ผลงานวิจัย

วิษณุ นภาพันธ์ - thaied

Current Record: วิษณุ นภาพันธ์

วิษณุ นภาพันธ์

1. นักเรียนกลุ่มที่ทำแฟ้มสะสมผลงานมีความคงทนในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องรูปสี่เหลี่ยมสูงกว่านักเรียนที่ไม่ทำแฟ้มสะสมผลงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. นักเรียนที่ทำแฟ้มสะสมผลงานมีความสนใจในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ สูงกว่านักเรียนที่ไม่ทำแฟ้มสะสมผลงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 385
ชื่อผลงานวิจัย การเปรียบเทียบความคงทนในการเรียนรู้และความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องรูปสี่เหลี่ยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างกลุ่มที่ทำและไม่ทำแฟ้มสะสมผลงาน
หัวข้อ(Eng) A Comparison of Knowledge Retention and Interest in the Study of Rectangles in Mathematics of Pratomsuksa Six Students in Two Groups : Utilizing Portfolio and Not Utilizing Portfolio
คำสำคัญ(keyword) ความคงทน, ความสนใจ, แฟ้มสะสมผลงาน
ชื่อผู้วิจัย วิษณุ นภาพันธ์
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Vishnu Napaphun
ตำแหน่ง อาจารย์ 1 ระดับ 3
การศึกษา กศ.ม. (คณิตศาสตร์)
สถานที่ติดต่อ 72/1 ม.2 ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช
สถานศึกษา -
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) พ.ศ. 2544
ประเภท วิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยทักษิณ
สถานที่จัดเก็บผลงาน -
ประวัติความเป็นมา(history) การประเมินผลตามสภาพที่แท้จริงเป็นกระบวนการสังเกต บันทึกและเก็บรวบรวมข้อมูลจากงานและวิธีการที่นักเรียนทำเพื่อเป็นพื้นฐานของการตัดสินใจในการศึกษาถึงผลกระทบต่อเด็กเหล่านั้น คุณสมบัติของการประเมินผลตามสภาพที่แท้จริงจะสะท้อนถึงความแตกต่าง การถ่ายทอดความรู้ โครงสร้างและประมวลความรู้ความคิดในขั้นสูง รวมทั้งคุณภาพในการแสดงออกและผลผลิต ซึ่งการรวบรวมข้อมูล ผลผลิต การแสดงของนักเรียน และสิ่งที่นักเรียนทำจากกิจกรรมแล้วเก็บไว้ในแฟ้มเพื่อเป็นหลักฐานแสดงความสามารถของนักเรียนก็คือแฟ้มสะสมผลงานของนักเรียนนั่นเอง แฟ้มสะสมผลงานนักเรียนคือ การสะสมงานอย่างมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงถึงผลงานความก้าวหน้า และผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนในส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนของการเรียนรู้ในรายวิชา ประโยชน์สูงสุดของแฟ้มสะสมผลงานอยู่ที่นักเรียนได้รู้จักการประเมินตน นักเรียนเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับการเรียนของตนเอง สามารถกระตุ้นให้นักเรียนรู้จักเป็นเจ้าของ มีความภาคภูมิใจและมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง นอกจากนี้การนำแฟ้มสะสมผลงานของนักเรียนมาใช้ในชั้นเรียนสามารถกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์อย่างมีความหมาย ทำให้นักเรียนได้รู้ได้เห็นสิ่งที่เรียนรู้ไปแล้ว สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองตลอดเวลาและเป็นการทำงานอย่างมีความสุข เพราะได้คัดเลือกผลงานของตนเองด้วยตนเองและช่วยให้การประเมินผลการเรียนมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ผู้วิจัยมีคยวามสนใจที่จะนำเอากระบวนการพัฒนาแฟ้มสะสมผลงานของนักเรียนมาใช้กับการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับชั้นประถมศึกษา ซึ่งผู้วิจัยคาดว่าการทำแฟ้มสะสมผลงานของนักเรียนน่าจะมีผลให้นักเรียนมีความคงทนในการเรียนรู้และความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งพฤติกรรมทั้งสองนับเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีความสำคัญที่จะส่งผลให้การเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในห้องเรียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเนื่องจากเนื้อหาเรื่องรูปสี่เหลี่ยมในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความหลากหลายผู้เรียนสามารถแสดงออกถึงทักษะด้านต่างๆ ในวิชาคณิตศาสตร์ได้ครบทุกทักษะ ผู้วิจัยจึงเลือกเรื่องรูปสี่เหลี่ยมมาเป็นเนื้อหาเพื่อทดลองใช้กับการทำแฟ้มสะสมผลงานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำหรับผลการวิจัยจะได้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนากับการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ต่อไป
แนวคิด(concept) แฟ้มสะสมผลงานนักเรียน ความคงทนในการเรียนรู้ ความสนใจ
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อเปรียบเทียบความคงทนในการเรียนรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องรูปสี่เหลี่ยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างกลุ่มที่ทำและไม่ทำแฟ้มสะสมผลงาน
2. เพื่อเปรียบเทียบความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องรูปสี่เหลี่ยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างกลุ่มที่ทำและไม่ทำแฟ้มสะสมผลงาน
สมมุติฐาน(assumption) 1. นักเรียนที่ทำแฟ้มสะสมผลงานมีความคงทนในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องรูปสี่เหลี่ยมสูงกว่านักเรียนที่ไม่ทำแฟ้มสะสมผลงาน
2. นักเรียนที่ทำแฟ้มสะสมผลงานมีความสนใจในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ สูงกว่านักเรียนที่ไม่ทำแฟ้มสะสมผลงาน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) เชิงทดลอง
กลุ่มตัวอย่าง(sample) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดท่ายาง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ปีการศึกษา 2543 จำนวน 3 ห้องเรียน จำนวน 86 คน กำหนดเป็นกลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน โดยขั้นที่ 1 สุ่มแบบแบ่งกลุ่ม ได้จำนวน 2 ห้องเรียน จำนวน 59 คน แล้วขั้นที่ 2 สุ่มอย่างง่าย โดยการจับสลากนักเรียนแต่ละห้องเข้าสู่กลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 15 คน ได้กลุ่มตัวอย่าง 30 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ คือ การทำและไม่ทำแฟ้มสะสมผลงานนักเรียน
ตัวแปรตาม คือ ความคงทนในการเรียนรู้และความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์
ตัวแปรร่วม คือ ระดับสติปัญญาของนักเรียนและความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์ก่อนให้ตัวแปรทดลอง
คำนิยาม(defination) 1. ความคงทนในการเรียนรู้ หมายถึง การคงไว้ซึ่งผลการเรียนหรือความสามารถที่จะระลึกได้ต่อสิ่งร้าวที่เคยเรียนและเคยมีประสบการณ์รับรู้มาแล้วหลังจากที่ได้ทอดทิ้งไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งวัดได้จากผลต่างของคะแนนจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยทำการสอบหลังสิ้นสุดการทดลองแล้ว 1 วัน และ 14 วัน
2. ความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์ หมายถึง การแสดงออกซึ่งความรู้ ความพอใจในกิจกรรมการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งวัดได้จากแบบวัดความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์
3. แฟ้มสะสมผลงานนักเรียน หมายถึง การเก็บรวบรวมผลงานวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องรูปสี่เหลี่ยม โดยผ่านกระบวนการในการทำแฟ้มสะสมผลงานของนักเรียนทั้ง 10 ขั้นตอน
เครื่องมือ(tool) 1. แผนการสอนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องรูปสี่เหลี่ยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
2. ใบงานวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องรูปสี่เหลี่ยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องรูปสี่เหลี่ยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แบบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 2 ชุดๆ ละ 30 ข้อ
4. แบบวัดความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์ เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่าจำนวน 20 ข้อ
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ดำเนินการสอนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ดังนี้ กลุ่มทดลองนักเรียนทำแฟ้มสะสมผลงานวิชาคณิตศาสตร์เรื่องรูปสี่เหลี่ยม กลุ่มควบคุมนักเรียนไม่ต้องทำแฟ้มสะสมผลงานวิชาคณิตศาสตร์เรื่องรูปสี่เหลี่ยม
2. ทดสอบกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบวัดความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์
3. นำคะแนนที่ได้ไปวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ
การวิเคราะห์(analysis) ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์โดยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for windows วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม
ข้อสรุป(summary) 1. นักเรียนกลุ่มที่ทำแฟ้มสะสมผลงานมีความคงทนในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องรูปสี่เหลี่ยมสูงกว่านักเรียนที่ไม่ทำแฟ้มสะสมผลงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. นักเรียนที่ทำแฟ้มสะสมผลงานมีความสนใจในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ สูงกว่านักเรียนที่ไม่ทำแฟ้มสะสมผลงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. ผู้เกี่ยวข้องทางการศึกษาควรที่จะนำแฟ้มสะสมผลงานไปใช้ในระดับประถมศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอน
2. ครูควรเน้นให้นักเรียนมีความเป็นเจ้าของแฟ้มสะสมผลงานให้มากที่สุด
3. ในการรวบรวมผลงานควรให้งานนั้นๆ แสดงถึงความคิดที่เป็นของนักเรียนเองในหลายๆ ด้าน เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ความสนใจ เป็นต้น
4. ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากที่สุด ครูเพียงแต่คอยช่วยแนะนำให้ข้อเสนอแนะ
ปี 2544
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved