ผลงานวิจัย

นางสาวจันทพร โรจนพิทักษ์ - thaied

Current Record: นางสาวจันทพร โรจนพิทักษ์

นางสาวจันทพร โรจนพิทักษ์

ผลการวิจัยพบว่า (1)นักเรียนกลุ่มทดลองมีพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนหลังการทดลองสูงกว่าก่อนทดลองที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 (2) นักเรียนกลุ่มทดลองมีพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุมหลังการทดลองที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 (3) นักเรียนที่เข้าร่วมโปรแกรมการปรับพฤติกรรมทางปัญญามีความเห็นว่าโปรแกรมดังกล่าวเป็นโปรแกรมที่ดีมีประโยชน์หลายประการที่จำนำไปสู่การพัฒนาตนเองให้มีพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนมากขึ้น และสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนรู้จักปรับตัวในการอยู่ร่วมกับเพื่อน ๆ และผู้อื่นได้

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 5143
ชื่อผลงานวิจัย ผลของโปรแกรมการปรับพฤติกรรมทางปัญญา เพื่อเสริมสร้างวินัยในชั้นเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
หัวข้อ(Eng) The Result of a Cognitive Behavior Modification Program for Discipline Improving in the Classroom in Mathayom Suksa 2 Students of Pibunbumpen Demonstration School of Burapa University Amphoe Muang Changwat Chon Buri
คำสำคัญ(keyword) ผลของโปรแกรมการปรับพฤติการณ์ทางปัญญา วินัยในชั้นเรียน มัธยมศึกษาปีที่2 ปี2543
ชื่อผู้วิจัย นางสาวจันทพร โรจนพิทักษ์
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Ms.Chantaporn Rojanapitak
การศึกษา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาศึกษาและการแนะแนว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่ติดต่อ 611 หมู่ 1 ต.ประณีต อ.เขาสมิง จ.ตราด 2315 โทรศัพท์ 01-6630262
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2543
ประเภท วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักหอสมุด วิทยาเขตบางเขน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ประวัติความเป็นมา(history) การเปลี่ยนแปลงสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศไทยเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเห็นได้ชัดเจน ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนในด้านความคิดเห็น ความเชื่อ ค่านิยม และการพัฒนาจิตใจของมนุษย์ รวมถึงผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติด้วย เพราะมนุษย์ไม่รู้จักใช้และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม จึงทำให้เกิดภาวะมลพิษ และเสียสมดุลในธรรมชาติ (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, 2534 : 172) ซึ่งจะทำให้สังคมนั้น ๆ ตกอยู่ในภาวะสับสน สมาชิกในสังคมขาดความมีวินัยในตนเอง ปราศจากจิตสำนึกที่จะรับผิดชอบสังคมร่วมกัน ต่างมุ่งหวังแย่งชิงผลประโยชน์เข้าสู่ตนโดยไม่มีขอบเขตจำกัด และท้ายที่สุดอาจนำไปสู่ความล่มสลายของสังคมนั้น ๆ หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง (สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, 2537 : 7)

วินัยเป็นคุณลักษณะที่บ่งบอกถึงความเป็นระเบียบและมีแบบแผนของคน อันเป็นคุณลักษณะที่ก่อให้เกิดความเรียบร้อยดีงามของแต่ละสังคม (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, 2528 : 20) ดังนั้นการอบรมปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนของชาติมีวินัย รู้จักกับการเคารพสิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่พึงกระทำอย่างยิ่งเป็นอันดับแรก (นิภา, 2523 : 48) ซึ่งพระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตโต, 2537 : 15) ได้กล่าวถึงความสำคัญของความถึงพร้อมด้วยศีลหรือความมีวินัย ซึ่งเป็นปัจจัยของแสงเงินแสงทองของชีวิตที่ดีงามหรือรุ่งอรุณของการศึกษา 7 ประการ ได้แก่ 1) กัลยาณมิตตตา ความมีกับกัลยาณมิตร คือมีผู้แนะนำสั่งสอนที่ปรึกษา รู้จักเลือกคบหาเพื่อและบุคคลที่ดี หรือรู้จักเลือกเสวณากับบุคคลที่มีปัญญามีความสามารถ ซึ่งจะช่วยสนับสนุน ชี้ช่องทาง ชักจูงและเป็นแบบอย่าง ตลอดจนเป็นเครื่องอุดหนุนเกื้อกูลแก่กันและกันให้ดำเนินก้าวหน้าไปด้วยดีในการศึกษาอบรมการครองชีวิตและการประกอบกิจการ 2) สีลสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยศีล มีวินัย มีความเป็นระเบียบในชีวิตของตน และในการอยู่ร่วมกันในสังคม 3) ฉันทสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยฉันทะมีแรงใจที่ถูกต้อง คือ ความพอใจ ใฝ่รักในปัญญา ในสัจธรรม และในจริยธรรม ใฝ่รู้ในความจริง และใฝ่ที่จะทำความดีงามทุกอย่าง 4) อัตตสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยการที่จะฝึกฝนพัฒนาตนเอง เห็นความสำคัญของการที่จะต้องฝึกฝนว่า ชีวิตของเรานี้จะดีงามได้จะต้องมีการฝึก 5) ทิฏฐิสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยทิฐิ ยึดถือเชื่อถือในหลักการและมีความเห็นความเข้าใจพื้นฐานที่มองสิ่งทั้งหลายตามเหตุปัจจัย 6) อัปปมาทสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท คือ ความเป็นอยู่อย่างไม่ขาดสติ หรือความเพียรที่มีสติเป็นเครื่องเร่งรัดในการที่จะค้นหาให้เข้าถึงความจริง ควบคุมความประพฤติปฏิบัติและการกระทำทุกอย่าง ไม่ยอมถลำลงไปในทางเสื่อมแต่ไม่ยอมพลาดโอกาสในการที่จะทำชีวิตที่ดีงามให้สำเร็จ 7) โยนิโสมนสิการสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยการรู้จักคิด รู้จักพิจารณา คิดเป็นมองสิ่งทั้งหลายด้วยความคิดพิจารณาสืบสวาหาเหตุผลจนตลอดสายด้วยปัญญาอย่างเป็นระเบียบ และเป็นไปตามสภาวะและตามความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัย มองสิ่งทั้งหลายให้ได้ความรู้และได้ประโยชน์ที่จะเอามาใช้พัฒนาตนเองยิ่ง ๆ ขึ้นไป

การสร้างคนให้เป็นพลเมืองดีมีคุณภาพดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุขและช่วยพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าได้นั้น จำเป็นต้องมีการปลูกฝังวินัยมาตั้งแต่วัยเด็ก ดังพระบรมราโชวาทบางตอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2516 และ ปี พ.ศ. 2523 ว่า
“วัยเด็กเป็นเวลาสำคัญที่จะขวนขวายหาความรู้ ความดีฝึกหัดดัดกายใจให้มีวินัยและมีความสุจริต สำหรับนำพาชีวิตให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จตามที่พอใจปรารถนา” (คณะกรรมการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2516, 2516 : 17) “เด็กต้องเรียนรู้ อบรมความดี ฝึกหัดวินัยให้มีความพร้อมแต่เยาวัย จึงมีความสุขความเจริญได้ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า” (คณะกรรมการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2523, 2523 : 9)

โรงเรียนนับว่ามีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างวินัยให้แก่เยาวชนของชาติ และได้รับการคาดหวังจากบุคคลหลายฝ่ายว่าโรงเรียนไม่เพียงมีบทบาทในการสร้างเสริมวิชาความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนเท่านั้น แต่จะต้องมุ่งพัฒนาเยาวชนให้เป็นผู้ที่มีวินัยอันดีงามตามอุดมการณ์ของชาติ เพื่อเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีและเป็นกำลังสำคัญที่มีคุณภาพของชาติต่อไป ซึ่งในปัจจุบันนี้ครูและผู้บริหารโรงเรียนส่วนใหญ่มักประสบปัญหาหนักใจเกี่ยวกับพฤติกรรมนักเรียนที่ไม่มีวินัยในชั้นเรียน ซึ่งนับว่าเป็นพฤติกรรมที่เป็นปัญหารบกวนกิจกรรมการเรียนการสอน ทำให้ไม่สามารถดำเนินไปในทิศทางที่พึงประสงค์ได้ ดังจะเห็นได้จากงานวิจัยของพัฒนา สุบุญสันธิ์ (2526 : 78) ที่ศึกษาพบว่าการกระทำผิดวิจัยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 5 อันดับ คือ การพุดจาหยาบคาย การแสดงกิริยามารยาทไม่สุภาพกับเพื่อน ทำงานเสร็จไม่ทันเวลา ล้อเลียนหรือแกล้งเพื่อน คุยหรือเล่นเสียงดังในห้องเรียน ดังนั้นการเสริมสร้างวินัยในชั้นเรียนจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นและมีความสำคัญยิ่ง เพราะเมื่อเด็กได้รับการฝึกฝนให้มีวินัยในชั้นเรียนแล้วก็จะส่งผลให้บรรยากาศการศึกษาและการเรียนรู้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้การส่งเสริมให้นักเรียนมีพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนยังช่วยให้บรรลุเป้าหมายของการจัดการศึกษาด้วย และจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษานั้นนอกจากจะมุ่งฝึกให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถในด้านวิชาสามัญและวิชาชีพบางประการแล้ว การมุ่งปลูกฝังให้เยาวชนในระดับนี้มีความประพฤติดี มีวินัยก็เป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญประการหนึ่งที่เป็นบทบาทหน้าที่ของโรงเรียนมัธยมศึกษา ในปัจจุบันจึงไม่เพียงแต่ปรับปรุงการเรียนการสอนให้นักเรียนได้มีความรู้และพัฒนาความสามารถของนักเรียนให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ปัญหาด้านพฤติกรรมของนักเรียนเป็นอุปสรรคต่อการเรียนการสอนและการเรียนรู้ หากมิได้หาทางป้องกันและแก้ไขให้เหมาะสมย่อมเป็นปัญหาต่อสังคมต่อไป ซึ่งบทบาทหนึ่งของครูในฐานะผู้มีความรู้ทางจิตวิทยาการศึกษาที่น่าจะเพิ่มขึ้น คือ บทบาทในการจัดโปรแกรมอบรมเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาพฤติกรรมต่าง ๆ ผู้วิจัยจึงได้พัฒนาโปรแกรมการปรับพฤติกรรมทางปัญญาซึ่งเป็นโปรแกรมเฉพาะเพื่อเสริมสร้างวิจัยในชั้นเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา

แนวคิด(concept)
1. เอกสารเกี่ยวกับวินัยในชั้นเรียน

2. แนวคิดเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมทางปัญญา


วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมปรับพฤติกรรมทางปัญญาเพื่อเสริมสร้างวินัยในชั้นเรียนโดยการสังเกตพฤติกรรมตรง
2. เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการปรับพฤติกรรมทางปัญญาเพื่อเสริมสร้างวินัยในชั้นเรียนโดยเปรียบเทียบคะแนนพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนของนักเรียนกลุ่มทดลองก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรม
3. เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการปรับพฤติกรรมทางปัญญาเพื่อเสริมสร้างวินัยในชั้นเรียนโดยเปรียบเทียบคะแนนพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียน ของนักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังการทดลอง
สมมุติฐาน(assumption) 1. นักเรียนกลุ่มทดลองมีพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05
2. นักเรียนกลุ่มทดลองมีพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนสุงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุมหลังการทดลองที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยกึ่งทดลอง
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2542 ของโรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ที่มีพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนน้อย
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2542 ของโรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ที่มีพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนน้อย จำนวน 16 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 8 คน โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีสุ่มอย่างง่ายมาจำนวน 2 ห้อง จากจำนวน 3 ห้องเรียน ได้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 และ 2/2
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ ได้แก่ โปรแกรมการปรับพฤติกรรมทางปัญญาที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น
ตัวแปรตาม ได้แก่ พฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียน
คำนิยาม(defination) พฤติกรรมในชั้นเรียน หมายถึง พฤติกรรมที่แสดงออกตามระเบียบวินัยของชั้นเรียน ซึ่งนักเรียนได้ให้ข้อตกลงร่วมกันและยอมรับ โดยเป็นพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนขณะที่อาจารย์สอนให้งานทำ ดังนี้
ไม่แหย่หรือแกล้งเพื่อน คือ ไม่กระทำการใด ๆ ให้เป็นที่รบกวนเพื่อน และเพื่อนไม่ยินดีในการกระทำนั้น ๆ ด้วยการใช้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายหรือวัตถุสิ่งของ
ไม่พูดคุยกัน คือ ไม่พูดหรือหัวเราะกับเพื่อในกรณีที่ไม่เกี่ยวกับวิชาที่เรียน
ไม่ส่งเสียงดัง คือ ไม่กระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดเสียงดังรบกวนผู้อื่นในชั้นเรียน ด้วยการใช้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายหรือวัตถุ สิ่งของ
ไม่หยอกล้อเล่นกัน คือ ไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการหยอกล้อเล่นกันและแสดงให้เห็นว่าไม่สนใจการเรียนการสอนของอาจารย์ ด้วยการใช้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรือวัตถุสิ่งของ และการที่ไม่นำวัตถุสิ่งของมาเล่น
ไม่กระทำกิจกรรมอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องวิชาที่เรียน คือ ไม่นำงานวิชาอื่นขึ้นมาทำ ไม่อ่านหนังสือที่ไม่เกี่ยวข้องกับวิชาที่กำลังเรียนอยู่ และไม่นอนหลับหรือนั่งเหม่อลอย
ไม่พูดแทรกหรือล้อเลียนอาจารย์ คือ ไม่พูดแทรกอาจารย์ก่อนได้รับอนุญาต และไม่กระการใด ๆ ที่เป็นการล้อเลียนหรือแกล้งอาจารย์
ตั้งใจเรียน คือ ให้ความสนใจการสอนของอาจารย์ โดยการฟัง ตอบคำถาม หรือซักถามข้อสงสัยเมื่อมีอาจารย์อนุญาต หรือจดบันทึกในเรื่องที่อาจารย์สอน
นักเรียน หมายถึง ผู้ที่เรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2542 ของโรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา มีพฤติกรรมการมีวินัยในชั้นเรียนน้อย
เสริมสร้างวินัยในชั้นเรียน หมายถึง การพัฒนาให้พฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนเพิ่มมากขึ้นหรือสูงขึ้น
การปรับพฤติกรรมทางปัญญา หมายถึง กระบวนการฝึกกระบวนการทางปัญญา โดยใช้หลักการเปลี่ยนแปลงทางปัญญา (ตัวแปรภายใน) และใช้หลักจิตวิทยาการทดลองมาผสมผสานกัน เพื่อที่จะให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรม รวมทั้งเสริมสร้างพฤติกรรมที่ถึงประสงค์
เครื่องมือ(tool) 1. โปรแกรมปรับพฤติกรรมทางปัญญา
2. แบบประเมินพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียน
3. แบบสอบถามพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียน
4. แบบบันทึกสังเกตพฤตกรรมมีวินัยในชั้นเรียน
5. แถบบันทึกเสียงสัญญาการสังเกตและบันทึกพฤติกรรม
6. แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเข้าร่วมโปรแกรม
การรวบรวมข้อมูล(gathering) หลังสิ้นสุดระยะทดลองแล้วจะเว้นระยะ 1 สัปดาห์ (วันที่ 6-10 กันยายน 2542) แล้วเริ่มระยะติดตามผล ตั้งแต่วันที่ 13-24 กันยายน 2542 เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งในระยะติดตามผลนี้จะมีสังเกตและบันทึกพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนนักเรียนกลุ่มละ 4 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อติดตามความคงทนของโปรแกรม เมื่อสิ้นสุดระยะติดตามผลแล้วผู้วิจัยให้นักเรียนกลุ่มทดลองและนักเรียนกลุ่มควบคุมทำแบบสอบถามพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นคะแนนหลังการติดตามผล
การวิเคราะห์(analysis) 1. คำนวณค่าเฉลี่ยและเบี่ยงเบนมาตรฐานจากการสังเกตพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนของนักเรียนกลุ่มทดลองและนักเรียนกลุ่มควบคุมที่ได้จากการสังเกตในระยะเส้นฐานระยะทดลองและระยะติดตามผล
2. คำนวณค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนจากแบบสอบถามพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนของนักเรียนกลุ่มทดลองและนักเรียนกลุ่มควบคุม ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง และหลังการติดตามผล
3. เปรียบเทียบคะแนนจากแบบสอบถามพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองกับนักเรียนกลุ่มควบคุม ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง และหลังการติดตามผล โดยใช้สถิตินอนพาราเมตริก คือ The Wilcoxon Matched Pairs Signed – Ranks Test
4. เปรียบเทียบคะแนนจากแบบสอบถามพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียน ระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองกับนักเรียนกลุ่มควบคุม ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง และหลังการติดตามผล โดยใช้สถิตินอนพาราเมตริก คือ The Wilcoxon Matched Pairs Signed – Ranks Test
ข้อสรุป(summary) ผลการวิจัยพบว่า (1)นักเรียนกลุ่มทดลองมีพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนหลังการทดลองสูงกว่าก่อนทดลองที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 (2) นักเรียนกลุ่มทดลองมีพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุมหลังการทดลองที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 (3) นักเรียนที่เข้าร่วมโปรแกรมการปรับพฤติกรรมทางปัญญามีความเห็นว่าโปรแกรมดังกล่าวเป็นโปรแกรมที่ดีมีประโยชน์หลายประการที่จำนำไปสู่การพัฒนาตนเองให้มีพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนมากขึ้น และสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนรู้จักปรับตัวในการอยู่ร่วมกับเพื่อน ๆ และผู้อื่นได้
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะทั่วไป 1. โปรแกรมการปรับพฤติกรรมทางปัญญาสามารถเสริมสร้างวินัยได้เป็นอย่างดีควรนำไปใช้ส่งเสริมพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนของนักเรียนในรายวิชาอื่นด้วย ทั้งนี้เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ผู้ได้รับการฝึกเป็นผู้เริ่มต้นพัฒนาด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรอโอกาสหรือจังหวะจากปัจจัยภายนอกมากระตุ้นให้แสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์
2. ครูแนะแนวหรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องสามารถนำโปรแกรมการปรับพฤติกรรมทางปัญญาไปศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการจัดสร้างโปรแกรมต่อไป
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรนำไปทดลองกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีพฤติกรรมมีวินัยในชั้นเรียนที่ต่ำมาก ๆ เพื่อศึกษาถึงประสิทธิภาพของโปรแกรมการปรับพฤติกรรมทางปัญญา
2. โปรแกรมการปรับพฤติกรรมทางปัญญาควรมีการศึกษาความคงทนของการเกิดพฤติกรรม หรือเพิ่มระยะติดตามผลมากกว่า 1 ระยะ เพื่อศึกษาถึงผลการใช้โปรแกรมการปรับพฤติกรรมทางปัญญาจะมีความคงทนยาวนานระดับใด หรือคงทนมากกว่าการใช้โปรแกรมอื่น ๆ หรือไม่
3. การวิจัยเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมการปรับพฤติกรรมทางปัญญาอาจใช้เทคนิควิธีการปรับพฤติกรรมอื่น ๆ มาบูรณาการใช้ร่วมกันหรือเปรียบเทียบกัน เช่น การให้ข้อมูลย้อนกลับ การเสริมแรง เป็นต้น
ปี 2543
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved