ผลงานวิจัย

นางนงลักษณ์ ยุทธสุทธิพงศ์ - thaied

Current Record: นางนงลักษณ์ ยุทธสุทธิพงศ์

นางนงลักษณ์ ยุทธสุทธิพงศ์

1. พฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารจัดการศึกษา จังหวัดนครราชสีมา โดยรวมการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การปฏิบัติอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียนลำดับค่าเฉลี่ยสูงสุดไปหาต่ำสุดคือ กล้าเสี่ยง ใช้กลยุทธ์หลายรูปแบบ ใช้อำนาจส่วนบุคคล เปลี่ยนความติดยึดของผู้ตาม สื่อสารด้วยความมั่นใจ วิสัยทัศน์ และประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา
2. ผู้บริหารจัดการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี 40-50 ปี และมากกว่า 50 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษอยู่ในระดับมากทั้งโดยรวมและรายด้าน
3. ผู้บริหารจัดการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ที่มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือต่ำกว่าและสูงกว่าปริญญาตรี มีพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษอยู่ในระดับมาก ทั้งโดยรวมและรายด้าน
4. ผู้บริหารจัดการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษา และเป็นผู้บริหารนอกสถานศึกษา มีพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษอยู่ในระดับมาก ทั้งโดยรวมและรายด้าน
5. ผู้บริหารจัดการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี 40-50 ปี และมากกว่า 50 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษ ทั้งโดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05
6. ผู้บริหารจัดการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ที่มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือต่ำกว่าและสูงกว่าปริญญาตรี มีพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษ โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ผู้บริหารจัดการศึกษาที่มีวุฒิการศึกษาต่างกัน มีพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษด้านวิสัยทัศน์ ใช้กลยุทธ์หลายรูปแบบ ประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เปลี่ยนความติดยึดของผู้ตาม และสื่อสารด้วยความมั่นใจ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนด้านการใช้อำนาจส่วนบุคคล แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สำหรับด้านกล้าเสี่ยง ไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05
7. ผู้บริหารจัดการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษา และเป็นผู้บริหารนอกสถานศึกษา มีพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษ ทั้งโดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 4181
ชื่อผลงานวิจัย พฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารการจัดการศึกษา จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ(keyword) พฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษ
ปี2545
ชื่อผู้วิจัย นางนงลักษณ์ ยุทธสุทธิพงศ์
ชื่อผู้วิจัย(Eng)
ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา ระดับ 6
การศึกษา ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏนครราชสีมา
สถานที่ติดต่อ สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เขตการศึกษา 11 ถนนสืบศิริ อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2545
ประเภท งานวิจัยส่วนบุคคล
สถานที่จัดเก็บผลงาน ห้องสมุด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ถนนสุโขทัย เขตดุสิต ก.ท.ม. 10300
ประวัติความเป็นมา(history) ปัจจุบันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นไปอย่างรวดเร็วในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเป็นแรงผลักดันให้สภาพการศึกษาเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านปรัชญาการศึกษา การบริหารการจัดการ บทบาทของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบริหารและการจัดการ จะต้องอาศัยผู้บริหารที่มีคุณลักษณะเหมาะสม จึงจะทำให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความราบรื่น


การเป็นผู้นำทางการศึกษาหรือเป็นนักบริหารการศึกษาที่ดี มิใช่เป็นพรสวรรค์ที่แต่ละคนมีมาโดยกำเนิด ความสามารถทางการบริหารเป็นสิ่งที่อบรมพัฒนาฝึกฝนได้ การรู้จักเพิ่มพูนความรู้ใหม่ๆ พัฒนาความคิด ทัศนคติที่ดี ตลอดจนการฝึกฝนความสามารถให้มีความชำนาญ การมีประสบการณ์มากย่อมจะช่วยให้เป้นนักบริหารหรือผู้นำที่มีความสามารถได้ เพราะนักบริหารที่ดีมักยอมผิดพลาดได้ครั้งเดียวในเรื่องเดียวกันต่อไปก็จะเรียนรู้ในการเป็นผู้นำหรือนักบริหารต้องตระหนักถึงหลักประการหนึ่งว่า ผู้นำที่แท้จริงต้องมีวิสัยทัศน์ มีทัศนะกว้างไกล และสามารถทำให้ผู้ร่วมงานยอมรับและยินดีร่วมปฏิบัติตาม (สิปปนนท์ เกตุทัต. 2537. อ้างใน สงวน นิตยารัมพงศ์ และสุทธิลักษณ์ สมิตะสิริ. 2543 : 32)


การบริหารนั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ การเป็นนักบริหารหรือผู้นำ มิใช่ว่าจะเป็นกันได้ง่ายๆ ทั้งนี้ ผู้ที่จะมีโอกาสได้เป็นนักบริหาร จะต้องมีความถึงพร้อมในหลายๆด้าน เช่น มีความรู้ มีประสบการณ์ มีความชำนาญงาน มีภาวะผู้นำ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าตัดสินใจ มีวิสัยทัศน์ (รังสรรค์ แสงสุข. ใน ปราชญา กล้าผจญ และสมศักดิ์ คงเที่ยง. 2542 : ค่านิยม) การบริหารการศึกษาเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางการดำเนินนโยบายทางการศึกษาหากผู้บริหารการศึกษามีความสามารถสูงในการบริหารนโยบาย บริหารจัดการ เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ และมีบารมี เป็นที่ยอมรับของผู้ตาม โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาที่ทุกฝ่ายพึงประสงค์ก็ย่อมสูงขึ้น (พิมพ์พรรณ เทพสุธานนท์ ใน ปราชญา กล้าผจญ และสมศักดิ์ คงเที่ยง. 2542 : ค่านิยม)


ในการบริหารงานการศึกษานั้น ผู้นำทางการศึกษาซึ่งเป็นตัวแทนของกระทรวงศึกษาธิการ ต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล กล้าเสี่ยง ใช้ยุทธวิธีหลายรูปแบบ ประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เปลี่ยนความคิดยึดของผู้ตาม สื่อสารด้วยความมั่นใจ และใช้อำนาจส่วนบุคคล จึงจะทำงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยผลลัพธ์และผลกระทบจะต้องสนองความต้องการของผู้รับบริการส่วนรวม ซึ่งคุณลักษณะและพฤติกรรมดังกล่าวเป็นไปตามทฤษฎีภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษ Conger & Kanungo (1987 : 637-647. อ้างอิงใน เศาวนิต เศาณานนท์. 2543 : 110) ผู้นำที่ขาดความสามารถพิเศษทั่วไปมักจะแค่ให้ได้อยู่ในตำแหน่งเท่านั้น จะคิดปรับเปลี่ยนก็เพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ถูกตำหนิได้ ไม่มีนโยบายหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนพอเป็นแผนงานอย่างเป็นรูปธรรมให้ทุกคนได้รู้หรือปฏิบัติตามได้


สำหรับในวงการศึกษาของไทย ใยังไม่ปรากฏว่ามีงานวิจัยที่เกี่ยวกับพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารการศึกษา แต่มีผลงานวิจัยจำนวนหนึ่งที่ศึกษาผู้บริหารในแง่มุมต่างๆ ได้แก่ คุณลักษณะภาวะผู้นำและพฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารโรงเรียน (วนิดา สมฤทธิ์. 2541 ; สะอาด ราชเฉลิม. 2541 ; นิรันดร หมื่นสุข. 2543) การปฏิบัติงานตามบทบาทและหน้าที่ของหัวหน้าศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ (บุปผา ประกฤติกุล. 2539) ภาวะผู้นำและพฤติกรรมการบริหารงานของหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ (วิชิต โกจินอก. 2536 ; จำนง เสนาหาญ. 2538 ; พูลศักดิ์ แย้มละออ. 2538) พฤติกรรมการบริหารของศึกษาธิการอำเภอ (สมจิตร์ เรืองวิลัย. 2539 ; สุวิเชียร วรรณนรันทร์. 2539) นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเพื่อแสวงหาแนวทางในการพัฒนาผู้บริหาร เพื่อให้สามารถบริหารองค์การได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นงานวิจัยที่เกี่ยวกับพฤติกรรมภาวะผู้นำของศึกษาธิการจังหวัด (ไพโรจน์ พากเพียร. 2536 ; รักชูชื่น. 2540) โดยอาศัยแนวคิดของนักการศึกษาหลายท่าน ผู้วิจัยมีความเชื่อว่าการบริหารงานที่มีประสิทธิผล ผู้บริหารจำเป็นจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และทักษะทางการบริหารเป็นอย่างดี แต่การดำเนินงานของผู้บริหารการศึกษายังมีปัญหาอยู่หลายประการ ดังเช่น สภาพปัญหาการจัดการศึกษาในพื้นที่เขตการศึกษา 11 ซึ่งมีความหลากหลายและความหนักเบาของปัญหาในประเด็นต่างๆ แตกต่างกันไป บุคลากรทางการศึกษาบางส่วนเป็นผู้อยู่ภูมิลำเนาอื่น ต่างวัฒนธรรม ต่างวิถีชีวิต การพัฒนาจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานกลาง กิจกรรมการส่งเสริมการศึกษาที่สำคัญบางอย่าางจึงไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ เช่น การแสวงหาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาช่วยในการจัดการเรียนการสอน การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นขึ้นในโรงเรียน การรวมตัวตั้งองค์กรเพื่อพัฒนา เป็นต้น (สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เขตการศึกษา 11. 2541 : 27) นอกจากนี้ ผู้บริหารการศึกษาบางส่วนยังไม่ได้รับการฝึกฝน อบรม พัฒนาให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพขาดความรู้ ความเข้าใจในการบริหารงาน ภาวะความเป็นผู้นำและทักษะการบริหารจัดการด้านการศึกษา (วิมาน วรรณคำ. 2543 : 3) พฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ผู้บริหารยังมีพฤติกรรมการบริหารที่ไม่มีความคล่องตัว ไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ทุกด้าน หน่วยงานทางการศึกษาจึงไม่สามารถปรับปรุงและพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าได้ดี ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงพฤติกรรมของผู้บริหารการศึกษาให้เหมาะสมในการบริหารงาน จึงจะสามารถพัฒนาการศึกษาให้บังเกิดผลสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ


จากความสำคัญและสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารจัดการศึกษา ในจังหวัดนครราชสีมา ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาผู้บริหารจัดการศึกษาให้มีสมรรถภาพในการพัฒนาตน ให้เป็นผู้มีพฤติกรรมที่เอื้อต่อการปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญในการบริหารการศึกษาของจังหวัดนครราชสีมาให้เจริญก้าวหน้าต่อไป
แนวคิด(concept) 1. อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้บริหารจัดการศึกษาระดับอำเภอ

2. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับผู้นำ

2.1 ความหมายของผู้นำและภาวะผู้นำ

2.2 ความสำคัญของผู้นำ

2.3 แบบของภาวะผู้นำ

2.4 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อแบบของภาวะผู้นำ

2.5 ภาวะผู้นำที่มีความสามารถพิเศษ

2.6 ทฤษฎีภาวะผู้นำที่มีความสามารถพิเศษของ House

2.7 ทฤษฎีภาวะผู้นำที่มีความสามารถพิเศษของ Conger
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารจัดการศึกษา จังหวัดนครราชสีมา
2. เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารจัดการศึกษา จังหวัดนครราชสีมา จำแนกตามอายุ วุฒิการศึกษา และประเภทผู้บริหาร
สมมุติฐาน(assumption) 1. พฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารจัดการศึกษา จังหวัดนครราชสีมา ที่มีอายุต่างกัน แตกต่างกัน
2. พฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารจัดการศึกษา จังหวัดนครราชสีมา ที่มีวุฒิการศึกษาต่างกัน แตกต่างกัน
3. พฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารจัดการศึกษา จังหวัดนครราชสีมา ที่ประเภทผู้บริหารต่างกัน แตกต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงบรรยาย
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 1,340 คน ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ จำนวน 32 คน หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ จำนวน 32 คน และศึกษาธิการอำเภอ จำนวน 32 คน รวมประชากรทั้งสิ้น 1,436 คน
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ประกอบด้วย ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ จำนวน 32 คน หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ จำนวน 32 คน ศึกษาธิการอำเภอ จำนวน 32 คน และผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 299 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) โดยใช้วุฒิการศึกษาเป็นชั้นของการสุ่ม
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ ได้แก่ อายุ วุฒิการศึกษา ปละประเภทของผู้บริหาร
ตัวแปรตาม ได้แก่ พฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารจัดการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วยคุณลักษณะและพฤติกรรมของผู้นำที่มีความสามารถพิเศษกังต่อไปนี้คือ วิสัยทัศน์กว้างไกล กล้าเสี่ยง ใช้กลยุทธ์หลายรูปแบบ ประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เปลี่ยนความติดยึดของผู้ตาม สื่อสารด้วยความมั่นใจ และใช้อำนาจส่วนบุคคล
คำนิยาม(defination) พฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษ หมายถึง การแสดงออกของผู้นำที่มีความสามารถพิเศษที่สำคัญคือ วิสัยทัศน์กว้างไกล กล้าเสี่ยง ใช้กลยุทธ์หลายรูปแบบ ประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เปลี่ยนความติดยึดของผู้ตาม สื่อสารด้วยความมั่นใจ และใช้อำนาจส่วนบุคคล

วิสัยทัศน์กว้างไกล หมายถึง การสร้างภาพและจินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของผู้บริหารการศึกษา โดยมีเป้าหมาย มีพลัง มีทิศทางที่ชักเจน และมีความเป็นไปได้ที่จะนำพาหน่วยงานทางการศึกษา ที่อยู่ในความรับผิดชอบให้บรรลุถึงสิ่งนั้น

กล้าเสี่ยง หมายถึง การยอมเสียสละเพื่อกลุ่ม เพื่อองค์กร กล้าเสี่ยงและให้ความสำคัญของการมีส่วนร่วมในความสำเร็จร่วมกัน ไม่ใช่ของผู้นำเอง ความเชื่อใจในลูกน้อง สนใจในความต้องการของลูกน้องไม่ใช่เพื่อสิ่งที่ตนเองต้องการอย่างเดียว สิ่งที่ประทับใจในลูกน้องต่อการเสี่ยงของผู้นำก็คือ การเสี่ยงถึงขั้นยอมที่จะสูญเสียตำแหน่งหน้าที่ผลประโยชน์และมวลชนในองค์การต่อไป เพื่อความถูกต้องชอบธรรม

ใช้กลยุทธ์หลายรูปแบบ หมายถึง การใช้กลยุทธ์รูปแบบต่าง ๆ ไม่ยึดติดอยู่กับแบบใดแบบหนึ่ง เพื่อให้วิสัยทัศน์ร่วมกันของผู้นำและผู้ตามประสบความสำเร็จ แม้ว่าบางยุทธวิธีจะสร้างแรงกดดันให้ผู้ตามมากกว่าปกติก็ตาม

ประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา หมายถึง การมีข้อมูลต่างงๆ อย่างดี เพื่อที่จะได้รู้ถึงปัจจัยที่จะสนับสนุน หรือขัดขวางในการเสี่ยงในเรื่องนั้น ๆ โดยเฉพาะเรื่องเวลา ผู้นำจะต้องประเมินสถานการณ์ให้มีข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัยตลอดเวลาเปลี่ยน

ความติดยึดของผู้ตาม หมายถึง การเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงานหรือเงื่อนไขการปฏิบัติงานใหม่ และกระตุ้นผลักดันให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ใหม่ โดยผู้นำใช้ยุทธวิธีต่าง ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของผู้นำ ในการปฏิบัติงานที่ไม่ติดยึดหรือจำเจด้วยวิธีเดิม

สื่อสารด้วยความมั่นใจ หมายถึง การที่ผู้นำสื่อสารเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยความมั่นใจ เป็นที่ยอมรับว่าผู้นำมีความสามารถพิเศษ มากกว่าผู้ที่สับสนและไม่มีความชัดเจนหรือคลุมเครือ เป็นการเพิ่มโอกาสความสำเร็จของงานอันเนื่องมาจากการสื่อสารด้วยความมั่นใจ

ใช้อำนาจส่วนบุคคล หมายถึง การที่ผู้นำที่มีความสามารถพิเศษในการใช้อำนาจส่วนบุคคล ซึ่งได้แก่ อำนาจแห่งความเชี่ยวชาญ และอำนาจแห่งความเป็นเพื่อนในการปฏิบัติงานให้เสร็จลุล่วง เป็นการแสดงความเชี่ยวชาญให้เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้ตามได้
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้เป็นแบบสอบถามพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารจัดการศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ
ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ อายุ วุฒิการศึกษา และประเภทผู้บริหาร มีลักษณะเป็นแบบเลือกตอบ
ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารจัดการศึกษา จังหวัดนครราชสีมา มีลักษณะเป็นมาตรประมาณค่า จำนวน 60 ข้อ 5 ระดับ ได้แก่ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด ใช้วัดพฤติกรรมภาวะผู้นำของผู้บริหารจัดการศึกษา 7 ด้าน คือ วิสัยทัศน์ กล้าเสี่ยง ใช้กลยุทธ์หลายรูปแบบ ประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เปลี่ยนความติดยึดของผู้ตาม สื่อสารด้วยความมั่นใจ และใช้อำนาจส่วนบุคคล
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยส่งแบบสอบถามไปให้ผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดนครราชสีมา ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ และศึกษาธิการอำเภอ ทางไปรษณีย์ จำนวน 395 ฉบับ ได้รับแบบสอบถามกลับคืน จำนวน 380 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 96.20
การวิเคราะห์(analysis) 1. ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม วิเคราะห์โดยการหาค่าความถี่ และค่าร้อยละ
2. ข้อมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารจัดการ ศึกษา จังหวัดนครราชสีมา วิเคราะห์โดยการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
3. เปรียบเทียบความแตกต่างเกี่ยวกับพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารจัดการศึกษา จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างกลุ่มที่มีวุฒิการศึกษา และประเภทผู้บริหารที่แตกต่างกัน โดยใช้สถิติที (t-test)
4. เปรียบเทียบความแตกต่างเกี่ยวกับพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารจัดการศึกษา จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างกลุ่มที่มีอายุแตกต่างกัน โดยใช้สถิติ One-way ANOVA
ข้อสรุป(summary) 1. พฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษของผู้บริหารจัดการศึกษา จังหวัดนครราชสีมา โดยรวมการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การปฏิบัติอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียนลำดับค่าเฉลี่ยสูงสุดไปหาต่ำสุดคือ กล้าเสี่ยง ใช้กลยุทธ์หลายรูปแบบ ใช้อำนาจส่วนบุคคล เปลี่ยนความติดยึดของผู้ตาม สื่อสารด้วยความมั่นใจ วิสัยทัศน์ และประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา
2. ผู้บริหารจัดการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี 40-50 ปี และมากกว่า 50 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษอยู่ในระดับมากทั้งโดยรวมและรายด้าน
3. ผู้บริหารจัดการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ที่มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือต่ำกว่าและสูงกว่าปริญญาตรี มีพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษอยู่ในระดับมาก ทั้งโดยรวมและรายด้าน
4. ผู้บริหารจัดการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษา และเป็นผู้บริหารนอกสถานศึกษา มีพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษอยู่ในระดับมาก ทั้งโดยรวมและรายด้าน
5. ผู้บริหารจัดการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี 40-50 ปี และมากกว่า 50 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษ ทั้งโดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05
6. ผู้บริหารจัดการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ที่มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือต่ำกว่าและสูงกว่าปริญญาตรี มีพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษ โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ผู้บริหารจัดการศึกษาที่มีวุฒิการศึกษาต่างกัน มีพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษด้านวิสัยทัศน์ ใช้กลยุทธ์หลายรูปแบบ ประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เปลี่ยนความติดยึดของผู้ตาม และสื่อสารด้วยความมั่นใจ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนด้านการใช้อำนาจส่วนบุคคล แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สำหรับด้านกล้าเสี่ยง ไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05
7. ผู้บริหารจัดการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษา และเป็นผู้บริหารนอกสถานศึกษา มีพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษ ทั้งโดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรศึกษาพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษ ของผู้บริหารจัดการศึกษาตามความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชาและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
2. ควรศึกษาพฤติกรรมภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษ ของผู้บริหารจัดการศึกษาในจังหวัดอื่น ๆ และทั้งเขตการศึกษา
3. ควรศึกษาเฉพาะกรณีโรงเรียนประถมศึกษา / ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ / สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ / สำนักงานศึกษาธิการอำเภอ ที่ได้รับรางวัลดีเด่นระดับประเทศ ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ โดยศึกษาพฤติกรรมภาวะผู้นำของผู้บริหารดังกล่าว เพื่อให้ผู้บริหารปรับปรุงพัฒนาพฤติกรรมภาวะผู้นำ อันจะส่งผลให้การบริหารจัดการศึกษาของหน่วยงาน / สถานศึกษา เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ปี 2545
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved