ผลงานวิจัย

นายสนอง แก้วเกิด - thaied

Current Record: นายสนอง แก้วเกิด

นายสนอง แก้วเกิด

1. ด้านบริบท ได้แก่ จุดประสงค์ทั่วไปและความมุ่งหมายของกลุ่มวิชา นักศึกษามีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมมาก ส่วนอาจารย์ผู้สอนและคณะกรรกมารบริหารหลักสูตมีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมปานกลาง
2. ด้านปัจจัยเบื้องต้น ได้แก่ จำนวนหน่วยกิต เนื้อหาวิชาและสิ่งอำนวยความสะดวกนักศึกษามีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมมาก ส่วนอาจารย์ผู้สอนและคณะกรรมการบริหารหลักสูตรมีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมปานกลาง
3. ด้านกระบวนการ ได้แก่ กิจกรรมการเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล และการบริหารและบริการหลักสูตร นักศึกษามีความคิดเห็นว่ามีการปฏิบัติมาก ส่วนอาจารย์ผู้สอนและคณะกรรมการบริหารหลักสูตรมีความคิดเห็นว่ามีการปฏิบัติปานกลาง
4. ด้านผลผลิต ได้แก่ คุณภาพของนักศึกษา นักศึกษามีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมมาก ส่วนอาจารย์ผู้สอนและคณะกรรมการบริหารหลักสูตรมีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมปานกลาง

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 5502
ชื่อผลงานวิจัย การประเมินหลักสูตรหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป สถาบันราชภัฎในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
หัวข้อ(Eng) An Evaluation of General Education of Rajabhat Institutes in the North – Eastern Region of Thailand
คำสำคัญ(keyword) การประเมินหลักสูตรหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป ปี2545
ชื่อผู้วิจัย นายสนอง แก้วเกิด
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr.Snong Kaewkird
ตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ระดับ 8
การศึกษา ครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี
สถานที่ติดต่อ (ที่อยู่) 65 ซอยแจ้งสนิท 1 ถ.แจ้งสนิท ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000
(ที่ทำงาน) คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎอุบลราชธานี อ. เมือง จ.อุบลราชธานี 34000
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จ ปี 2545
ประเภท วิทยานิพนธ์ สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี
สถานที่จัดเก็บผลงาน ห้องสมุด บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี
ประวัติความเป็นมา(history) ในการพัฒนาหลักสูตร หลังจากที่นำหลักสูตรไปใช้แล้วควรมีการตรวจสอบและประเมินผลอยู่ตลอดเวลา เพื่อดูว่าการปฏิบัติจริงนั้นได้ผลใกล้เคียงกับวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ หลักสูตรนั้นยังสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและสังคมหรือไม่ (ธำรง บัวศรี 2532:293) นอกจากนี้การประเมินหลักสูตรยังเป็นวิธีการสำคัญในกระบวนการพัฒนาหลักสูตร เพราะจะทำให้ทราบคุณค่าของหลักสูตร นั้น ๆ และผลที่ได้รับสามารถนำไปปรับปรุงหลักสูตรทั้งระบบ นอกจากนี้การประเมินหลักสูตรยังมีประโยชน์อีกหลายประการ เช่น ทำให้ทราบว่าหลักสูตรนั้นมีจุดดีหรือจุดเสียตรงไหน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนปรับปรุงได้ถูกจุดซึ่งจะส่งผลให้หลักสูตรมีคุณภาพดียิ่งขึ้น ช่วยส่งเสริมและปรับปรุงการสอนให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากข้อมูลที่ได้จากการประเมินผลจะชี้ให้เห็นถึงข้อดีข้อเสียที่เกิดขึ้น จึงสามารถช่วยในการวางแผนการสอน ช่วยในการส่งเสริมการเรียนของผู้เรียน ช่วยในการปรับปรุงการบริหารในสถานศึกษาและการปฏิบัติงานของบุคลากร ข่วยในการแนะแนวทั้งด้านการเรียนและอาชีพผู้เรียน และช่วยชี้คุณค่าของหลักสูตรที่พัฒนา (ใจทิพย์ เชื่อรัตนพงษ์ : 2539 : 197)

หลักสูตรหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป (General Education) สำนักงานสภาสถาบันราชภัฎพุทธศักราช 2542 เป็นหลักสูตรที่พัฒนาและปรับปรุงจากหลักสูตรหมวดวิชาพื้นฐานทั่วไป ตามหลักสูตรวิทยาลัยครูฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2536 ของสภาการฝึกหัดครู โดยมีคณะกรรมการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรประกอบด้วยตัวแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และหน่วยศึกษานิเทศก์รวม 20 คน คณะกรรมการได้ดำเนินการและจัดทำกรอบแนวคิดและข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยลัยต่าง ๆ ประมวลจากความต้องการของสังคมและในปัจจุบันและอนาคต และเอกสารข้อมูลหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้หลักสูตรสอดคล้องกับแนวคิดเป้าหมายของหมวดวิชาการศึกษาทั่วไปอย่างแท้จริง (สำนักงานสภาสถาบันราชภัฎ 25842:2)

คณะกรรมการได้จัดประชุมและปรับปรุงหลักสูตรดังกล่าวไม่ปรากฎว่ามีการนำหลักสูตรที่ร่างขึ้นไปทดลองใช้กับนักศึกษาแต่อย่างใด หลักฐานที่ปรากฏมีพียงการรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ ประมวลจากความต้องการของสังคม และจากเอกสารข้อมูลจากสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ ดังนั้นจึงไม่สามารถจะยืนยันได้ หลักสูตรสอดคล้องเหมาะสม เกิดประโยชน์และตรงความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริงหรือไม่ รวมทั้งไม่ทราบปัญหาข้อขัดข้องในกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การวัดการประเมินผล การบริหารและบริการหลักสูตรและผลกระทบอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้หลักสูตรว่ามีอะไรบ้าง ดังนั้นการที่ไม่ได้ทดลองใช้หลักสูตรจึงทำให้ไม่ทราบจุดเด่นและจุดด้อยของหลักสูตร

จากความสำคัญและประโยชน์ของการประเมินหลักสูตรดังกล่าว และจากการที่หลักสูตรฉบับนี้ไม่ได้ทดลองใช้ดังกล่าวแล้วประกอบกับยังไม่มีผู้ใดประเมินหลักสูตรฉบับนี้อย่างเป็นทางการ และผู้ประเมินเป็นผู้มีส่วนร่วมในการใช้หลักสูตรฉบับนี้ ซึ่งได้พบปัญหาและข้อขัดข้องหลายประการจึงทำให้ผู้ประเมินสนใจที่จะประเมินหลักสูตรฉบับนี้
แนวคิด(concept) 1. หลักสูตรและการประเมินหลักสูตร

1.1 ความหมายของหลักสูตร

1.2 องค์ประกอบของหลักสูตร

1.3 เกณฑ์การกำหนดจุดมุ่งหมายในระดับหลักสูตร

1.4 เกณฑ์การเลือกเนื้อหาวิชา

1.5 กระบวนการการนำหลักสูตรไปใช้

1.6 ความหมายของการประเมินหลักสูตร

1.7 จุดมุ่งหมายของการประเมินหลักสูตร

1.8 รูปแบบการประเมินหลักสูตร

1.9 สาระสำคัญของรูปแบบการประเมินหลักสูตรที่สำคัญ

2. หลักสูตรหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป

2.1 จุดประสงค์ทั่วไป

2.2 ความมุ่งหมายของกลุ่มวิชา

2.3 การจัดการเรียนการสอน

2.4 ตารางสรุปโครงสร้างหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป

2.5 การบริหารหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป

2.6 แนวการสอนวิชาหมวดวิชาการศึกษาทั่วไประดับปริญญาตรี
วัตถุประสงค์(objective) เพื่อประเมินหลักสูตรหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป สำนักงานสภาสถาบันราชภัฎ พงศ. 2542 ตามความคิดเห็นของนักศึกษา อาจารย์ผู้สอน และคณะกรรมการบริหารหลักสูตรในสถาบันราชภัฎภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมิน แบบ CIPP Model เป็นกรอบแนวคิดหลักในการประเมิน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงประเมิน รูปแบบ CIPP Model
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร ได้แก่ นักศึกษาที่เริ่มเข้าศึกษาในสถาบันราชภัฎภาคตะวันออกเฉียงเหนือในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2542 ระดับปริญญาตรี จำนวน 9,315 คน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป จำนวน 60 คน และอาจารย์ผู้สอนหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป จำนวน 665 คน
กลุ่มตัวอย่าง ได้จากการกำหนดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของ Krejcie and Morgan และทำการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multistage Random Sampling) ประกอบด้วย นักศึกษาที่เริ่มเข้าศึกษาในสถาบันราชภัฎภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2542 ในระดับปริญญาตรี จำนวน 370 คน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป จำนวน 55 คน และอาจารย์ผู้สอนหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป จำนวน 248 คน
ตัวแปร(variable) 1. ตัวบ่งชี้บริบท ได้แก่
1.1 ความเหมาะสมของจุดประสงค์ทั่วไป
1.2 ความเหมาะสมของความมุ่งหมายของกลุ่มวิชา
2. ตัวบ่งชี้ปัจจัยเบื้องต้น ได้แก่
2.1 ความเหมาะสมของหน่วยกิต
2.2 ความเหมาะสมของเนื้อหาวิชา
2.3 ความเหมาะสมของสิ่งอำนวยความสะดวก
3. ตัวบ่งชี้กระบวนการ ได้แก่
3.1 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนการสอน
3.2 ความเหมาะสมของการวัดและการประเมินผล
3.3 ความเหมาะสมของการบริหารและบริการหลักสูตร
4. ตัวบ่งชี้ผลผลิต ได้แก่ คุณภาพของนักศึกษา
คำนิยาม(defination) การประเมินหลักสูตร หมายถึง กระบวนการในการศึกษาส่วนประกอบต่างๆ ของหลักสูตร ได้แก่ จุดประสงค์ทั่วไป ของหลักสูตร ความมุ่งหมายของกลุ่มวิชาและจำนวนหน่วยกิต เนื้อหาวิชา สิ่งอำนวยความสะดวก กิจกรรมการเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล การบริหารและบริการหลักสูตร และคุณภาพของนักศึกษาตามความคิดเห็นของนักศึกษา อาจารย์ผู้สอนและคณะกรรมการบริหารหลักสูตร
สิ่งอำนวยความสะดวก หมายถึง อาคารสถานที่ อุปกรณ์การสอนของครูอาจารย์ เอกสารและสื่อการเรียนการสอนประกอบหลักสูตร
กิจกรรมการเรียนการสอน หมายถึง การจัดการเรียนการสอนรายวิชาต่าง ๆ ในหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป
การวัดและประเมินผล หมายถึง กิจกรรมหนึ่งของการเรียนการสอนหลักสูตรหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป เพื่อใช้ในการตัดสินว่าผู้เรียนได้เรียนรู้บรรลุตามจุดประสงค์ของหลักสูตรตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่เพียงใด
การบริหารและบริการหลักสูตร หมายถึง การที่ผู้บริหารให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของอาจารย์ผู้สอน การประชุมแลกเปลี่ยนความคิดปรึกษาปัญหาและอุปสรรค์การเรียนการสอนร่วมกันระหว่างผู้บริหารและอาจารย์ผู้สอน การจัดการฝึกอบรมเสริมทักษะอาจารย์ผู้สอน
คุณภาพนักศึกษา หมายถึง คุณลักษณะของนักศึกษาที่เกิดขึ้นหลังจากที่เรียนรายวิชาในหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป ครบทุกรายวิชา
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบประเมินที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ตามรูปแบบการประเมินของ Stufflebeam แบบประเมินมี 3 ฉบับ คือ แบบประเมินสำหรับนักศึกษา แบบประเมินสำหรับคณะกรรมการบริหารหลักสูตร และแบบประเมินสำหรับอาจารย์ผู้สอน ซึ่งแบบประเมินแต่ละฉบับแบ่งเป็น 2 ตอน คือ
ตอนที่ 1 เป็นแบบตรวจสอบรายการ สำหรับตรวจสอบข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า สำหรับถามความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับหลักสูตรหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป สภาสถาบันราชภัฏพ.ศ. 2542 ในด้านบริบท ปัจจัยเบื้องต้น กระบวนการและผลผลิต โดยกำหนดระดับความคิดเห็นให้เลือก 5 ระดับ และส่วนที่ให้ผู้ตอบแบบสอบถามได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ แบบประเมินได้ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) จากผู้เชี่ยวชาญ ทำการปรับปรุงและนำไปทดลองใช้วิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินโดยใช้การหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่า ของ Cronbach ได้ค่าความเชื่อมั่น ดังนี้ ด้านบริบทที่ระดับ .91 ด้านปัจจัยเบื้องต้นที่ระดับ .88 ด้านกระบวนการที่ระดับ .85 และด้านผลผลิตที่ระดับ .95 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับที่ระดับ .89
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ขอหนังสือราชการจากบัณฑิตวิทยาลัยสถาบันราชภัฎอุบลราชธานี ไปยังสถาบันราชภัฎภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 สถาบัน เพื่อขอความอนุเคราะห์เก็บรวบรวมข้อมูลจากลุ่มตัวอย่างในแต่ละสถาบันโดยผู้ประเมินจัดส่งหนังสือและเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง
2. ผู้ประเมินเก็บรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลด้วยตนเอง ซึ่งได้แบบประเมินคืน คิดเป็นร้อยละ 100
การวิเคราะห์(analysis) ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS วิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ข้อสรุป(summary) 1. ด้านบริบท ได้แก่ จุดประสงค์ทั่วไปและความมุ่งหมายของกลุ่มวิชา นักศึกษามีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมมาก ส่วนอาจารย์ผู้สอนและคณะกรรกมารบริหารหลักสูตมีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมปานกลาง
2. ด้านปัจจัยเบื้องต้น ได้แก่ จำนวนหน่วยกิต เนื้อหาวิชาและสิ่งอำนวยความสะดวกนักศึกษามีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมมาก ส่วนอาจารย์ผู้สอนและคณะกรรมการบริหารหลักสูตรมีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมปานกลาง
3. ด้านกระบวนการ ได้แก่ กิจกรรมการเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล และการบริหารและบริการหลักสูตร นักศึกษามีความคิดเห็นว่ามีการปฏิบัติมาก ส่วนอาจารย์ผู้สอนและคณะกรรมการบริหารหลักสูตรมีความคิดเห็นว่ามีการปฏิบัติปานกลาง
4. ด้านผลผลิต ได้แก่ คุณภาพของนักศึกษา นักศึกษามีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมมาก ส่วนอาจารย์ผู้สอนและคณะกรรมการบริหารหลักสูตรมีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมปานกลาง
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะทั่วไป
1. เนื่องจากการจัดการเรียนการสอนหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป เน้นการจัดการสอนเป็นทีม และการบูรณาการแต่ละกลุ่มวิชา แต่จากผลการประเมินพบว่า มีการปฏิบัติในระดับปานกลางเท่านั้น ดังนั้นผู้สอนในกลุ่มวิชาการเดียวกัน ควรทำโครงการสอนและแผนการสอนร่วมกัน เตรียมการสอนร่วมกัน รวมทั้งประสานงานในระหว่างผู้สอนในรายวิชาเดียวกันและในระหว่างกลุ่มวิชาให้มากขึ้น เพื่อให้เป็นการจัดการเรียนการสอนที่เป็นทีมอย่างแท้จริง
2. สถาบันควรปรับปรุง สิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉาะพอย่างยิ่งเอกสารตำรวที่ใช้ค้นคว้าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาในหมวดวิขาการศึกษาทั่วไป รวมทั้งสื่อการเรียนการสอนและสนับสนุนให้อาจารย์ผลิตตำราหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถให้บริการนักศึกษาอาจารย์ผู้สอนได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง
3. เนื่องจากหลักสูตรหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป เป็นหลักสูตรใหม่สถาบันควรจัดให้มีการประเมินการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาหมวดวิชาการศึกษาทั่วไปทุกรายวิชา ในทุกภาคการศึกษาเพื่อนำผลการประเมินมาพัฒนาการเรียนการสอน
ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรวิจัยในทางลึกเกี่ยวกับสภาพปัญหาการใช้หลักสูตรในแต่ละสถาบันที่มีบริบทแตกต่างกัน
2. ควรศึกษาเปรียบเทียบสภาพการใช้หลักสูตรนี้ในระดับอนุปริญญา ภาคปกติ กับภาคกศ.บป. ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ กับ ภาค กศ.บป. และระดับปริญญาตรี (2 ปีหลัง) ภาคปกติกับภาค กศ.บป.
3. ควรประเมินความสอดคล้องระหว่างองค์ประกอบของหลักสูตรทุกองค์ประกอบ
ปี 2545
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved