ผลงานวิจัย

นางสาวอรนุช ทองสุโขวงศ์ - thaied

Current Record: นางสาวอรนุช ทองสุโขวงศ์

นางสาวอรนุช ทองสุโขวงศ์

1. ปัญหาการปฏิบัติงานการเงินโรงเรียนประถมศึกษา ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อพิจารณาโดยรวม และแยกเป็นรายด้านพบว่า มีปัญหาอยู่ในระดับน้อย โดยเรียงลำดับจากด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงไปหาต่ำ คือ งานบัญชี การจ่ายเงิน การรับเงิน และการเก็บรักษาเงินตามลำดับ เรื่องที่มีปัญหาอยู่ในระดับมาก ได้แก่ การขาดแคลนบุคลากรที่มีวุฒิเกี่ยวกับการเงิน และการบัญชีโดยตรง ส่วนเรื่องที่มีปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ การจ่ายเงินให้ผู้อื่นรับเงินแทนผู้มีสิทธิ์โดยมีหนังสือมอบฉันทะมอบอำนาจ หรือการโอนสิทธิ์เรียกร้อง และการเรียกใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการจ่ายเงินที่ลงชื่อผู้รับเงินไว้ล่วงหน้าก่อนการจ่ายเงิน
2. เมื่อพิจารณาโดยรวมและแยกเป็นรายด้านตามความคิดเห็นของผู้บริหาร และครูผู้ปฏิบัติงานการเงินพบว่า มีปัญหาแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
3. เมื่อพิจารณาโดยรวมและแยกเป็นรายด้านตามขนาดของโรงเรียนพบว่า มีปัญหาแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 6125
ชื่อผลงานวิจัย การศึกษาสภาพและปัญหาการปฏิบัติงานการเงินโรงเรียนประถมศึกษา ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์
หัวข้อ(Eng) A Study of Circumstances and Problems in Performing Finance Jobs in Primary Schools under the Office of Buriram Provincial Primary Education
คำสำคัญ(keyword) สภาพและปัญหาการปฏิบัติงานการเงิน ปี2544
ชื่อผู้วิจัย นางสาวอรนุช ทองสุโขวงศ์
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Miss Oranuch Thongsukhowong
ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 5
การศึกษา ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์
สถานที่ติดต่อ บ้านเลขที่ 957 หมู่ 9 ต.ลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ 31130 โทร. 044-661247
สถานศึกษา สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ 31130
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จ ปี 2544
ประเภท วิทยานิพนธ์ สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์
สถานที่จัดเก็บผลงาน บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์
ประวัติความเป็นมา(history) การบริหารงานการเงิน คือ หนึ่งในภารกิจหกอย่างของผู้บริหารโรงเรียนที่จะช่วยให้การเรียนการสอนดำเนินไปได้ด้วยดี แม้ว่างานการเงินจะไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนโดยตรง ซึ่งงานการเงินต้องปฏิบัติตามระเบียบ และแนวปฏิบัติของทางราชการอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน ตลอดจนการจัดเก็บเอกสารการบัญชี และหลักฐานต่างๆ จะต้องสะดวกแก่การตรวจสอบ การควบคุม และการรายงานการเงิน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และคุ้มค่า ครู-อาจารย์หรือผู้บริหารโรงเรียนมีหน้าที่ในการจัดการ และบริหารงานเหล่านี้ให้สำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ดังที่ สุรพันธ์ ยันต์ทอง (2525 : 168) กล่าวไว้ว่าในการบริหารโรงเรียนนั้นจำเป็นต้องใช้งบประมาณเช่นเดียวกับการบริหารองค์กรอื่น และมีความสำคัญซึ่งผู้บริหารมักจะมีความเห็นร่วมกันว่างานวิชาการของโรงเรียนนั้น แม้จะมีผิดพลาดก็ไม่ถึงกับถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งสอดคล้องกับ เทศ แกล้วกสิกรรม (2538 : 68) โดยเห็นว่างานการเงินหากผิดพลาดก็จะถูกตั้งกรรมการสอบสวน และมักจะได้รับการลงโทษ ซึ่งความจริงแล้วงานการเงินมิใช่สิ่งน่ากลัวแต่ประการใด หากผู้บริหารโรงเรียนเป็น บุคคลที่ซื่อสัตย์ สุจริต และบริหารงานได้อย่างเหมาะสม ถูกต้อง ตามระเบียบของทางราชการ การกำหนดอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการแบ่งงาน และการมอบหมายงานให้บุคลากรแต่ละคนรับผิดชอบให้ชัดเจน

เนื่องจากโรงเรียนประถมศึกษาไม่มีบุคลากรที่บรรจุแต่งตั้ง เพื่อปฏิบัติงานด้านการเงินโดยตรง จึงแต่งตั้งให้ข้าราชการครูปฏิบัติงานการเงิน แต่ข้าราชการครูส่วนใหญ่มีพื้นความรู้เฉพาะด้านการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้ศึกษาเรื่องงานการเงินโดยเฉพาะมาก่อน จึงส่งผลให้การปฏิบัติงานด้านนี้ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ถึงแม้ว่าสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอหรือกิ่งอำเภอ จะจัดฝึกอบรมเสริมความรู้ให้โดยเฉลี่ยประมาณปีละหนึ่งครั้งๆ ละสองวันก็ตาม แต่ไม่ทำให้ผู้ปฏิบัติงานการเงินของโรงเรียนประถมศึกษามีความเข้าใจงานได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้เนื่องจากระเบียบการปฏิบัติงานมักจะมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ดังที่ วัฒนา คุรุสวัสดิ์ (2537 : 95-96) ได้กล่าวถึงปัญหาการปฏิบัติงานการเงินในโรงเรียน โดยเฉพาะปัญหาบุคลากรผู้เกี่ยวข้องขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบต่างๆ ปัญหาการไม่ได้รับความสะดวกจากการรับเงินจากหน่วยงานต้นสังกัด ปัญหาความไม่คล่องตัวเรื่องของเงินเดือนติดลบ ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจของผู้ปฏิบัติไม่ดีพอ อาจก่อให้เกิดปัญหาการทุจริต การยักยอก หรือเงินขาดบัญชีได้ และปัญหาระบบบริหารงานภายในโรงเรียนไม่ชัดเจน

ดังนั้น ผู้วิจัยในฐานะเจ้าพนักงานการเงิน และบัญชี ได้ปฏิบัติหน้าที่รักษาการหัวหน้าการเงินและพัสดุ มีหน้าที่ติดตาม ควบคุม กำกับ การดำเนินการของโรงเรียน เพื่อให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารและครูผู้ปฏิบัติต้องระมัดระวังเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาโรงเรียนจะมีเพียงเงินงบประมาณให้บริหารเท่านั้น แต่ในปัจจุบันการมอบอำนาจให้โรงเรียนในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องการเบิกจ่ายเงิน การรับเงิน การเก็บรักษาเงิน และระบบบัญชี จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริหาร และครูผู้ปฏิบัติที่จะต้องศึกษาต่อไป การบริหารงานการเงินเป็นงานที่มีส่วนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการบริหารงานกับงานอื่นๆ ทั้งการบริหารวิชาการ การบริหารงานบุคคล การบริหารอาคารสถานที่ การบริหารกิจการนักเรียน และการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน การบริหารงานการเงินนั้นมีปัญหา และความยุ่งยากพอสมควร ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาสภาพและปัญหาการปฏิบัติงานการเงินของโรงเรียน รวมถึงทัศนะของผู้บริหารซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงกับครูผู้ที่ปฏิบัติงานการเงิน และการปฏิบัติงานการเงินในโรงเรียนที่มีขนาดต่างกัน มีปัญหาแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนแก้ไขปรับปรุง และพัฒนางานการเงินโรงเรียนประถมศึกษา ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ให้มีประสิทธิภาพต่อไป

แนวคิด(concept) 1. การบริหารโรงเรียนประถมศึกษา

2. การบริหารงานการเงินโรงเรียน

3. ขอบข่ายงานการเงินโรงเรียน

4. การปฏิบัติงานการเงินโรงเรียน

4.1 หลักปฏิบัติเกี่ยวกับงานการเงินโรงเรียน

4.1.1 การรับเงิน

4.1.2 การจ่ายเงิน

4.1.3 การเก็บรักษาเงิน

4.1.4 งานบัญชี

4.2 วิธีการปฏิบัติงานการเงินโรงเรียนประถมศึกษา

4.2.1 วิธีการปฏิบัติการรับ-จ่ายเงิน

4.2.2 วิธีการปฏิบัติการเก็บรักษาเงิน

4.2.3 วิธีการปฏิบัติงานบัญชี

5. สภาพและปัญหาในการปฏิบัติงานการเงิน

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาสภาพ และปัญหาการปฏิบัติงานการเงินโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ในแต่ละด้านรวม 4 ด้านคือ
1.1 ด้านการรับเงิน
1.2 ด้านการจ่ายเงิน
1.3 ด้านการเก็บรักษาเงิน
1.4 ด้านงานบัญชี
2. เพื่อเปรียบเทียบทัศนะของผู้บริหาร และครูผู้ปฏิบัติงานการเงินโรงเรียนที่มีต่อปัญหาการปฏิบัติงานการเงินของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์
3. เพื่อเปรียบเทียบปัญหาการปฏิบัติงานการเงินของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ที่มีขนาดแตกต่างกัน
สมมุติฐาน(assumption) 1. ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้ปฏิบัติงานการเงินของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ มีปัญหาการปฏิบัติงานการเงินแตกต่างกัน
2. การปฏิบัติงานการเงินของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ที่มีขนาดแตกต่างกันมีปัญหาการปฏิบัติงานการเงินแตกต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research)
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้ปฏิบัติงานการเงินโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ ในปีการศึกษา 2543 จากโรงเรียนจำนวน 844 โรงเรียน รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,688 คน จำแนกตามขนาดของโรงเรียน คือขนาดใหญ่ จำนวน 530 คน ขนาดกลาง จำนวน 838 คน และขนาดเล็ก จำนวน 320 คน
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้ปฏิบัติงานการเงินโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ ในปีการศึกษา 2543 จำนวน 530 คน จำแนกตามขนาดของโรงเรียน เป็น 3 ขนาด คือ ขนาดใหญ่ จำนวน 166 คน ขนาดกลาง จำนวน 265 คน และขนาดเล็ก จำนวน 100 คน โดยวิธีสุ่มแบบแบ่งขั้น (Stratified Random Sampling) โดยเทียบจำนวนประชากร และกลุ่มตัวอย่างกับตารางของเครจซี่ และมอร์แกน (Krejcie and Morgan) และให้กระจายตามขนาดของโรงเรียนตามสัดส่วน โดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling)
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ ได้แก่
1. สถานภาพตำแหน่ง ได้แก่
1.1 ผู้บริหารโรงเรียน
1.2 ครูผู้ปฏิบัติงานการเงินโรงเรียน
2. ขนาดโรงเรียน จำแนกออกเป็น 3 ขนาด ได้แก่
2.1 โรงเรียนขนาดใหญ่
2.2 โรงเรียนขนาดกลาง
2.3 โรงเรียนขนาดเล็ก
ตัวแปรตาม คือ สภาพและปัญหาการปฏิบัติงานการเงินในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ ตามกรอบแนวคิด 4 ด้าน คือ
1. การรับเงิน
2. การจ่ายเงิน
3. การเก็บรักษาเงิน
4. งานบัญชี
คำนิยาม(defination) สภาพ หมายถึง สภาพที่เป็นอยู่หรือดำเนินการอยู่ในปีการศึกษา 2543 ของโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์
ปัญหาในการปฏิบัติงาน หมายถึง สภาพความเป็นจริงที่แตกต่างไปจากที่คาดหวัง หรือที่ต้องการ (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. 2533 : 64-47) ในด้านการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และงานบัญชี
การปฏิบัติงาน หมายถึง กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานการเงินที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรี
ครูผู้ปฏิบัติงานการเงิน หมายถึง ครู-อาจารย์ที่ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่งานการเงินโรงเรียนประถมศึกษา ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์
งานการเงิน หมายถึง การดำเนินการเกี่ยวกับงานการเงินด้านการเบิกจ่าย ด้านการรับเงิน ด้านการเก็บรักษาเงิน และด้านการบัญชี
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง แบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 เป็นข้อคำถามเกี่ยวกับรายละเอียดของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยลักษณะคำถามเป็นแบบเลือกตอบ (Check List)
ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพและปัญหาการปฏิบัติงานการเงินของโรงเรียนประถมศึกษาของผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้ปฏิบัติงานการเงินโรงเรียนประถมศึกษา ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ ลักษณะคำถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งข้อคำถามครอบคลุมงานในหน้าที่รับผิดชอบทั้ง 4 ด้าน
ตอนที่ 3 เป็นคำถามปลายเปิด เพื่อให้กลุ่มตัวอย่างได้ให้ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะอื่นๆ
การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ แบบสอบถามได้ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงประจักษ์ (Face Validity) จากผู้เชี่ยวชาญ ทำการปรับปรุงและนำไปทดลองใช้ วิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกเป็นรายข้อ โดยใช้ t-test คัดเลือกข้อคำถามที่มีค่า t ตั้งแต่ 1.75 ขึ้นไป และทำการวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของ Cronbach ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .9304
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการส่งแบบสอบถามไปยังสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอหรือกิ่งอำเภอ ช่วยแจกแบบสอบถามให้โรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง แล้วขอรับคืนจากสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอหรือกิ่งอำเภอ ภายในระยะเวลาที่กำหนด แบบสอบถามส่งไปจำนวน 530 ฉบับ ได้รับกลับคืนมาจำนวน 492 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 92.83
การวิเคราะห์(analysis) ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS ดังนี้
1. ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาสถานภาพและขนาดโรงเรียนของกลุ่มตัวอย่างวิเคราะห์ด้วยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ
2. ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการปฏิบัติงานการเงินโรงเรียนประถมศึกษาของผู้บริหาร และครูผู้ปฏิบัติงานการเงินโรงเรียน วิเคราะห์โดยใช้สถิติ ดังนี้
2.1 การวิเคราะห์ระดับปัญหาการปฏิบัติงานการเงินของผู้บริหารและครูผู้ปฏิบัติงานการเงินด้วยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน จัดอันดับความสำคัญ
2.2 การวิเคราะห์ระดับปัญหาการปฏิบัติงานการเงินของผู้บริหารและครูผู้ปฏิบัติงานการเงินโรงเรียน โดยใช้ t-test (Independent Sample) กำหนดค่าสถิติที่นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2.3 การวิเคราะห์เปรียบเทียบปัญหาการปฏิบัติงานการเงินโรงเรียนประถมศึกษาที่มีขนาดแตกต่างกัน โดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way Analysis of Variance) เมื่อพบความแตกต่างในรายด้าน จะทำการเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ตามวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe’ Test for All Possible Comparison) กำหนดค่าสถิติที่นัยสำคัญทางสถิติระดับ .05
3. ข้อมูลเกี่ยวกับข้อเสนอแนะที่เป็นคำถามปลายเปิด วิเคราะห์ด้วยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ
ข้อสรุป(summary) 1. ปัญหาการปฏิบัติงานการเงินโรงเรียนประถมศึกษา ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อพิจารณาโดยรวม และแยกเป็นรายด้านพบว่า มีปัญหาอยู่ในระดับน้อย โดยเรียงลำดับจากด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงไปหาต่ำ คือ งานบัญชี การจ่ายเงิน การรับเงิน และการเก็บรักษาเงินตามลำดับ เรื่องที่มีปัญหาอยู่ในระดับมาก ได้แก่ การขาดแคลนบุคลากรที่มีวุฒิเกี่ยวกับการเงิน และการบัญชีโดยตรง ส่วนเรื่องที่มีปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ การจ่ายเงินให้ผู้อื่นรับเงินแทนผู้มีสิทธิ์โดยมีหนังสือมอบฉันทะมอบอำนาจ หรือการโอนสิทธิ์เรียกร้อง และการเรียกใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการจ่ายเงินที่ลงชื่อผู้รับเงินไว้ล่วงหน้าก่อนการจ่ายเงิน
2. เมื่อพิจารณาโดยรวมและแยกเป็นรายด้านตามความคิดเห็นของผู้บริหาร และครูผู้ปฏิบัติงานการเงินพบว่า มีปัญหาแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
3. เมื่อพิจารณาโดยรวมและแยกเป็นรายด้านตามขนาดของโรงเรียนพบว่า มีปัญหาแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้
1. สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ ควรจัดฝึกอบรมหลักสูตรการปฏิบัติงาน จัดหา และจัดทำเอกสารเกี่ยวกับระเบียบการบัญชี เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปในแนวทางเดียวกันภายใต้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และคำสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก่บุคลากรทั้งผู้บริหาร และครูผู้ปฏิบัติงานการเงิน อันอาจจะเป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ ความเข้าใจให้ถูกต้อง และเกิดผลดีต่อการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ
2. การให้ความรู้ แนวปฏิบัติต่างๆ ของหน่วยเหนือ ต้องทำความเข้าใจให้กับผู้บริหารและครูผู้ปฏิบัติงานการเงินได้เข้าใจและปฏิบัติในแนวเดียวกัน อาจจะจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานโดยให้ผู้บริหารและครูผู้ปฏิบัติได้มีส่วนร่วมในการจัดทำ จะได้มองเห็นปัญหาในการปฏิบัติจริง และเป็นการสร้างบรรยากาศในการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข อันจะส่งผลต่อการปฏิบัติงานด้วยดี
3. สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ ควรจะดูแล เอาใจใส่การปฏิบัติงานโดยการให้ความรู้ นิเทศ กำกับ ติดตามเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความช่วยเหลือแนะนำ หรือเป็นผู้ประสานงานให้มีการช่วยเหลือแนะนำการปฏิบัติงานแก่ผู้ที่รับผิดชอบ และผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่ที่ขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถโดยตรง
ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับปัญหาการปฏิบัติงานบุคลากรด้านการเงินและบัญชีในโรงเรียนประถมศึกษา เพื่อจะได้ทราบแนวทางในการบริหารบุคลากรทางด้านนี้ที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งเสริมสนับสนุนให้การปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการเรียนการสอนในที่สุด
2. ควรจะทำการวิจัยเพื่อทราบสาเหตุหรืออุปสรรคการปฏิบัติงานการเงินด้านงานบัญชีโรงเรียนประถมศึกษา ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อจะทราบแนวทางในการพัฒนา ปรับปรุง ตลอดจนการควบคุม กำกับ ตรวจสอบงานให้มีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลต่อการปฏิบัติงานบัญชีอย่างถูกต้องเรียบร้อยตลอดไป
3. ควรมีการวิจัยคุณลักษณะที่ดีของครูผู้ปฏิบัติงานการเงินในโรงเรียนประถมศึกษา เพื่อนำไปสู่การพิจารณาคัดเลือก บรรจุแต่งตั้งครู-อาจารย์ที่รับผิดชอบงานการเงินโดยตรงต่อไป
ปี 2544
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved