ผลงานวิจัย

ชาญชัย แสงอ่อน - thaied

Current Record: ชาญชัย แสงอ่อน

ชาญชัย แสงอ่อน

1. แบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีค่าความเที่ยงตรงตามเนื้อหาโดยมีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างคำถามของแบบประมาณค่ากับลักษณะพฤติกรรมของนักกีฬาลีลาศรวมทั้งฉบับมีค่าเท่ากับ .097 และในแต่ละด้นอยู่ระหว่าง 0.85 – 1.00
2. แบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศมีค่าความเชื่อถือได้รวมทั้งฉบับเท่ากับ 0.98 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีมาก และในแต่ละด้านอยู่ระหว่าง 0.88 – 1.00 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดี - ดีมาก
3. แบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศมีค่าความเป็นปรนัยรวมทั้งฉบับอยู่ระหว่าง 0.96 – 0.98 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีมาก และในแต่ละด้านอยู่ระหว่าง 0.73 – 1.00 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ยอมรับ - ดีมาก

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 5315
ชื่อผลงานวิจัย การสร้างแบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศ
หัวข้อ(Eng) The Construction of the Dance Sport Rating Scale
คำสำคัญ(keyword) กีฬาลีลาศ แบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศ ปี2544
ชื่อผู้วิจัย ชาญชัย แสงอ่อน
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Chanchai Sang-on
ตำแหน่ง ผู้ฝึกสอนลีลาศ
การศึกษา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพลศึกษา
สถานศึกษา สถานกีฬาและสุขภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ตำบลสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2544
ประเภท วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ประวัติความเป็นมา(history) การลีลาศหรือที่นิยมเรียกว่าเต้นรำ เป็นกิจกรรมพลศึกษาที่สามารถจะพัฒนาผู้เรียนทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ดังที่ โรเจอร์ (โรเจอร์ ม.ป.ป. อ้างถึงใน สำเร็จ มณีเนตร 2525,14 – 15) ซึ่งได้กล่าวถึงคุณค่าของการเต้นรำที่ทำให้เกิดพัฒนาการด้านต่าง ๆ คือ คุณค่าทางกาย (Physical values) การเต้นรำเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวเป็นการพัฒนาในด้านความแข็งแรง อดทน ว่องไว และการทรงตัว คุณค่าทางสังคม (social values) ผู้เข้าร่วมในการเต้นรำจะได้เรียนรู้ถึงความรับผิดชอบและรู้หลักปฏิบัติทางสังคม คุณค่างทางวัฒนธรรม (Culture values) การเต้นรำเป็นสื่อกลางที่ทำให้เกิดความเข้าใจในระหว่างชาติ และเคารพในวัฒนธรรมของชาติอื่น การเต้นรำไม่ใช่จะเป็นการเรียนรู้ถึงการเคลื่อนไหวเพียงอย่างเดียว แต่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งต่าง ๆ ของแต่ละประเทศอย่างชัดเจน เช่น เครื่องแต่งกาย ประเพณี ศิลป ดนตรี และตำนาน คุณค่าทางนันทนาการ (recreation values) การเต้นรำทำให้ได้รับความสนุกสนาน ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของอารมณ์

การวัดผลผู้เรียนลีลาศโดยใช้แบบประมาณค่า (Rating Scale) ได้ถูกนำมาใช้มากขึ้น เพราะเป็นเทคนิคที่ประหยัดเวลาเมื่อเปรียบเทียบกับเทคนิคอื่น ๆ แบบประมาณค่ามีลักษณะเป็นการประเมินด้วยการสังเกตของครูผู้สอน (Subjective Evaluation) ช่วยให้การประเมินผลของครูมีความเป็นปรนัยมากขึ้น

ผู้วิจัยในฐานะที่มีประสบการณ์โดยตรงเกี่ยวกับกีฬาลีลาศ ทั้งด้านการแข่งขันระดับนานาชาติด้วยตนเอง และเป็นผู้ฝึกสอนในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี รวมทั้งการเป็นวิทยากรให้แก่หน่วยงานภายนอก จึงเห็นความสำคัญและความจำเป็นของการสร้างแบบประเมินค่าทักษะกีฬาลีลาศขึ้น เพื่อให้แบบประมาณค่าเกิดความเที่ยงตรงความเชื่อถือได้แและมีความเป็นปรนัย ในการวัดและประเมินผลกีฬาลีลาศ เพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญา วัตถุประสงค์ และเป้าหมายของการแข่งขันกีฬาลีลาศ


แนวคิด(concept) 1. ประวัติความเป็นมาของกีฬาลีลาศ

2. ทักษะพื้นฐานกีฬาลีลาศ

3. ทฤษฎีและหลักการเกี่ยวกับการวัดและการประเมินผลทางพลศึกษา

4. ทฤษฎีและหลักการเกี่ยวกับการสร้างแบบประเมินค่าทักษะกีฬา

วัตถุประสงค์(objective) เพื่อสร้างแบบประมาณค่ากีฬาลีลาศ
สมมุติฐาน(assumption) แบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีความเที่ยงตรง ความเชื่อถือได้ และความเป็นปรนัย
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยและพัฒนา
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักกีฬาลีลาศบุคลากรทบวงมหาวิทยาลัย ที่เข้าร่วมการแข่งขันในกีฬาบุคลากรทบวงมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 20 คู่
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่สนใจศึกษา ได้แก่ ความเที่ยงตรง ความเชื่อถือได้ และความเป็นปรนัย ของแบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
คำนิยาม(defination) กีฬาลีลาศ หมายถึง กีฬาที่มีการแสดงออกถึงเอกลักษณ์เฉพาะจังหวะ มีความยากง่ายของแต่ละท่าแตกต่างกันบนฟลอร์เต้นรำ โดยใช้ทุก ๆ ส่วนของร่างกายเคลื่อนไหว ไปพร้อมเพรียงกันอย่างเป็นรูปแบบของคู่เต้นรำ พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงความสวยงาม ความสมบูรณ์ ประณีต ความแข็งแรง ความเร็ว ความคล่องตัว ความอ่อนตัว ความอดทน การทรงตัวและลีลาศต่าง ๆ ออกมาให้มีความต่อเนื่องและสัมพันธ์กับจังหวะ ทำนอง ของดนตรี
แบบประมาณค่า (Rating scales) หมายถึง เครื่องมือที่ใช้ในการวัดผลเชิงคุณภาพด้วยวิธีการสังเกตให้ผลของการวัดออกมาเป็นเชิงปริมาณ ช่วยในการวัดผลจากการสังเกตของผู้วัดผลมีความเที่ยงตรง ความเชื่อถือได้ และความเป็นปรนัย
แบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศ หมายถึง เครื่องมือที่ใช้ในการวัดผลเชิงคุณภาพทางด้านความสามารถทักษะกีฬาลีลาศของนักกีฬาลีลาศ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ประกอบด้วย
1. เวลาและพื้นฐานของจังหวะ (การเต้นที่ตรงจังหวะดนตรี)
2. ทรงของลำตัวหรือเส้นของลำตัว (ลักษณะการวางท่าทางของร่างกาย)
3. การเคลื่อนไหว (การเคลื่อนไหวของร่างกาย)
4. การแสดงออกที่บอกจังหวะ (การแสดงท่าทางที่เป็นเอกลักษณะของแต่ละจังหวะ)
5. การใช้เท้า (การวางส้นเท้าและปลายเท้า)
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ เป็นแบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่า 4 ระดับ คือ ดีมาก ดี ปานกลาง และต่ำ
แบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นแบ่งออกเป็น 5 ด้านดังนี้
ด้านที่ 1 เป็นแบบประมาณค่าด้านเวลาและพื้นฐานของจังหวะ
ด้านที่ 2 เป็นแบบประมาณค่าด้านทรงของลำตัวหรือเส้นของลำตัว
ด้านที่ 3 เป็นแบบประมาณค่าด้านการเคลื่อนไหว
ด้านที่ 4 เป็นแบบประมาณค่าด้านการแสดงที่บอกจังหวะ
ด้านที่ 5 เป็นแบบประมาณค่าด้านการใช้เท้า
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยให้ผู้ประเมินจำนวน 3 ท่าน ประเมินผู้เข้าร่วมแข่งขัน จำนวน 20 คู่ โดยการให้คะแนนผู้เข้าแข่งขันขณะทำการแข่งขันอยู่บนฟลอร์
การวิเคราะห์(analysis) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS/PC+ ดังนี้
1. หาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ของแบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยการหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างลักษณะพฤติกรรมหรือจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมตามวิธีของโรวิเนลลีและแฮมเบลตัน (Rovinelli and Hambletom) โดยผ่านดุลยพินิจของผู้เชี่ยวชาญ 7 คน
2. หาค่าความเชื่อถือได้ (Reliability) ของแบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมาโดยการนำคะแนนของแต่ละทักษะของการทดสอบซ้ำ (Test-retest) ประเมินผลครั้งที่ 1 ใช้ผลการแข่งขันจากรอบคัดเลือก และครั้งที่ 2 ใช้ผลการแข่งขันจากรอบรองชนะเลิศ มาคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันโพดัคโมเม้นต์ (Pearson Product Moment Correlation Coefficient)
3. หาค่าความเป็นปรนัย (Objectivity) ของแบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมา โดยการนำผลของผู้ประเมิน 3 คน ในแต่ละทักษะมาคำนวณหา ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันโพดัคโมเม้นต์ (Pearson Product Moment Correlation Coefficient)
ข้อสรุป(summary) 1. แบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีค่าความเที่ยงตรงตามเนื้อหาโดยมีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างคำถามของแบบประมาณค่ากับลักษณะพฤติกรรมของนักกีฬาลีลาศรวมทั้งฉบับมีค่าเท่ากับ .097 และในแต่ละด้นอยู่ระหว่าง 0.85 – 1.00
2. แบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศมีค่าความเชื่อถือได้รวมทั้งฉบับเท่ากับ 0.98 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีมาก และในแต่ละด้านอยู่ระหว่าง 0.88 – 1.00 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดี - ดีมาก
3. แบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศมีค่าความเป็นปรนัยรวมทั้งฉบับอยู่ระหว่าง 0.96 – 0.98 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีมาก และในแต่ละด้านอยู่ระหว่าง 0.73 – 1.00 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ยอมรับ - ดีมาก
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะทั่วไป
1. ในการประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญได้ฝึกทำการประมาณค่าจนเกิดความชำนาญ ก่อนทำการประมาณค่าทักษะจริง
2. ก่อนทำการประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศ ควรชี้แจงให้ผู้รับการประเมินได้ทราบถึงเกณฑ์การประเมินทั้ง 5 ข้อ
ข้อเสนอแนะสำหรับทำวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการนำแบบประมาณค่าทักษะกีฬาลีลาศนี้ไปปรับปรุงเมื่อให้ใช้ได้กับกีฬาลีลาศในทุกระดับ
2. ควรมีการสร้างแบบทดสอบทักษะกีฬาลีลาศ ของสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย
3. ควรมีการสร้างเกณฑ์มาตรฐานสำหรับผู้ตัดสินกีฬาลีลาศ โดยมีการแบ่งเป็นระดับ
ปี 2544
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved