ผลงานวิจัย

นางวราภรณ์ สนธิวรรธนะ - thaied

Current Record: นางวราภรณ์ สนธิวรรธนะ

นางวราภรณ์ สนธิวรรธนะ

สรุปผลการทดลองใช้
1. ผลการประเมินประสิทธิภาพสื่อแผนการสอนรายวิชาคณิตศาสตร์ ค 102 เรื่องสมการ จากการทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 33 คน พบว่าเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพมีค่า E1/ E2 เท่ากับ 80.74/78.94 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 70/70
2. ความก้าวหน้าในการเรียน จากการใช้เกณฑ์เปรียบเทียบค่าร้อยละ 15 พบว่ามีค่าร้อยละ 34.28 ถือว่ามีความก้าวหน้าจริง

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 4427
ชื่อผลงานวิจัย รายงานการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ค 102 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แผนการสอน : เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ
หัวข้อ(Eng) Report on Learning Development of Maths K 102 by using Lesson plan : child center Matthayomsuksa I .
คำสำคัญ(keyword) แผนการสอน
ชื่อผู้วิจัย นางวราภรณ์ สนธิวรรธนะ
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mrs. Waraporn Sontivatana
ตำแหน่ง อาจารย์ 1 ระดับ 4
การศึกษา ปริญญาตรี ( ค.บ. คณิตศาสตร์ )
สถานที่ติดต่อ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี 15120
สถานศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) 1 ภาคเรียน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม
ประเภท เป็นการวิจัยเชิงทดลองเพื่อพัฒนาแผนการเรียนรู้ในรายวิชา คณิตศาสตร์ ค 102 : เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ
สถานที่จัดเก็บผลงาน โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี
ประวัติความเป็นมา(history) ปัญหาการวิจัย

เนื่องมาจากหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้นพุทธศักราช 2521 ( ฉบับปรับปรุง 2533 ) มีวัตถุประสงค์ให้ผู้เรียน

1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในวิชาคณิตศาสตร์ ข้อมูลที่ปรากฏในสิ่งแวดล้อมสามารถคิดอย่างมีเหตุผลและใช้เหตุผลในการแสดงความคิดเห็นอย่างมีระเบียบ ชัดเจน และรัดกุม

2. เพื่อให้มีทักษะในการคิดคำนวณ

3. เพื่อให้เห็นประโยชน์ของวิชาคณิตศาสตร์ ทั้งที่มีต่อชีวิตประจำวันและที่เป็นเครื่องมือแสวงหาความรู้

4. เพื่อให้สามารถนำความรู้ความเข้าใจและทักษะทางคณิตศาสตร์ไปใช้ในชีวิตประจำวันและเป็นพื้นฐานในการศึกษาวิชาคณิตศาสตร์และวิชาอื่น ๆ ที่อาศัยคณิตศาสตร์

จากวัตถุประสงค์ของหลักสูตรแสดงให้เห็นว่าครูจำเป็นต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ปลูกฝังให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์ และจากการที่ผู้วิจัยได้สังเกต พิจารณาทบทวนและวิเคราะห์การสอนของตนเองและเพื่อนครูเป็นเวลา 2 ปีทำให้พบสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้การเรียนการสอนในรายวิชาคณิตศาสตร์ ค 102 ไม่มีประสิทธิภาพ คือ ครูผู้สอนขาดสื่อในการประกอบการเรียนการสอน ซึ่งผู้วิจัยเห็นว่าน่าจะมีการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรายวิชานี้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างสมบูรณ์และตรงตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้นพุทธศักราช 2521 ( ฉบับปรับปรุง 2533 )

วิธีการแก้ปัญหา

วิธีการแก้ปัญหาแบ่งเป็น 6 ขั้นตอนคือ

1. ศึกษาวิเคราะห์ปัญหาในการเรียนการสอน

2. ศึกษาเนื้อหาหลักสูตรและเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

3. ผลิตสื่อแผนการสอนรายวิชาคณิตศาสตร์ ค 102 เรื่องสมการโดยยึดแนวความรู้และความคิดจากเอกสารอบรมเรื่องการผลิตสื่อเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน … และได้ศึกษาค้นคว้าจากตำราโดยยึดจุดประสงค์การเรียนรู้ของกลุ่มวิชาเป็นหลักสำคัญ

4. สร้างแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนและสร้างใบกิจกรรมเพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน

5. วางแผนดำเนินการทดลองแก้ปัญหาในสภาพการปฏิบัติการสอน

6. ปฏิบัติการตามแผน
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อผลิตแผนการสอนรายวิชาคณิตศาสตร์ ค102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่องสมการ
2. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพแผนการสอนรายวิชาคณิตศาสตร์ ค 102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่องสมการดังนี้
2.1 ประสิทธิภาพของสื่อเทียบกับเกณฑ์ 70 / 70
2.2 ประสิทธิภาพของสื่อจากความก้าวหน้าก่อนเรียนและหลังเรียน
กลุ่มตัวอย่าง(sample) กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี ปีการศึกษา 2544 จำนวน 1 ห้องเรียน 33 คน
การวิเคราะห์(analysis) ผลการวิเคราะห์และสรุปผล
การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติที่ใช้คือ
ประสิทธิภาพของสื่อ = ประสิทธิภาพของกระบวนการ : ผลลัพธ์
E = E1 : E2
ประสิทธิภาพของกระบวนการ = คะแนนเฉลี่ยของกระบวนการ X 100
(ร้อยละของคะแนนกระบวนการ = E1) คะแนนเต็ม
ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ = คะแนนเฉลี่ยของผลลัพธ์ X 100
(ร้อยละของคะแนนผลลัพธ์ = E2) คะแนนเต็ม
เกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบ = 70 / 70 แสดงได้ดังนี้
E1 =
E1 =
E1 = 80.74
E1 หมายถึง ค่าประสิทธิภาพของกระบวนการคิดเป็นร้อยละของ
คะแนนที่นักเรียนได้รับโดยเฉลี่ยจากการทำแบบฝึกหัดและกิจกรรม
A หมายถึง คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดและกิจกรรม
X หมายถึง คะแนนรวมของกลุ่มตัวอย่างจากการทำแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมที่มอบหมาย
N หมายถึง จำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด
E2 =
E2 =
E2 = 78.94
E2 หมายถึง ค่าประสิทธิภาพของผลลัพธ์ของแผนการสอน
F หมายถึง คะแนนรวมแบบทดสอบหลังเรียน
N หมายถึง จำนวนกลุ่มตัวอย่าง
B หมายถึง คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน
เรื่อง E1 E2 E1/ E2 การผ่านเกณฑ์ 70/70
สมการ 80.74 78.94 80.74/78.94 ผ่านเกณฑ์
ร้อยละของความก้าวหน้า = (คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน – คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน) x 100
คะแนนเต็ม
ร้อยละของความก้าวหน้า =  100
ร้อยละของความก้าวหน้า = 34.28
จากการคำนวณ พบว่า ร้อยละของความก้าวหน้าเท่ากับ 34.28 เมื่อดูเกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบกำหนดไว้ว่าความก้าวหน้าเกินร้อยละ 15 ขึ้นไป ถือว่าการเรียนจากการทดลองใช้สื่อแผนการสอนรายวิชาคณิตศาสตร์ ค 102 เรื่องสมการ นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนสูงขึ้น
ข้อสรุป(summary) สรุปผลการทดลองใช้
1. ผลการประเมินประสิทธิภาพสื่อแผนการสอนรายวิชาคณิตศาสตร์ ค 102 เรื่องสมการ จากการทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 33 คน พบว่าเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพมีค่า E1/ E2 เท่ากับ 80.74/78.94 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 70/70
2. ความก้าวหน้าในการเรียน จากการใช้เกณฑ์เปรียบเทียบค่าร้อยละ 15 พบว่ามีค่าร้อยละ 34.28 ถือว่ามีความก้าวหน้าจริง
ข้อเสนอแนะ(suggestion) วิธีแลกเปลี่ยนความรู้ / สะท้อนผล
ได้มีการนำผลที่ได้ไปพูดคุยปรึกษากับเพื่อนครูในหมวดเดียวกันทั้งที่สอนในชั้นเดียวกันและต่างชั้นกันเพื่อขยายผลการทดลองพร้อมกับขอคำปรึกษา และข้อเสนอแนะในเรื่องของความเหมาะสมที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในระดับชั้นอื่น ๆ
การนำผลไปใช้
ได้มีการนำผลการวิจัยนี้ไปใช้เป็นฐานข้อมูลและเป็นแนวทางในการทำสื่อบทเรียนสำเร็จรูปเรื่อง “ เลขยกกำลัง ”ในระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2545
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved