ผลงานวิจัย

นางสาวขนิษฐา ตรีหิรัญกุล - thaied

Current Record: นางสาวขนิษฐา ตรีหิรัญกุล

นางสาวขนิษฐา ตรีหิรัญกุล

รูปแบบการจัดการศึกษาเอกชนที่มีคุณภาพในทศวรรษหน้า ประกอบ ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์ต่อกัน ซึ่งปัจจัยและคุณลักษณะของปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาเอกชน สรุปได้ดังนี้
1. บริบทของสถานศึกษา
สถานศึกษาเอกชนประเภทสามัญศึกษาในทศวรรษหน้า มีคุณลักษณะดังนี้
- เป็นนิติบุคคล
- จัดการศึกษาได้ทุกระดับและทุกประเภทการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด
- มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ
- มีเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสถานศึกษา
- มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของชุชน
- ผู้เรียนสมัครใจเข้าเรียน
- ได้รับการอุดหนุน สนับสนุน / ส่งเสริมอย่างเพียงพอจากรัฐ ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ชุมชน สมาคม
- เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
2. การบริหารจัดการ
ปัจจัยด้านการบริหารจัดการของสถานศึกษาที่มีคุณภาพ ได้แก่
2.1 ผู้บริหาร จะต้องเป็นบุคคลที่มีคุณลักษณะดังต่อไปนี้
- ยึดมั่นในหลักธรรมของศาสนา มีคุณธรรม จริยธรรม และเมตตาธรรม
- มีความรับผิดชอบ เสียสละ อุทิศตน เป็นแบบอย่างที่ดี
- มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการสูง (ผู้บริหารมืออาชีพ)
- มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการจัดการศึกษา
- เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของบุคลากรและชุมชน
- เป็นผู้นำที่ดี (กระตือรือร้น กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และมีความเป็นประชาธิปไตย)
2.2 พฤติกรรมการบริหารจัดการ จะต้องมีคุณลักษณะดังนี้
- บริหารเป็นระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
- มีการจัดโครงสร้างการบริหารงานชัดเจน
- มีคณะกรรมการบริหาร
- มีการทำงานเป็นทีม
- มีระบบการประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิภาพ
- สร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เน้นผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่า
- มีการสรรหาและพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบ
- บริหารการเงินและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
- นิเทศ / กำกับติดตาม ประเมิน และรายงานผลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
- นำผลการประเมินไปใช้ในการตัดสินใจและปรับปรุงงาน
3. ทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวก สถานศึกษาที่มีคุณภาพจะต้องมีสิ่งติอไปนี้
- สภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ส่งเสริมสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้เรียน
- อาคารสถานที่ที่เพียงพอ มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย
- ห้องเรียน ห้องประกอบ ที่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน
- สื่อ / เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพียงพอ และเหมาะสมกับผู้เรียน / กิจกรรมการเรียนการสอน
- มีแหล่งความรู้ที่หลากหลาย
- มีข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน
- มีบุคลากรสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ
- มีบริการและสวัสดิการนักเรียนที่มีคุณภาพทั่วถึง และเป็นระบบ
4. การจัดการเรียนการสอน ปัจจัยด้านการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาที่มีคุณภาพ ได้แก่
4.1 ครู ซึ่งจะต้องเป็นบุคคลที่มีคุณลักษณะดังนี้
- มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพ
- มีจิตวิญญาณความเป็นครู มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบ
- มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- มีทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ๆ
- มีความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้และสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
- มีขวัญและกำลังใจดี
4.2 พฤติกรรมการสอน ซึ่งต้องมีคุณลักษณะดังนี้
- ครูทำงานเป็นทีม
- ครูมีความเอาใจใส่ ดูแลนักเรียนใกล้ชิดและทั่วถึง
- มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
- มีการนำเทคโนโลยีและสารสนเทศที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน
- มีการวัดและประเมินผลพัฒนาการของผู้เรียนด้วยวิธีที่หลากหลายและต่อเนื่อง และนำผลการประเมินมาใช้ในการพัฒนาผู้เรียน
- มีการจัดกิจกรรม / โครงงาน / โครงการพิเศษที่ส่งเสริม พัฒนาการผู้เรียนหลากหลาย และส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรักในวิชาและรักสถานศึกษา
4.3 หลักสูตร ซึ่งต้องมีคุณลักษณะดังนี้
- มีหลักสูตรที่บูรณาการ (ความรู้ ทักษะ และคุณค่า) สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและมีความเป็นสากล
- มีการบริหารหลักสูตรอย่างครบวงจร (วิเคราะห์ จัดทำแผนการสอน ประเมินการใช้ ปรับปรุงและพัฒนา)
4.4 พฤติกรรมการเรียนของผู้เรียน ซึ่งต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- ทำงานเป็นทีม
- ให้ความร่วมมืออย่างดีในทุกกิจกรรมการเรียนรู้
- ริเริ่ม แสวงหาความรู้ด้วยตนเองและนำเสนอผลงานของตนเองและกลุ่มได้
- ประเมินผลการเรียนรู้ของตนเองและกลุ่มได้
5. คุณภาพผู้เรียน ซึ่งต้องมีคุณลักษณะดังนี้
- เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีสำนึกความเป็นไทย
- มีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ และภาษาอังกฤษ และมีความสามารถพิเศษอื่น ๆ เช่น ดนตรี กีฬา ฯลฯ
- มีคุณภาพตามปรัชญา / เป้าหมาย / ความต้องการของสถานศึกษา
- ดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า มีสุขภาพที่ดี ปลอดจากอบายมุขและสารเสพติด
- มีความรู้ ความสามารถและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตร

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 4285
ชื่อผลงานวิจัย ปัจจัยที่เกื้อหนุนต่อการจัดการศึกษาเอกชนในทศวรรษหน้า
คำสำคัญ(keyword) รูปแบบการจัดการศึกษาเอกชน
ทศวรรษหน้า
การรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา
การประกันคุณภาพการศึกษา
ปี2545
ชื่อผู้วิจัย นางสาวขนิษฐา ตรีหิรัญกุล
สถานที่ติดต่อ กองนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ โทร. 02 281 7070 โทรสาร 02 282 8654
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2545
ประเภท งานวิจัยของหน่วยงาน
สถานที่จัดเก็บผลงาน ห้องสมุด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ถนนสุโขทัย เขตดุสิต ก.ท.ม. 10300
ประวัติความเป็นมา(history) แนวโน้มของสังคมในอนาคตเป็นสังคมที่ทั่วโลกมีการเชื่อมโยงติดต่อกันอย่างกว้างขวาง สะดวก รวดเร็ว ระบบเศรษฐกิจและการค้าจะเป็นแบบไร้พรมแดน มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการสื่อสาร วัฒนธรรมมีการเลื่อนไหลระหว่างกันมากขึ้น การเมืองแบบเสรีประชาธิปไตยจะได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวย่อมมีผลกระทบต่อสังคมไทยด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นกระบวนการที่จะช่วยพัฒนาคนไทยให้สามารถปรับวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยตามแนวโน้มของสังคมโลกได้ (สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ และคณะ, 2538) ซึ่งรัฐได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาคนเป็นอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้จากรัฐธรรมนูญ มาตรา 43 ได้บัญญัติ ” บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอภาคกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้ทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” นอกจากนี้รัฐธรรมนูญยังกำหนดให้มีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อเป็นกฏหมายแม่บทในการบริหารและการจัดการศึกษาอบรมให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมสร้างเสริมความรู้และการปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สนับสนุนการค้นคว้าวิจัยในศิลปวิทยาการต่างๆ เร่งรัดพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศพัฒนาวิชาชีพครู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลป และวัฒนธรรมของชาติ


เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 รัฐจะต้องดำเนินการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้สามารถบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่ต่ำกว่า 12 ปี ให้แก่ประชากรในวัยเรียนได้ทั้งหมดภายในปีการศึกษา 2545 (รัฐธรรมนูญ มาตรา 335 วงเล็บ 3 ) ซึ่งหากรัฐมีความพร้อม มีทรัพยากรเพียงพอที่จะให้บริการ รัฐก็อาจจะดำเนินการเอง แต่จากสภาพวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบันรัฐควรนำเงินที่มีอยู่อย่างจำกัดไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาของรัฐที่จักตั้งขึ้นแล้วมากกว่าขยายตังเปิดสถานศึกษาใหม่เพื่อให้เพียงพอกับประชากร อันจะเป็นภาระของรัฐอย่างมากและในอดีตภาคเอกชนได้แบ่งเบาภาระในการจักการศึกษามาโดยตลอด ยังประโยชน์แก่สังคมไทยมาช้านาน โดยผลิตบุคลากรเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนมากมาย หลายคนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในวงการต่างๆ ทั้งทางธุรกิจ ราชการ การเมือง การทหารแลในราชการอื่นๆ และการศึกษาที่ภาคเอกชนจัดมีวิวัฒนาการขึ้นมาเป็นลำดับ จนกระทั่งปัจจุบัน เอกชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเกือบทุกประเภททุกระดับ กระจายอยู่ทั่วไป ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน เอกชนมีส่วนร่วมจัดไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 และแนวโน้มเอกชนจะเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากบทบัญญัติของกฎหมายได้เอื้อต่อการให้ภาคเอกชนมาลงทุนด้านการศึกษา ดังจะเห็นได้จากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 81 ได้กำหนดให้รัฐสนับสนุนเอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม และให้ความคุ้มครองการจัดการศึกษาอบรมของเอกชน และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 43-46 ได้กำหนดเรื่องการบริหารและการจัดการศึกษาของเอกชนไว้เป็นการเฉพาะ โดยให้มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ สถานศึกษาเอกชนสามารถจัดการศึกษาได้ทุกระดับและทุกประเภท โดยรัฐต้องกำหนดนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของเอกชนในด้านการศึกษาและรัฐต้องให้การสนับสนุนด้านเงินอุดหนุน การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษี และสิทธิประโยชน์ทางการศึกษาแก่สถานศึกษาเอกชนตามความเหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิชาการให้สถานศึกษาเอกชนมีมาตรฐานและสามารถพึ่งตนเองได้


เพื่อเป็นการสนองเจตนารมย์ของบทบัญญัติข้างต้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รัฐได้รับมอบหมายให้ดูแลการจัดการศึกษาของภาคเอกชน เห็นว่ารัฐควรเปิดโอกาสและชักชวนให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดการศึกษาเพิ่มมากขึ้น โดยรัฐให้การส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองภาคเอกชนให้จัดการศึกษาอย่างมีมาตรฐานและคุณภาพ เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีของประชาชนและเป็นการกระตุ้นการแข่งขันในการจัดการศึกษา อันจะนำไปสู่การศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานทัดเทียมสากล สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้ ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนจึงต้องศึกษาวิจัยเกี่ยวกับปัจจัยที่เกื้อหนุนการจัดการศึกษาเอกชน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผน การกำหนดนโยบาย การตัดสินใจตลอดจนการกำหนดยุทธศาสตร์และกลวิธีที่จะนำไปสู่การส่งเสริม สนับสนุนและคุ้มครองการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพของภาคเอกชนในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับทศวรรษหน้าซึ่งเน้นศักยภาพในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข สามารถแข่งขันกับนานาชาติและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกได้
แนวคิด(concept) 1. สภาพปัจจุบันของการจัดการศึกษาเอกชนในระบบโรงเรียนประเภทสามัญศึกษา

2. แนวโน้มของการศึกษาเอกชนประเภทสามัญศึกษาในอนาคต

3. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการศึกษาเอกชน

4. คุณลักษณะของปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพของการศึกษาเอกชน
2. เพื่อกำหนดรูปแบบการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพของโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษาในทรรศวรรษหน้า
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงคุณภาพ
กลุ่มตัวอย่าง(sample) การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องและจากกลุ่มกรณีศึกษา ซึ่งได้แก่ โรงเรียนเอกชนที่มีคุณภาพและโรงเรียนเอกชนที่มีคุณภาพต่ำ โดยคัดเลือกโรงเรียนที่เป็นกลุ่มกรณีศึกษาแบบเจาะจง ดังนี้
1. ประชุมเชิงปฏิบัติการคณะผู้วิจัยในโครงการปัจจัยที่เกื้อหนุนต่อการจัดการศึกษาเอกชนในทศวรรษหน้า เพื่อกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกกลุ่มที่เป็นกรณีศึกษา ซึ่งที่ประชุมได้กำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือก ดังนี้
โรงเรียนที่มีคุณภาพ (กลุ่ม ก)
- เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา
- เป็นโรงเรียนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการ ศึกษาเอกชน
- เป็นโรงเรียนที่ได้รับรางวัลพระราชทาน
- เป็นโรงเรียนที่เป็นที่ยอมรับของชุมชน โรงเรียนที่มีคุณภาพต่ำ (กลุ่ม ข)
- เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา
- ยังไม่ได้รับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
- ไม่เคยได้รับรางวัลพระราชทาน
- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ ของประเทศ
2. ประชุมเชิงปฏิบัติการคณะผู้วิจัยเพื่อพิจารณาคัดเลือกโรงเรียนเป็นกลุ่มกรณีศึกษา โดยเป็นกลุ่ม โรงเรียนที่มีคุณภาพ (กลุ่ม ก) จำนวน 3 โรงเรียน และกลุ่มโรงเรียนที่มีคุณภาพต่ำ (กลุ่ม ข) จำนวน 3 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 6 โรงเรียน
คำนิยาม(defination) รูปแบบการจัดการศึกษาเอกชน หมายถึง โครงสร้างความสัมพันธ์ของปัจจัยที่เกื้อหนุนต่อการจัดการศึกษาเอกชนในทรรศวรรษหน้า ตามข้อมูลสภาพจริงของโรงเรียนและความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ

ทศวรรษหน้า หมายถึง ปีการศึกษา 2544 – 2554

การประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง การให้ความมั่นใจแก่ผู้รับบริการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าโรงเรียนเอกชนมีแนวทางจัดและพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ชัดเจนและสอดคล้องกับหลักการ นโยบาย และจุดเน้นของแผนการศึกษาของรัฐ และโรงเรียนได้ปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคุณภาพการศึกษาที่ดีของผู้เรียนแต่ละคนและทุกคน

การรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา หมายถึง การยืนยัน โดยหน่วยงานภายนอกจากรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพว่าโรงเรียนสามารถจัดการศึกษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนกำหนด ซึ่งครอบคลุมปัจจัย เกณฑ์ และตัวชี้วัดคุณภาพด้านปรัชญาและเป้าหมายของโรงเรียน หลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน บุคลากร ทรัพยากรเพื่อการเรียนการสอน การจัดการการบริหาร กิจการนักเรียน / นักศึกษา และสัมฤทธิผลของผู้เรียน
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากโรงเรียนที่เป็นกลุ่มกรณีศึกษา เป็นเครื่องมือที่คณะผู้วิจัยได้สร้างขึ้นจากการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ที่ใช้เป็นมาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ , 2543) ปัจจัยที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพเพื่อการรับรองคุณภาพการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน, 2542) และหลักเกณฑ์การประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน (กรมวิชาการ, 2542) และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กำหนดเป็นปัจจัยและข้อพิจารณาในการเก็บรวบรวมข้อมูลแต่ละปัจจัยในประเด็นต่อไปนี้
1. บริบทของสถานศึกษา
2. ผู้เรียน
3. การบริหารจัดการ
4. การจัดการเรียนการสอน
5. ทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวก
6. คุณภาพผู้เรียน
การรวบรวมข้อมูล(gathering) คณะผู้วิจัยออกปฏิบัติการภาคสนาม เพื่อศึกษาสภาพของโรงเรียนกลุ่มกรณีศึกษา และเก็บรวบรวมข้อมูลตามประเด็นที่คณะผู้วิจัยกำหนด โรงเรียนละ 4 คน และจัดทำรายงานสภาพของดรงเรียนแต่ละโรง
การวิเคราะห์(analysis) 1. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการคณะผู้วิจัย เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาจากรายงานสถานภาพของโรงเรียนแต่ละโรงและนำมาสังเคราะห์ สรุปเป็นประเด็นที่ต้องการ จัดทำรูปแบบการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่มีคุณภาพ (กลุ่ม ก) และโรงเรียนที่มีคุณภาพต่ำ (กลุ่ม ข)
2. เปรียบเทียบรูปแบบการจัดการศึกษาระหว่างโรงเรียนที่มีคุณภาพกับโรงเรียนที่มีคุณภาพต่ำ และวิเคราะห์จากเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และนำมาสังเคราะห์เพื่อจัดทำรูปแบบการจัดการศึกษาในอนาคต ตามความคิดเห็นที่ประชุมคณะผู้วิจัย
3. เสนอรูปแบบการจัดการศึกษาเอกชนในอนาคตให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะ
4. สรุปปัจจัยที่เกื้อหนุนต่อการจัดการศึกษาเอกชนในทศวรรษหน้า
ข้อสรุป(summary) รูปแบบการจัดการศึกษาเอกชนที่มีคุณภาพในทศวรรษหน้า ประกอบ ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์ต่อกัน ซึ่งปัจจัยและคุณลักษณะของปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาเอกชน สรุปได้ดังนี้
1. บริบทของสถานศึกษา
สถานศึกษาเอกชนประเภทสามัญศึกษาในทศวรรษหน้า มีคุณลักษณะดังนี้
- เป็นนิติบุคคล
- จัดการศึกษาได้ทุกระดับและทุกประเภทการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด
- มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ
- มีเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสถานศึกษา
- มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของชุชน
- ผู้เรียนสมัครใจเข้าเรียน
- ได้รับการอุดหนุน สนับสนุน / ส่งเสริมอย่างเพียงพอจากรัฐ ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ชุมชน สมาคม
- เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
2. การบริหารจัดการ
ปัจจัยด้านการบริหารจัดการของสถานศึกษาที่มีคุณภาพ ได้แก่
2.1 ผู้บริหาร จะต้องเป็นบุคคลที่มีคุณลักษณะดังต่อไปนี้
- ยึดมั่นในหลักธรรมของศาสนา มีคุณธรรม จริยธรรม และเมตตาธรรม
- มีความรับผิดชอบ เสียสละ อุทิศตน เป็นแบบอย่างที่ดี
- มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการสูง (ผู้บริหารมืออาชีพ)
- มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการจัดการศึกษา
- เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของบุคลากรและชุมชน
- เป็นผู้นำที่ดี (กระตือรือร้น กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และมีความเป็นประชาธิปไตย)
2.2 พฤติกรรมการบริหารจัดการ จะต้องมีคุณลักษณะดังนี้
- บริหารเป็นระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
- มีการจัดโครงสร้างการบริหารงานชัดเจน
- มีคณะกรรมการบริหาร
- มีการทำงานเป็นทีม
- มีระบบการประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิภาพ
- สร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เน้นผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่า
- มีการสรรหาและพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบ
- บริหารการเงินและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
- นิเทศ / กำกับติดตาม ประเมิน และรายงานผลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
- นำผลการประเมินไปใช้ในการตัดสินใจและปรับปรุงงาน
3. ทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวก สถานศึกษาที่มีคุณภาพจะต้องมีสิ่งติอไปนี้
- สภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ส่งเสริมสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้เรียน
- อาคารสถานที่ที่เพียงพอ มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย
- ห้องเรียน ห้องประกอบ ที่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน
- สื่อ / เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพียงพอ และเหมาะสมกับผู้เรียน / กิจกรรมการเรียนการสอน
- มีแหล่งความรู้ที่หลากหลาย
- มีข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน
- มีบุคลากรสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ
- มีบริการและสวัสดิการนักเรียนที่มีคุณภาพทั่วถึง และเป็นระบบ
4. การจัดการเรียนการสอน ปัจจัยด้านการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาที่มีคุณภาพ ได้แก่
4.1 ครู ซึ่งจะต้องเป็นบุคคลที่มีคุณลักษณะดังนี้
- มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพ
- มีจิตวิญญาณความเป็นครู มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบ
- มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- มีทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ๆ
- มีความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้และสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
- มีขวัญและกำลังใจดี
4.2 พฤติกรรมการสอน ซึ่งต้องมีคุณลักษณะดังนี้
- ครูทำงานเป็นทีม
- ครูมีความเอาใจใส่ ดูแลนักเรียนใกล้ชิดและทั่วถึง
- มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
- มีการนำเทคโนโลยีและสารสนเทศที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน
- มีการวัดและประเมินผลพัฒนาการของผู้เรียนด้วยวิธีที่หลากหลายและต่อเนื่อง และนำผลการประเมินมาใช้ในการพัฒนาผู้เรียน
- มีการจัดกิจกรรม / โครงงาน / โครงการพิเศษที่ส่งเสริม พัฒนาการผู้เรียนหลากหลาย และส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรักในวิชาและรักสถานศึกษา
4.3 หลักสูตร ซึ่งต้องมีคุณลักษณะดังนี้
- มีหลักสูตรที่บูรณาการ (ความรู้ ทักษะ และคุณค่า) สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและมีความเป็นสากล
- มีการบริหารหลักสูตรอย่างครบวงจร (วิเคราะห์ จัดทำแผนการสอน ประเมินการใช้ ปรับปรุงและพัฒนา)
4.4 พฤติกรรมการเรียนของผู้เรียน ซึ่งต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- ทำงานเป็นทีม
- ให้ความร่วมมืออย่างดีในทุกกิจกรรมการเรียนรู้
- ริเริ่ม แสวงหาความรู้ด้วยตนเองและนำเสนอผลงานของตนเองและกลุ่มได้
- ประเมินผลการเรียนรู้ของตนเองและกลุ่มได้
5. คุณภาพผู้เรียน ซึ่งต้องมีคุณลักษณะดังนี้
- เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีสำนึกความเป็นไทย
- มีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ และภาษาอังกฤษ และมีความสามารถพิเศษอื่น ๆ เช่น ดนตรี กีฬา ฯลฯ
- มีคุณภาพตามปรัชญา / เป้าหมาย / ความต้องการของสถานศึกษา
- ดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า มีสุขภาพที่ดี ปลอดจากอบายมุขและสารเสพติด
- มีความรู้ ความสามารถและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตร
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะสำหรับหน่วยงาน
1. เพื่อให้สถานศึกษาเอกชนมีส่วนสำคัญในการสร้างคนดี คนเก่ง คนมีความสุข สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐ รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการควรมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมในเรื่อง
1) ความมีอิสระในการบริหารจัดการ เช่น การให้สถานศึกษาจัดการศึกษาได้หลายรูปแบบหลายระดับ การจัดเก็บค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เพื่อการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ และการจัดการบุคลากรและทรัพยากร เช่น อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องประกอบสื่อและเทคโนโลยีที่ทันสมัยสอดคล้องกับรูปแบบของการศึกษา
2) การอุดหนุน สนับสนุน ส่งเสริมด้านต่าง ๆ เช่น การกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายรายหัวที่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายจริงทางการศึกษาที่สะท้อนคุณภาพระดับสูง และการพัฒนาศักยภาพครูและผู้บริหาร
2. ควรมีการเสริม / พัฒนาศักยภาพ (Empowerment) บุคลากรและหน่วยงานกำกับดูแลและส่งเสริมสถานศึกษาเอกชนให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เอื้ออำนวยต่อความสำเร็จของสถานศึกษาในทศวรรษหน้า

ข้อเสนอแนะสำหรับสถานศึกษาเอกชน
เพื่อให้สามารถสร้างผลงาน (คุณภาพผู้เรียน) และดำรงตนอยู่ได้อย่างมั่นคงในทศวรรษหน้า สถานศึกษาควรลงมืออย่างจริงจังในการ
1. จัดหรือกำหนดระบบบริหารจัดการและระบบงานให้คล่องตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพการณ์แวดล้อมภายในและภายนอกประเทศ ทั้งนี้สถานศึกษาจะต้องมีสารสนเทศที่เกิดจากการวิเคราะห์สภาพที่เกี่ยวข้องอย่างครอบคลุม เพียงพอ ทั้งด้านจุดแข็ง จุดอ่อน วิกฤติและโอกาส ของสถานศึกษา และใช้แผนเชิงรุกเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการ
2. พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพเพียงพอในการที่จะนำองค์กรสู่ความสำเร็จ เช่น การให้มีความรู้ความสามารถและทักษะที่ทันสมัยเพิ่มขึ้น การให้ขวัญกำลังใจในการทำงานที่เพียงพอ เป็นต้น
3. ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพและสร้างเอกลักษณ์ของสถานศึกษาให้โดดเด่น
4. สร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมือกับชุมชน ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า สถานศึกษาอื่น ๆ และหน่วย งานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา

ข้อเสนอแนะสำหรับทำวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการศึกษาลักษณะความสัมพันธ์ของปัจจัย / ตัวแปรต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน เพื่อใช้ผลในการยืนยัน (Validate) หรือปรับปรุงรูปแบบการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพของสถานศึกษาเอกชนที่ได้กำหนดจากการศึกษาครั้งนี้
2. ควรมีการวิจัยและพัฒนาโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงทดลอง รูปแบบการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพของโรงเรียนเอกชนในทศวรรษหน้า ที่เป็นผลของการศึกษาครั้งนี้ เพื่อประโยชน์ต่อการนำรูปแบบ ฯ ไปใช้ขยายผล
ปี 2545
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved