ผลงานวิจัย

สุนันทา ฝันนิมิตร - thaied

Current Record: สุนันทา ฝันนิมิตร

สุนันทา ฝันนิมิตร

1. ประสิทธิภาพของหนังสือการ์ตูนภาพยกระดับ ที่สร้างขึ้นมีค่าเท่ากับ 85.5/87.0 ซึ่งเป็นไปตาม เกณฑ์ที่ตั้งไ
ว้ 2. นักเรียนที่เรียนโดยใช้หนังสือการ์ตูนภาพยกระดับมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่านักเรียนที่เรียน ที่เรียนแบบปกติ

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 5416
ชื่อผลงานวิจัย ผลของการใช้หนังสือการ์ตูนภาพยกระดับประกอบการอ่านบทร้อยกรองภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
หัวข้อ(Eng) The Effect of Utilization of Pop – Up Cartoon Book for Reading Thai Poem in Prathomsuksa 3
คำสำคัญ(keyword) หนังสือการ์ตูนภาพยกระดับ บทร้อยกรอง การอ่าน หนังสือการ์ตูนลายเส้น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปี2543
ชื่อผู้วิจัย สุนันทา ฝันนิมิตร
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Sununta Fannimit
ตำแหน่ง ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการศึกษา
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2543
ประเภท วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ประวัติความเป็นมา(history) ในการสร้างหนังสือสำหรับเด็ก ควรนำสิ่งที่เด็กชอบมาเป็นสื่อในการถ่ายทอดเนื้อหาด้วย ซึ่งจากรายงานการวิจัยของกรมวิชาการ (กระทรวงศึกษาธิการ 2520, 3) พบว่า หนังสือที่เด็กชั้นประถมศึกษาชอบอ่านมากที่สุดคือ หนังสือการ์ตูน ซึ่งมีถึงร้อยละ 96.48 และจากการสำรวจความสนใจและรสนิยมในการอ่านของเด็กและเยาวชนพบว่า เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาชอบอ่านหนังสือการ์ตูนมากที่สุด ดังนั้นหากนำภาพการ์ตูนมาเป็นสื่อในการถ่ายทอดเนื้อหาสำหรับเด็ก จะช่วยกระตุ้นความสนใจในการอ่านของเด็กได้ดีขึ้น

หนังสือการ์ตูนที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าส่วนมากจะมีลักษณะเป็นภาพสองมิติ คือ เป็นภาพที่มีความกว้างและความยาว เป็นภาพในแนวราบเหมือนหนังสือทั่ว ๆ ไป และที่แปลกไปบ้างคือ หนังสือการ์ตูนภาพรยกระดับ ซึ่งตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า Pop-up ลักษณะของ Pop-Up คือ ภาพประกอบในหนังสือที่มีลักษณะภาพเป็นภาพ 3 มิติจะยกตั้งขึ้นเมื่อเปิดหนังสือ จากลักษณะดังกล่าว หนังสือการ์ตูนภาพยกระดับจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่สร้างขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็ก เป็นการกระตุ้นให้อยากอ่านหนังสือ มีความสนใจและตั้งใจอ่านมากขึ้น เพราะหนังสือการ์ตูนมีผลต่อการเรียนรู้ของเด็กมากกว่าหนังสือเรียนธรรมดา ยิ่งถ้าเป็นการ์ตูนในลักษณะภาพยกระดับ ยิ่งเป็นที่สนใจและดึงดูดให้เด็กเกิดความสนใจในการอ่านมากขึ้น

ปัจจุบันการอ่านหนังสือประเภทร้อยกรองนับวันจะเสื่อมลงเนื่องจากคนไทยได้รับอิทธิพลตะวันตกมากขึ้น การแต่งร้อยแก้วแพร่หลายมาก และหลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อรวมทั้งครูผู้สอนเอง ซึ่งมีส่วนทำให้เด็กไม่สนใจสืบเนื่องมาจากครูผู้สอนไม่เห็นความสำคัญของบทร้อยกรอง ขาดความชำนาญและประสบการณ์ในการสอนจึงทำให้เด็กไม่เข้าใจและไม่สนใจที่จะอ่านบทร้อยกรอง ทั้ง ๆ ที่วรรณคดีประเภทร้อยกรองมีคุณค่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เป็นเครื่องยืนยันความเป็นเอกลักษณ์ทางภาษาของชาติ จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่วรรณคดีประเภทร้อยกรองมิได้อยู่ในความสนใจของเยาวชนเท่าที่ควร เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงทำให้ผู้วิจัยมีแนวคิดว่า นักเทคโนโลยีการศึกษาควรมีส่วนส่งเสริมการอ่านบทร้อยกรองของเด็กได้ โดยการสร้างหนังสือการ์ตูนในรูปแบบที่แตกต่างจากหนังสือการ์ตูนทั่วไป ด้วยการนำลักษณะที่ดีของการ์ตูนภาพยกระดับมาช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจในการอ่านบทร้อยกรอง

แนวคิด(concept) 1. การอ่านและการอ่านบทร้อยกรอง

1.1 ความหมายและจุดมุ่งหมายของการอ่าน

1.2 ความสำคัญของการอ่านและความสนใจในการอ่าน

1.3 ความหมายและความสำคัญของร้อยกรอง

1.4 หลักการอ่านบทร้อยกรองชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และความสำคัญของการอ่านออกเสียง

2. การสร้างหนังสือการ์ตูนภาพยกระดับ

2.1 ความหมายและประเภทของการ์ตูน

2.2 คุณค่าของการ์ตูนต่อการเรียนการสอน

2.3 ความหมายและประเภทของการ์ตูนภาพยกระดับ

2.4 คุณค่าและประโยชน์ของภาพยกระดับ

2.5 ความหมายและประเภทของหนังสือสำหรับเด็ก

2.6 ประโยชน์ของหนังสือการ์ตูนในการเรียนการสอน

2.7 จิตวิทยาที่เกี่ยวข้องในการสร้างหนังสือการ์ตูน

2.8 หลักการสร้างหนังสือการ์ตูนภาพยกระดับประกอบการอ่านบทร้อยกรองภาษาไทย ชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 3

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อสร้างหนังสือการ์ตูนภาพยกระดับ เพื่อใช้เป็นหนังสือส่งเสริมการอ่านบทร้อยกรองภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และหาประสิทธิภาพของหนังสือที่สร้างขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้หนังสือการ์ตูนภาพยกระดับกับการเรียนแบบปกติ
สมมุติฐาน(assumption) 1. หนังสือการ์ตูนภาพยกระดับประกอบการอ่านร้อยกรองภาษาไทย ที่สร้างขึ้น มีประสิทธิภาพตาม เกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. นักเรียนที่เรียนโดยใช้หนังสือการ์ตูนภาพยกระดับมีผลสัมฤทธิ์สทางการเรียนสูงกว่านักเรียนที่ เรียนแบบปกติ
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงทดลอง
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบางชัน (ปลื้มวิทยานุสรณ์) สำนักงานเขตคลองสามวา สังกัดกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เลือกจากนักเรียนที่มีระดับคะแนนเกรด 4 จำนวน 30 คน และระดับคะแนนเกรด 2 จำนวน 30 คน ในวิชาภาษาไทย ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2542 ซึ่งปัจจุบันเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2543 กลุ่มทดลองประกอบด้วยนักเรียน 30 คน จากนักเรียนกุ่มคะแนนสูงจำนวน 15 คน และกลุ่มคะแนนต่ำจำนวน 15 คน กลุ่มควบคุม ประกอบด้วยนักเรียน 30 คน จากนักเรียนกลุ่มคะแนนสูงจำนวน 15 คน และกลุ่มคะแนนต่ำจำนวน 15 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ คือ วิธีการเรียน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 วิธี ได้แก่ วิธีเรียนโดยใช้หนังสือการ์ตูนภาพยกระดับ และวิธีเรียนแบบปกติ
ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
คำนิยาม(defination) บทร้อยกรอง หมายถึง คำประพันธ์ที่เป็นกลอนหก ซึ่งมีลักษณะบังคับ กลอน 1 บท มี 2 บาท กลอน 1 บาท จะมี 2 วรรค และกลอน 1 วรรค มี 6 พยางค์
หนังสือการ์ตูนภาพยกระดับ หมายถึง หนังสือที่มีภาพประกอบภายในเล่มเป็นภาพการ์ตูน เมื่อกางหนังสือออกภาพกางออกลักษณะตั้ง 90 องศา และ 180 องศา เป็นภาพสามมิติ ภาพจะแสดงเรื่องราวและกิริยาของตัวละคนตามเนื้อเรื่องตามบทร้อยกรอง และมีสีสันสวยงาม
หนังสือการ์ตูนลายเส้น หมายถึง หนังสือที่มีภาพประกอบภายในเล่มเป็นการ์ตูนลายเส้น ไม่ลงสี
วิธีเรียนโดยใช้หนังสือการ์ตูนภาพยกระดับ หมายถึง การเรียนที่นักเรียนเรียนด้วยตนเอง โดยใช้หนังสือการ์ตูนภาพยกระดับ เรื่อง “เนยจอมดื้อ”
วิธีเรียนแบบปกติ หมายถึง การเรียนที่นักเรียนเรียนด้วยตนเอง โดยใช้บทเรียนเรื่อง “เนยจอมดื้อ”
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจำนวน 3 ฉบับประกอบด้วย แบบทดสอบจับคู่คำที่มีความหมายตรงกันจำนวน 5 ข้อ แบบทดสอบเขียนคำอ่านของคำศัพท์ที่กำหนดให้ จำนวน 10 ข้อ และแบบทดสอบความรู้ความเข้าใจบทร้อยกรองจำนวน 15 ข้อ
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย
1. หนังสือการ์ตูนภาพยกระดับประกอบการอ่านบทร้อยกรองภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้ วิจัยสร้างขึ้น เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านบทร้อยกรอง
2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ ประกอบด้วย
2.1 แบบทดสอบ วัดความจำ จำนวน 15 ข้อ แบ่งออกเป็น
2.1.1 จับคู่คำที่มีความหมายตรงกัน จำนวน 5 ข้อ
2.1.2 เขียนคำอ่านของคำศัพท์ที่กำหนดให้ จำนวน 10 ข้อ
2.2 แบบทดสอบ ความรู้ความเข้าใจบทร้อยกรอง จำนวน 15 ข้อ
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยให้นักเรียนกลุ่มทดลองเรียนด้วยหนังสือการ์ตูนภาพยกระดับ โดยทำการทดลองครั้งละ 5 คน ผู้วิจัยแจกหนังสือการ์ตูนภาพยกระดับให้คนละ 1 เล่ม ให้นักเรียนอ่าน และเมื่ออ่านจบแล้วให้ทำแบบทดสอบหลังเรียน ส่วนกลุ่มควบคุมผู้วิจัยได้ให้นักเรียนที่เป็นกลุ่มควบคุมเรียนตามปกติ โดยทำการทดลองครั้งละ 5 คน ผู้วิจัยแจกหนังสือให้คนละ 1 เล่ม ให้นักเรียนอ่าน และเมื่ออ่านจบแล้วให้ทำแบบทดสอบหลังเรียน ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
การวิเคราะห์(analysis) 1. หาประสิทธิภาพของหนังสือการ์ตูนภาพยกระดับตามเกณฑ์ 80/80
2. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมโดยใช้สถิติที (t-test)
ข้อสรุป(summary) 1. ประสิทธิภาพของหนังสือการ์ตูนภาพยกระดับ ที่สร้างขึ้นมีค่าเท่ากับ 85.5/87.0 ซึ่งเป็นไปตาม เกณฑ์ที่ตั้งไ
ว้ 2. นักเรียนที่เรียนโดยใช้หนังสือการ์ตูนภาพยกระดับมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่านักเรียนที่เรียน ที่เรียนแบบปกติ
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะทั่วไป
1. หนังสือการ์ตูนเป็นหนังสือที่เด็ก ๆ ให้ความสนใจอ่านมาก และยิ่งเป็นหนังสือที่มีลักษณะแปลก อย่างเช่นหนังสือการ์ตูนภาพยกรดับประกอบการอ่านบทร้อยกรองภาษาไทยที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น สามารถดึงดูดความสนใจของเด็ก ๆ มาก ครูสามารถสร้างขึ้นเองได้ หากต้องการได้หนังสือการ์ตูนภาพยกระดับที่มีเนื้อหาและเรื่องราวสอดคล้องกับหลักสูตรหรือตรงตามจุดประสงค์ที่ต้องการให้เด็กเกิดการเรียนรู้ ดังนั้น ควรมีการให้ความสนใจในการผลิตหนังสือลักษณะนี้ให้แพร่หลาย เพื่อใช้เป็นหนังสือส่งเสริมการอ่านบทร้อยกรองภาษาไทย เพื่อให้นักเรียนเกิดความสนใจในการอ่านบทร้อยกรองและเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไว้สืบต่อไป
2. หนังสือเป็นสื่อที่ผู้เรียนสามารถเรียนด้วยตนเอง เป็นสื่อที่ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด เด็กสามารถ หยิบจับมาอ่านตอนไหนก็ได้ ซึ่งทำให้สะดวกในการศึกษามากยิ่งขึ้น และในการออกแบบหนังสือการ์ตูน ควรศึกษาการสร้างหนังสือ และศึกษาในรายวิชานั้นให้ดีก่อน เพื่อให้เกิดความถูกต้องและความมีประสิทธิภาพของหนังสือที่สร้างขึ้น
3. ในการจัดพิมพ์หนังสือให้ได้คุณภาพและประหยัด ควรใช้วิธีสแกนภาพเข้าไปในหน่วยความจำ ก่อน แล้วจึงสั่งพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ชนิดเลเซอร์สี เพื่อให้ภาพคมชัดสวยงาม เพราะหากใช้วิธีการถ่ายเอกสารสีจะราคาแพงมาก
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบหนังสือการ์ตูนภาพยกระดับ 90 องศา และ 180 องศา เพื่อศึกษาผล สัมฤทธิ์ในการเรียน และวิเคราะห์ผลว่าหนังสือในลักษณะใดจะสามารถดึงดูดความสนใจและก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการเรียนเพิ่มมากขึ้น
2. ควรมีการวิจัยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากหนังสือการ์ตูนภาพยกระดับในระดับชั้นที่สูงขึ้น เช่น ใน ระดับมัธยมศึกษา
3. ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับการสร้างหนังสือการ์ตูนภาพยกระดับให้แพร่หลาย เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน รักการอ่าน และให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ปี 2543
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved