ผลงานวิจัย

นางสาวพจนีย์ เข็มบุปผา - thaied

Current Record: นางสาวพจนีย์ เข็มบุปผา

นางสาวพจนีย์ เข็มบุปผา

1. การบริหารการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามบัญญัติแห่งชาติของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยภาพรวมทุกด้านมีการบริหารงานอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการปลูกจิตสำนึกต่อส่วนรวมและร่วมสร้างสรรค์สังคมมีการบริหารงานอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านอื่น ๆ มีการบริหารงานอยู่ในระดับน้อย
2. การบริหารการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามบัญญัติแห่งชาติของครูผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยภาพรวมทุกด้านและรายด้าน มีการบริหารงานอยู่ในระดับน้อย
3. การปฏิบัติตนในการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1- 6 โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ในโรงเรียนขนาดต่างกัน โดยภาพรวมมีการปฏิบัติตนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ด้านการมีสำนึกต่อส่วนรวมและร่วมสร้างสรรค์สังคม มีการปฏิบัติตนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และเฉพาะด้านการล้างมือให้สะอาด มีการปฏิบัติตนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนด้านอื่น ๆ มีการปฏิบัติตนแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
เมื่อทดสอบเป็นรายคู่ พบว่าการปฏิบัติตนของนักเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษกับขนาดเล็ก โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนั้นแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนรายด้าน พบว่าการปฏิบัติตนของนักเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษกับขนาดเล็กและขนาดใหญ่พิเศษกับขนาดกลาง มีการปฏิบัติตนด้านการมีสำนึกต่อส่วนรวมและร่วมสร้างสรรค์สังคมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ .05 ตามลำดับ นอกจากนั้นแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และการปฏิบัติตนของนักเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่กับขนาดกลาง มีการปฏิบัติตนด้านการล้างมือให้สะอาด แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนั้นแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 6099
ชื่อผลงานวิจัย การศึกษาการบริหารการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติ ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
หัวข้อ(Eng) The Administration of Health Behavior promotion according to The National Health Recommendations in Secondary Schools under the General Education Department, Amphur Muang, Buriram
คำสำคัญ(keyword) การสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติ ปี2544
ชื่อผู้วิจัย นางสาวพจนีย์ เข็มบุปผา
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Miss Pojanee Kembuppa
ตำแหน่ง อาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม
การศึกษา ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฎบุรีรัมย์
สถานที่ติดต่อ 7/17 ถ. บุลำดวน ต. ในเมือง อ. เมือง จ. บุรีรัมย์ 31000 โทร 044-613203, 01-7698047
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2544
ประเภท วิทยานิพนธ์ สถาบันราชภัฎบุรีรัมย์
สถานที่จัดเก็บผลงาน บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์
ประวัติความเป็นมา(history) ในปัจจุบันเด็กในประเทศกำลังพัฒนามีถึงร้อยละ 80 ที่เข้าโรงเรียนประถมศึกษา ร้อยละ 71.5 เข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาต้นและร้อยละ 42.5 เข้าเรียนในระดับมัธยมปลาย จากการสำรวจปริมาณความรับผิดชอบงานอนามัยโรงเรียนของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตำบล พบว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตำบล 1 คน ต้องรับผิดชอบนักเรียนประมาณ 900 – 1,500 คน ครูในโรงเรียนจึงมีบทบาทเป็น 5 เท่าของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพราะครูมีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกับเด็กนักเรียนและพ่อแม่ ผู้ปกครอง เป็นระยะนานหลายปี เพื่อแก้ปัญหาจึงควรให้มีการส่งเสริมสุขภาพและสร้างทัศนคติด้านสุขอนามัยในเด็กนักเรียน โดยให้เด็กนักเรียนมีการปฏิบัติตามสุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ด้านและมีส่วนร่วมในกิจกรรมสุขภาพ โดยมีครูและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นพี่เลี้ยงจะสามารถทำให้บรรลุถึงการมีความรู้ ทัศนคติ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ถูกต้องได้ ทั้งนี้หากได้ให้การฝึกอบรมปลูกฝังความรู้ที่ถูกต้อง กระตุ้นให้รู้จักคิดวินิจฉัยปัญหาและแก้ปัญหาสุขภาพของตนเองจะเป็นบทเรียนที่ดีและเหมาะสมที่สุด สำหรับชักจูงและปลูกฝังให้นักเรียนมีสุขภาพที่ดี สถาบันการศึกษาจะมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากในการปลูกฝังพฤติกรรมที่พึงประสงค์ให้แก่เด็กและเยาวชน (กองสุขศึกษา. 2542 ข: 4)

โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคมได้ดำเนินการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเกี่ยวกับสุขบัญญัติแห่งชาติในโรงเรียนมัธยมศึกษา ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2541 จนถึงปัจจุบันผลปรากฏว่า นักเรียนมีความตระหนักและให้ความสำคัญในการดูแลเอาใจใส่ต่อสุขภาพของตนเองดีขึ้นและเนื่องจากผู้ปกครองมีภาระหน้าที่ในการให้การดูแลเอาใจใส่ต่อบุตรหลานน้อย ดังนั้น การให้ความรู้และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้บังเกิดผลกับตัวนักเรียนเอง โดยใช้กลวิธีการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรในโรงเรียนมัธยมศึกษาเป็นภารกิจของนักเรียน ครูอาจารย์ ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและองค์กรของรัฐ-เอกชน ต้องให้ความร่วมมือสนับสนุนดำเนินกิจกรรม เพื่อให้นักเรียนเกิดความรู้ ทัศนคติและการปฏิบัติที่ถูกต้องและการสร้างเสริมปลูกฝังให้นักเรียนทุกคนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีทักษะชีวิต มีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข

จากสภาพดังกล่าว ผู้วิจัยสนใจที่จะทำการวิจัยเพื่อการศึกษาการบริหารการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติ ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนการบริหารงานการพัฒนางาน การดำเนินงานอนามัยโรงเรียนและการปลูกฝังการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติ ให้นักเรียนมีสุขภาพที่ดีต่อไป

แนวคิด(concept) 1. แนวคิดเกี่ยวกับสุขบัญญัติแห่งชาติ

2. ความสำคัญของสถานศึกษาในการสร้างเสริมและปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติ

3. แนวคิดและหลักการของการดำเนินงานพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติ

4. แนวคิดการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติในโรงเรียนมัธยมศึกษา

5. แนวปฏิบัติการดำเนินงานกิจกรรมเสริมหลักสูตร ตามสุขบัญญัติแห่งชาติในโรงเรียนมัธยมศึกษา

6. การบริหารกระบวนการด้านการศึกษาในสถานศึกษา

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาการบริหารการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติของผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนหมวดวิชาพลานามัยโรงเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา กรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
2. เพื่อเปรียบเทียบการปฏิบัติตนการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ในโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ในโรงเรียนขนาดต่างกัน
สมมุติฐาน(assumption) การปฏิบัติการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพ ตามสุขบัญญัติแห่งชาติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ในโรงเรียนที่มีขนาดต่างกันมีการปฏิบัติตนแตกต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research)
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ปีการศึกษา 2543 จำนวนโรงเรียน 9 โรง จำนวนประชากรทั้งสิน 9,955 คน
กลุ่มตัวอย่าง หน่วยโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน ได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจงและแบบอย่างง่าย ได้กลุ่มตัวอย่าง หน่วยโรงเรียน 4 โรง คือ โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม โรงเรียนภัทรบพิตร โรงเรียนกนกศิลป์พิทยาคมและโรงเรียนกลันทาพิทยาคม กลุ่มตัวอย่างผู้บริหารโรงเรียน 20 คน กลุ่มตัวอย่างครูผู้สอน 23 คน กลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2543 สุ่มจากประชากรโดยกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่ และมอร์แกน ได้สุ่มตัวอย่าง 364 คน หลังจากนั้นทำการสุ่มแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) ตามขนาดของโรงเรียน คือ ขนาดใหญ่พิเศษ ขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก ให้กระจายตามสัดส่วนตามขนาดโรงเรียน โดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิน 407 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรต้น ได้แก่
1. ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนขนาดต่างกัน ซึ่งแบ่งเป็น 4 ขนาด ดังนี้
โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ จำนวนนักเรียน 2,500 คนขึ้นไป
โรงเรียนขนาดใหญ่ จำนวนนักเรียน 1,500-2,499
โรงเรียนขนากกลาง จำนวนนักเรียน 500-1,499
โรงเรียนขนาดเล็ก จำนวนนักเรียน 0-499
2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ ในโรงเรียนขนาดต่างกัน
ตัวแปรตาม ได้แก่
1. การบริหารการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติของผูบริหารโรงเรียนและครูผู้สอน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ 4 ด้าน คือ ด้านบุคลากร ด้านการส่งเสริมสุขภาพอนามัย ด้านการจัดประสบการณ์ และด้านการปลูกจิตสำนึกต่อส่วนรวมและร่วมสร้างสรรค์สังคม
2. การปฏิบัติตนการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ใน 10 ด้าน ดังนี้
ด้านการดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด
ด้านการรักษาสุขภาพและช่องปาก
ด้านการล้างมือให้สะอาด
ด้านการรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ
ด้านการหลีกเลี่ยงสารเสพติด การพนันและการสำส่อนทางเพศ
ด้านความสัมพันธ์ในครอบครัว
ด้านการป้องกันอุบัติภัย
ด้านการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย
ด้านการบำรุงรักษาจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ
ด้านมีสำนึกต่อส่วนรวมและร่วมสร้างสรรค์สังคม
คำนิยาม(defination) การสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพ หมายถึง การกระตุ้นการกระทำหรือกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์แสดงออกมาเกิดสภาวะที่มีความสมบูรณ์ของร่างกาย จิตใจและสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข มิใช่เพียงแต่ปราศจากโรคและความพิการเท่านั้น
สุขบัญญัติแห่งชาติ (National Health Recommendation) หมายถึง พฤติกรรมที่พึงประสงค์ในการปลูกฝังและการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพให้แก่เด็ก เยาวชนและประชาชน โดยประชาชนทั่วไปพึงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้มาซึ่งพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 10 ด้าน คือ
ด้านการดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด
ด้านรักษาฟันให้แข็งแรงและแปรงฟันทุกวันอย่างถูกต้อง
ด้านล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารและหลังการขับถ่าย
ด้านกินอาหารสุก สะอาดปราศจากสารอันตรายและหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดสีฉูดฉาด
ด้านงดบุหรี่ สุรา สารเสพติด การพนันและการสำส่อนทางเพศ
ด้านสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น
ด้านป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาท
ด้านออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปี
ด้านทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ
ด้านมีสำนึกต่อส่วนรวมและร่วมสร้างสรรค์สังคม
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มแต่ละกลุ่มแบ่งออกเป็น 2 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 เป็นคำถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ลักษณะเป็นแบบสอบถามตรวจสอบรายการ (Check Lists)
ตอนที่ 2 เป็นคำถามเกี่ยวกับ
1. การบริหารการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติของผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 4 ด้าน คือ ด้านบุคลากร ด้านการส่งเสริมสุขภาพอนามัย ด้านการจัดประสบการณ์ ด้านการปลูกจิตสำนึกต่อส่วนรวมและร่วมสร้างสรรค์สังคม ซึ่งแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 3 ระดับ
2. การปฏิบัติตนการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 10 ด้าน ซึ่งแบบสอบถามเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 3 ระดับ
การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ แบบสอบถามได้ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงประจักษ์ (Face Validity) จากผู้เชี่ยวชาญ ทำการปรับปรุงและนำไปทดลองใช้วิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกรายข้อโดยใช้ t – test และวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ ด้วยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha – Coefficient) ของ Cronbach ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .8867
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยติดต่อขอหนังสือจากสถาบันราชภัฎบุรีรัมย์ ถึงผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เพื่อขออนุญาตทำการศึกษาวิจัยและรวบรวมข้อมูล จากนั้นนำแบบสอบถามไปให้โรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง แล้วขอรับคืนด้วยตนเองจากโรงเรียนภายในระยะเวลาที่กำหนด แบบสอบถามส่งไปจำนวน 407 ฉบับ ได้รับกลับคืนมาจำนวน 407 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100
การวิเคราะห์(analysis) ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS และใช้สถิติวิเคราะห์ ดังนี้
1. ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาสถานภาพและขนาดโรงเรียนของกลุ่มตัวอย่างวิเคราะห์ด้วยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ
2. ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติของผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน วิเคราะห์โดยใช้สถิติ ดังนี้
2.1 การวิเคราะห์การบริหารการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติของผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน ด้วยการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน จัดอันดับความสำคัญ
2.2 การวิเคราะห์เปรียบเทียบการปฏิบัติตนการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ในโรงเรียนที่มีขนาดต่างกัน โดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One – Way Analysis of Variance) เมื่อพบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยในแต่ละด้าน จะทำการเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ ตามวิธีของเชฟเฟ่ (Scheffe’ test for all possible comparison) กำหนดค่าสถิติที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ข้อสรุป(summary) 1. การบริหารการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามบัญญัติแห่งชาติของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยภาพรวมทุกด้านมีการบริหารงานอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการปลูกจิตสำนึกต่อส่วนรวมและร่วมสร้างสรรค์สังคมมีการบริหารงานอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านอื่น ๆ มีการบริหารงานอยู่ในระดับน้อย
2. การบริหารการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามบัญญัติแห่งชาติของครูผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยภาพรวมทุกด้านและรายด้าน มีการบริหารงานอยู่ในระดับน้อย
3. การปฏิบัติตนในการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1- 6 โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ในโรงเรียนขนาดต่างกัน โดยภาพรวมมีการปฏิบัติตนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ด้านการมีสำนึกต่อส่วนรวมและร่วมสร้างสรรค์สังคม มีการปฏิบัติตนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และเฉพาะด้านการล้างมือให้สะอาด มีการปฏิบัติตนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนด้านอื่น ๆ มีการปฏิบัติตนแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
เมื่อทดสอบเป็นรายคู่ พบว่าการปฏิบัติตนของนักเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษกับขนาดเล็ก โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนั้นแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนรายด้าน พบว่าการปฏิบัติตนของนักเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษกับขนาดเล็กและขนาดใหญ่พิเศษกับขนาดกลาง มีการปฏิบัติตนด้านการมีสำนึกต่อส่วนรวมและร่วมสร้างสรรค์สังคมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ .05 ตามลำดับ นอกจากนั้นแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และการปฏิบัติตนของนักเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่กับขนาดกลาง มีการปฏิบัติตนด้านการล้างมือให้สะอาด แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนั้นแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้
1.1 ผู้บริหารโรงเรียน
1.1.1 ส่งเสริมสนับสนุนให้จัดทำแผนงาน/โครงการเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติอย่างเป็นระบบ ความคู่กับการบริการสุขภาพ
1.1.1 ส่งเสริมสนับสนุนจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน
1.1.2 ส่งเสริมสนับสนุนการทำงานแบบมีส่วนในโรงเรียนมัธยมศึกษา
1.1.3 ส่งเสริมการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรอย่างหลากหลายและทันสมัย
1.1.4 สนับสนุนการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
1.1.5 จัดอบรมครูอาจารย์ให้มีความรู้ความเข้าใจในงานสุขบัญญัติแห่งชาติ
1.1.6 ส่งเสริมสนับสนุนให้ความสำคัญกับงานสุขบัญญัติแห่งชาติในโรงเรียน
1.1.7 จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และส่งเสริมสุขภาพอนามัย
1.1.8 หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวันวันละ 20-30 นาที และความปลอดภัยของผู้เรียน
1.2 ครูผู้สอน
1.2.1 เสนอแผนงาน/โครงการงานสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติ
1.2.2 เสนอคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน
1.2.3 จัดทำแผนการสอนและพัฒนาแผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้และปฏิบัติได้เกิดผลจริง 3 ด้าน คือ พุทธพิสัย จิตพิสัยและทักษะพิสัย
1.2.4 มุ่งมั่นพัฒนาตน พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้อย่างต่อเนื่อง
1.2.5 จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรอย่างหลากหลายให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม
1.2.6 เป็นแบบอย่างพฤติกรรมตามสุขบัญญัติแห่งชาติที่ดี
1.2.7 เป็นที่ปรึกษาแก่นักเรียน
1.2.8 หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวันวันละ 20-30 นาที
1.2.9 มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในงานสุขบัญญัติแห่งชาติ
1.3 ผู้ปกครองนักเรียน
1.3.1 ให้การสนับสนุนร่วมมือกับผู้บริหารโรงเรียน ครู องค์กรของรัฐ เอกชน ดำเนินงานพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติ
1.3.2 เป็นแบบอย่างพฤติกรรมสุขภาพที่ดี
1.3.3 เป็นที่ปรึกษาและให้ความรักความอบอุ่นแก่สมาชิกในครอบครัว
1.3.4 ให้คำแนะนำและตักเตือนด้านสุขภาพอนามัยแก่สมาชิกในครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ
1.3.5 ปฏิบัติตนส่งเสริมให้สมาชิกในครอบครัวดำรงวิถีชีวิตโดยใช้สุขบัญญัติแห่งชาติในการปฏิบัติตนให้มีสุขภาพอนามัยที่ดี
1.4 นักเรียน
1.4.1 มีความมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง ใฝ่รู้ใฝ่เรียนอย่างต่อเนื่อง
1.4.2 มีวินัยมีความรับผิดชอบและปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติในวิถีชีวิต
1.4.3 เลือกกิจกรรมตามความรู้ความสามารถและความสมัครใจของตน
1.4.4 มีส่วนร่วมกิจกรรมอย่างมีความสุขและป้องกันตนเองให้ปลอดภัย
1.4.5 รู้จักเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ตามหลักโภชนาการ
1.4.6 ออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างเป็นปกติวิสัย
1.4.7 ไม่เสพสิ่งเสพติดให้โทษละสิ่งมอมเมารวมทั้งไม่แสวงหาผลประโยชน์
1.4.8 รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
2. ข้อเสนอและเพื่อการวิจัยต่อไป
2.1 ควรมีการศึกษาในเรื่องเดียวกันโดยศึกษากับบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด คือ ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียน หัวหน้างานแผนงาน หัวหน้าหมวดวิชา ครูผู้สอนนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียนและชุมชน
2.2 ศึกษาเปรียบเทียบปัญหาการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเกี่ยวกับสุขบัญญัติแห่งชาติ ในโรงเรียนมัธยมศึกษา ของครูผู้สอนวิชาพลานามัย สังกัดกรมสามัญศึกษาที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนที่มีขนาดต่างกัน
2.3 ศึกษาสภาพปัญหาการบริหารงานอนามัยโรงเรียน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา
ปี 2544
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved