ผลงานวิจัย

นางสาวสุจิตรา ซิ่วสำราญ - thaied

Current Record: นางสาวสุจิตรา ซิ่วสำราญ

นางสาวสุจิตรา ซิ่วสำราญ

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 4375
ชื่อผลงานวิจัย การพัฒนาชุดการสอนและสื่อประสม โดยวิธีการจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในโรงเรียนสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว
หัวข้อ(Eng) THE QUALITY ON IMPLEMENTATION OF SCIENCE LEARNING TO DEVELOPMENT FOR EIGHT - GRADE STUDENTS IN SAKAEO SCHOOL , SAKAEO PROVINCE
คำสำคัญ(keyword)
1. ชุดการสอนและสื่อประสม

2. การเรียนการสอนตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้

3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความเข้าใจเชิงมโนทัศน์ที่นักเรียนได้
ชื่อผู้วิจัย นางสาวสุจิตรา ซิ่วสำราญ
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Miss Sujitra Chewsomrarn
ตำแหน่ง อาจารย์ 3 ระดับ 8 โรงเรียนสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว
การศึกษา การศึกษามหาบัณฑิต ( กศ.ม. )
สถานที่ติดต่อ โรงเรียนสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว 27000

โทร 037 – 241091 โทรสาร 037 – 241091 ต่อ 116

ที่บ้าน 037 – 241618 หรือ 09 - 7510525
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) 1 ภาคเรียน
ประเภท วิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
สถานที่จัดเก็บผลงาน โรงเรียนสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว 27000

โทร 037 – 241091 โทรสาร 037 – 241091 ต่อ 116
ประวัติความเป็นมา(history) วัฏจักรการเรียนรู้เป็นยุทธวิธีในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ ให้ผู้เรียนได้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ผู้เรียนได้เรียนรู้ร่วมกัน และประเมินผลการเรียนด้วยตัวผู้เรียนเอง กระบวนการเรียนการสอนจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องกันในลักษณะของวัฏจักร โดยจะเริ่มต้นจากขั้นนำเข้าสู่บทเรียนและจบลงโดยการประเมินผล ผลที่ได้ก็จะนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการเรียนการสอนครั้งต่อไป การเรียนการสอนแบบวัฏจักรการเรียนรู้ช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ และช่วยในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจที่จะนำรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้มาศึกษาวิจัย ซึ่งการวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความสามารถในการแก้ปัญหา ความคงทนในการเรียนรู้และเจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์ ได้ศึกษาแนวทางในการแก้ปัญหาดังนี้

1. การจัดการเรียนการสอนให้น่าสนใจ เร้าใจในกิจกรรมการเรียน ดังนั้นผู้วิจัยจึง ได้นำชุดการสอนและสื่อประสมมาพัฒนา ซึ่งจัดให้ผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยเน้นให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ สามารถหาคำตอบได้ด้วยตนเอง สามารถแก้ปัญหาด้วยตนเองได้ สามารถวัดความซื่อสัตย์ให้กับนักเรียนได้อีกด้วย และสามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

2. จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมด้วยตนเอง ส่งผลให้นักเรียนมีความ กระตือรือร้น มีความรับผิดชอบ ทำให้ผู้เรียนมีความคงทนต่อการเรียนรู้ การทำงานมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น

3. จัดกิจกรรมที่นักเรียนได้กล้าแสดงออกโดยใช้ดนตรี ศิลป นาฎศิลปเข้าจัดให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพของตนทำให้นักเรียนมีความสุขในการเรียนมากขึ้นและสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมทำให้นักเรียนมีวินัยในตนเองมากขึ้น ส่งผลให้นักเรียนมีเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์สูงขึ้น

แนวคิด(concept) การเรียนการสอนรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้

ในปี ค. ศ. 1992 นักการศึกษากลุ่ม BSCS ( Biological Science Curriculum Study ) ได้แบ่งขั้นตอนของการเรียนรู้แบบวัฏจักรออกเป็น 5 ขั้นคือ

1. การนำเข้าสู่บทเรียน ( Engagement ) ขั้นนี้จะมีลักษณะเป็นการแนะนำบทเรียนกิจกรรมจะประกอบด้วยการซักถามปัญหา การทบทวนความรู้เดิม การกำหนดกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในการเรียนการสอนและเป้าหมายที่ต้องการ

2. การสำรวจ ( Exploration ) ขั้นนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้แนวความคิดที่มีอยู่แล้วมาจัดความสัมพันธ์กับหัวข้อที่กำลังจะเรียนให้เข้าเป็นหมวดหมู่ ถ้าเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับการทดลองการสำรวจ การสืบค้นด้วยวิธีวิทยาศาสตร์ รวมทั้งเทคนิคและความรู้ทางการปฏิบัติจะดำเนินไปด้วยตัวของนักเรียนเองโดยมีครูทำหน้าที่เป็นเพียงผู้แนะนำหรือผู้เริ่มต้นในกรณีที่นักเรียนไม่สามารถหาจุดเริ่มต้นได้

3. การอธิบาย ( Explanation ) ในขั้นตอนนี้กิจกรรมหรือกระบวนการเรียนรู้จะมีการนำความรู้ที่รวบรวมมาแล้วในขั้นที่ 2 มาใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาหัวข้อหรือแนวคิดที่กำลังศึกษาอยู่กิจกรรมอาจประกอบไปด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการอ่านและนำข้อมูลมาอภิปราย

4. การลงข้อสรุป ( Elaboration ) ในขั้นตอนนี้จะเน้นให้นักเรียนได้นำความรู้หรือข้อมูลจากขั้นที่ 2 และขั้นที่ 3 มาใช้ กิจกรรมส่วนใหฤฤญ่อาจเป็นการอภิปรายในกลุ่มของตนเองเพื่อลงข้อสรุปให้เห็นถึงความเข้าใจ ทักษะกระบวนการและความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจะช่วยให้นักเรียนได้มีโอกาสปรับแนวความคิดหลักของตนเองในกรณีที่สอดคล้องหรือคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง

5. การประเมินผล ( Evaluation ) เป็นขั้นตอนสุดท้ายจาการเรียนรู้โดยครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ตรวจสอบแนวความคิดหลักที่ตนเองได้เรียนรู้มาแล้ว โดยการประเมินผลด้วยตนเองถึงแนวความคิดที่ได้สรุปไว้แล้วในขั้นที่ 4 ว่ามีความสอดคล้องหรือถูกต้องมากน้อยเพียงใด รวมทั้งมีการยอมรับมากน้อยเพียงใด ข้อสรุปที่ได้จะนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อไป ทั้งนี้จะรวมทั้งการประเมินผลของครูต่อการเรียนรู้ของนักเรียนด้วย


วัตถุประสงค์(objective) วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
2. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถในการแก้ปัญหาในวิชาวิทยาศาสตร์ได้
3. เพื่อมีความคงทนในการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์
4. เพื่อให้ผู้เรียนมีเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) งานวิจัยเชิงทดลอง
กลุ่มตัวอย่าง(sample) 1. ประชากรเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสระแก้ว อ. เมืองสระแก้ว จ. สระแก้ว จำนวน 480 คน
2. กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 / 10 โรงเรียนสระแก้ว อ. เมืองสระแก้ว จ. สระแก้ว โดยใช้วิธีสุ่มแบบง่าย ( Simple Random Sampling ) ด้วยวิธีจับฉลาก จำนวน 48 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่ศึกษา
1. ตัวแปรต้น ได้แก่ รูปแบบการสอน เช่น ชุดการสอนและสื่อประสม
2. ตัวแปรตาม ได้แก่
( 1 ) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
( 2 ) ความสามารถในการแก้ปัญหา
( 3 ) ความคงทนในการเรียนรู้
( 4 ) เจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์
คำนิยาม(defination) 1. การเรียนการสอนตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้ หมายถึง การจัดการเรียนการสอนโดยมีขั้นตอนดังนี้คือ ขั้นการนำเข้าสู่บทเรียน ( Engagement ) ขั้นการสำรวจ ( Expioration ) ขั้นการอธิบาย ( Explanation ) ขั้นลงข้อสรุป ( Elaboration ) และการขั้นการประเมินผล ( Evaluation )
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความเข้าใจเชิงมโนทัศน์ที่นักเรียนได้รับจากการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา หมายถึง ความสามารถของนักเรียนที่จะนำความรู้ทักษะตลอดประสบการณ์เดิมจากการเรียนรู้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินสถานการณ์เพื่อใช้ในการคิดแก้ปัญหาใหม่ที่พบ โดยมีขั้นตอนดังนี้
3.1 การกำหนดปัญหา
3.2 การวิเคราะห์ปัญหา
3.3 การเสนอวิธีแก้ปัญหา
3.4 การวิเคราะห์ผลจากการแก้ปัญหา
4. ความคงทนของการเรียนรู้ หมายถึง ความสามารถในการระลึกและตอบสนองการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งวัดได้จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นฉบับเดียวกันกับที่ใช้สอบหลังเรียน โดยทำการทดสอบเมื่อสิ้นสุดการทดลองแล้ว 2 สัปดาห์
5. เจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์ หมายถึง ท่าทีความรู้สึกของนักเรียนที่มีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ในเชิงบวกหรือเชิงลบ ซึ่งวัดได้จากแบบวัดเจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์
6. ชุดการสอนและสื่อประสม หมายถึง ชุดการสอนและสื่อการสอนประเภทต่าง ๆ วิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 204 ที่ผู้จัยสร้างขึ้นประกอบด้วยสถานการณ์หรือกิจกรรมที่จัดให้นักเรียนใช้ทดลอง ปฏิบัติกิจกรรมในการเรียน ซึ่งมีทั้งของจริง รูปภาพ การทดลองที่กำหนดขึ้นตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช 2521 ( ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533 )
เครื่องมือ(tool)
- ชุดการสอนและสื่อประสม
- แบบทดสอบ
- แบบสอบถาม
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยลักษณะการทดลองเป็นแบบมีการทดสอบก่อนเรียนและทดสอบหลังเรียน ( Pretest – Posttest Control Group Design ) ทั้งรายวิชาและรายบทเรียน
2. การทดลองครั้งนี้ได้กระทำในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2544 โดยผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินการทดลองเอง
3. ดำเนินการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกับกลุ่มตัวอย่างก่อนการทดลอง
4. นำชุดการสอนและสื่อประสมที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญแล้วทุกกิจกรรมมาสอนกับกลุ่มตัวอย่าง
5. แบ่งนักเรียนที่เป็นกลุ่มทดลองออกเป็น 12 กลุ่ม กลุ่ม 4 คนด้วยวิธีการจับฉลากเพื่อให้ทุกคนได้ร่วมทำงานกันจนครบทุกกิจกรรม
6. กลุ่มตัวอย่าง ดำเนินการสอนโดยชุดการสอนและสื่อประสมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
7. นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างอีกครั้งหลังเสร็จสิ้นการทดลอง
8. นำแบบทดสอบทั้งก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มตัวอย่างไปตรวจให้คะแนนแล้วนำไปวิเคราะห์
9. นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างอีกครั้งหลังจากเสร็จสิ้นการทดลองแล้ว 2 สัปดาห์เพื่อวัดความคงทนของการเรียนรู้
10.นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของกลุ่มตัวอย่างไปตรวจให้คะแนนแล้วนำไปวิเคราะห์อีกครั้งเพื่อวัดความคงทนของการเรียนรู้
11. นำแบบวัดเจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว มาสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง
12. นำแบบสอบถามแบบวัดเจตคติของกลุ่มตัวอย่างไปแปรผลข้อมูล
การวิเคราะห์(analysis) ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ โดยวิธีจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้ ผู้วิจัยได้นำเสนอการวิเคราะห์ข้อมูลและแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับดังต่อไปนี้
1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
2. ผลความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์
3. ผลความคงทนในการเรียนรู้ของนักเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์
4. ผลเจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัย
1. ควรมีการศึกษาผลจากการจัดการเรียนการสอน โดยชุดการสอนและสื่อประสมตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้ กับตัวแปรอื่น ๆ เช่น พฤติกรรมการเรียนวิทยาศาสตร์ ความสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
2. ควรมีการศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างการจัดการเรียนการสอน โดยชุดการสอนและสื่อประสมตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้ กับตัวแปรอิสระอื่น ๆ เช่น เพศ หรือการจัดกลุ่มตามระดับความสามารถทางการเรียน เป็นต้น ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนควรมีการศึกษาผลจาการเรียน โดยชุดการสอนและสื่อประสมตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้ กับนักเรียนระดับชั้นอื่น ๆ
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved