ผลงานวิจัย

นายบัญญัติ ทองบุราณ - thaied

Current Record: นายบัญญัติ ทองบุราณ

นายบัญญัติ ทองบุราณ

1. ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความคิดเห็นว่าการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ โดยรวมทุกด้านมีความเหมาะสมในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า วัตถุประสงค์ของการสอนมีความชัดเจนและเหมาะสมกับวัยของนักเรียนมาก ปัจจัยด้านผู้สอน นักเรียน งบประมาณ สื่อ อาคารสถานที่ มีความเหมาะสมระดับปานกลาง ด้านกระบวนการ พบว่า การจัดการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล มีความเหมาะสมระดับมาก ส่วนด้านผลที่ได้รับ พบว่าผู้เรียนมีคุณลักษณะตรงตามที่กำหนดในระดับปานกลาง
2. ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา ทั้ง 4 ด้าน โดยรวมทุกด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านบริบท และด้านกระบวนการ มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนด้านปัจจัยเบื้องต้นมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 มีเพียงด้านผลที่ได้รับด้านเดียว มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
3. ทักษะของนักเรียนที่ผ่านการเรียนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษาที่ผู้ปกครองพึงพอใจมากที่สุด คือ ทักษะการเขียน รองลงมาคือทักษะการฟัง ทักษะการพูด และทักษะการอ่าน ตามลำดับ

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 5565
ชื่อผลงานวิจัย การประเมินการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ
หัวข้อ(Eng) An Evaluation of Thai Teaching through Concentrated Language Encounter as Perceived by School Administrators, Teachers, and Parents of Prathom Suksa One Students Studying in Schools under the Jurisdiction of Si Sa Ket Provincial Primary Education Office
คำสำคัญ(keyword) การประเมิน การสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา ปี2546
ชื่อผู้วิจัย นายบัญญัติ ทองบุราณ
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr. ฺBanyat Tongburan
ตำแหน่ง ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี
สถานที่ติดต่อ (ที่อยู่) 513/13 ตลาดใหม่ขุขันธ์ ต.ห้วยเหนือ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ 33140
(ที่ทำงาน) โรงเรียนบ้านภูมิศาลา ต.โคกเพชร อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ 33140
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จ ปี 2546
ประเภท วิทยานิพนธ์ สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี
สถานที่จัดเก็บผลงาน ห้องสมุด บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี
ประวัติความเป็นมา(history) การสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา Concentrated Language Encounter หรือ CLE (เสาวลักษณ์ รัตนวิชช์ 2534 : 20-47) เป็นการสอนที่ยึดหลักทฤษฎีการสอนเพื่อการสื่อสารโดยใช้ปฏิสัมพันธ์การสื่อสารระหว่างครูกับนักเรียนมากระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกอยากเรียนภาษาหรือทดลองใช้ภาษาอย่างเหมาะสมกับตนเอง เน้นการสอนที่ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นสำคัญ ครูผู้สอนมีหน้าที่ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาช่วยเหลือให้กำลังใจ เตรียมการจัดรูปแบบและสถานการณ์ทางภาษาให้ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกปฏิบัติทักษะทางภาษาด้วยตัวเองได้ เน้นการให้ความหมายแก่ผู้เรียนไม่ว่าจะเป็นการให้ความหมายจากครูผู้สอนโดยตรง หรือการชี้แนะการเสริมต่อให้ผู้เรียนคิดหรือจินตนาการเองเป็นกระบวนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมการอ่านด้วยตนเอง โดยผ่านกระบวนการคิด (Thinking Process) ที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดประสบการณ์ในการสร้างความหมายรวมจากสิ่งที่อ่านแล้วนำความรู้เดิมหรือประสบการณ์เดิม (Schema) มาเชื่อมโยงกับความรู้ใหม่ที่ได้จากบทอ่านในการตีความ แปลความขยายความ จับใจความ และหารายละเอียดของเรื่อง เน้นการพัฒนาภาษาในบริบทที่เป็นไปตามการรับรู้โดยธรรมชาติ เน้นการให้ปัจจัยป้อนและกระบวนการเรียนรู้ด้วยวิธีต่าง ๆ ที่จะทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมมีประสบการณ์ตรงในการใช้ภาษาอย่างต่อเนื่อง เน้นบูรณาการด้วยตนเอง เน้นการพัฒนาความหมายรวมของภาษาไปสู่องค์ประกอบย่อยของภาษา โดยยึดสื่อการเรียนและกิจกรรมเสริมภาษาที่พัฒนาขึ้นอย่างมีเป้าหมายโดยคำนึงถึงความแตกต่างของระดับความสามารถ ความถนัด ความสนใจ สติปัญญาของผู้เรียน และการศึกษาผลการวิจัยพบว่านักเรียนที่ได้รับการสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษามีผลสัมฤทธิ์ในด้านการเรียนรู้ภาษาเพิ่มขึ้น

เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ มีนโยบายปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนเพื่อให้เป็นไปตามแนวปฏิรูปการศึกษา จึงได้เปลี่ยนแปลงกิจกรรมการเรียนการสอน คือ ต้องเน้นให้เด็กเป็นศูนย์กลางเป็นผู้ปฏิบัติกิจกรรม เป็นผู้สร้างความรู้เอง เป็นผู้ฝึกกระบวนการคิด การลงมือกระทำ และการแก้ปัญหา ไม่ใช่การอธิบายความรู้ของครูฝ่ายเดียวดังแต่ก่อน เนื่องจากองค์ความรู้และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาการนำประสบการณ์ที่มีผู้ถ่ายทอดหรือบอกเล่านั้น ไม่เพียงพอที่จะพัฒนานักเรียนให้มีความรู้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงได้ นักเรียนต้องมีการเรียนรู้ การค้นคว้าศึกษาด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เป็นบุคคลที่ใฝ่รู้ใฝ่เรียนนำประสบการณ์ที่ได้รับมาฝึกปฏิบัติมาสังเคราะห์เป็นความรู้ใหม่ นำมาแก้ปัญหาในการดำรงชีวิตของตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้

การจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริงต้องจัดให้มีองค์ประกอบการเรียนรู้ทั้ง 3 ส่วน คือ การรับรู้ การบูรณาการความรู้ และการประยุกต์ใช้ความรู้โดยใช้เทคนิคต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับวิธีการสอนซึ่งมีอยู่หลายวิธี ในปี พ.ศ. 2540 เป็นปีแรกของแผนพัฒนาการศึกษาฉบับที่ 8 (พ.ศ.254 – 2544) สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พิจารณาการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา เป็นกระบวนการพัฒนาภาษาที่มีขั้นตอนการสอนครบองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วน และเคยทดลองใช้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้เร็ว นอกจากนี้นักเรียนยังได้ฝึกทักษะการทำงานกลุ่มและมีนิสัยรักการอ่าน จึงได้มีการเปิดขยายห้องเรียนการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษาโดยเริ่มจากชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทั่วประเทศ(สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ 2540 ข : 1-2) ด้วยสาเหตุดังกล่าวผู้วิจัยจึงต้องการที่จะประเมินการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาครูผู้สอน และผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อให้ทราบถึงการดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนว่าบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้เพียงใด อีกทั้งเพื่อจะนำข้อมูลที่ได้เป็นแนวทางในการเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
แนวคิด(concept) 1. หลักสูตรประถมศึกษากลุ่มทักษะภาษาไทย

2. หลักการและแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา

3. ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา รูปแบบที่ 1

4. แนวคิดเกี่ยวกับการประเมิน
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อประเมินการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษาตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษโดยการประยุกต์ใช้แบบจำลอง CIPP Model
2. เพื่อเปรียบเทียบผลการประเมินการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษาตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงประเมิน
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่
1. ผู้บริหารสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษในปีการศึกษา 2543 จำนวน 895 คน
2. ครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษในปีการศึกษา 2543 จำนวน 895 คน
3. ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในจังหวัดศรีสะเกษ ในปีการศึกษา 2543 จำนวน 895 คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 265 คน ครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 265 คน และผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 265 คน รวม 795 คน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจากตาราง Krajcie และ Morgan แล้วทำการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) ตามขนาดโรงเรียน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ ได้แก่ การสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา
ตัวแปรตาม ได้แก่ ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการประเมินการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา รูปแบบจำลอง CIPP Model ตามขอบเขตต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านบริบท ประกอบด้วย นโยบาย และจุดประสงค์ของการสอน
2. ด้านปัจจัยเบื้องต้น ประกอบด้วย ครูผู้สอน (คุณวุฒิ, ประสบการณ์) งบประมาณ สื่อ อุปกรณ์ เอกสารหลักสูตร
3. ด้านกระบวนการ ประกอบด้วย การวางแผนการสอน กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การประเมินผลการสอน
4. ด้านผลที่ได้รับ ประกอบด้วย การบรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตร และตามจุดประสงค์ใน ป.02 คุณภาพของนักเรียน ความพึงพอใจของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง คือครูและผู้ปกครองของนักเรียน
คำนิยาม(defination) การประเมิน หมายถึง กระบวนการรวบรวมข้อมูลและนำข้อมูลที่ได้มาตัดสินและตีค่าเพื่อการตัดสินใจหาทางเลือกที่มีอยู่ โดยการวิจัยครั้งนี้ประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินจำลองแบบ CIPP Model ซึ่งเป็นตัวย่อมาจากคำว่า Context Input Process และ Product
การสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา เสาวลักษณ์ รัตนวิชช์ (2536 : 31-32) ได้ให้ความหมายของการสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษาไว้ว่า หมายถึง การสอนที่มุ่งเน้นปัจจัยป้อนและกระบวนการเรียนรู้ด้วยกลวิธีต่าง ๆ ที่จะทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและได้ประสบการณ์ตรงในการใช้ภาษาทั้งการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนอย่างต่อเนื่อง เน้นบูรณาการด้วยตนเองจาการพัฒนาความเข้าใจความหมายโดยรวมของเรื่องไปสู่องค์ประกอบย่อยของภาษาไปใช้สื่อสารได้ในชีวิตประจำวันเป็นหลัก และให้สอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในแต่ละชุมชนของผู้เรียน ลำดับขั้นของกระบวนการเรียนการสอนจะจัดการตามหลักพัฒนาภาษาของผู้เรียนในการรับรู้และเรียนรู้ตามธรรมชาติโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างระดับความสามารถ ความถนัด ความสนใจ และสติปัญญาของผู้เรียน ในที่นี้หมายถึง การสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล จากการวิจัยครั้งนี้มี 2 แบบ คือ
1. แบบประเมินการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินจำลอง CIPP Model ของ Danial L Stufflebeam เป็นแนวทางในการประเมินซึ่งแบบประเมินแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ
ตอนที่ 1 เป็นข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบประเมิน ซึ่งเป็นแบบเลือกตอบ (Checklist) ประกอบด้วย สถานภาพ เพศ ประสบการณ์ในการทำงาน ระดับการศึกษา อายุ จำนวนคาบเฉลี่ยที่สอนใน 1 สัปดาห์ และการอบรมเกี่ยวกับการสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา
ตอนที่ 2 เป็นข้อคำถามเกี่ยวกับการประเมินการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา ซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ข้อคำถามครอบคลุมประเด็นการประเมิน 4 ด้าน คือ ด้านบริบท ด้านปัจจัยเบื้องต้น ด้านกระบวนการ และด้านผลที่ได้รับ
แบบประเมินได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ และนำไปทดลองใช้วิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา ของ Cronbach ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .97
2. แบบสัมภาษณ์ (Interview) ใช้สำหรับผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นแบบสัมภาษณ์ที่มีโครงสร้าง โดยจะกำหนดข้อคำตอบที่แน่นอนครอบคลุมด้านผลที่ได้รับ
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ขอหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ถึงผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อขอความร่วมมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล
2. ส่งหนังสือพร้อมแบบประเมินและแบบสัมภาษณ์ ถึงหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อขอความร่วมมือในการส่งแบบประเมินและแบบสัมภาษณ์ถึงผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง โดยผู้วิจัยประสานงานกับอำเภอด้วยตนเอง
3. แบบประเมินและแบบสัมภาษณ์ที่กรอกสมบูรณ์แล้ว ส่งรวบรวมไว้ที่สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอโดยผู้วิจัยประสานงานขอรับแบบประเมินดังกล่าวด้วยตนเอง
การวิเคราะห์(analysis) ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS ดังนี้
1. หาค่าร้อยละ ซึ่งเป็นข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบประเมินและแบบสัมภาษณ์
2. หาค่าเฉลี่ย ของแบบประเมินแต่ละด้าน แล้วนำไปเทียบกับเกณฑ์การแปลความหมายค่าเฉลี่ย
3. หาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อที่จะทราบการกระจายของกลุ่มตัวอย่างในแต่ละข้อของแบบประเมิน
4. หาค่า t (t-test) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษากับครูผู้สอนในการประเมินการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา
5. หาค่าร้อยละ จากแบบสัมภาษณ์ผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในแต่ละทักษะเพื่อประเมินคุณภาพนักเรียน
ข้อสรุป(summary) 1. ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความคิดเห็นว่าการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ โดยรวมทุกด้านมีความเหมาะสมในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า วัตถุประสงค์ของการสอนมีความชัดเจนและเหมาะสมกับวัยของนักเรียนมาก ปัจจัยด้านผู้สอน นักเรียน งบประมาณ สื่อ อาคารสถานที่ มีความเหมาะสมระดับปานกลาง ด้านกระบวนการ พบว่า การจัดการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล มีความเหมาะสมระดับมาก ส่วนด้านผลที่ได้รับ พบว่าผู้เรียนมีคุณลักษณะตรงตามที่กำหนดในระดับปานกลาง
2. ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา ทั้ง 4 ด้าน โดยรวมทุกด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านบริบท และด้านกระบวนการ มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนด้านปัจจัยเบื้องต้นมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 มีเพียงด้านผลที่ได้รับด้านเดียว มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
3. ทักษะของนักเรียนที่ผ่านการเรียนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษาที่ผู้ปกครองพึงพอใจมากที่สุด คือ ทักษะการเขียน รองลงมาคือทักษะการฟัง ทักษะการพูด และทักษะการอ่าน ตามลำดับ
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้
1. ด้านบริบท
1.1 ผู้บริหารควรศึกษานโยบาย จุดประสงค์ และสภาพปัญหา ตลอดจนความต้องการของชุมชนเพื่อจะเป็นข้อมูลในการพัฒนาการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา รูปแบบที่ 1 ให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริง
1.2 ครูผู้สอนควรนำนโยบาย จุดมุ่งหมายของการสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา รูปแบบที่ 1 ไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ดำเนินการสอนโดยให้ผู้เรียนเรียนรู้ภาษาไทยได้รวดเร็วและคงทนต่อไป
2. ด้านปัจจัยเบื้องต้น
2.1 ผู้บริหารโรงเรียนควรให้การส่งเสริมสนับสนุนในด้านทรัพยากรให้เพียงพอ ได้แก่ สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ บริเวณอาคารสถานที่ ตลอดจนบุคลากรให้ได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม
2.2 ครูผู้สอน ควรได้พัฒนาตนเองให้มีประสบการณ์โดยเข้ารับการอบรมหรือศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม และจัดการเรียนการสอนโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
3. ด้านกระบวนการ
3.1 ผู้บริหารโรงเรียนควรได้มีการวางแผนนิเทศภายในร่วมกัน และปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
3.2 ครูผู้สอนต้องจัดทำแผนการสอนด้วยตนเอง วางแผนและจัดกิจกรรมตามแผนการสอนที่ตนเองกำหนดไว้
4. ด้านผลผลิต
4.1 ผู้บริหารโรงเรียนควรมีการนิเทศและตรวจสอบจุดประสงค์การเรียนรู้ตลอดจนคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักการสอนแบบ มปภ. อยู่ตลอดเวลา ให้ครูผู้สอนได้จัดทำรายงานผลการเรียนเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
4.2 ครูผู้สอนควรตรวจสอบจุดประสงค์การเรียนรู้และประเมินผลการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษาตามรูปแบบที่ 1 ทุกครั้งที่ทำการสอน และจัดทำรายงานการผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ต่อผู้บริหารทุกครั้งที่มีการประเมินผล เพื่อหาแนวทางหรือวิธีสอนที่มีความเหมาะสมร่วมกันต่อไป
5. ความพึงพอใจของผู้ปกครอง
โรงเรียนควรมีการประชุมแจ้งนโยบายวัตถุประสงค์ แนวทางการดำเนินการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษารูปแบบที่ 1 ตลอดจนแจ้งเรื่องต่าง ๆ ในส่วนที่ผู้ปกครองจะให้การสนับสนุนส่งเสริม เพื่อให้ผู้ปกครองได้เข้าใจตรงกันและชัดเจนในเรื่องที่จะปฏิบัติร่วมกันอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง
ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการศึกษาถึงการประเมินและเปรียบเทียบการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา รูปแบบที่ 1 โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบอื่น
2. ควรมีการศึกษาถึงการประเมินและเปรียบเทียบการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา รูปแบบที่ 1 กับการสอนภาษาไทยรูปแบบอื่น
3. ควรมีการศึกษาถึงการประเมินและเปรียบเทียบการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา รูปแบบที่ 1 แยกตามขนาดโรงเรียน ที่ตั้งโรงเรียน ประสบการณ์ของครูผู้สอน เป็นต้น
4. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนภาษาไทยที่สอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา กับการสอนตามคู่มือครู หรือการสอนแบบอื่น ๆ
ปี 2546
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved