ผลงานวิจัย

กองนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ - thaied

Current Record: กองนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ

กองนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ

1. ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง
1.1 ผู้บริหารโรงเรียนเอกชน เป็นผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 22.50 และเป็นผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในส่วนภูมิภาค ร้อยละ 77.50 ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการ มากที่สุด ร้อยละ 50.50 รองลงมา คือ เป็นครูใหญ่ ร้อยละ 12.20 และส่วนมากมีประสบการณ์ในการทำงานต่ำกว่า 10 ปี ร้อยละ 44.10 รองลงมาคือ มีประสบการณ์ 10 – 19 ปี ร้อยละ 32.10 และมีประสบการณ์ ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ร้อยละ 23.80
1.2 ครูโรงเรียนเอกชน เป็นครูโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 28.60 และครูโรงเรียนเอกชนในส่วนภูมิภาค ร้อยละ 71.40 ซึ่งมีหน้าที่เป็นครูผู้สอนมากที่สุด ร้อยละ 73.40 รองลงมาคือ บุคลากรสนับสนุน/ปฏิบัติหน้าที่อื่น ร้อยละ 18.90 และส่วนมากมีประสบการณ์ในการทำงานต่ำกว่า 6 ปี ร้อยละ 30.20 รองลงมาคือ มีประสบการณ์ 6 – 10 ปี มีประสบการณ์มากกวา 15 ปีขึ้นไป และมีประสบการณ์ 11 – 15 ปี คิดเป็นร้อยละ 29.50 24.80 และ 15.50 ตามลำดับ
1.3 ประชาชน เป็นประชาชนในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 12.70 และประชาชนในส่วนภูมิภาค ร้อยละ 87.30 ซึ่งส่วนมากมีอาชีพรับราชการมากที่สุด ร้อยละ 28.10 รองลงมา คือ นักเรียน นักศึกษา ร้อยละ 17.40 และมีเรื่องเข้ามาติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงานของรัฐประมาณ 1 – 2 ครั้ง มากที่สุด ร้อยละ 76.70 รองลงมาคือ ประมาณ 3 – 4 ครั้ง ร้อยละ 11.0
2. ระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน โดยผู้รับบริการประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียนเอกชน ครูโรงเรียนเอกชน และประชาชน ผลปรากฏว่า
2.1 ผู้บริหารโรงเรียนเอกชน มีความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนอยู่ในระดับปานกลางทั้งโดยภาพรวม ( ) และรายด้านเรียงตามลำดับ คือ ด้านการส่งเสริมสนับสนุน ( ) ด้านการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา ( ) ด้านการให้บริการ ( ) และด้านการประสานงาน ( ) ยกเว้นด้านการกำกับดูแล ( ) ที่ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
2.2 ครูโรงเรียนเอกชน มีความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนอยู่ในระดับปานกลางทั้งโดยภาพรวม ( ) และรายด้านเรียงตามลำดับ คือ ด้านการส่งเสริมสนับสนุน ( ) ด้านการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา ( ) ด้านการกำกับดูแล ( ) ด้านการประสานงาน ( ) และด้านการให้บริการ ( )
2.3 ประชาชน มีความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนในด้านการให้บริการอยู่ในระดับมาก ( ) เมื่อพิจารณารายละเอียดปรากฏว่าประชาชนมีความพึงพอใจมากในทุกเรื่อง ( )
3. การเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้รับบริการในกรุงเทพมหานครที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนกับความพึงพอใจของผู้รับบริการในส่วนภูมิภาคที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานศึกษาธิการอำเภอ พบว่า
3.1 ความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพมหานครที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนกับความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในส่วนภูมิภาคที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานศึกษาธิการอำเภอทั้งโดยภาพรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้นด้านการให้บริการที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3.2 ความพึงพอใจของครูโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพมหานครที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนกับความพึงพอใจของครูโรงเรียนเอกชนในส่วนภูมิภาคที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด / สำนักงานศึกษาธิการอำเภอโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ปรากฏว่า ด้านการส่งเสริมสนับสนุน และด้านการให้บริการมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.3 ความพึงพอใจของประชาชนในกรุงเทพมหานครที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนกับความพึงพอใจของประชาชนในส่วนภูมิภาคที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานศึกษาธิการอำเภอในด้านการให้บริการมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดบ .01
4. ข้อเสนอแนะของผู้รับบริการ
4.1 ผู้บริหารโรงเรียนเอกชน บางคนให้ข้อเสนอแนะที่สำคัญเรียงตามลำดับ คือ ควรมีการออกตรวจเยี่ยมโรงเรียนเพิ่มให้มากขึ้น เจ้าหน้าที่ควรให้เวลาและให้ความเป็นกันเอง ควรเพิ่มการส่งเสริมและสนับสนุนให้มากขึ้นและทั่วถึง เช่น ด้านวิชาการ สื่ออุปกรณ์การเรียนการสอน ขวัญกำลังใจ เป็นต้น ควรปรับปรุงการให้บริการต่างๆ ให้รวดเร็วและทั่วถึงโดยเฉพาะการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการ ควรให้เวลากับโรงเรียนในการขอข้อมูลต่าง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรให้ความรู้ คำแนะนำเกี่ยวกับการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่ถูกต้องตรงกัน และควรให้วิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนเป็นผู้ให้ความรู้แก่บุคลากรในโรงเรียนเอกชนโดยตรง เป็นต้น
4.2 ครูโรงเรียนเอกชน บางคนให้ข้อเสนอแนะที่สำคัญเรียงตามลำดับ คือ เจ้าหน้าที่ควรให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องต่างๆ แก่ครูอย่างใกล้ชิด ศึกษานิเทศก์ควรเข้ามาให้คำแนะนำด้านวิชาการใหม่ ๆ อยู่เสมอ ควรให้การสนับสนุนครูทุกด้าน ควรส่งเสริมให้ครูมีการพัฒนาผลงานทางวิชาการ ควรมีการปรับปรุงการให้บริการด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว ควรมีการส่งข้อมูล/ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวทางวิชาการให้รวดเร็วทันเหตุการณ์ ควรมีการจัดอบรมเรื่องการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาให้แก่ครูทุกคน รวมทั้งควรมีการติดตาม กำกับ ดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และควรจัดทีมงานหรือพี่เลี้ยงเข้าไปให้ความช่วยเหลือ แนะนำแก่โรงเรียนเอกชน เป็นต้น
4.3 ประชาชน บางคนให้ข้อเสนอแนะที่สำคัญเรียงตามลำดับ คือ ควรมีข้อมูล ข่าวสาร/แผ่นพักแจกให้มาก เจ้าหน้าที่ควรมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและให้คำแนะนำที่ชัดเจนถูกต้องและควรมีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำตลอดเวลาเพื่อความสะดวก รวดเร็วของผู้มาติดต่อ เป็นต้น

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 6069
ชื่อผลงานวิจัย ความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
คำสำคัญ(keyword) ความพึงพอใจของผู้รับบริการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ปี2543
ชื่อผู้วิจัย กองนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
สถานศึกษา กองนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2543
ประเภท งานวิจัยของหน่วยงาน
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
ประวัติความเป็นมา(history) การจัดการศึกษาเป็นภาระหน้าที่อันสำคัญยิ่งของรัฐที่จะต้องจัดบริการแก่ประชาชนอย่างเสมอภาคและมีคุณภาพ แม้ว่าการศึกษาเอกชนมิใช่การจัดการศึกษาที่รัฐดำเนินการโดยตรง แต่เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องรับผิดชอบในการควบคุมดูแลและส่งเสริมให้สถานศึกษาเอกชนทุกระดับทุกประเภทสามารถจัดการศึกษาให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนและนโยบายของรัฐ จึงจะทำให้สถานศึกษาเอกชนจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพและเป็นธรรมต่อประชาชน (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน. 2528) หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน หรือเรียกชื่อย่อว่า สช. ซึ่งเป็นกรมหนึ่งในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่ยกฐานะมาจากองโรงเรียนราษฎร์ กรมวิสามัญศึกษา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2515 เป็นต้นมา โดยการดำเนินงานในระยะแรกของสำนักงานเป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ พ.ศ. 2497 ซึ่งเป็นเครื่องมือหรือกฎหมายสำคัญยิ่งในการควบคุมดูแลและส่งเสริมการศึกษาเอกชนให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสังคม

การจัดการศึกษาเอกชนที่ผ่านมาได้รับการพัฒนาและก้าวหน้าจนเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศ ผลจากการที่รัฐเปิดโอกาสและสนับสนุนการศึกษาเอกชนให้มีส่วนร่วมรับภาระในการจัดการศึกษาของประเทศเพื่อเป็นการสนองความต้องการของเยาวชนและการให้อิสระในการดำเนินกิจการของตนเองภายใต้กฎหมาย นโยบายและระเบียบข้อบังคับที่กำหนดทำให้จำนวนโรงเรียนเอกชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีความหลากหลาย และมีพื้นที่บริการกระจายอยู่ทั่วประเทศ สำนักงานเล็งเห็นว่า ควรจะให้การจัดการศึกษาเอกชนดำเนินต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ จึงได้ปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์อีกหลายฉบับจนถึงปัจจุบันที่เรียกว่า พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2525 โดยเพิ่มสาระสำคัญของการกระจายอำนาจการบริหารจากส่วนกลางไปยังส่วนภูมิภาคมากขึ้นเพื่อให้การบริหารงานคล่องตัวยิ่งขึ้นดังที่ระบุไว้ในมาตรา 4 ว่า “ผู้อนุญาต” หมายความว่า เลขาธิการสำหรับกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดสำหรับจังหวัดอื่น จากคำนิยามดังกล่าว เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชนจึงเป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของโรงเรียนเอกชนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของโรงเรียนเอกชนที่อยู่ในจังหวัดนั้น เพราะฉะนั้นหน่วยงานของรัฐที่จะทำหน้าที่ดูแลและส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชนต่อไปนี้ คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนมีหน้าที่ดูแลและส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและหรือสำนักงานศึกษาธิการอำเภอ มีหน้าที่ดูแลส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชนที่อยู่ในส่วนภูมิภาค แต่เนื่องจากโรงเรียนเอกชนมีจำนวนมากขึ้น อีกทั้งยังมีความหลากหลาย เพราะมีทั้งที่จัดการศึกษาในระบบโรงเรียน นอกระบบโรงเรียน และการศึกษาพิเศษ/การศึกษาสงเคราะห์ การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบดังกล่าวบางครั้งก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ดังจะเห็นได้จากการศึกษาสภาพปัญหาและอุปสรรคที่กำลังเผชิญของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนที่ปรากฏในแผนอัตรากำลัง 5 ปี (2540 – 2544) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน พบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานพอสรุปได้ คือ 1) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามนโยบายพิเศษ ทำให้ต้องจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในการทำงานหลายด้าน 2) บุคลากรและระบบบริหารงานของหน่วยงานยังยึดติดอยู่กับระบบบริหารราชการทั้งที่ต้องทำงานกับภาคเอกชน ซึ่งมีการบริหารงานของหน่วยงานยังยึดติดอยู่กับระบบบริหารราชการทั้งที่ต้องทำงานกับภาคเอกชน ซึ่งมีการบริหารงานแบบนักธุรกิจมืออาชีพทีคล่องตัวกว่า และ 3) การกระจายอำนาจของสำนักงานไปสู่จังหวัดเพื่อลดขั้นตอนและให้มีความคล่องตัวนั้น ยังมีปัญหาด้านการประสานงานและการดำเนินงานในแต่ละจังหวัด นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกจำนวนหนึ่งที่ค้นพบว่า หน่วยงานและหรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการศึกษาเอกชนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมหรือบทบาทในการปฏิบัติหน้าที่อยู่ในระดับปานกลาง จากปัญหาและข้อค้นพบดังกล่าวเป็นเพียงการศึกษาเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ยังไม่มีการศึกษาถึงผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งที่อยู่ในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาคที่ลึกซึ้งลงไปในแต่ละบทบาทหน้าที่ที่รับผิดชอบ และการที่จะให้ทราบถึงผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่นั้น ผู้ที่จะสามารถให้คำตอบได้ดีที่สุดก็คือ ผู้ที่มาติดต่อโดยตรงหรือผู้ที่ได้รับบริการจากหน่วยงานเหล่านั้น อันได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนเอกชน ครูโรงเรียนเอกชน และประชาชน ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลและส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชนโดยตรง จึงเห็นสมควรให้มีการศึกษาความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน และเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักในการปรับปรุงระบบราชการของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนที่ต้องการจะเปลี่ยนบทบาทของระบบราชการจากการปกครอง ตรวจสอบ และควบคุม มาเป็นการให้บริการ กำกับดูแล ส่งเสริมและอำนวยความสะดวก รวมทั้งการตรวจสอบประเมินผลแทน (ประวีณ ณ นคร . 2535) จึงจะทำการศึกษาถึงผลการปฏิบัติงานในด้านการกำกับดูแล การส่งเสริมสนับสนุนการให้บริการ การประสานงาน และการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา ซึ่งข้อค้นพบเหล่านี้จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงประสิทธิภาพของหน่วยงานได้ เป็นอย่างดีอีกวิธีหนึ่ง และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการวางแผน ปรับปรุงหรือพัฒนาหน่วยงานและหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

แนวคิด(concept) 1. ความเป็นมาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน

1.1 การริเริ่มจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน

1.2 การจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน

1.3 โครงสร้างการบริหารของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน


1.4 บทบาทหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน

1.5 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้อง

1.6 ลักษณะการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยว
ข้อง

2. การจัดการศึกษาเอกชน

3. ความหมายของความพึงพอใจ

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาเอกชน
2. เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาเอกชน จำแนกตามสถานที่ตั้งของหน่วยงาน
สมมุติฐาน(assumption) 1. ความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพมหานครที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาเอกชนกับความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในส่วนภูมิภาคที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานศึกษาธิการอำเภอแตกต่างกัน
2. ความพึงพอใจของครูโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพมหานครที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะ กรรมการการศึกษาเอกชนกับความพึงพอใจของครูโรงเรียนเอกชนในส่วนภูมิภาคที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานศึกษาธิการอำเภอแตกต่างกัน
3. ความพึงพอใจของประชาชนในกรุงเทพมหานครที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะ กรรมการการศึกษาเอกชนกับความพึงพอใจของประชาชนในส่วนภูมิภาคที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด / สำนักงานศึกษาธิการอำเภอแตกต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงสำรวจ
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร เป็นกลุ่มผู้รับบริการที่ได้รับบริการจากหน่วยงานรัฐในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่มีหน้าที่ดูแลและส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชนทั่วประเทศ ทั้งหมด 91,846 คน ประกอบด้วย
1. ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา และอาชีวศึกษา จำนวน 3,077 คน
2. ครูโรงเรียนเอกชนในโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา และอาชีวศึกษาจำนวน 87,769 คน
3. ประชาชน ที่มาติดต่อขอรับบริการโดยตรง จำนวนประมาณ 1,000 คน กลุ่มตัวอย่าง เป็นกลุ่มผู้รับบริการที่สุ่มมาจากประชากร จำนวน 16,442 คน จำแนกตามวิธีการสุ่มได้ ดังนี้
1. การสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multistage random sampling) ได้ผู้รับบริการ จำนวน 15,802 คน จำแนกเป็น ผู้บริหารโรงเรียนเอกชน 1,851 คน และครูโรงเรียนเอกชน 13,951 คน
2. การเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) ได้ผู้รับบริการที่เป็นประชาชน จำนวน 640 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรต้น คือ สถานที่ตั้งของหน่วยงาน (กรุงเทพมหานคร ส่วนภูมิภาค)
ตัวแปรตาม ได้แก่ ระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน แบ่งออกเป็น 5 ด้าน คือ การกำกับดูแล การส่งเสริมสนับสนุน การให้บริการ การประสานงาน และการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา
คำนิยาม(defination) ความพึงพอใจของผู้รับบริการ หมายถึง ความรู้สึกที่ดีหรือความประทับใจของผู้รับบริการที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนและหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการกำกับดูแล การส่งเสริมสนับสนุน การให้บริการ การประสานงาน และการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา
1. การกำกับดูแล หมายถึง การปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอก ชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบและติดตามการดำเนินกิจการของโรงเรียนเอกชนให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2525 นโยบายของรัฐ และระเบียบ ข้อบังคับที่กำหนด ได้แก่ การบริหารงานธุรการ – การเงิน การบริหารงานวิชาการ การบริหารงานอาคารสถานที่ และการบริหารงานกิจการนักเรียน
2. การส่งเสริมสนับสนุน หมายถึง การปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการ ศึกษาเอกชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนทั้งในด้านการบริหารจัดการ บุคลากรและวิชาการ เพื่อให้การดำเนินกิจการของโรงเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานสูงขึ้น
3. การให้บริการ หมายถึง การปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาเอกชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกให้แก่ ผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชน รวมทั้งประชาชน ในเรื่องการเบิกจ่ายเงินอุดหนุน เงินทุนเลี้ยงชีพ สวัสดิการต่าง ๆ และการให้ข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาเอกชน
4. การประสานงาน หมายถึง การปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอก ชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดต่อสื่อสารหรือเป็นสื่อกลางในการติดต่อกับบุคคล ชุมชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้บริหาร ครูและนักเรียนโรงเรียนเอกชน
5. การรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา หมายถึง การปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะ กรรมการการศึกษาเอกชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพ และการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน เพื่อให้โรงเรียนเอกชนมีการพัฒนาตนเองไปสู่มาตรฐานสากล
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 3 ตอนดังนี้
ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 ความพึงพอใจของผู้รับบริการ ประกอบด้วย ข้อความที่แสดงถึงลักษณะการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลและส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชนใน 5 ด้าน ได้แก่ การกำกับดูแล การส่งเสริมสนับสนุน การให้บริการ การประสานงาน และการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. การเก็บรวบรวมข้อมูลในเขตกรุงเทพมหานคร สำหรับกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารและครู ผู้ วิจัยใช้วิธีการให้ผู้บริหารโรงเรียนช่วยแจกและรวบรวมแบบสอบถามที่กลุ่มตัวอย่างครูตอบเสร็จแล้ว ส่งกลับคืนผู้วิจัยทางไปรษณีย์ ส่วนกลุ่มตัวอย่าง ประชาชน ผู้วิจัยขอให้ข้าราชการในกอง/หน่วยที่มีประชาชนมาติดต่อจำนวน 5 คน เป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลให้
2. การเก็บรวบรวมข้อมูลในส่วนภูมิภาค สำหรับกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารและครู ผู้วิจัยขอ ให้ผู้บริหารโรงเรียนแต่ละแห่งช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลให้ ส่วนกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มาขอรับบริการ ผู้วิจัยได้ขอให้ศึกษาธิการจังหวัดที่เป็นกลุ่มตัวอย่างมอบหมายและสรรหาข้าราชการในสังกัด 1 – 2 คน รับผิดชอบเก็บรวบรวมข้อมูลให้
การวิเคราะห์(analysis) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS เพื่อหาค่าสถิติ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติที (t-test)
ข้อสรุป(summary) 1. ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง
1.1 ผู้บริหารโรงเรียนเอกชน เป็นผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 22.50 และเป็นผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในส่วนภูมิภาค ร้อยละ 77.50 ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการ มากที่สุด ร้อยละ 50.50 รองลงมา คือ เป็นครูใหญ่ ร้อยละ 12.20 และส่วนมากมีประสบการณ์ในการทำงานต่ำกว่า 10 ปี ร้อยละ 44.10 รองลงมาคือ มีประสบการณ์ 10 – 19 ปี ร้อยละ 32.10 และมีประสบการณ์ ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ร้อยละ 23.80
1.2 ครูโรงเรียนเอกชน เป็นครูโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 28.60 และครูโรงเรียนเอกชนในส่วนภูมิภาค ร้อยละ 71.40 ซึ่งมีหน้าที่เป็นครูผู้สอนมากที่สุด ร้อยละ 73.40 รองลงมาคือ บุคลากรสนับสนุน/ปฏิบัติหน้าที่อื่น ร้อยละ 18.90 และส่วนมากมีประสบการณ์ในการทำงานต่ำกว่า 6 ปี ร้อยละ 30.20 รองลงมาคือ มีประสบการณ์ 6 – 10 ปี มีประสบการณ์มากกวา 15 ปีขึ้นไป และมีประสบการณ์ 11 – 15 ปี คิดเป็นร้อยละ 29.50 24.80 และ 15.50 ตามลำดับ
1.3 ประชาชน เป็นประชาชนในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 12.70 และประชาชนในส่วนภูมิภาค ร้อยละ 87.30 ซึ่งส่วนมากมีอาชีพรับราชการมากที่สุด ร้อยละ 28.10 รองลงมา คือ นักเรียน นักศึกษา ร้อยละ 17.40 และมีเรื่องเข้ามาติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงานของรัฐประมาณ 1 – 2 ครั้ง มากที่สุด ร้อยละ 76.70 รองลงมาคือ ประมาณ 3 – 4 ครั้ง ร้อยละ 11.0
2. ระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน โดยผู้รับบริการประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียนเอกชน ครูโรงเรียนเอกชน และประชาชน ผลปรากฏว่า
2.1 ผู้บริหารโรงเรียนเอกชน มีความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนอยู่ในระดับปานกลางทั้งโดยภาพรวม ( ) และรายด้านเรียงตามลำดับ คือ ด้านการส่งเสริมสนับสนุน ( ) ด้านการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา ( ) ด้านการให้บริการ ( ) และด้านการประสานงาน ( ) ยกเว้นด้านการกำกับดูแล ( ) ที่ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
2.2 ครูโรงเรียนเอกชน มีความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนอยู่ในระดับปานกลางทั้งโดยภาพรวม ( ) และรายด้านเรียงตามลำดับ คือ ด้านการส่งเสริมสนับสนุน ( ) ด้านการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา ( ) ด้านการกำกับดูแล ( ) ด้านการประสานงาน ( ) และด้านการให้บริการ ( )
2.3 ประชาชน มีความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนในด้านการให้บริการอยู่ในระดับมาก ( ) เมื่อพิจารณารายละเอียดปรากฏว่าประชาชนมีความพึงพอใจมากในทุกเรื่อง ( )
3. การเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้รับบริการในกรุงเทพมหานครที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนกับความพึงพอใจของผู้รับบริการในส่วนภูมิภาคที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานศึกษาธิการอำเภอ พบว่า
3.1 ความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพมหานครที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนกับความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในส่วนภูมิภาคที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานศึกษาธิการอำเภอทั้งโดยภาพรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้นด้านการให้บริการที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3.2 ความพึงพอใจของครูโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพมหานครที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนกับความพึงพอใจของครูโรงเรียนเอกชนในส่วนภูมิภาคที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด / สำนักงานศึกษาธิการอำเภอโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ปรากฏว่า ด้านการส่งเสริมสนับสนุน และด้านการให้บริการมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.3 ความพึงพอใจของประชาชนในกรุงเทพมหานครที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนกับความพึงพอใจของประชาชนในส่วนภูมิภาคที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานศึกษาธิการอำเภอในด้านการให้บริการมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดบ .01
4. ข้อเสนอแนะของผู้รับบริการ
4.1 ผู้บริหารโรงเรียนเอกชน บางคนให้ข้อเสนอแนะที่สำคัญเรียงตามลำดับ คือ ควรมีการออกตรวจเยี่ยมโรงเรียนเพิ่มให้มากขึ้น เจ้าหน้าที่ควรให้เวลาและให้ความเป็นกันเอง ควรเพิ่มการส่งเสริมและสนับสนุนให้มากขึ้นและทั่วถึง เช่น ด้านวิชาการ สื่ออุปกรณ์การเรียนการสอน ขวัญกำลังใจ เป็นต้น ควรปรับปรุงการให้บริการต่างๆ ให้รวดเร็วและทั่วถึงโดยเฉพาะการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการ ควรให้เวลากับโรงเรียนในการขอข้อมูลต่าง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรให้ความรู้ คำแนะนำเกี่ยวกับการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่ถูกต้องตรงกัน และควรให้วิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนเป็นผู้ให้ความรู้แก่บุคลากรในโรงเรียนเอกชนโดยตรง เป็นต้น
4.2 ครูโรงเรียนเอกชน บางคนให้ข้อเสนอแนะที่สำคัญเรียงตามลำดับ คือ เจ้าหน้าที่ควรให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องต่างๆ แก่ครูอย่างใกล้ชิด ศึกษานิเทศก์ควรเข้ามาให้คำแนะนำด้านวิชาการใหม่ ๆ อยู่เสมอ ควรให้การสนับสนุนครูทุกด้าน ควรส่งเสริมให้ครูมีการพัฒนาผลงานทางวิชาการ ควรมีการปรับปรุงการให้บริการด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว ควรมีการส่งข้อมูล/ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวทางวิชาการให้รวดเร็วทันเหตุการณ์ ควรมีการจัดอบรมเรื่องการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาให้แก่ครูทุกคน รวมทั้งควรมีการติดตาม กำกับ ดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และควรจัดทีมงานหรือพี่เลี้ยงเข้าไปให้ความช่วยเหลือ แนะนำแก่โรงเรียนเอกชน เป็นต้น
4.3 ประชาชน บางคนให้ข้อเสนอแนะที่สำคัญเรียงตามลำดับ คือ ควรมีข้อมูล ข่าวสาร/แผ่นพักแจกให้มาก เจ้าหน้าที่ควรมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและให้คำแนะนำที่ชัดเจนถูกต้องและควรมีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำตลอดเวลาเพื่อความสะดวก รวดเร็วของผู้มาติดต่อ เป็นต้น
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานศึกษาธิการ อำเภอที่มีหน้าที่ดูและส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชนควรมีการปรับปรุงหรือพัฒนาบทบาทของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานด้านการศึกษาเอกชนทุกคนให้มีความตระหนักในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งในด้านการกำกับดูแล ส่งเสริมสนับสนุน การให้บริการ การประสานงาน และการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา
2. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานคึกษาธิการ อำเภอควรมีการประสานงานและจัดทำแผนปฏิบัติงานในการดูแลและส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชนให้ชัดเจน
3. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนควรมีการจับอบรมเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ดูแลและส่งเสริม การจัดการศึกษาเอกชนให้มีความรู้เกี่ยวกับการประกันคุณภาพและรับรองคุณภาพมาตรฐานที่ถูกต้องและลึกซึ้ง
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาเอกชนกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานศึกษาธิการอำเภอเป็นรายอำเภอ/จังหวัด/เขตการศึกษา
2. ควรมีการศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขในการปฏิบัติงานด้านการศึกษาเอกชนของสำนัก งานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานศึกษาธิการอำเภอ
ปี 2543
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved