง(sample) 1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาสถาบันราชภัฏนครปฐม ชั้นปีที่ 1 ทั้งภาคปกติ และภาค กศ.บป. , กศ.พป. ในปีการศึกษา 2539 – 2540
2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาสถาบันราชภัฏนครปฐม ชั้นปีที่ 1 ทั้งภาคปกติ และภาค กศ.บป. , กศ.พป. ในปีการศึกษา 2539 – 2540 จำนวน 1000 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้
1. ตัวแปรต้น ได้แก่ คือ นักศึกษาสถาบันราชภัฏนครปฐม ชั้นปีที่ 1 ทั้งภาคปกติ และภาค กศ.บป. , กศ.พป. แยกตาม เพศ อายุ สถานภาพของการเป็นนักศึกษา
2. ตัวแปรตาม ได้แก่ ความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ
คำนิยาม(defination) 1. ทับศัพท์ เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึง ที่รับเอาคำของภาษาหนึ่งมาใช้ในอีกภาษาหนึ่ง โดยวิธีถ่ายเสียงและถอดอักษร เช่น คำทับศัพท์ เขียนคำทับศัพท์ แปลทับศัพท์
2. คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ หมายถึง คำภาษาอังกฤษที่นำมาใช้แทนคำไทยโดยปนกับ ภาษาไทย ในการสนทนาทั่วไป หรือเขียนด้วยอักษรไทยและใช้ปนกันอยู่กับการเขียนภาษาไทย
3. เจตคติ หมายถึง ท่าทีหรือความรู้สึกของบุคคลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
4. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ซึ่งมีการพิมพ์จำหน่ายหลายครั้ง แต่ละครั้งมีการแก้ไขข้อบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ฉบับทีผู้ศึกษาใช้เป็นหลักในการเขียนสะกดคำ เป็นฉบับพิมพ์ล่าสุด คือครั้งที่ 6 เมื่อ พ.ศ. 2539
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ แบบสอบถาม 2 ประเภท
1. แบบสำรวจเจตคติ แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ
ชุดที่ 1 แบบสำรวจเจตคติทั่วไปเกี่ยวกับการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ
ชุดที่ 2 แบบสำรวจเจตคติเกี่ยวกับการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษกรณีต่างๆ
2. แบบสำรวจความเข้าใจ มี 3 ชุด คือ
ชุดที่ 1 แบบสำรวจความเข้าใจวิธีเขียนสะกดคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ
ชุดที่ 2 แบบสำรวจความเข้าใจความหมายของคำทับศัพท์ในพจนานุกรม
ชุดที่ 3 แบบสำรวจความเข้าใจความหมายของคำทับศัพท์นอกพจนานุกรมฯ
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยได้ขอความร่วมมือจากอาจารย์ผู้สอนรายวิชาต่างๆ แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทั้งภาคปกติและ นักศึกษาภาค กศ.บป. , กศ.พป. โดยพยายามให้ครอบคลุมทุกโปรแกรมที่เปิดสอนอยู่ในสถาบันราชภัฏนครปฐม ระหว่างปีการศึกษา 2540 และสุ่มเลือกนักศึกษาภาคปกติ ภาค กศ.บป. ,กศ.พป. ในแต่ละภาคเรียนโปรแกรมละ 1 หมู่เรียน
เนื่องจากแบบสอบถามมีทั้งหมดถึง 5 ชุด เพื่อมิให้เป็นการรบกวนอาจารย์ผู้สอนและเป็นภาระของอาจารย์ผู้สอนมากเกินไป ผู้ศึกษาจึงได้แบ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็น 3 ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1 แบบสอบถามเจตคติทั่วไป
จำนวน 50 ข้อ และแบบสอบถามความเข้าใจการสะกดคำ จำนวน 100 ข้อ
ครั้งที่ 2 แบบสอบถามเจตคติเฉพาะกรณี จำนวน 140 ข้อ
ครั้งที่ 3 แบบสอบถามความเข้าใจคำทับศัพท์ 2 ชุด จำนวน 200 ข้อ
การวิเคราะห์(analysis) สถิติที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ข้อสรุป(summary) ผลการศึกษาพบว่านักศึกษาส่วนมากมีเจตคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้คำทับศัพท์ภาษอังกฤษ โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการสำนึกถึงความเสียหายต่อภาษาไทย และนักศึกษาส่วนมากมีความเข้าใจถูกต้องว่าการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษโดยไม่จำเป็นนั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายนานัปการ อย่างไรก็ตาม นักศึกษายังคงมีเจตคติที่ไม่พึงประสงค์อีกหลายประเด็นซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่จำเป้นต้องแก้ไข สร้างเสริมค่านิยมในการใช้ภาษาประจำชาติโดยเร่งด่วน ไม่ควรปล่อยให้เข้าใจผิดต่อไป
ส่วนผลการศึกษาความเข้าใจวิธีการเขียนสะกดคำ และความหมายขอบคำทับศัพท์ทั้งในและนอกพจนานุกรมนั้น ปรากฏว่ามีคำทับศัพท์จำนวนมากที่นักศึกษา เขียนสะกดคำผิด และไม่เข้าใจความหมายทำให้ค้นพบความจริงว่านักศึกษาใช้คำทับศัพท์ตามบุคคลอื่น โยไม่ทราบวิธีเขียนสะกดคำตามหลักเกณฑ์ของราชบัณฑิตยสถาน และไม่ค่อยเข้าใจความหมายของคำทับศัพท์ทั้ง ๆ ที่เป็นคำซึ่งพบอยู่เป็นประจำ และมีบริบทประกอบอยู่ด้วยก็ตาม ผลการศึกษาช่วยยืนยันความคิดว่าคนจำนวนมากที่ชอบใช้คำทับศัพท์ นั้นแท้ที่จริงไม่รู้วิธีเขียนและความหมายของคำ ดังนั้นคนไทยจึงควรได้รับการสร้างเสริมจิตสำนึกถึงเอกลักษณ์ศักดิ์ศรีของชาติ และความภาคภูมิใจในการใช้ภาษาไทยซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดที่แสดงถึงความเป็นชาติไทย
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัย
1. ควรจะมีการศึกษาถึงสาเหตุที่ทำให้บุคคลสำคัญต่าง ๆในสังคมนิยมใช้คำทับศัพท์ ภาษาอังกฤษ เช่น ครู อาจารย์ นักการเมือง นักวิชาการ และสื่อมวลชน
2. ควรจะมีการศึกษาความสามารถในการรับสารที่ใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษปะปนอยู่มาก เช่น ข่าว และบทความต่าง ๆ ที่ปรากฏในสื่อมวลชนทุกสาขา
3. ควรจะมีการศึกษาความสามารถของนักศึกษา ครู อาจารย์ และสื่อมวลชน ในการเลือกใช้คำไทยที่เหมาะสมแทนคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ
ปี 2541
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved